[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา ตอนที่ 21 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา

Ch.21 - งานรื่นเริงในอุทยาน ตอนสาม


 

เมื่อเข้าสู่เที่ยงวัน เหมาเหมาก็ผลัดเวรกับหงเหนียนไปกับยืนประจำด้านหลังพระสนมเกียคุโย

นางทำตามคำแนะนำของอิงฟา นำปิ่นสามเล่มที่ได้รับทั้งหมดไปเหน็บไว้ที่เอว ที่ได้รับประทานจากพระสนมเกียคุโยคือสร้อยคอ ดังนั้นแม้จะมีปิ่นปักประดับผมไว้ซักเล่มความจริงไม่นับว่าเสียหาย หากอาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำกับปิ่นที่ไม่ได้นำมาประดับ 
 
เมื่อมองที่นั่งในงานเลี้ยงจากตำแหน่งที่นั่งผู้มีเกียรติ ก็นับว่าตระการตาไม่น้อย

ฝั่งตะวันตกเรียงรายด้วยขุนนางฝ่ายบู๊ ฝั่งตะวันออกเรียงรายด้วยขุนนางฝ่ายบุ๋น ส่วนผู้ที่นั่งอยู่บนโต๊ะแถวยาวมีประมาณสองในสิบส่วนของขุนนางเหล่านั้น เกาชุนเองก็นั่งอยู่ในฝั่งขุนนางฝ่ายบู๊ นางเข้าใจแล้วว่าเขามียศสูงกว่าที่คะเนไว้ แต่ยังนึกแปลกใจอยู่ที่ขันทีเข้าไปนั่งปะปนอยู่โดยไม่แปลกปลอม   
 
บุรุษร่างใหญ่เมื่อครู่ก็นั่งอยู่ด้วย หากนั่งอยู่ปลายแถวไกลกว่าเกาชุน แต่เมื่อคำนึงถึงอายุแล้ว ก็อาจจัดว่าเป็นบุรุษหัวแถวที่ก้าวหน้าได้รวดเร็ว 
 
 ไม่เห็นจินชินั่งอยู่ตรงไหนในฝั่งตรงข้าม ออกจะแพรวพราวถึงขนาดนั้น น่าจะหาพบได้อย่างรวดเร็วแท้ๆ
นางไม่มีความจำเป็นต้องค้นหาเขา จึงกลับมาเพ่งสมาธิอยู่กับหน้าที่หลักของตน 

เมื่อแรกเป็นสุราก่อนอาหาร รินจากภาชนะเครื่องเคลือบลงจอกเงินทีละน้อย
เหมาเหมาเขย่าจอกอย่างเชื่องช้า ตรวจสอบด้วยสายตาว่าบริเวณที่แตะต้องไม่ได้ขึ้นฝ้ามัว
หากเป็นพิษสารหนู สีจะหมองลง
 
หมุนวนเบาๆ แล้วจึงสูดกลิ่น อมไว้ในปาก ทราบว่าไม่มีพิษแล้ว แต่ด้วยความเป็นผู้ทดสอบจึงจำต้องกลืนลงคอ มิเช่นนั้นจะไม่ถือว่าเสร็จสิ้นการทดสอบพิษ เมื่อกลืนลื่นไหลลงลำคอไป ก็กลั้วคอตามด้วยน้ำบริสุทธิ์ 

(อ้าว)  

ดูเหมือนนางจะเป็นที่จับตามอง 
 
ผู้ทดสอบพิษผู้อื่นยังไม่ได้แม้แต่จะยกจอกขึ้นแตะริมฝีปากด้วยซ้ำ
เมื่อมั่นใจแล้วว่าเหมาเหมาไม่เป็นไร จึงค่อยๆ ยกจอกขึ้นจิบอย่างหวาดๆ

(อา ก็ปกติน่ะนะ)  
 
ไม่ว่าใครก็เกรงกลัวความตาย
หากมีใครลงมือก่อนตน มองให้ชัดเจนก่อนค่อยกระทำตามย่อมปลอดภัยกว่า

(ถ้าจะวางยาในงานเลี้ยง ก็สมควรเป็นยาที่ออกฤทธิ์ทันที)
 
ในบรรดาเหล่านี้ ผู้ที่ชื่นชอบจะรับพิษเข้าไปในร่างคงมีแต่เหมาเหมากระมัง
เผ่าพันธุ์คนประหลาดที่ไม่มีอยู่มากนักในโลก 

(ถ้าได้ปลาปักเป้าก็จะดีหรอก เอาเครื่องในปลอมปนใส่มาในน้ำแกงให้แนบเนียน)
 
ความรู้สึกชาที่ปลายลิ้นช่างวิเศษเกินหักห้ามใจ เพื่อให้ได้ลิ้มรสสิ่งนั้นแล้ว นางไม่ทราบว่าต้องผ่านการอาเจียนล้างท้องมากี่รอบ ระหว่างที่ครุ่นคิดเช่นนั้น สายตาก็สบเข้ากับนางกำนัลที่ยกอาหารเรียกน้ำย่อยเข้ามา ดูเหมือนมุมปากนางจะยกขึ้น ยิ้มแสยะอยู่อย่างน่าขยะแขยง อีกฝ่ายผวาอย่างเห็นได้ชัด  

นางปรับสีหน้ากลับสู่ความไร้อารมณ์ดั่งเดิม  
 
อาหารเรียกน้ำย่อยที่ได้รับมาเป็นจานโปรดของฮ่องเต้ บางครั้งยกออกมาเป็นกระยาหารมื้อดึก
ดูเหมือนห้องเครื่องของวังหลังจะเป็นผู้ปรุงอาหารเหล่านี้ เป็นกับข้าวหน้าตาเดิมๆ 

ผู้ทดสอบพิษคนอื่นพากันมองเหมาเหมาเป็นตาเดียว นางจึงรีบๆ คว้าตะเกียบขึ้นคีบ
 
เป็นปลากับผักคลุกน้ำส้ม
แม้จะเป็นบุรุษมากรัก หากเรื่องด้านอาหารการกินนั้นใส่ใจสุขภาพเกินคาด ผู้ทดสอบพิษเช่นนางสามารถพูดได้

(สำรับอาหารผิดหรือเปล่านะ)
 
เครื่องผิดกับตามปกติ  
ทางห้องครัวย่อมไม่มีทางปรุงอาหารอันเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ผิดจาน 

อาจเป็นได้ว่าสำรับที่ทำขึ้นถวายพระสนมผู้อื่นยกผิดมาทางนี้
ห้องเครื่องของวังหลังมากความสามารถ แม้จะเป็นอาหารขึ้นโต๊ะเดียวกัน ก็ยังปรุงแยกสำหรับถวายฮ่องเต้และพระสนม
พระสนมเกียคุโยอยู่ระหว่างให้นม อาหารส่วนมากจึงเป็นอาหารบำรุงน้ำนม 
 
เมื่อการทดสอบพิษเสร็จสิ้น เท่าที่มองสำรับที่ผู้อื่นรับประทาน ดูเหมือนสำรับจะถูกส่งมาผิดจริงๆ
พระสนมรีชูผู้ไม่อ่านบรรยากาศใบหน้าซีดเผือด

(ไม่ชอบหรอกหรือ)
 
หากเป็นของที่ฮ่องเต้โปรดปราน ตนย่อมไม่อาจเหลือทิ้งไว้
ได้แต่กล้ำกลืนลงไปอย่างจำยอม 
 
เมื่อมองไปทางด้านหลัง นางกำนัลผู้ทำหน้าที่ทดสอบพิษหลุบตาลง ริมฝีปากขยับเขยื้อน ยังมองออกว่าริมฝีปากเหยียดป็นวงโค้งน้อยๆ

(เห็นสิ่งน่ารังเกียจเข้าแล้ว)

นางดึงสายตากลับ รับอาหารจานต่อไปมา  
 


○●○

หากเป็นเพียงงานเลี้ยงสังสรรค์ทั่วไปก็ดีหรอก

ริฮาคุรู้สึกไม่ถูกชะตากับบรรดาขุนนางสูงส่งที่มองเหยียดลงมาจากที่นั่งด้านบนของผู้มีเกียรติเอาเสียเลย
 
ไม่ทราบว่างานเลี้ยงกลางแจ้งท่ามกลางความหนาวเหน็บมีลมพัดโกรกเยี่ยงนี้จะสนุกสนานได้อย่างไร 


ไม่สิ ถ้าเป็นเพียงงานเลี้ยงธรรมดาก็ยังดี ทำตามธรรมเนียมเก่าก่อน ร่วมกินเนื้อเสพสุรากับสหายผู้รู้ใจในสวนดอกท้อ ใยมิใช่สุขสำราญอย่างยิ่ง 
 
หากแต่เมื่อร่วมงานกับเหล่าผู้สูงศักดิ์แล้ว พิษก็ย่อมติดตามมาด้วย 
ไม่ว่าจะใช้วัตถุดิบเลิศลอย ปรุงตำรับลับอย่างสุดฝีมือเพียงใดก็ตาม กว่าจะรอให้การทดสอบพิษเสร็จสิ้นได้ลิ้มรส อาหารก็เย็นชืด รสชาติตกลงไปครึ่งหนึ่ง

ตนไม่ใช่ว่าจะตำหนิผู้ทดสอบพิษ หากท่าทางการกล้ำกลืนช้อนอย่างเชื่องช้าด้วยสีหน้าประหวั่นในทุกๆ ครั้ง กระเพาะจะใหญ่เพียงไรก็ให้ตีบลงเป็นธรรมดา
 
ตนคิดว่าวันนี้ก็คงไม่พ้นปล่อยเวลายาวนานให้ผ่านไปอย่างเสียเปล่าดังเช่นทุกครั้ง
 
หากก็ดูเหมือนจะไม่ใช่
 
ตามปกติแล้ว ผู้ทดสอบพิษแต่ละคนจะมองหน้ากันและกันพลางกำหนดลำดับการยื่นช้อนออกไป
หากในวันนี้ดูจะมีผู้ทดสอบพิษที่กระตือรือร้นอย่างยิ่งอยู่ผู้หนึ่ง  

นางกำนัลร่างเล็กผู้ทดสอบพิษประจำตัวกุ้ยเฟยไม่เหลียวแลรอบข้างแม้แต่แวบเดียว ยกจอกเงินขึ้นสั่นเบาๆ แล้วส่งสุราก่อนอาหารอมเข้าปาก
หลังจากกลืนลงอย่างเชื่องช้าแล้วจึงกลั้วปากเหมือนไม่มีเรื่องอันใด 
 
นางดูคุ้นตาคล้ายเคยเห็นที่ไหน ที่แท้ก็เป็นคนหนึ่งที่เขามอบปิ่นออกไป รูปลักษณ์ไม่ได้สะดุดตา  ใบหน้าจัดว่าได้รูปหากปราศจากลักษณะเด่น สำหรับในวังหลังที่ดาษดื่นไปด้วยนางในผู้งดงามแล้ว จัดว่าหน้าตาจืดชืดเสียด้วยซ้ำ
หากว่าในสีหน้าไร้อารมณ์นั้น กลับมีแววตาที่สามารถข่มขู่ให้ผู้อื่นหวาดระย่อ
 
เมื่อแรกเขาคิดว่านางเป็นสตรีที่เฉยชา หากใบหน้ากลับแสดงอารมณ์หลากหลายกว่าที่คาด
 เมื่อแรกคิดว่าจะตีหน้าเฉย หากจู่ๆ ก็เกิดยิ้มแย้ม แล้วก็พลันกลับไปทำหน้านิ่งดั่งเดิม ต่อไปก็ตีสีหน้าไม่สบอารมณ์
จะอย่างไร นางก็ทดสอบพิษอย่างปลอดโปร่งราวกับไม่เห็นเป็นอันใด ชวนให้นึกขบขันอย่างบอกไม่ถูก
ต่อไปจะทำหน้าตาอย่างไรกันนะ ถือเป็นการฆ่าเวลาที่ดีทีเดียว 
 
น้ำแกงถูกยกออกมา แม่นางจุ่มช้อนลงไป ตรวจตราด้วยสายตา แล้วนำมาวางบนลิ้นเบาๆ 

ดวงตาของแม่นางคล้ายจะเบิกกว้างขึ้นชั่วขณะ ก่อนจะผุดรอยยิ้มหยาดเยิ้มราวกับจะละลาย 

แก้มแดงระเรื่อ ดวงตาหยาดชื้น ริมฝีปากหยักเป็นวงโค้ง มองเห็นฟันขาวและลิ้นยั่วยวนจากปากที่เผยออ้า

เพราะอย่างนี้อิสตรีจึงน่ากลัว 
 
ท่าทางแลบลิ้นเลียน้ำแกงที่ติดอยู่ที่ริมฝีปาก ดูราวกับเป็นรอยยิ้มของนางโลมชั้นสูงสุด เป็นดั่งเช่นผลไม้สุกงอมก็ไม่ปาน 

ไม่ทราบว่าอาหารรสชาติยอดเยี่ยมปานใดกัน

อะไรบันดาลให้แม่นางผู้จืดชืดกลับหยาดเยิ้มได้ถึงเพียงนั้น คนครัวของวังหลวงคงมีฝีมือยอดเยี่ยมหาตัวจับยากแล้ว

เมื่อกลืนน้ำลายลงคอ แม่นางก็กระทำสิ่งที่เกินความคาดคิด

นางหยิบเอาผ้าเช็ดมือออกมาจากในกระเป๋า ยกขึ้นปิดปากแล้วคายสิ่งที่รับประทานไปออกมา 

"นี่เป็นพิษเจ้าค่ะ"

นางกำนัลผู้กลับมามีสีหน้าไร้อารมณ์ แจ้งความในหน้าที่ให้ทราบก่อนหายลับไปหลังม่าน

เสียงฮือฮาบ่งบอกการสิ้นสุดของงานเลี้ยง 




NEKOPOST.NET