[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา ตอนที่ 22 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา

Ch.22 - หลังงานเทศกาล


 "ช่างเป็นผู้ทดสอบพิษที่ร่าเริงเหลือเกินนะ" 

เมื่อบ้วนปากเสร็จยืนเหม่อลอยอยู่  ขันทีว่างงานผู้หายตัวผลุบๆ โผล่ๆ ไปมาก็พลันปรากฎตัวออกมา
ทั้งที่นางอยู่ในสถานที่ห่างไกลที่จัดเลี้ยงมาไม่น้อย ก็ยังอุตส่าห์หาเจอ

"สบายดีหรือเจ้าคะ ท่านจินชิ"

นางคิดจะโต้ตอบไปด้วยใบหน้าไร้อารมณ์เช่นเคย หากพิษที่ยังหลงเหลือทำให้แก้มคลายตัวเล็กน้อย  
ดูเหมือนตอบไปด้วยรอยยิ้ม ออกจะน่าหงุดหงิดอยู่บ้าง
 
"เจ้าต่างหากที่ดูอารมณ์ดีเชียวนะ"

จู่ๆ แขนก็ถูกคว้า

"จะทำอะไรน่ะเจ้าคะ"
"ไปหาหมอหลวงน่ะสิ มีอย่างที่ไหนกัน กินพิษเข้าไปแล้วยังกระโดดโลดเต้นอยู่ได้"

ความจริงนางก็แข็งแรงเป็นปกติดี 

หากกลืนลงไปโดยไม่คายออกมาจะเป็นอย่างไรบ้างนะ
ความอยากรู้อยากเห็นแผ่ไปทั่วร่าง
ป่านนี้อาการชาคงกำเริบไปทั่วร่างกระมัง 

(ไม่คายออกมาก็จะดีหรอก)

อย่างน้อยจะขอรับน้ำแกงที่เหลืออยู่ไปได้หรือไม่นะ
นางลองถามจินชิดู 

"เจ้านี่มันโง่จริงๆ"
"ได้โปรดเรียกว่ามีความใฝ่รู้ด้วยเถอะเจ้าค่ะ"

แหม แต่โดยทั่วไป ความใฝ่รู้เช่นนั้นก็คงโดนปัดตกกระมัง 

จินชิที่ปรกติจะเจิดจ้าเป็นประกายอย่างเสียเปล่าผู้นั้น บัดนี้ดูเหมือนจะผิดแผกแตกต่างไปเล็กน้อย 
 
แม้บนศีรษะจะมีปิ่นใหม่ปักอยู่ หากแต่ก็สวมเสื้อคลุมตัวนอกไม่ต่างจากเดิม
ไม่สิ ชายเสื้อดูจะยับย่นไปบ้าง แสดงว่าไปทำอะไรให้เกิดเรื่องขลุกขลักมางั้นหรือ มิน่าเล่า เช่นนี้นี่เอง เจ้าคนบัดสี

เสียงหวานดั่งน้ำทิพย์ออกจะแหบปร่า รอยยิ้มหยาดเยิ้มก็ไม่ปรากฎ
 
(ที่เจิดจ้าเป็นประกายอย่างนั้นก็ปรับแต่งได้ด้วยหรือ)
 
หรือว่าอ่อนล้าหลังเกิดเหตุขลุกขลัก ที่ไม่มีที่นั่งประจำอยู่ในงานเลี้ยงเป็นเพราะลอบพาสตรีนางใน ขุนนางบู๊บุ๋นหรือขันทีไปในที่ลับตา  ไม่ก็ตกเป็นฝ่ายถูกพาตัวไปเสียเองกระมัง
เอาเป็นเช่นนั้นก็แล้วกัน
หัวไม่วางหางไม่เว้นจริงๆ

(แบบนี้ยังดีเสียกว่า)
 
รูปงามก็จริง แต่ลักษณะเช่นนี้ยังดูเป็นชายหนุ่มสมวัยมากกว่า ไม่สิ ออกจะดูเยาว์กว่าอายุอยู่หลายส่วนด้วยซ้ำ
หากครั้งหน้าจะมาอีก ขอให้เกาชุนพามาหลังเสียกำลังกายไปกับเรื่องเช่นนั้นบ้างแล้วน่าจะดีกว่า 
ส่วนเกาชุนจะยอมรับฟังคำขอของนางหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
 
"เพราะเจ้าเดินออกมาท่าทางเป็นปกติมากมาย จึงมีผู้สงสัยว่าเป็นพิษจริงหรือไม่ ลองกิน

เข้าไปน่ะสิ"
"ใครกันหรือเจ้าคะ เจ้างั่งนั่น"

พิษที่ใช้คือพิษปักเป้า
หากไม่ผ่านไประยะหนึ่ง พิษก็จะไม่แสดงอาการ

"ท่านเสนาบดีใหญ่ตัวชาไปแล้ว ทางโน้นเอะอะกันใหญ่เชียว"

มิน่าเล่า อนาคตของประเทศนี้คงอันตรายไม่น้อย 

"ไหนๆ แล้ว น่าจะใช้นี่นะเจ้าคะ"

นางหยิบถุงผ้าออกมาจากเนินอก เป็นยาอาเจียนที่ซุกไว้ในผ้าเสริมหน้าอกนั่นเอง

"ปรุงขึ้นมาให้อาเจียนได้อย่างหมดไส้หมดพุงจนกระเพาะแทบจะพลิกกลับด้านเลยนะ

เจ้าคะ"
"นั่นมันพิษไม่ใช่หรือ"

จินชิเอ่ยอย่างเหนื่อยหน่าย 

"ทางนั้นก็มีหมอหลวงอยู่ ปล่อยให้จัดการไปได้ไม่มีปัญหา" 

เหมาเหมานึกขึ้นได้ พลันหยุดชะงักเท้า
 
"มีอะไรหรือ"
"ข้ามีเรื่องใคร่จะไหว้วาน  มีผู้ที่อยากให้ท่านพาตัวมาด้วยกันเจ้าค่ะ"
"แล้วเป็นใครกันเล่า" 

อีกฝ่ายขมวดคิ้ว เอียงคอ 

"กรุณาเรียกเต๋อเฟย พระสนมรีชูมาได้หรือไม่เจ้าคะ"

เหมาเหมาพูดด้วยอาการสงบนิ่ง 
 

 

พระสนมรีชูผู้ถูกเรียกตัวมา เผยรอยยิ้มสดใสเยี่ยงฤดูใบไม้ผลิให้จินชิ และทำหน้าชืดชาคล้ายจะถามว่าเจ้าเป็นใครใส่เหมาเหมา มือขวาลูบมือซ้ายไม่หยุดหย่อนคล้ายกระวนกระวาย 

แม้จะเยาว์วัยก็ยังเป็นสตรี

นางคิดจะมุ่งหน้าไปยังตำหนักหมอหลวง หากเจ้าคนใหญ่คนโตโง่งั่งทำให้ฝูงชนแห่แหนกันมาอย่างแออัด จึงจำต้องใช้ห้องทำงานที่ว่างวายโดยปริยาย
เมื่อเปรียบเทียบกันเช่นนี้แล้ว ตัวอาคารก็ดูจะสร้างให้แตกต่างจากในวังหลังอยู่บ้าง

พระสนมรีชูทำหน้างออยู่ในห้องใหญ่ที่โล่งกว้างปราศจากการตบแต่ง 

ส่วนนางกำนัลผู้ติดตามนั้น เหมาเหมาขอให้เกาชุนพามาเพียงนางเดียว 

เหมาเหมาดื่มน้ำยาถอนพิษจากกาน้ำชา ความจริงไม่ดื่มนางก็มิเป็นไร แต่โดนกำชับให้เผื่อไว้ก่อน ตัวนางเองก็มีความสนใจในตัวยาที่ผู้อื่นเป็นผู้ปรุงจึงดื่มลงไป 
 
ผิดกับหมอกำมะลอ หมอหลวงที่นี่ดูจะมีฝีมือเก่งกาจ
หากรู้ว่าเป็นพิษปักเป้า ก็คงรู้ว่ายาถอนพิษไร้ประโยชน์กระมัง

วางกาน้ำชาลงแล้ว นางก็ย่อตัวลงคารวะพระสนมรีชู

"ขออภัยที่ล่วงเกิน"
"!?" 
 
นางจับแขนซ้ายของพระสนมแล้วเลิกชายแขนเสื้อยาวๆ ขึ้น ลำแขนขาวผ่องเรียวบาง

ปรากฎแก่สายตา

"ว่าแล้วเชียว" 

ผิวสัมผัสที่ควรจะราบลื่นละมุนละไมกลับปรากฎผื่นแดง

"มีของที่รับประทานไม่ได้อยู่สินะเจ้าคะ จำพวกปลา"

พระสนมรีชูยังคงก้มหน้านิ่ง 
 
"หมายความว่าอย่างไร"

จินชิกอดอกรับฟังอยู่
ความนุ่มนวลของนางเซียนสวรรค์กลับมาอีกครั้ง
หากปราศจากรอยยิ้มตามปกติ 

"ในบางกรณี คนเรามีของที่ไม่อาจรับประทานไม่เหมือนกันเจ้าค่ะ นอกจากจำพวกปลา

แล้ว ก็ยังมีไข่ ข้าวสาลี หรือของจำพวกนม อย่างตัวข้าเองก็ทานโซบะไม่ได้" 

ผู้ที่เผยสีหน้าตกตะลึงให้เห็นอย่างปิดไม่มิดคือจินชิและเกาชุน ราวกับจะบอกว่าทียาพิษยังกินเข้าไปได้หน้าตาเฉย 
 
(ช่างข้าเถอะน่า)

อย่างน้อยนางก็ได้พยายามที่จะกินเข้าไปแล้ว หากหลอดลมตีบหายใจติดขัด ที่สำคัญ เมื่อรับทานลงไป ท้องดูดซึมแล้วก็จะเกิดเป็นผื่น ยากจะปรับปริมาณที่เหมาะสม อีกทั้งกว่าอาการจะดีขึ้นก็ต้องใช้เวลา นางจึงเลิกหวังจะคุ้นชินไปเอง 
คิดไว้ว่าหากมีโอกาสก็อยากทดลองอีกสักครั้ง หากในวังหลังที่มีแต่หมอกำมะลอผู้นั้น เหล่านี้คงไม่อาจกระทำแล้ว 
 
"ทำไมเจ้าถึงรู้ล่ะ"

พระสนมเปิดปากออกอย่างหวาดๆ

"เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ไม่ทราบว่าท้องไส้เป็นอย่างไรบ้างเพคะ เท่าที่เห็น ดูจะไม่มีอาการชักหรือคลื่นไส้นะเพคะ"

ถ้าอย่างไรข้าจะปรุงยาแก้อาการถ่ายท้องเตรียมไว้ให้ก่อน หากพระสนมส่ายศีรษะอย่างดื้อรั้น
ต่อหน้าผู้เหมือนเซียนสวรรค์ที่ตนปลาบปลื้มแล้ว พูดเช่นนั้นออกจะโหดร้ายไปบ้าง ถือว่าเป็นการเอาคืนเล็กๆ น้อยๆ 
 
"ถ้าเช่นนั้น เชิญนั่งลงรับฟังด้วยเพคะ"

เกาชุนชายผู้อ่อนน้อมผิดกับรูปร่างหน้าตาดึงเก้าอี้ออกรออยู่แล้ว พระสนมรีชูทรุดกายลงนั่ง 

"เป็นเพราะสำรับของท่านสลับกับสำรับของพระสนมเกียคุโยเพคะ พระสนมเกียคุโยไม่มีข้อรังเกียจรังงอน  จึงทานของแบบเดียวกับฮ่องเต้ได้แทบทุกประการ" 
 
หากทั้งจานที่หนึ่งและจานที่สอง เครื่องที่ยกมาล้วนไม่เหมือนกัน

"ปลาซาบะและหอยเป๋าฮื้อหรือเจ้าคะ ที่ท่านรับประทานไม่ได้" 

พระสนมพยักหน้าหงึก
อาการหวั่นไหวของนางสนมเบื้องหลังไม่หลุดรอดสายตาเหมาเหมาไปได้ 

"นี่เป็นสิ่งที่มีแต่เจ้าตัวที่กินไม่ได้เท่านั้นที่จะรู้ หากแต่เป็นปัญหาที่ร้ายแรงกว่าชอบหรือไม่ชอบนะเพคะ ครั้งนี้ยังนับว่าดีที่จบแค่ขึ้นผื่นลมพิษ  หากบางครั้งอาจส่งผลถึงขั้นลมหายใจติดขัด ส่งผลให้หัวใจหยุดชะงักได้ ยิ่งยกมาโดยรู้อยู่แก่ใจ ก็ไม่ต่างอะไรกับวางยาพิษด้วยมือตัวเอง" 

คำว่าพิษก่อให้เกิดปฎิกริยาเกินขนาด

"ท่านรีชูคงไม่อาจเอ่ยออกมาด้วยเกรงว่าจะทำลายบรรยากาศงานรื่นเริง หากนี่เป็นการกระทำที่อันตรายอย่างยิ่งนะเพคะ"  
 
เหมาเหมาส่งสายตาคลุมเครือไปมาระหว่างพระสนมและนางกำนัล

"ได้โปรดอย่าลืมด้วยเพคะ"

ให้คำเตือนลอยๆ โดยไม่ได้ระบุตัวตน

เว้นช่วงไปครู่หนึ่งจึงว่า

"ช่วยแจ้งให้ทางฝ่ายห้องเครื่องผู้ยกสำรับทราบด้วยนะเพคะ"

แม้จะแจ้งไปเช่นนั้น หากดูเหมือนจะไม่ได้เข้าหัวพระสนมและนางกำนัล 
 
เหมาเหมาอธิบายให้นางกำนัลผู้ติดตามตระหนักถึงอย่างถี่ถ้วน และยังเขียนวิธีแก้พิษมอบให้ด้วยหากเกิดอะไรขึ้น
นางกำนัลยังคงใบหน้าเผือดซีด พยักหน้ารับทั้งที่ยังสั่นเทา

(ขู่ประมาณนี้ก็พอกระมัง)

นางกำนัลผู้นั้นก็คือสตรีผู้ทดสอบพิษ
หญิงผู้ยิ้มพรายนางนั้น
 

 

 

หลังพระสนมรีซูออกไป ก็สัมผัสได้ถึงบรรยายกาศเหนียวหนับและมือที่เอื้อมมาแตะบ่า
นางทำสายตาเยือกเย็นประหนึ่งยอมเห็นไส้เดือนตากแห้งเสียยังดีกว่า 

"ผู้น้อยเป็นคนต้อยต่ำ รบกวนท่านอย่าแตะต้องมือของผู้น้อยได้หรือไม่"

สื่อทางอ้อมให้เจ้าคนบัดซบนี่อย่ามายุ่มย่ามกับนาง

"คนที่พูดแบบนั้นก็มีแต่เจ้านั่นแหละ"
"ถ้าเช่นนั้นผู้อื่นคงจะเกรงอกเกรงใจยั้งถ้อยคำไว้กระมังเจ้าคะ"  
 
นางขยับออกห่าง
ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างอึดอัด มองหาเกาชุนผู้เป็นประหนึ่งยาเยียวยาใจ หากผู้รับใช้

ผู้ซื่อสัตย์ต่อนายกลับส่งสายตาวิงวอนว่า "รบกวนท่านช่วยอดทน"  
 
"ถ้าเช่นนั้น ข้าจะขอตัวไปรายงานให้ท่านเกียคุโยทราบ"
"เหตุใดจึงจงใจรั้งนางกำนัลผู้ทดสอบพิษให้อยู่ในห้องเดียวกัน"

ชายผู้นี้พุ่งเข้าประเด็นสำคัญอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว เช่นนี้จึงยากรับมือ 

"ไม่ทราบพูดเรื่องอะไรกันเจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจ" 

นางตอบอย่างไร้อารมณ์

"ถ้างั้นจะบอกว่าเป็นความผิดของผู้ยกสำรับมาวางหรือ"
"เรื่องนั้นข้าเองก็ไม่ทราบ"  

เฉไฉไปจนสุดความสามารถ
 
"อย่างน้อยก็ช่วยตอบคำถามนี้ของเราหน่อยเถอะ ผู้ที่โดนเพ่งเล็งคือเต๋อเฟยสินะ"
"หากจานอื่นไม่มีพิษใส่อยู่"

ก็จะเป็นเช่นนั้น 

มองดูจินชิครุ่นคิดแล้วเหมาเหมาก็ออกจากห้อง เอนหลังพิงกำแพงถอนหายใจเฮือกใหญ่  




NEKOPOST.NET