[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา ตอนที่ 20 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา

Ch.20 - งานรื่นเริงในอุทยาน ตอนสอง


ความรู้สึกแรกที่มีต่อเต๋อเฟย พระสนมรีชู คือนางช่างเป็นคนที่อ่านบรรยากาศไม่ออกเสียเหลือเกิน

ช่วงแรกของงานฉลองจบลง ในช่วงพักคั่นเวลา เหมาเหมาและกุยเอ็งจึงไปเฝ้าราชธิดา ระหว่างที่กุยเอ็งเปลี่ยนหินอุ่นที่เริ่มเย็นลง เหมาเหมาก็เข้าตรวจร่างกายของทารก

(ไม่ผิดปกติที่ไหนเป็นพิเศษกระมัง)
 
พระราชธิดาหลิงลี่ที่ร้องกรี๊ดกร๊าดแก้มแดงสุกปลั่งราวกับลูกผิงกั่ว (แอปเปิล) รู้จักแสดงสีหน้าท่าทางต่างๆ เพิ่มขึ้นกว่าช่วงที่พบกันครั้งแรกเป็นอันมาก ได้รับความรักใคร่เอ็นดูจากฮ่องเต้ผู้เป็นบิดาและไทเฮาผู้เป็นพระอัยยิกาอย่างยิ่ง
 
(แต่ปล่อยไว้กลางแจ้งแบบนี้ตลอดจะดีหรือ)
 
หากทารกเกิดเป็นหวัดขึ้นมาด้วยเหตุนี้ ศีรษะนางอาจปลิวได้ นับว่าไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
ด้วยเหตุนี้ เปลของพระธิดาจึงให้ช่างฝีมือทำเปลครอบให้เป็นพิเศษ ดูอบอุ่นมั่นคงคล้ายรังนกก็ไม่ปาน

(เอาเถอะ ก็น่ารักดีนี่นา )

แม้แต่เหมาเหมาที่ไม่ใช่คนรักเด็กก็ยังมองว่าน่ารักน่าเอ็นดู ทารกช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวนัก  
 
นางอุ้มราชธิดาที่เริ่มคลานได้ ทำท่าอยากเที่ยวเล่นที่ภายนอกลงในเปลอย่างยากลำบาก ขณะจะส่งต่อให้หงเหนียน ก็ได้ยินเสียงหายใจฟืดฟาดจากด้านหลัง

สาวน้อยวัยเยาว์สวมใส่ชุดแขนเสื้อกว้างสีชมพูเข้มหรูหราบาดตากำลังมองมา เบื้องหลังยังมีนางกำนัลติดตามมาอีกหลายคน  ใบหน้าจิ้มลิ้ม หากเชิดปากน้อยๆ แสดงความไม่สบอารมณ์ของตนอย่างโจ่งแจ้ง
 
(นี่น่ะหรือแม่สามีผู้เยาว์)

หงเหนียนและกุยเอ็งก้มศีรษะลงต่ำ นางจึงทำตาม
 
พระสนมรีชูพานางกำนัลเดินจากไปทั้งที่ใบหน้ายังคงความไม่สบอารมณ์

"นั่นน่ะหรือเจ้าคะท่านเต๋อเฟย"
"อา ใช่แล้ว ดูก็คงรู้ใช่ไหมล่ะ"
"คงอ่านอะไรหลายๆ อย่างไม่ออกกระมังเจ้าคะ"

หากถามว่าที่อ่านไม่ออกคืออะไร ก็ต้องตอบว่านั่นคือบรรยากาศ

พระชายาเอกทั้งสี่ต่างได้รับมอบสัญลักษณ์แตกต่างกันไป
 
พระสนมเกียคุโย มีสีแดงฉานและหยกเขียวเป็นเอกลักษณ์ พระสนมริฟาเป็นสีฟ้าเข้มและแก้วผลึก ซูเฟย ดูจากเสื้อผ้าผู้ติดตามแล้วคงเป็นสีดำกระมัง นางพำนักอยู่ในตำหนักทับทิม อัญมณีประจำตัวก็คงหนีไม่พ้นทับทิมเช่นกัน
 
(แต่ไล่ลำดับจากปัญจธาตุแล้ว ก็น่าจะเป็นสีขาวไม่ใช่หรือ)
 
อาภรณ์ที่พระสนมริชูสวมใส่เป็นสีชมพูเข้ม นับว่าออกจะซ้ำซ้อนกับอาภรณ์สีแดงของพระสนมเกียคุโยอยู่บ้าง จากลำดับที่นั่งในงานเลี้ยงแล้ว พระสนมเกียคุโยและพระสนมรีชูนั่งอยู่ข้างกันและกัน ดูเผินๆ แล้วออกจะเป็นการประชันสีอย่างไม่เหมาะสม

(จะว่าไป)

เสียงทะเลาะเบาะแว้งระหว่างหมู่นางกำนัลด้วยกันที่ได้ยินมาแต่ไกล ก็ดูจะเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้น

"จะว่าไงดี นางยังเด็กน่ะนะ"

คำพูดประโยคเดียวพร้อมกับเสียงถอนใจของหงเหนียนบอกเล่าทุกสิ่งหมดสิ้น
 

 


เมื่อหินอุ่นเริ่มเย็นชืด ก็ใส่ลงไปในเตาไฟที่เตรียมไว้ล่วงหน้า
เหล่านางกำนัลในสังกัดผู้อื่นลอบมองมาจากไกลๆ นางจึงไปขออนุญาตพระสนมเกียคุโยมอบหินหลายก้อนให้พวกนางไป
ดูน่าขันที่ได้เห็นเหล่านางกำนัลที่เห็นผ้าไหมอัญมณีเสียจนชืดชากลับยินดีกับเพียงหินอุ่นๆ

น่าเสียดายที่เหล่านางกำนัลจากตำหนักผลึกแก้ว เพียงเหมาเหมาเข้าใกล้ ก็พากันทิ้งระยะไปห่างไกลราวกับโดนแม่เหล็กผลักดัน นางจึงไม่อาจมอบให้ไป
 
"เจ้าจะเป็นคนดีไปหน่อยหรือเปล่า"

อิงฟาว่าอย่างระอิดระอา

"พูดไปก็อาจจะใช่นะเจ้าคะ"

นางพูดในสิ่งที่คิดออกมาตามตรง

(จะว่าไป)
 
เมื่อเข้าสู่ช่วงพัก ดูเหมือนหลังม่านจะมีคนผ่านไปมาหนาแน่น
ไม่เพียงนางกำนัล ยังมีขุนนางฝ่ายบู๊ฝ่ายบุ๋นเดินไปเดินมากันให้ขวั่ก
ทุกผู้คนล้วนแล้วแต่ถือเครื่องประดับไว้ในมือ
 
บ้างหันหน้าเข้าหานางกำนัลสองต่อสอง บ้างล้อมรอบด้วยหลายนาง
กุยเอ็งและไอรันก็ดูเหมือนกำลังพูดคุยกับขุนนางฝ่ายบู๊ที่นางไม่รู้จักอยู่
 
"ชักชวนบุคคลเก่งกาจที่เร้นกายอยู่ในสวนบุปผาแบบนั้นไงล่ะ"
"เจ้าค่ะ"
"มอบเครื่องประดับเป็นสัญลักษณ์แทนตัวให้"
"งั้นหรือเจ้าคะ"
"แต่บางทีก็มีความหมายอื่นเหมือนกันนะ"
"เช่นนี้นี่เอง"
 
นางให้คำตอบอย่างขอไปทีผิดกับทุกครั้ง อิงฟาจึงกอดอกทำปากยื่น

"ข้าบอกแล้วไงว่ายังมีความหมายอื่นด้วย"
"เช่นนั้นหรือเจ้าคะ"

นางไม่คิดจะถามว่าความหมายเหล่านั้นคืออะไร

"งั้นขอปิ่นนั่นให้ข้าหน่อย"
"ย่อมได้ แต่ต้องเป่ายิ้งฉุบแข่งกับอีกสองคนนั้นนะเจ้าคะ"
 
นางว่าพลางพลิกหินอุ่นในเตาไปมา

สำหรับเหมาเหมาผู้คิดจะกลับไปยังย่านเริงรมณ์ทันทีในอีกสองปีให้หลังเมื่อออกเวร  เหล่านี้ล้วนไม่มีความข้องเกี่ยวกับนาง

ที่สำคัญกว่านั้น
 
(ถ้าจะโดนเจ้าคนแบบนั้นใช้งาน ข้าขอเป็นเด็กรับใช้ในตำหนักผลึกแก้วเสียยังดีกว่า)
 
นางคิดพลางทำสายตาราวกับมองเห็นจักจั่นสิ้นลมหายใจ จากนั้น

"แม่นาง เชิญรับสิ่งนี้"

ปิ่นถูกยื่นมาตรงหน้า
 
เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นชายร่างใหญ่ใบหน้าองอาจส่งรอยยิ้มมาให้ ยังไม่ถึงวัยไว้หนวดเครา หน้าตาจัดอยู่ในประเภทหล่อเหลา หากสำหรับเหมาเหมาที่มีภูมิต้านทานต่อรอยยิ้มสูงอย่างเสียเปล่าแล้ว เพียงแต่จ้องกลับไปโดยไม่มีความรู้สึกอันใด

ดูเหมือนขุนนางฝ่ายบู๊ผู้นั้นจะตระหนักว่าปฏิกริยาที่ได้รับผิดจากที่คาด หากมือที่ยื่นออกไปก็ยังไม่หดกลับเข้ามา เขาย่อตัวลงนั่งบนปลายเท้า บัดนี้ขาจึงเริ่มสั่นแล้ว
ดูเหมือนเหมาเหมาเองก็จะรู้ตัวว่าตนเป็นผู้ผลักดันให้บุรุษผู้นั้นให้ตกอยู่ในฐานะยากลำบาก

"ขอบคุณท่าน"
 
เมื่อเหมาเหมารับมา เขาก็ทำหน้าคล้ายลูกสุนัขที่ได้คำชมจากผู้เป็นนาย
ดูเหมือนสุนัขเสียจริงๆ เหมาเหมาคิด
 
"ถ้างั้นฝากตัวด้วย ข้าชื่อริฮาคุนะ"

(แต่คงไม่ได้พบกันอีกเป็นครั้งที่สองล่ะนะ)
 
ที่เอวของสุนัขใหญ่ที่โบกมือไปมาเสียบไว้ด้วยปิ่นนับสิบเล่ม
คงแจกจ่ายให้ทุกนาง เพื่อเหล่านางกำนัลจะได้ไม่ต้องเสียหน้าละกระมัง
 
(งั้นข้าอาจจะกระทำเรื่องไม่ดีไปแล้วก็ได้)

ขณะเขม้นมองปิ่นที่มีปะการังสีชมพูประดับอยู่ ก็มีเสียง

"ได้รับแล้วหรือ"
 
พวกกุยเอ็งเดินมาหา ที่เอวเสียบไว้ด้วยของที่ระลึกแห่งชัยชนะ

"รางวัลปลอบใจนะเจ้าคะ"

เหมาเหมาตอบอย่างไร้อารมณ์

พลันมีเสียงดังจากด้านหลัง
 
"มีเท่านั้นไม่เหงาหรอกหรือ"

เป็นเสียงทรงอำนาจที่คุ้นเคย

เมื่อเหลียวกลับไป ก็พบหน้าอกอวบอิ่ม พระสนมริฟายืนอยู่ในที่นั้น

(มีน้ำมีนวลขึ้นหรือเปล่านะ)
 
ยังไม่กลับไปมีเนื้อหนังเต็มสมบูรณ์เช่นเดิม หากความซูบเซียวที่ยังคงทิ้งร่องรอยยิ่งขับเน้นความงดงามของพระสนม เสื้อสีน้ำเงินเข้มสวมทับด้วยเสื้อตัวนอกสีเดียวกับท้องนภา ทับด้วยผ้าคลุมไหล่สีฟ้าอีกชั้นหนึ่ง

(ไม่หนาวบ้างหรือไงนะ)

ตราบใดที่ยังเป็นผู้ติดตามพระสนมเกียคุโย นางก็ไม่อาจยื่นหน้าออกสนับสนุนพระสนมริฟาได้
ตั้งแต่ออกจากตำหนักแก้วผลึกมา นางก็ได้ยินแต่ข่าวคราวผ่านทางจินชิเท่านั้น
แม้จะรู้ว่าถึงไปหาที่ตำหนัก ก็คงโดนไล่ตะเพิดออกมาตั้งแต่หน้าประตู

"ไม่ได้พบกันนานนะเพคะ"
"ไม่ได้พบกันนาน"
 
เมื่อเงยหน้าขึ้น พระสนมริฟาก็แตะเส้นผมของเหมาเหมา  
มีอะไรปักลงมาเช่นเดียวกันกับตอนจินชิ
แต่คราวนี้ไม่เจ็บเลย

"ถ้าเช่นนั้น ขอตัวก่อน"
 
พระนางตักเตือนเหล่านางกำนัลที่ปิดบังความตื่นตระหนกไม่มิด ก่อนจากไปอย่างสง่างาม

เหล่านางกำนัลในตำหนักหยกเขียวเองก็พลอยตกตะลึงไปด้วย

"เฮ้อ แบบนี้ท่านเกียคุโยคงไม่จบแค่งอนเฉยๆ แน่"
 
อิงฟาว่าด้วยใบหน้าเหนื่อยหน่ายพลางเคาะตำแหน่งที่ประดับของปิ่น

แก้วผลึกสีแดงสามลูกโยกไหวไปมาเป็นจังหวะ
 

 




NEKOPOST.NET