[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา ตอนที่ 7 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา

Ch.7 - ยาเร้าราคะ


นางกำนัลทั้งสี่ที่อยู่มาก่อนล้วนขยันขันแข็งอย่างยิ่ง
แม้จะไม่ได้กว้างขวางนัก แต่ในตำหนักหยกเขียวก็หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันด้วยสี่คนนี้ ในส่วนของตำหนักนั้นมีหญิงรับใช้จากกองงานเข้ามาปัดกวาดอยู่แล้ว แต่การทำความสะอาดส่วนในเช่นห้องนอนล้วนแล้วแต่เป็นสี่นางนี้ดูแล
หนำซ้ำ งานนางกำนัลที่มีอยู่แต่เดิมก็ได้รับการยกเว้น
 
ด้วยเหตุนี้ หน้าที่ของผู้มาใหม่อย่างเหมาเหมาจึงเหลือเพียงการกิน
 
อาจด้วยรู้สึกผิดที่ผลักไสงานน่ารังเกียจที่สุดให้นาง หรือไม่ก็ไม่ต้องการให้ผู้อื่นมาล่วงล้ำอาณาเขต นอกจากหงเหนียนแล้วจึงไม่มีนางกำนัลผู้ใดยัดเยียดงานให้เหมาเหมา หนำซ้ำเมื่อเสนอตัวเข้าช่วยก็กลับถูกปฎิเสธ แล้วผลักไสกลับเข้าห้องไป

(สงบใจไม่ได้เลย)
 
นางถูกผลักไสเข้าห้องเล็กส่วนตัว จะถูกเรียกมาก็เพื่อชิมมื้ออาหารสองมื้อและเวลาน้ำชายามเที่ยง จากนั้นก็อาหารบำรุงพระวรกายของฮ่องเต้ที่จะแวะมาครั้งหนึ่งทุกสองสามวัน นอกนั้นหงเหนียนก็จะใส่ใจเรียกไปทำธุระบ้าง หากแต่ก็งานเล็กๆ น้อยๆ ที่เสร็จสิ้นในแทบจะทันที
 
(อะไร ให้กินกับนอนแค่นั้นน่ะหรือ)
 
พ่วงมากับหน้าที่ทดลองยา มื้ออาหารก็หรูหราขึ้นด้วย ในชุดน้ำชามีขนมหวาน หากเหลือเหมาเหมาก็จะได้รับส่วนแบ่ง
เมื่อไม่ต้องพากเพียรเป็นมดงาน  สารอาหารที่ได้รับจึงแปรเปลี่ยนเป็นเนื้อหนังในทันที
 
(รู้สึกอย่างกับกลายเป็นปศุสัตว์)
 
เหมาเหมาร่างกายผ่ายผอมอยู่แต่เดิม แม้จะถูกพิษจนผอมลงไปอีกก็ยากจะมองออก
หนำซ้ำปริมาณพิษที่อาจคร่าชีวิตยังเป็นสัดส่วนตามความใหญ่โตของร่าง ยิ่งอ้วนเท่าไหร่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะรอดมากเท่านั้น
 
เหมาเหมาเองไม่ได้ผอมผ่ายขนาดจะมองไม่ออกเสียเลยว่าถูกพิษหรือไม่ แม้จะเกินปริมาณคร่าชีวิตไปบ้าง นางก็มั่นใจว่าจะเอารอดมาได้ หากดูเหมือนรอบข้างจะไม่ได้คิดเช่นนั้น
ดูเหมือนเหมาเหมาที่เป็นคนร่างเล็กผอมบางจะดูเด็กกว่าอายุจริง นางกำนัลทั้งสามจึงมองว่านางเป็นเบี้ยถูกใช้แล้วทิ้งอันน่าเวทนา
 
แม้จะกินจนท้องอิ่มก็ถูกยัดเยียดให้เติมข้าวต้ม หนำซ้ำกับข้าวยังมากกว่าผู้อื่นอีกจานหนึ่ง  
 
(นึกถึงพวกเสี่ยวเจ้ (พี่สาวน้อย) ในหอนางโลมขึ้นมาเลย)
 
นางเป็นสิ่งมีขีวิตหน้าตาไม่รับแขก ไม่ปริปาก หาความน่ารักไม่พบ แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใดเหล่านางคณิกาจึงออกจะเอ็นดูนางอยู่มาก มักจะให้ขนมหรือข้าวกินอยู่เนืองๆ
 

...ความจริงแล้ว แม้เหมาเหมาเองจะไม่ตระหนัก สาเหตุที่นางได้รับความเอ็นดูนั้นก็พอจะมีอยู่
 
ที่แขนซ้ายของเหมาเหมามีแผลจำนวนนับไม่ถ้วน
รอยกรีด รอยแทง รอยไฟลวก และรอยถูกของมีคมคล้ายเข็มทิ่มแทง
ร่างเล็กผอมผ่าย ที่แขนมีบาดแผลจำนวนนับไม่ถ้วน
แขนของนางมักถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผล บางครั้งก็ล้มหมดสติด้วยใบหน้าซีดเผือด
ทุกนางต่างหลั่งน้ำตา มองเห็นว่าที่นางเงียบขรึมหน้าตาบึ้งตึงเช่นนี้เป็นเพราะผลลัพธ์จากทัณฑ์ทรมานที่ได้รับในอดีต

ทุกคนดูคล้ายจะคิดว่านางถูกทารุณกรรม หากความเป็นจริงมิใช่เช่นนั้น

ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่เหมาเหมาทำขึ้นด้วยตัวเอง
ตรวจสอบประสิทธิภาพของยารักษาบาดแผลหรืออาการอักเสบ ดื่มยาพิษทีละน้อยเพื่อสร้างภูมิต้านทาน บางครั้งถึงกับให้งูพิษขบกัดตนเอง บางครั้งนางก็คำนวณปริมาณผิดจนล้มไป
ด้วยเหตุนี้บาดแผลจึงรวมตัวอยู่ที่แขนซ้ายที่ไม่ใช่แขนข้างที่ถนัด
 
นางไม่ได้มีรสนิยมชื่นชอบการถูกกระทำแม้แต่น้อย หากในแง่ของการใฝ่หาความรู้ที่ลำเอียงไปยังด้านยาและพิษแล้ว ก็นับว่าไกลห่างจากสตรีสาวทั่วไปอยู่มากโข
 
ส่วนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนรุนแรงจากการมีบุตรสาวเช่นนี้ ก็ถือบิดานางนั่นเอง
ทั้งที่สอนความรู้ด้านยาและตัวอักษรให้เพื่อให้บุตรสาวของตนที่อาศัยอยู่ในย่านเริงรมย์นี้จะได้เดินไปบนทางสายอื่นนอกจากการเป็นนางคณิกา หากตนกลับถูกติฉินนินทาใส่ความในเรื่องที่ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วย

มีบางส่วนที่เข้าใจ หากส่วนมากก็ยังมองบิดานางด้วยสายตาเย็นชา
ใครเล่าจะไปคิดว่าเด็กสาววัยกำดัดจะเฝ้าทำร้ายตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าในนามของการทดลอง

ด้วยเหตุนี้ นางจึงถูกมองว่าเป็นเด็กหญิงน่าเวทนาที่ถูกผู้ให้กำเนิดกระทำย่ำยี จากนั้นจึงถูกขายมาที่วังหวัง กลายเป็นผู้ทดสอบพิษที่ถูกใช้งานดั่งเบี้ยตัวหนึ่ง

โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ตระหนักรู้...
 

(ขืนปล่อยไว้แบบนี้มีหวังกลายเป็นหมู)
 
ระหว่างครุ่นคิดเรื่องเหล่านั้นอยู่ ผู้มาเยือนอันไม่พึงปรารถนาก็มาปรากฎตัวต่อหน้าเหมาเหมา

 

ชายหนุ่มผู้งามล้ำจนไม่ละม้ายคล้ายมนุษย์ ผุดรอยยิ้มของเซียนสวรรค์ไม่ห่างหาย
 
นางกำนัลทั้งสามแก้มแดงพลางเตรียมชาต้อนรับแขกผู้มาเยือน
 ได้ยินเสียงคล้ายทะเลาะกันแว่วมาจากอีกด้านของผนัง เมื่อโผล่ไปดู ทั้งสามก็ทุ่มเถียงกันอยู่ว่าใครควรจะเป็นผู้เตรียมน้ำชา

หงเหนียนผู้เหนื่อยหน่ายเตรียมเครื่องน้ำชาของนางเองแล้วสั่งให้อีกสามนางกลับห้องไป

เหมาเหมาผู้ทดสอบพิษถือถ้วยน้ำชาเงินไว้ในมือ ดมกลิ่นแล้วอมไว้ในปาก

จินชิเอาแต่เฝ้ามองนางมาได้พักหนึ่งแล้ว ช่างอึดอัดเหลือทน นางหรี่ตาลงตั้งใจจะไม่ให้บังเอิญสบตากันเข้า
 
หากเป็นสตรีวัยกำดัด หากโดนบุรุษรูปงามถึงเพียงนี้จับจ้อง ต่อให้เป็นขันที จะอย่างไรคงไม่นึกรังเกียจ หากเหมาเหมามิใช่เช่นนั้น ความสนใจของนางออกจะนอกลู่นอกทางผิดกับบุคคลทั่วไป แม้จะเข้าใจความงามดั่งเทพธิดาของจินชิ หากนางก็ขีดเส้นกางกั้นเว้นระยะห่างไว้
 
"นี่เป็นของที่เราได้รับมา ไม่ทราบว่าจะช่วยชิมให้ได้หรือไม่"
 
ในภาชนะสานมีซาละเปาใส่อยู่ เหมาเหมาลองบิออกมาดู ไส้ในเป็นหมูสับและผักยัดไส้
เมื่อลองดมดูก็พบว่ามีกลิ่นที่คุ้นเคยของสมุนไพรที่เคยได้กลิ่นมาก่อน

เป็นยาแบบเดียวกับยาบำรุงกำลังที่ทานไปในวันก่อน
 
"ใส่ยากระตุ้นกำหนัดลงไปนะเจ้าคะ"
"ไม่ต้องชิมดูก็รู้หรือนี่"
"ไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพหรอกเจ้าค่ะ ขอเชิญนำกลับไปรับประทานให้เอร็ดอร่อยเถอะนะเจ้าคะ"
"แหม พอคิดถึงคนที่ให้มาก็ทำใจให้กลืนลงคอไม่ได้น่ะสิ"
"อ้อ อาจจะมาเยือนในราตรีนี้ก็ได้สินะเจ้าคะ"
 
เหมาเหมาว่าอย่างเรียบเรื่อย ส่วนจินชิทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สิ่งที่ที่จินตนาการไว้กลับไม่เป็นไปตามที่หวัง คิดจะให้นางกินซาละเปาที่ใส่ยากระตุ้นกำหนัดลงไปทั้งที่รู้งั้นหรือ นางไม่มองเขาด้วยสายตาที่สงวนไว้สำหรับมองหนอนแมลงชนิดหนึ่งก็นับว่าปราณีมากแล้ว  
ว่าแต่ได้รับมาจากผู้ใดกันนะ
 
พระสนมเกียคุโยหัวเราะเสียงสดใสราวกระพรวนกับบทสนทนาของทั้งสอง แทบเท้าเป็นพระธิดาเสี่ยวหลิงที่กำลังผ่อนลมหายใจหลับไหล
 
เหมาเหมาทำความเคารพ เตรียมจะผละออกจากห้องรับแขก
 
"รอประเดี๋ยว"
"ไม่ทราบมีธุระอะไรหรือเจ้าคะ"
 
จินชิหันไปสบตากับพระสนมเกียคุโย  ทั้งสองพยักหน้าให้แก่กัน ดูเหมือนจะบอกเล่าธุระกันไปเสร็จแล้วก่อนเหมาเหมาจะมาถึง
 
"ช่วยทำยาเร้าราคะให้เราหน่อยได้หรือไม่"
 
ความตกใจและอยากรู้อยากเห็นฉายออกในแววตาเหมาเหมาในชั่วพริบตา
แม้มิอาจทราบว่าจะนำยานั้นไปใช้เช่นไร หากแต่กระบวนการในการทำยานั้นขึ้นมา สำหรับเหมาเหมาแล้ว คงจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขสำราญยิ่งเป็นแน่
 
นางพยายามระงับมิให้ริมฝีปากผุดรอยยิ้ม พลางตอบเช่นนี้

"หากมีเวลา วัตถุดิบ และเครื่องมือ"

ก็พอจะทำสิ่งที่เทียบเท่ายาเร้าราคะได้




NEKOPOST.NET