[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา ตอนที่ 9 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา

Ch.9 - โกโก้



"ข้ารู้แล้วว่าเจ้าฝีมือดีเกินกว่าที่คาดไว้"

จินชิใช้น้ำเสียงเหนื่อยหน่ายพูดกับเหมาเหมา

"ข้าเองก็ไม่คิดว่าจะถึงเพียงนี้"
 
นางจิตใจเลื่อนลอยต่อสภาพเอน็จอนาถตรงหน้า

"อา นั่นสินะ"

ไร้รอยยิ้มที่เจิดจ้าอย่างเปล่าดายที่ติดปากอยู่เสมอ
เหลือเพียงใบหน้าอ่อนล้า

"เหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้"

เรื่องนั้น ต้องย้อนกลับไปเมื่อหลายชั่วยามก่อน
 


โกโก้ที่ส่งมาไม่ใช่แบบเมล็ด หากแต่อยู่ในสภาพที่แปรเป็นผงบดละเอียด
วัตถุดิบอื่นๆ ที่เหมาเหมาขอไปก็ได้รับการลำเลียงมายังห้องครัวของตำหนักหยกเขียว
 
นางกำนัลทั้งสามจ้องมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น หากเมื่อถูกหงเหนียนตักเตือน ต่างคนต่างก็กลับไปประจำที่ของตน
 
นมวัว, เนยที่ได้จากนม, น้ำตาล, น้ำผึ้ง เหล้ากลั่น แล้วก็ผลไม้แห้ง น้ำมันหอมสำหรับแต่งกลิ่น ล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุดิบชั้นสูงบริบูรณ์ด้วยสารอาหาร และพร้อมกันนั้นก็ยังถูกใช้เป็นเครื่องบำรุงร่างกาย
 
เหมาเหมาเคยกินโกโก้มาก่อนเพียงครั้งเดียว เป็นสิ่งที่นำไปนวดกับแป้งผสมน้ำตาลแล้วทำให้แข็งตัว นางโลมที่ให้นางมาบอกว่ามันเรียกว่าช็อกโกแลต
 
นางกินเข้าไปเพียงปลายก้อย หากให้ความรู้สึกราวกับได้ดื่มเหล้ากลั่นร้อนแรงไปจนเกลี้ยงชาม ความรู้สึกรื่นรมย์อย่างประหลาด
 
เป็นของที่แขกผู้มีเจตนาซ่อนเร้นมอบให้นางคณิกาผู้โด่งดังหวังจะซื้อความสนใจจากนาง หากน่าเสียดายว่าพอเห็นท่าทีผิดปกติของเหมาเหมา นางคณิกาก็โกรธเกรี้ยว ส่งผลให้แขกผู้นั้นโดนแม่เล้ากีดกันสั่งห้ามเข้าออกสำนักอีกต่อไป
 
จากนั้นมา นางก็ยังได้เมล็ดของมันมาบ้าง หากไม่เคยลองใช้เป็นยามาก่อน
นั่นเพราะไม่มีแขกผู้ใดร้องขอสิ่งชั้นสูงเช่นนั้นจากร้านยาในแหล่งเริงรมย์นี้
 
ในความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ ดูเหมือนว่าช็อกโกแลตต้องใช้ไขมันทำให้แข็งตัว สำหรับเหมาเหมาที่จดจำกลิ่นของยาและพิษ และรสชาติได้อย่างแม่นยำแล้ว นับว่ามีความทรงจำที่แจ่มกระจ่างในด้านวัตถุดิบ
 
ยังอยู่ในฤดูร้อน จะทำให้แข็งด้วยเนยก็คงยาก นางจึงนำมาหุ้มผลไม้ หากมีน้ำแข็งด้วยจะวิเศษ แต่ก็คงยากยิ่ง นางจึงไม่ได้เอ่ยขอ
นางเตรียมเหยือกดินเผาเปลือยใบใหญ่มา ใส่น้ำไว้ประมาณครึ่งหนึ่ง การระเหยของน้ำทำให้ในเหยือกเย็นกว่าภายนอกอยู่หลายส่วน เป็นอุณหภูมิที่พอจะทำให้ไขมันแข็งตัวได้พอดี

เหมาเหมาผสมส่วนผสมให้เข้ากันแล้วใช้ช้อนตักขึ้นมาส่งเข้าปาก
นางสัมผัสถึงรสขมและรสหวานและส่วนผสมที่ทำให้อารมณ์พลุ่งพล่านผ่านทางลิ้น
 
เทียบกับเมื่อก่อน เหมาเหมาถือว่ามีภูมิต้านทานทั้งพิษและสุราแข็งแกร่งขึ้นมาก แม้อารมณ์จะไม่โลดโผนเช่นกาลก่อน แต่ก็ยังรู้สึกได้ว่าผลรุนแรงไม่น้อย
 
(ทำให้เจือจางกว่านี้อีกสักนิดจะดีไหมนะ)
 
นางตัดผลไม้ให้เล็กลงอีกครึ่งหนึ่ง แล้วนำไปแช่ในของเหลวสีน้ำตาล
นำไปใส่ไว้ในจาน แล้วเก็บไว้ในโถเพื่อให้ลอยอยู่กลางอากาศ

ปิดฝาแล้วนำใบกกมาซ้อนปิดไว้ ที่เหลือก็แค่รอให้แข็งตัวเท่านั้น
จินชิบอกว่าจะมารับไปในยามสายัณห์ ก็คงจะทันแข็งตัวกระมัง  
 
(ยังเหลืออีกนิดหน่อย)
 
ของเหลวสีน้ำตาลยังเหลืออีกเล็กน้อย วัตถุดิบเองก็เป็นของชั้นดี มีสารอาหารสูง แม้จะเป็นยาเร้าราคะ แต่ก็ใช่ว่าจะส่งผลต่อเหมาเหมารุนแรงนัก นางจึงตั้งใจจะเก็บไว้กินภายหลัง ตัดก้อนแป้งออกเป็นสี่เหลี่ยมเท่ากันนำไปวางให้ดูดซับ เช่นนี้คงไม่จำเป็นต้องนำไปแช่เย็นกระมัง
ปิดฝาแล้วนำไปวางไว้บนชั้น
 
นางรวบรวมวัตถุดิบที่เหลือไปเก็บที่ห้องส่วนตัว แล้วเดินไปยังบ่อน้ำด้านนอกเพื่อจัดแจงล้างภาชนะ

ในยามนั้น นางควรจะยกก้อนแป้งที่ตัดแบ่งไว้ไปเก็บในห้องส่วนตัวเสียด้วย หากเรื่องนี้หลุดไปจากศีรษะนางเสียสนิท เกรงว่าอารมณ์คงจะพลุ่งพล่านเล็กน้อยจากการชิมรสกระมัง

เอาเถิด จะสำนึกเสียใจก็สายไปเสียแล้ว
 

 

จากนั้น ระหว่างที่หงเหนียนใช้นางไปทำธุระ แล้วก็เลยพลอยแวะเด็ดสมุนไพรที่งอกอยู่ด้านนอก ก็เกิดเหตุขึ้น

ระหว่างหอบหิ้วตะกร้าผ้าและสมุนไพรเพลิดเพลินอยู่ หงเหนียนที่หน้าซีดเผือด และพระสนมเกียคุโยที่ใบหน้าแฝงแววกลัดกลุ้มก็รอคอยนางอยู่แล้ว เกาชุนเองก็อยู่ด้วย แสดงว่าจินชิคงมาด้วยกระมัง

เห็นหงเหนียนใช้มือกุมหน้าผากชี้นิ้วไปทางห้องครัว เหมาเหมาะก็ยัดเยียดตระกร้าให้เกาชุนตรงไปยังที่เกิดเหตุ
 
จินชิผุดสีหน้าระอิดระอาจ้องมองมา

นางกำนัลทั้งสามกอดก่ายกันหลับใหลอย่างสนิทสนมยิ่ง
ช่วงอกเปิดกว้าง กระโปรงถูกถลกขึ้นมาถึงขาอ่อน
แต่ละนางแก้มแดงระเรื่อหลับใหลด้วยสีหน้าอิ่มเอมเปรมสุข
 
ก่อนหรือหลังสำเร็จกิจ ถ้อยคำขาดความสำรวมผุดขึ้นมาในศีรษะ หากนางตัดสินใจไม่ไปขบคิดให้ลึกซึ้ง
หรือความจริงแล้วอาจไม่ต้องการคิด
เอาเถิด จะอย่างไรก็สตรีด้วยกัน เรื่องเลวร้ายล้วนไม่อาจกระทำได้จนสุดทาง คาดว่า
 
บนโต๊ะปรากฎก้อนแป้งสีน้ำตาล
จำนวนขาดหายไปสามก้อน
 

 

เมื่อหงเหนียน เกาชุนและเหมาเหมาหอบหิ้วเหล่านางกำนัลไปนอนพักยังห้องของแต่ละคนเสร็จสิ้น ความเหนื่อยล้าก็พลันผุดขึ้นมา
 
ในห้องโถงกลางเป็นพระสนมเกียคุโยและจินชิกำลังจ้องมองก้อนแป้งช็อกโกแลตอย่างพิศวง

"นี่น่ะหรือยาเร้าราคะที่ว่า"
"มิใช่เพคะ ทางนี้ต่างหาก"
 
เหมาเหมาะนำเอาตัวยาหุ้มผลไม้ออกมา ขนาดประมาณนิ้วหัวแม่โป้งประมาณ 30 เม็ดเรียงราย
 
"แล้วทางนี้คืออะไร"
"มื้อดึกของข้าเจ้าค่ะ"
 
ดูเหมือนนางจะเลือกใช้คำผิด รอบข้างพากันสะดุ้งอย่างเห็นได้ชัด เกาชุนและหงเหนียนเองก็ทำท่าราวกับมองตัวประหลาดอย่างไรอย่างนั้น
 
"หากชินกับสุราหรือสิ่งกระตุ้นเสียแล้ว ฤทธิ์ก็ไม่ร้ายแรงถึงเพียงนั้นหรอกเจ้าค่ะ"
 
เหมาเหมาจับงูพิษที่นำมาทดลองไปดองเหล้าดื่มเป็นประจำ จึงคอแข็งไม่ใช่น้อย
หนำซ้ำนางยังนับว่าสุราเป็นยาประเภทหนึ่ง  
 
จินชิลองจิ้มๆ ดึงๆ แป้งหมี่อย่างฉงน
 
"งั้นถ้าข้ากินเข้าไปคงไม่เป็นไรใช่ไหม"
"กรุณาหยุดเถอะเจ้าค่ะ/ขอรับ!!"
 
เสียงของหงเหนียนและเกาชุดสอดประสาน นางรู้สึกเหมือนเพิ่งจะเคยได้ยินเสียงเกาชุนเป็นหนแรก
จินชิว่า ข้าล้อเล่นหรอกน่า แล้ววางก้อนแป้งกลับลงบนจาน
 
ไม่เพียงแต่การนำยาเร้าราคะเข้าปากต่อหน้าพระสนมของจักรพรรรดิจะถือว่าขาดความเหมาะสม   ปัญหาร้ายแรงยิ่งไปกว่านั้นคือ หากถูกรุกเข้าหาด้วยความงามดั่งเทพธิดาแก้มแดงระเรื่อแล้ว ไม่ว่าใครก็คงยากจะคุมสติไว้ได้กระมัง
 
"ครั้งหน้าจะขอให้ทำถวายฮ่องเต้บ้างดีไหมนะ จะได้ป้องกันไม่ให้พระองค์รู้สึกจำเจ"
"คิดว่าน่าจะได้ผลแรงกว่ายาบำรุงตามปรกติถึงสามเท่านะเพคะ"
"สามเท่า..."
 
เหมาเหมาแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงแผ่วเบาของพระสนมเกียคุโยว่า 'หมายถึงความอึดน่ะหรือจ๊ะ' ดูท่าทางคงจะเกินกำลัง
 
นางย้ายยาเร้าราคะไปยังยังภาชนะมีฝาปิด แล้วส่งให้จินชิ
 
"ออกจะฤทธิ์แรงอยู่บ้าง กรุณาใช้ทีละเม็ดนะเจ้าคะ หากรับประทานเกิน อาจส่งผลให้เลือดลมไหลเวียนดีเกินกำลัง ส่งผลให้เลือดกำเดาไหลทะลักได้ และขอให้ใช้กับคนในดวงใจของท่านเมื่ออยู่กันตามลำพังนะเจ้าคะ"
 
รับฟังคำอธิบายจบแล้ว จินชิก็ลุกขึ้นยืน
 
เกาชุนและหงเหนียนออกจากห้องไปเพื่อเตรียมตัวกลับ
พระสนมเกียคุโยเองก็ทักทายคำหนึ่ง  ก่อนออกจากห้องไปพร้อมพระธิดาที่หลับใหลอยู่ในเปล
 
เมื่อเหมาเหมาเตรียมเก็บกวาดจานก้อนแป้ง กลิ่นหอมก็พลันโชยชายมาจากเบื้องหลัง
 
"ขอขอบใจที่สร้างสิ่งที่เกินความคาดหมายให้"
 
เสียงหวานปานน้ำผึ้งแว่วมา
เส้นผมถูกรวบขึ้น สัมผัสเย็นเยียบบางอย่างแตะต้องที่ลำคอ

พอเหลียวกลับไป จินชิก็โบกมือข้างหนึ่งพลางออกจากห้องไป
 
"เช่นนี้นี่เอง"

เมื่อลดสายตาลงบนจาน ก็พบว่าก้อนแป้งหายไปก้อนหนึ่ง
นางพอจะเดาตัวคนร้ายได้
 
"ถ้าไม่มีผู้เคราะห์ร้ายก็จะดีหรอก"

เหมาเหมาะพึมพำราวกับเรื่องราวใดๆ ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับตน

ราตรียังอีกยาวไกลนัก
 

 




NEKOPOST.NET