[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา ตอนที่ 6 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา

Ch.6 - ผู้ทดสอบพิษ


เมื่อได้ขึ้นเป็นนางกำนัลประจำตัวของนางในที่มีห้องหับส่วนตัว หนำซ้ำยังเป็นถึงพระสนมคนโปรดของจักรพรรดิ ค่าตอบแทนก็ย่อมสูงตามไปด้วย
ไต่เต้าขึ้นมาถึงระดับกลางจากตำแหน่งที่เคยอยู่ล่างสุดของชั้นปิรามิด ตามคำอธิบายที่ได้รับ ดูเหมือนเบี้ยหวัดก็จะพุ่งสูงขึ้นด้วย แต่สองในสิบส่วนจะต้องถูกส่งไปยังบ้านเกิด หรือก็คือนายวาณิชย์ที่ขายนางมา
 
ไม่ใช่ห้องที่อยู่กันอย่างแออัดยัดเยียดดังที่ผ่านมา หากได้รับห้องส่วนตัว แม้จะคับแคบอยู่บ้าง 
 
ยกระดับจากที่นอนที่เคยเป็นใบกกซ้อนๆ ปูทับด้วยผ้าขึ้นมาเป็นเตียงนอน แม้จะเป็นห้องที่มีขนาดเพียงสองเตียงนอน แต่นางก็ยินดีไม่น้อยที่จะไม่ต้องเผลอเหยียบย่ำไปบนร่างของสหายร่วมงานเมื่อตื่นมาในยามเช้าอีกต่อไป 
เหตุผลแห่งความยินดียังมีอีกประการหนึ่ง แต่นั่นเป็นเรื่องที่จะได้รู้ต่อไปในภายหลัง 
 
ตำหนักหยกเขียวที่ประทับของพระสนมเกียคุโย นอกจากเหมาเหมาแล้วยังมีนางกำนัลอีกสี่คนด้วยกัน พระธิดาเริ่มรับอาหารหย่านม จึงไม่จำเป็นต้องจ้างแม่นมคนใหม่ 
เทียบกับพระสนมริฟาที่มีนางกำนังถึงสิบกว่าคนแล้ว ถือว่าจำนวนคนน้อยกว่ามาก 
 
กล่าวกันตามตรง เมื่อเหล่านางกำนัลได้รับแจ้งว่าหญิงรับใช้ชั้นล่างสุดไร้สังกัดจู่ๆ ก็จะเข้ามาทำงานร่วมตำหนักเดียวกับตน ก็แสดงทีท่าอึดอัดอยู่บ้าง หากไม่มีการกลั่นแกล้งดังเช่นที่เหมาเหมาคิด
กลับถูกมองด้วยสายตาแฝงแววเวทนา 

(ทำไมกัน?) 

เหตุผลนั้นเป็นที่ประจักษ์ในอีกไม่นานนัก 
 

 

สำรับจากห้องเครื่องที่ใช้เครื่องยาบำรุงเป็นส่วนประกอบอย่างไม่หวงแหนตั้งอยู่ตรงหน้า 
หงเหนียน หัวหน้านางกำนัลของพระสนมเกียคุโยตักกับข้าวจากในแต่ละจานใส่จานแบ่งมาวางไว้ตรงหน้าเหมาเหมา
 
พระสนมเกียคุโยมองมาด้วยท่าทางขอโทษขอโพย หากก็ไม่มีทีท่าจะห้ามปราม
นางกำนัลที่เหลืออีกสามคนมองมาด้วยแววตาเวทนา 

นางรับหน้าที่ผู้ชิมอาหารทดสอบพิษนั่นเอง 
 
ทุกคนต่างพากันหวั่นวิตกจากเหตุรัชทายาท 
เป็นเพราะข่าวลือแพร่กระจายว่าที่องค์หญิงล้มป่วยเป็นเพราะมีพิษปะปนจากที่ไหนสักแห่ง หากเหล่านางกำนัลที่ไม่ได้รับแจ้งที่มาที่แท้จริงของพิษ คงจะหวาดเกรงพิษที่ปะปนเข้ามาอย่างไร้ต้นตอ 
 
ด้วยเหตุนี้ หากหญิงรับใช้ชั้นล่างถูกส่งตัวเข้ามารับหน้าที่ทดสอบพิษ จะถูกมองว่าเป็นตัวหมากใช้แล้วทิ้งก็ย่อมไม่แปลกอันใด
 
ไม่เพียงแต่อาหารของพระสนมเกียคุโย จะเป็นอาหารหย่านมของพระธิดา อาหารบำรุงพระพลานามัยในยามที่ฮ่องเต้เสด็จเยือน ล้วนต้องผ่านการทดสอบพิษก่อน 
 
ดูเหมือนในช่วงที่ทราบว่าพระสนมเกียคุโยตั้งครรภ์ จะมีการลอบวางยาพิษถึงสองครั้ง คนหนึ่งเพียงโดนพิษอ่อนๆ ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นพิษกำเริบถึงเส้นประสาท ทำให้สูญเสียการควบคุมแขนขา  
 
เหล่านางกำนัลที่จำต้องรับหน้าที่ทดสอบพิษอย่างหวาดเกรงเรื่อยมา คงจะสำนึกในพระคุณของนางอย่างยิ่ง 

เหมาเหมามองจานใส่กับข้าวแล้วขมวดคิ้ว เป็นจานกระเบื้องเคลือบ 
 
(ถ้ากลัวพิษก็ควรจะใช้ภาชนะเงินเป็นพื้นฐานไม่ใช่หรือ)
 
ใช้ตะเกียบคีบกับข้าวขึ้นมาแล้วพินิจดูส่วนประกอบให้ถ้วนถี่
ดมกลิ่น
นำมาวางบนลิ้น ตรวจสอบว่าลิ้นไม่ชาแล้วจึงกลืนลงไปอย่างเชื่องช้า 
 
(พูดตามตรง ข้าก็ไม่ได้เหมาะกับการทดสอบพิษนักหรอกนะ) 
 
หากเป็นพิษที่ออกฤทธิ์ในฉับพลันก็ว่าไปอย่าง หากเป็นพิษที่ออกฤทธิ์ช้าแล้ว จะมาพึ่งเหมาเหมาให้ทดสอบพิษก็ไร้ความหมาย
สำหรับเหมาเหมาที่สร้างร่างกายอันเคยชินต่อพิษขึ้นทีละน้อยจากการทดลองกับตัวเองแล้ว เกรงว่าพิษที่จะแสดงผลกับนางได้จะมีน้อยนัก 
 
นี่ไม่ใช่งานของร้านยา หากแต่เป็นการกระทำเพื่อตอบสนองต่อความกระหายในความรู้ของเหมาเหมา หากเวลาและสถานที่ผิดแผกไป นางคงไม่แคล้วได้รับฉายา"นักวิทยาศาสตร์คลั่ง" 
แม้กระทั่งท่านพ่อที่ถ่ายทอดศาสตร์แห่งยาให้นางก็ยังต้องระอา  
 
เมื่อมั่นใจแล้วว่าในร่างไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่มีพิษอันใดเข้าข่ายเท่าที่ตนรู้จัก ในที่สุดมื้ออาหารของพระสนมเกียคุโยจึงได้เริ่มขึ้น

ต่อไปก็ถึงตาอาหารหย่านมอันจืดชืดไร้รสชาติ 

 

"เปลี่ยนเป็นภาชนะเงินจะดีกว่านะเจ้าคะ"

เหมาเหมาแจ้งกับหงเหนียนผู้เป็นหัวหน้าโดยปราศจากความรู้สึกใดๆ
นางถูกเรียกตัวไปยังห้องของหงเหนียนเพื่อรายงานผลการรับใช้ในวันแรก ห้องกว้างขวางหากปราศจากเครื่องประดับตกแต่งหรูหรา แสดงให้เห็นบุคลิกที่เน้นความมีคุณประโยชน์ของนาง

หัวหน้านางกำนัลผู้มีผมดำเงางาม เตรียมจะย่างเข้าวัยสามสิบถอนใจ 
 
"เป็นดังที่่ท่านจินชิว่าเลยนะ"
 
นางทำหน้าเหนื่อยหน่าย สารภาพว่าจงใจไม่ใช้เครื่องเงินในครั้งนี้
เป็นคำสั่งของจินชินั่นเอง 
 
ที่มอบหมายให้นางทำหน้าที่ทดสอบพิษก็คงเป็นบุรุษผู้นี้กระมัง
 
เหมาเหมาระงับไม่ให้อารมณ์ขุ่นมัวแสดงออกมาทางสีหน้าที่เฉยเมยอย่างยิ่งอยู่แล้ว พลางรับฟังคำบอกเล่าของหงเหนียน

"ไม่รู้หรอกนะว่าเจ้ามีความจำเป็นอันใดให้ต้องอำพรางความรู้ แต่ความสามารถนั้นก็เป็นได้ทั้งพิษและยา ถ้าแจ้งมาว่าเขียนอักษรได้ ก็น่าจะได้รับเบี้ยหวัดมากกว่านี้ไม่ใช่หรือ"
 
"เป็นเพราะข้าหาเลี้ยงชีพด้วยการทำอะไรทำนองร้านยาน่ะเจ้าค่ะ เมื่อคิดว่าส่วนหนึ่งของเบี้ยหวัดจะถูกส่งไปให้เจ้าพวกคนที่ฉุดคร่าข้ามา ทั้งที่ถูกพาตัวมาที่นี่อย่างไม่ยินยอมพร้อมใจแล้ว ข้าก็เดือดดาลไปหมด"

เหมาเหมาอารมณ์พลุ่งพล่านจนถ้อยคำพลอยขาดความสำรวมไปบ้าง หากหัวหน้านางกำนัลไม่ออกปากตำหนิ 

"แปลว่า ยอมให้เบี้ยหวัดส่วนของเจ้าลดลงยังดีกว่าไปเป็นค่าเหล้าให้เจ้าพวกนั้นสินะ" 
 
นางกำนัลผู้ชาญฉลาดดูจะเข้าใจเหตุในใจเหมาเหมา
 
"ถ้าทำตัวไร้ปัญญาไป พอครบช่วงเวลาประจำการสองปี จะหาคนมาผลัดเปลี่ยนสักกี่คนก็ได้ด้วยนี่นะ"

กระทั่งยังสังเกตเห็นสิ่งที่ไม่สมควรเห็นไปเสียด้วย 

หงเหนียนคว้าเหยือกน้ำบนโต๊ะขึ้นมา ส่งให้เหมาเหมาถือไว้ 

"นี่คือ..." 
 
ยังไม่ทันจะได้ถาม ข้อมือของเหมาเหมาก็พลันเจ็บแปลบ แรงกระแทกทำให้เหยือกน้ำที่ถืออยู่ในมือร่วงลงพื้น เหยือกกระเบื้องเคลือบปรากฎรอยร้าวขนาดใหญ่
 
"อ้าว ตายจริง เหยือกนี่ราคาไม่น้อยเลยนะ เบี้ยหวัดนางกำนัลชั้นล่างไม่พอจ่ายหรอก แบบนี้คงไม่เหลือเงินส่งไปให้ทางบ้านแล้ว ทางนี้ยังต้องเรียกเก็บค่าเสียหายเพิ่มด้วยซ้ำไป"
 
เหมาเหมาเข้าใจสิ่งที่หงเหนียนไม่ได้บอกออกมาเป็นคำพูดในทันที รอยยิ้มแฝงแววประชดประชันผุดขึ้นท่ามกลางสีหน้าไร้อารมณ์ 
 
"ต้องขอประทานอภัยอย่างยิ่ง กรุณาหักจากเงินที่ส่งกลับบ้านทุกเดือนด้วยเถอะเจ้าค่ะ  หากไม่พอ จะหักจากที่ข้ามีติดตัวอยู่ก็ได้นะเจ้าคะ"
"จ้ะ ไว้ข้าจะเดินเรื่องไปทางราชสำนักฝ่ายใน แล้วก็นี่" 
 
หงเหนียนวางเหยือกน้ำที่ร่วงเมื่อครู่กลับลงบนโต๊ะ หยิบเอาแผ่นไม้ออกจากลิ้นชักแล้วสะบัดพู่กันปราดๆ
 
"นี่เป็นเบี้ยหวัดเพิ่มเติมสำหรับผู้ทดสอบพิษ จะเรียกว่าเป็นค่าตอบแทนสำหรับอันตรายก็ได้ ถ้าสงสัยตรงไหนก็สอบถามได้นะจ๊ะ" 
 
จำนวนเงินที่ปรากฎแทบจะเทียบเคียงได้กับเบี้ยหวัดปัจจุบันที่เหมาเหมาได้รับ 
ยิ่งไม่มีส่วนที่ถูกหักค่าธรรมเนียม เหมาเหมาก็ยิ่งได้กำไร 
 
(ใช้ไม้อ่อนได้เชี่ยวชาญยิ่งนัก) 
 
เหมาเหมาก้มศีรษะต่ำก่อนออกจากห้อง 

*********************************

*ชี้แจงเฉพาะกิจ*

หลังจากทบทวนอยู่หลายรอบ ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจได้ว่าจะปรับเสียงอ่านชื่อตัวละครให้เข้ากับทางฝั่งมังกะนะขอรับ  เหตุผลนั้นคือป้องกันความสับสน เพราะเข้าใจว่าผู้อ่านส่วนมากน่าจะอ่านทั้งสองฝั่งอยู่แล้ว เหมาเหมา-มาวมาวนั้นยังพอทำเนา ถ้ามาถึงพี่จินชิ-เหรินฉือ คงมึนกันใช่เล่น เหตุผลนี้อาจไม่ถูกต้องที่สุด แต่น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด อย่างไรก็ดี สำหรับท่านที่ต้องการเสียงอ่านแบบจีน ข้าพเจ้าจะสรุปไว้ให้ในตอนท้ายของภาค (ตกประมาณตอนที่ 35 *ถ้าแปลถึง*) จะได้ไม่เป็นการสปอยล์ว่าจะมีใครออกมาบ้าง 

จึงเรียนมาเพื่อขอความเข้าใจในที่นี้

 




NEKOPOST.NET