[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา ตอนที่ 4 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา

Ch.4 - รอยยิ้มของเทพธิดา


 

นางทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ขององค์รัชทายาทเมื่อได้รับแจกจ่ายผ้าดำเมื่อมื้อเย็น
ให้ผูกไว้เป็นเวลาเจ็ดวันต่างชุดไว้ทุกข์
 
ในยามนั้น มื้ออาหารที่มีปริมาณน้อยอยู่แล้วยิ่งขาดแคลนเนื้อสัตว์เข้าไปอีก บางคนถึงกับเชิดปากอย่างไม่สบใจ
 นางกำนัลชั้นล่างได้รับอาหารสองมื้อต่อวัน ข้าวธัญพืช น้ำแกง บางครั้งอาจได้รับเลี้ยงจานผักเพิ่มมาอีกจาน สำหรับเหมาเหมาที่ผอมแห้งแล้วนับว่าเพียงพอ  หากส่วนมากคงไม่พอใจกัน
 
แม้จะพูดอย่างรวบรัดว่าเป็นนางกำนัลชั้นล่าง ก็มีหลายจำพวกด้วยกัน
มีทั้งที่มีพื้นเพมาจากชาวนา หญิงสาวในเมือง แม้จะน้อยนิดก็มีบุตรสาวขุนนางปะปนอยู่บ้าง ความจริงหากบิดาเป็นถึงขุนนางการต้อนรับก็ควรจะดีกว่านี้เล็กน้อย หากเมื่อถามถึงเหตุผลแล้วก็พบว่ามาจากการศึกษาของพวกนาง หากอ่านเขียนไม่ออกก็ไม่อาจยกขึ้นเป็นสนมที่ได้รับห้องหับส่วนตัว จะว่าไป นางสนมนั้นก็ถือเป็นอาชีพอย่างหนึ่ง
 
(สุดท้ายก็ไร้ความหมายหรอกหรือ)
 
เหมาเหมารู้สาเหตุของอาการขององค์รัชทายาท
 
พระสนมริฟาและบรรดานางกำนัลผู้ติดตามใช้แป้งผัดหน้าขาวผ่องเป็นปริมาณไม่น้อย  ของชั้นสูงที่ชนชั้นสามัญไม่อาจเอื้อม
 
แต่บรรดานางคณิกาชั้นสูงในหอนางโลมก็ยังหามาใช้กันได้ บางนางอาจหาเงินที่ครอบครัวชาวนาต้องใช้เวลาชั่วชีวิตได้ในราตรีเดียว บางนางก็หาซื้อเอง บางนางก็ได้รับเป็นของกำนัล
 
ผิวเนื้อที่ถูกตบแต่งจนขาวผ่องตั้งแต่ใบหน้าเรื่อยไปจนถึงลำคอกัดกินร่างกายของบรรดานางคณิกา ส่งพวกนางไปสู่ความตายมาแล้วนักต่อนัก
นั่นเพราะแม้บิดาจะกำชับว่า "อย่า" ก็ยังจะฝืนใช้กันต่อ
 
เหมาเหมาเฝ้าดูนางโลมที่เรือนร่างผอมผ่ายร่วงโรยจนถึงแก่ความตายอยู่เคียงข้างบิดาไปแล้วไม่น้อย
 
นำชีวิตและความงามขึ้นตาชั่ง สุดท้ายแล้วพลันสูญเสียไปทั้งสองอย่าง
 
ดังนั้นนางจึงหักกิ่งไม้สั้นๆ ออกมา เขียนข้อความเรียบง่ายส่งให้พระสนมทั้งสอง เอาเถิด นางเองก็ไม่คิดว่าจะมีใครเชื่อคำเตือนของหญิงรับใช้ชั้นล่างที่ไม่อาจแม้แต่จะหากระดาษหรือพู่กันมาใช้ได้เช่นกัน  
 
เมื่อสิ้นสุดช่วงเวลาไว้ทุกข์ ไม่เห็นใครผูกผ้าดำอีกต่อไป นางก็ได้ยินข่าวลือเรื่องพระสนมเกียคุโย ฮ่องเต้ผู้เสียพระทัยจากการสูญเสียองค์รัชทายาทดูจะหันมาทุ่มเทความเมตตาให้องค์หญิงน้อยผู้รอดชีวิต
 ไม่ได้ยินว่าเสด็จเข้าหาพระสนมริฟาผู้สูญเสียบุตรไปเช่นเดียวกัน
 
(ช่างเหมาะเจาะดีเหลือเกิน)
 
เมื่อดื่มน้ำแกงที่มีเศษปลาใส่อยู่เพียงเล็กน้อยจนหมด เหมาเหมาก็เก็บกวาดภาชนะกลับไปทำงาน

 


"เรียกรวมตัวหรือเจ้าคะ"
 
ขันทีเรียกเหมาเหมาที่ถือตะกร้าผ้าให้หยุดไว้
มีคำสั่งให้ไปยังห้องหัวหน้าข้าราชสำนักฝ่ายในที่ตั้งอยู่ส่วนกลาง
ข้าราชสำนักฝ่ายในถือเป็นหนึ่งในฝ่ายที่แบ่งออกคร่าวๆ ได้เป็นสามฝ่าย หญิงรับใช้ถือเป็นนางกำนัลชั้นล่าง ส่วนอีกสองฝ่าย นางสนมที่ได้รับประทานห้องถือเป็นนางใน ส่วนขันทีถือเป็นข้าหลวงฝ่ายใน
 
(มีธุระอะไรกันนะ)
 
ขันทียังเรียกหญิงรับใช้ที่อยู่บริเวณนั้นไปด้วย ดูเหมือนจะไม่ใช่นางเพียงคนเดียว
 
คงจะคนไม่พอกระมัง
เหมาเหมาวางตะกร้าลงตรงหน้าห้อง แล้วเดินตามขันทีไป

 


ห้องหัวหน้าข้าราชสำนักฝ่ายในตั้งอยู่ตรงข้างประตูใหญ่บานหนึ่งจากทั้งสี่บานที่เชื่อมระหว่างวังหลังและภายนอกเข้าด้วยกัน  ยามฮ่องเต้เสด็จเยือนวังหลังจะต้องผ่านประตูนี้อย่างแน่นอน
 
แม้จะถูกเรียกมา แต่ก็ไม่ใช่สถานที่ที่ชวนให้ผ่อนคลายเท่าใดนัก มีสิ่งที่ชวนข่มผู้มาเยือนอยู่

เทียบกับตึกของหัวหน้าข้าหลวงฝ่ายในที่อยู่ติดกันแล้วแม้จะดูด้อยกว่าหลายส่วน แต่ก็จัดว่าเป็นตึกหรูหรากว่าพระสนมชั้นกลาง หน้าต่างแต่ละบานประดับรูปสลัก ที่เสาแดงมีมังกรสีสันสดใสเลื้อยพัน
 
เมื่อก้าวเข้าห้องไปตามที่ถูกกวาดต้อนมา ก็พบว่าในห้องโล่งปราศจากสิ่งประดับประดายกเว้นแต่เพียงโต๊ะตัวใหญ่ ภายในมีเหล่าหญิงรับใช้ที่มาถึงก่อนหน้าพวกเหมาเหมาอยู่แล้วชุมนุมอยู่ราวๆ สิบนาง แต่ละนางผุดสีหน้าหวาดหวั่นแกมรอคอย และคล้ายจะแฝงแววตื่นเต้นอยู่บ้าง

"เอ้า พอเท่านี้แหละ พวกเจ้ากลับไปได้แล้ว"
 
(อ้าว?)

ไม่รู้ทำไมถึงถูกตัดช่วงอย่างผิดธรรมชาติ มีเพียงเหมาเหมาที่เข้าห้องมา ส่วนหญิงรับใช้ที่เหลือกลับไปอย่างงุนงง

เทียบกับจำนวนคนแล้ว ห้องยังเหลือพื้นที่กว้างขวางอีกมาก
 
เหมาเหมาเอียงคออย่างสนเท่ห์ เมื่อมองไปรอบๆ ก็พบว่าสายตาของเหล่านางกำนัลพากันไปรวมอยู่เป็นกระจุกเดียว
ที่มุมห้องมีสตรีที่นั่งอยู่อย่างไม่สะดุดตา ขันทีผู้ติดตาม ส่วนห่างออกไปเล็กน้อยเป็นสตรีสูงวัย  นางจำได้ว่าสตรีวัยกลางคนผู้นั้นคือหัวหน้าข้าราชสำนักฝ่ายใน ว่าแต่สตรีที่วางท่ายิ่งใหญ่ผู้นั้นเป็นใครกันนะ
 
(อื๋อ?)
 
จัดว่าไหล่กว้างสำหรับสตรี สวมชุดเรียบง่าย รวบผมไว้ด้วยผืนผ้า ที่เหลือปล่อยสยาย
 
(บุรุษหรอกหรือ)
 
บุรุษผู้นั้นเผยรอยยิ้มนิ่มนวลราวกับเทพธิดาจ้องมองเหล่าสตรีนางใน ส่วนหัวหน้าข้าราชสำนักใบหน้าแดงฉาน
 
เช่นนี้นี่เอง นางพอจะเข้าใจได้ว่าทำไมทุกคนจึงหน้าซับสีระเรื่อ
 
ข่าวลือที่ได้ยินว่ามีขันทีผู้หนึ่งงามล้ำยิ่ง คงจะหมายถึงบุรุษผู้นี่เอง เหมาเหมาคิด
เส้นผมประดุจเส้นไหม วงหน้ารูปไข่เรียบลื่น ดวงตายาวเรียวและคิ้วประหนึ่งใบหลิว กระทั่งเทพธิดาในม้วนคัมภีร์ก็อาจไม่งามพิลาศเยี่ยงนี้

(น่าเสียดาย)  
 
คำพูดเช่นนั้นผุดขึ้นมาในความคิดโดยใบหน้ามิได้เปลี่ยนสี สูญเสียของสำคัญไปแล้ว ไม่อาจให้กำเนิดบุตร หากเป็นบุตรของบุรุษผู้นั้น มิทราบว่าจะถือกำเนิดมางดงามเพียงไร
 
แต่หากมีรูปโฉมงามสะคราญไม่คล้ายมนุษย์เช่นนั้น ก็อาจยั่วยวนได้กระทั่งฮ่องเต้กระมัง ขณะครุ่นคิดอย่างไร้ความเคารพเช่นนั้น  ชายผู้นั้นก็ยืนขึ้นอย่างแผ่วพลิ้ว
เดินไปที่โต๊ะ จับพู่กันแล้วเขียนอะไรบางอย่างรวดเร็วด้วยท่าทางประณีตงดงาม
 
ผุดรอยยิ้มหวานฉ่ำราวกับวารีทิพย์แล้ว บุรุษผู้นั้นก็ยกข้อความที่ขีดเขียนขึ้น
 
เหมาเหมาตัวแข็งทื่อ
 
"หญิงหน้าตกกระผู้นั้น เจ้าอยู่ต่อ"
 
พูดย่อๆ ก็คือเขียนไว้เช่นนั้น
 
ความเคลื่อนไหวของเหมาเหมาดูจะไม่หลุดรอดสายตาไปได้
 รอยยิ้มกว้างยิ่งผุดขึ้นเต็มหน้า
 
บุรุษเก็บข้อความ จากนั้นจึงปรบมือขึ้นสองครั้ง
 
"วันนี้สลายตัว กลับไปที่ห้องได้แล้ว"
 
เหล่าหญิงรับใช้พากันออกจากห้องไปอย่างอิดเอื้อนทั้งที่ยังงุนงง พวกนางไม่อาจทำความเข้าใจได้ว่าข้อความเมื่อครู่หมายความเช่นไร
 
เหมาเหมาเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเหล่าหญิงรับใช้ที่ออกจากห้องไปล้วนร่างเล็ก มีกระบนใบหน้าสะดุดตา หากที่ไม่มีปฎิกริยาใดๆ แม้จะได้เห็นข้อความคงเป็นเพราะพวกนางอ่านไม่ออกกระมัง
ข้อความนั้นมิได้หมายถึงตัวเหมาเหมา

เมื่อคิดจะออกจากห้องไปพร้อมหญิงรับใช้นางอื่นๆ ฝ่ามือหนึ่งก็เข้ามาขยุ้มบ่าของนางไว้

เมื่อเหลียวกลับไปอย่างหวาดเกรง ก็พบรอยยิ้มของเทพธิดาที่เจิดจ้าบาดสายตา

"ไม่ได้นะ เจ้าต้องอยู่สิ"

เป็นที่แน่ชัดว่าไม่อนุญาตให้นางมีทางเลือกอื่น




NEKOPOST.NET