NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา

Ch.3 - จินชิ


 

"ยังเอะอะกันอยู่อีกหรือ"
 
ใบหน้างดงามได้รูปของจินชิแฝงแววหดหู่ ดวงหน้าเล็กละเอียดชวนให้เข้าใจผิดว่าเป็นสตรี ดวงตายาวเรียว  ผมราวเส้นไหมถูกรวบไว้ด้วยผืนผ้าก่อนปล่อยที่เหลือให้สยายเรื่อยไปตามแผ่นหลัง
 
มวลบุปฝาในวังพากันก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นได้ไม่หยุดหย่อน การระงับเหตุเองก็เป็นงานอย่างหนึ่งของเขาเช่นกัน
 
ขณะกำลังจะแหวกฝูงชนเข้าไป มีเพียงผู้เดียวที่เดินกรายออกมา บรรยากาศแปลกแยกคล้ายมิได้แยแสผู้ใด
นางเป็นหญิงรับใช้ร่างเล็ก ใบหน้าตกกระไล่ไปตั้งแต่จมูกถึงแก้ม รูปลักษณ์อื่นๆ ไม่ชวนให้สะดุดตา หากท่าทีพึมพำอันใดโดยไม่ยอมเหลือบแลตนกลับตราตรึง
 
ความจริงก็ควรจะจบเพียงเท่านั้น

 

 

ประกาศองค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์ตามมาจากนั้นในอีกไม่ถึงเดือนให้หลัง
 
พระสนมริฟาหลั่งน้ำตาคร่ำครวญ ร่างบอบบางยิ่งซูบซีดตรมตรอม ดวงหน้าที่เคยเป็นที่ล่ำลือว่างดงามดั่งดอกกุหลาบสูญสลายไร้เค้าเงา ไม่ทราบว่าล้มป่วยด้วยอาการเช่นเดียวกับพระโอรส หรือทรุดโทรมจากโรคทางใจ
 
เช่นนั้นคงไม่อาจคาดหวังทายาทคนต่อไป
 
พระธิดาหลินลี่ เชษฐภคินีต่างมารดาขององค์รัชทายาทผู้ฟื้นตัวจากอาการป่วยไข้และพระมารดาหมั่นเข้าปลอบโยนพระจักรพรรดิผู้สูญเสียองค์ชายรัชทายาท
ดูจากจำนวนครั้งที่พระจักรพรรดิแวะเวียนไปยังตำหนักแล้ว คาดว่าทายาทองค์ใหม่คงอีกไม่นานนัก
 
พระธิดาและพระโอรสป่วยด้วยสาเหตุปริศนาเช่นเดียวกัน ฝั่งหนึ่งอาการกระเตื้องขึ้น อีกฝ่ายกลับสิ้นชีวิต
 อาจด้วยความแตกต่างด้านอายุ แม้จะต่างกันเพียงสามเดือน หากส่งผลกระทบใหญ่หลวงยังกำลังกายของทารก

หากว่าพระสนมริฟาเล่า
หากพระธิดาอาการกระเตื้อง พระสนมริฟาเองก็ควรจะดีขึ้นเหมือนกันมิใช่หรือ หรือพระนางทรุดโทรมด้วยอาการทางจิตใจจากการสูญเสียพระโอรส
 
จินชิหมกหมุ่นครุ่นคิดอยู่ในหัว ขณะไล่สายตาผ่านม้วนกระดาษ ประทับตราลงไป
 
หากจะมีความผิดแผก ก็คงอยู่ที่พระสนมเกียคุโยกระมัง
 
"ข้าจะไปข้างนอกชั่วครู่"
 
เมื่อประทับตราสุดท้ายเสร็จสิ้น จินชิก็ออกจากห้องไป

 


พระธิดาที่มีพวงแก้มนุ่มนิ่มราวกับซาลาเปาเพิ่งนึ่งจากซึ้งเผยรอยยิ้มไร้เดียงสาของทารก ฝ่ามือน้อยๆ ขมวดเป็นกำปั้นกำปลายนิ้วชีของจินชิไว้แน่น
 
"เดี๋ยวเถอะ ปล่อยสิลูก"
 
โฉมงามผมแดงห่อธิดาอย่างทนุถนอม ก่อนวางลงในเปล
ทารกปัดป่ายห่อผ้าเนื้อหนา จ้องมองผู้มาเยือน ส่งเสียงอืออาไม่เป็นคำพูดอย่างอารมณ์ดี
 
"ประสงค์จะถามอะไรข้าหรือ"
 
พระสนมผู้ฉลาดเฉลียวดูจะจับความคิดของจินชิได้

"เหตุใดพระธิดาจึงอาการดีขึ้นหรือขอรับ"  
 
เมื่อถามอย่างตรงไปตรงมา พระสนมเกียคุโยก็เผยรอยยิ้มบาง หยิบเศษผ้าออกมาจากในกระเป๋า
บนเศษผ้าที่ฉีกออกโดยไม่ผ่านคมกรรไกรปรากฎตัวอักษรโย้เย้ ไม่ใช่ว่าขีดเขียนหวัด หากเป็นเพราะเขียนด้วยน้ำที่คั้นจากหญ้า มันจึงซึมอ่านยาก
 
"แป้งผัดหน้าเป็นพิษ อย่าให้ทารกสัมผัส"
 
ที่เขียนอย่างห้วนสั้นก็ไม่ทราบว่าจงใจหรือไม่
จินชิเอียงคอ
 
"แป้งผัดหน้าหรือขอรับ"
"จ้ะ"
 
พระสนมเกียคุโยส่งพระธิดาให้แม่นมแล้ว จึงหยิบบางอย่างออกมาจากลิ้นชัก
ที่พันห่อไว้ด้วยผ้าเป็นภาชนะเครื่องเคลือบ เมื่อเปิดฝา ผงขาวก็ลอยละล่องออกมา
 
"ผงผัดหน้า?"
"จ้ะ ผงผัดหน้า"
 
จินชิใช้นิ้วปาดผงมาด้วยความกังขาว่าผงขาวๆ นี้จะมีอะไรซ่อนเร้น จะว่าไป แต่เดิมพระสนมเกียคุโยก็ผิวพรรณเปล่งปลั่งงดงามอยู่แล้วจึงไม่นิยมผัดหน้า หากพระสนมริฟากลับทาเสียหนาเตอะราวกับจะกลบเกลื่อนสีหน้าอิดโรย
 
"ธิดาข้าออกจะตะกละ แค่น้ำนมของข้าคนเดียวไม่พอเพียง จึงต้องหาแม่นมมาเพิ่มเติม"
 
เห็นว่าจ้างแม่นมมาหลังทารกถือกำเนิดได้ไม่นาน
 
"นั่นเป็นของที่แม่นมเคยใช้ นางว่าสีขาวเด่นสะดุดตาดีกว่าแป้งผัดหน้าอื่นๆ จึงชอบใจใช้เรื่อยมา"
"แล้วแม่นมผู้นั้น?"
"ท่าทางไม่สบายข้าจึงให้นางออก จ่ายเงินขวัญถุงไปไม่น้อย"
 
เป็นคำพูดของพระสนมผู้ชาญฉลาดและมีเมตตา
 
หากมีพิษอันใดปะปนอยู่ในแป้งผัดหน้าเล่าจะเป็นเช่นไร
หากผู้ใช้เป็นมารดา ก็คงส่งผลกระทบถึงทารกในครรภ์ หลังถือกำเนิดก็คงปะปนอยู่ในน้ำนมที่ดูดดื่ม
 
ทั้งจินชิและพระสนมเกียคุโฮไม่อาจหยั่งรู้ว่านั่นคือสิ่งใด หากก็เข้าใจได้ว่านั่นคือพิษที่คร่าชีวิตองค์รัชทายาท
 
"ความไม่รู้ช่างเป็นบาป หากเด็กทารกเอาเข้าปาก ข้าก็ควรจะระวังให้มากกว่านี้"
"กระหม่อมเองก็เช่นกัน"
 
ผลลัพธ์นั้นทำให้ทายาทของพระจักรพรรดิสิ้นไปถึงสี่พระองค์ด้วยกัน หากรวมถึงที่อยู่ในครรภ์มารดา ก็ไม่รู้จักมีจำนวนสักเท่าใด
 
"ข้าเองก็แจ้งไปทางพระสนมริฟาแล้ว แต่จะพูดเช่นไรก็ล้วนแต่ให้ผลตรงข้าม"
 
พระสนมริฟายังพอกแป้งหน้าเตอะลงบนผิวที่ทรุดโทรมตาช้ำโหลโดยไม่รับรู้ว่าเป็นพิษ
 
จินชิมองเศษผ้าดิบผืนนั้น รู้สึกคุ้นเคยเหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่งมาก่อนอย่างประหลาด
ตัวอักษรโย้เย้นั้นอาจมองได้ว่าเป็นการจงใจปิดบังลายมือ หากก็ให้ความรู้สึกว่าเป็นอักษรของสตรี
 
"ใครเป็นคนเอาของแบบนี้มา"
"วันนั้น ข้าไปขอให้หมอยาดูอาการบุตรสาว สุดท้ายก็กลับกลายเป็นการเพิ่มภาระให้ท่านเท่านั้น พอกลับมาก็พบวางอยู่ตรงหน้าต่าง ผูกมากับกิ่งกุหลาบพันปี"

ถ้าเช่นนั้น เป็นการให้คำชี้แนะโดยรับรู้ว่าสาเหตุของเหตุชุลมุนนั้นคืออะไรหรือ
ใครกัน
 
"หมอหลวงในวังคงไม่ทำอะไรอ้อมค้อมเช่นนี้กระมัง"
"ขอรับ สุดท้ายแล้วก็ไม่อาจหาหนทางรักษาองค์รัชทายาทได้"
 
เหตุชุลมุนในครั้งนั้น
จะว่าไป เขาหวนระลึกได้ว่ามีนางกำนัลชั้นล่างผู้หนึ่งไม่ได้เข้าร่วมมุงดูเหตุการณ์
พึมพำอะไรบางอย่าง

นางพึมพำว่ากระไร

"มีอันใดพอจะใช้เขียนได้หรือไม่"
 
อะไรบางอย่างเชื่อมกันในหัว
เสียงหัวเราะหึหึหลุดรอด รอยยิ้มหยาดเยิ้มราวเทพธิดาผุดพราย
 
"พระสนมเกียคุโย หากพบตัวเจ้าของข้อความนี้ จะทำเช่นไรหรือขอรับ"
"แหม  เขาเป็นผู้มีพระคุณของข้า ก็ต้องตอบแทนคุณสิ"
"รับทราบ สิ่งนี้รับฝากไว้ที่กระหม่อมก่อนได้หรือไม่"
"แล้วข้าจะรอฟังข่าวดี"
 
จินชิไล่เรียงความทรงจำไปตามผืนผ้าที่เคยสัมผัส
 
"หากเป็นความปรารถนาของพระสนม กระหม่อมจะหาตัวให้พบให้จงได้"
 
รอยยิ้มของเทพธิดาเพิ่มความไร้เดียงสาของเด็กน้อยที่กำลังค้นหาสมบัติล้ำค่าเข้ามา




NEKOPOST.NET