[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา ตอนที่ 19 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา

Ch.19 - งานรื่นเริงในอุทยาน ตอนแรก


 

งานรื่นเริงในอุทยานจัดขึ้นในวนอุทยานกลาง
ในห้องตะวันตกขนาดใหญ่ปูไว้ด้วยพรมสีแดงเข้ม โต๊ะยาวสองตัวเรียงขนานกันเป็นแถวยาว ด้านบนเป็นที่นั่งสำหรับแขกกิตติมศักดิ์

เหนือหัวทรงประทับเป็นประธาน ขนาบข้างด้วยไทเฮาและพระอนุชา ฝั่งตะวันออกเป็นกุ้ยเฟย เต๋อเฟย ฝั่งตะวันตกเป็นเสียนเฟย ซูเฟย บัดนี้เมื่อองค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์ ผู้มีสิทธิสืบต่อราชบัลลังค์เป็นอันดับแรกก็คืออนุชาร่วมอุทรของฮ่องเต้
จะอย่างไรเสียก็คิดได้แต่ว่าเป็นการจัดตำแหน่งที่นั่งเพื่อหาเรื่องวิวาทโดยแท้ ดูราวกับจะลองเชิงกับความเป็นปรปักษ์ระหว่างสี่พระชายาเอกอย่างไรอย่างนั้น
 
ส่วนพระอนุชานั้น แม้จะมีไทเฮาเป็นพระมารดา หากใช้ชีวิตเร้นกายไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน  
ภายนอกจัดที่นั่งเป็นเกียรติ หากปล่อยเว้นว่าง ร่างกายป่วยกระเสาะกระแสะแทบไม่ออกจากห้องส่วนตัว ไม่ได้ปฎิบัติราชกิจใดๆ
 
กระแสส่วนหนึ่งเล่าลือว่าฮ่องเต้มีน้ำใจโอนอ่อนกับพระอนุชาที่อายุห่างกันมากผู้นี้ บ้างก็ว่าถูกปิดขังลืม บ้างก็ว่าไทเฮาทรงรักใคร่เอ็นดูจนไม่อยากปล่อยออกมาภายนอก ผู้คนพากันคาดเดาไปต่างๆ นานา
 
เอาเถิด จะอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับเหมาหมา
 
อาหารจะยกมาก็ต่อเมื่อเลยเที่ยงไปแล้ว บัดนี้เหล่าอาคันตุกะพากันเพลิดเพลินกับบทเพลงและการร่ายรำ

มีเพียงหัวหน้านางกำนัลหงเหนียนที่คอยติดตามรับใช้อยู่เคียงข้างพระสนมเกียคุโย หากยังไม่มีธุระ เหล่านางกำนัลคนอื่นก็เพียงแต่รอคอยคำสั่งอยู่หลังม่าน
 
ไทเฮาอุ้มราชธิดาหยอกเอิน ความสูงส่งที่อวลอายและความงามไม่สร่างซา แม้จะถูกรอบล้อมด้วยพระชายาเอกทั้งสี่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยแม้แต่น้อย
 
(ทำไมถึงไม่ตั้งเพิงไปเลยนะ)
 
แม้จะมีม่านกางกั้นโดยรอบ แต่ก็เป็นเพียงม่านบังตา ไม่ได้มีประโยชน์ในด้านกำบังลม
กระทั่งพวกเหมาเหมาที่ยังพอมีไออุ่นให้พึ่งพิงยังรู้สึกหนาวเหน็บ เหล่านางกำนัลของพระสนมผู้อื่นคงยากจะทนทานแล้ว
 
ตามที่คาด เหล่านางกำนัลผู้อื่นที่เฝ้ารอคอยอยู่พากันร่างสั่นระริก บางคนถึงกับหนีบต้นขาเข้าหากัน  ถ้าไปปลดทุกข์ตอนนี้คงไม่เป็นปัญหา แต่หากจะขอตัวล่วงหน้าไปก่อนนางกำนัลของพระสนมท่านอื่นอาจเป็นการไม่เหมาะสม
 
น่าลำบากใจที่เหล่านางกำนัลประจำพระชายาเอกสี่พระองค์ต่างก็กระเหี้ยนกระหือรือต้องการทำสงครามแทนผู้เป็นนาย
 
เหล่าหัวหน้านางกำนัลผู้อยู่ในฐานะคอยห้ามปรามต้องประกบอยู่ข้างกายพระสนมแต่ละนาง ไม่อาจออกปากตักเตือน

บัดนี้ รูปการณ์ของสงครามอยู่ที่ "ทัพพระสนมเกียคุโยปะทะปะทะทัพพระสนมริฟา" "ทัพซูเฟยปะทะเต๋ยเฟย"
หนำซ้ำทัพพระสนมเกียคุโยยังมีกำลังพลทั้งหมดรวมแล้วเพียงสี่คน ยังไม่ถึงครึ่งของนางกำนัลฝ่ายตรงข้ามเสียด้วยซ้ำ ออกจะเสียเปรียบอยู่บ้าง หากอิงฟายืนหยัดรับหน้าไว้ได้

"หา จืดชืดงั้นเหรอ บ้าหรือเปล่า นางกำนัลมีหน้าที่คอยรับใช้ผู้เป็นนาย จะให้ประดับประดาอะไรกันนักหนาเล่า"

ดูเหมือนจะเกิดขัดแย้งกันด้วยเรื่องเสื้อผ้าอาภรณ์ เหล่านางกำนัลทางฝั่งโน้นเป็นผู้รับใช้พระสนมริฟา จึงสวมอาภรณ์สีฟ้าแขนเสื้อยาวกรุยกราย ประโคมเครื่องประดับจัดเต็ม จึงสะดุดตากว่าทางนี้อยู่มาก
 
"พูดอะไรของเจ้า ถ้ารูปลักษณ์ไม่ชวนมองก็จะเสียหน้ามาถึงผู้เป็นนายด้วยนะ สมแล้วที่จ้างเอานางขี้ริ้วคนนั้นเข้ามา..."
 
(โอ้ โดนดูถูกกันซึ่งๆ หน้าเลย)
 
เหมาเหมาขบคิดคล้ายเป็นเรื่องของผู้อื่น ไม่จำเป็นต้องพูด คำว่านางขี้ริ้วย่อมหมายถึงตัวนางเอง
 
นางในที่ยืดอกอย่างภาคภูมิเป็นคนหนึ่งที่เคยปะทะกับเหมาเหมามาก่อน มีนิสัยแข็งแกร้าว หากรากฐานของความแข็งกร้าวนั้นกลับไร้ที่มาที่ไป เมื่อเกิดปัญหาครั้งใดก็มักจะตวาดว่า "ข้าจะฟ้องท่านพ่อ" เมื่อคร้านจะรับฟัง เหมาเหมาจึงตอบโต้ไป  "ถ้าเช่นนั้น ข้าจะทำให้เจ้าอยู่ในสภาพที่ฟ้องใครไม่ได้อีกเลย" จากนั้นนางก็หวาดกลัวตัวสั่นไม่เฉียดกรายเข้ามาใกล้อีก
 
(ไม่เข้าใจขำขันแบบนางโลมหรือนี่)
 
อย่างน้อยก็เป็นถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมกับคุณหนูผู้อ่อนโลกเอาเสียเลย
 
"ไม่เห็นมาด้วย คงทิ้งไว้ที่ตำหนักล่ะสิ  ถ้าพานังอัปลักษณ์แบบนั้นมาก็คงได้อายสิท่า คงไม่ได้เครื่องประดับอะไรติดตัวกับใครเขาซักชิ้นหรอก"
 
ดูเหมือนจะไม่ได้สังเกตเห็นเหมาเหมาเอาจริงๆ
 
(ใจร้ายจริง อยู่ด้วยกันตั้งสองเดือนแท้ๆ)
 
 อิงฟาอารมณ์พลุ่งพล่านทำท่าจะกระโจนเข้าใส่ อีกสองคนต้องช่วยกันห้ามไว้ ดูแล้วทำให้สงบปากคำลงบ้างน่าจะดีกว่า
 
เหมาเหมาอ้อมไปข้างหลังพวกอิงฟา ใช้ฝ่ามือบังจมูกไว้จ้องมองพวกนางกำนัลในอาภรณ์สีฟ้า
 
นางกำนัลผู้หนึ่งหรี่ตาลงอย่างฉงน ทำท่านึกอะไรได้จึงหันไปกระซิบกระซาบกับนางกำนัลคนข้างๆ
ราวกับการละเล่นถ่ายทอดถ้อยคำ เมื่อสารส่งไปถึงนางกำนัลที่ยืนกรานอยู่เป็นคนสุดท้าย นางก็ตกตะลึงยื่นปลายนิ้วสั่นระริกออกมา ปากอ้าพะงาบๆ
 
(ในที่สุดก็สังเกตเห็นข้าแล้วหรือ)
 
เหมาเหมาปั้นรอยยิ้มกว้างในแบบของตน หากมองจากเหล่านางกำนัลแล้วคงดูเหมือนรอยยิ้มของหมาป่าล่าเหยื่อเสียมากกว่า
 
"อะ อา อ๋า"

"อะ อะไรเล่า"
 
อิงฟาที่ไม่รู้ว่าเหมาเหมายืนแสยะยิ้มอยู่ทางด้านหลังทำท่าหวาดระแวงฝ่ายศัตรูที่จู่ๆ ก็เกิดตัวสั่นเทาราวกับสัตว์ตัวจ้อยขึ้นมา

"อะ อา ขะ ข้าจะเอาเรื่องเจ้าเท่านี้พอ สะ สำนึกบุญคุณเสียด้วยล่ะ"

พูดทิ้งท้ายอะไรจับความไม่ได้แล้ว ก็หันร่างเดินไปทางปลายม่าน ที่ตรงอื่นก็ยังว่างอยู่แท้ๆ แต่กลับเลือกจะเดินไปให้ห่างไกลพวกเหมาเหมาที่สุด

พวกอิงฟายังยืนตกตะลึงอยู่

(ว่าแล้ว ปวดใจจริงๆ)

เหมาเหมาครุ่นคิด

อิงฟาปรับอารมณ์เสียใหม่หันมาสบตากับเหมาเหมา

"โธ่ ข้าก็คิดว่าแม่นั่นน่ารังเกียจมานานแล้วล่ะ ขอโทษนะ ทำให้ต้องเจอเรื่องเสียอารมณ์ ความจริงแล้วเจ้าน่ารักมากเลยนะ"

อิงฟาว่าอย่างขอโทษขอโพย

"ข้าไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้ว ว่าแต่ ไม่ต้องเปลี่ยนหินอุ่นจะดีหรือ"
"อื้อ ยังอุ่นอยู่เลย ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่ทำไมอยู่ดีๆ แม่นั่นถึงเกิดตัวสั่นงันงกขึ้นมานะ"
"เอ คงอยากไปเก็บดอกไม้กระมัง"

เหมาเหมาพูดอย่างไม่เป็นทุกข์เป็นร้อน

หนำซ้ำ ตัวเหมาเหมาในปัจจุบันเองถูกมองว่าเป็นเด็กหญิงผู้ถูกถูกบิดามารดาทอดทิ้งส่งตัวมาขายกลายเป็นผู้ทดสอบพิษที่เป็นประหนึ่งเบี้ยหมากใช้แล้วทิ้ง หนำซ้ำยังโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียวในตำหนักแก้วผลึกเป็นเวลาถึงสองเดือน เกลียดชังบุรุษถึงขั้นจงใจป้ายสีใส่ใบหน้าตนเอง  
 
น่าลำบากใจที่จินตนาการของพวกอิงฟาเตลิดเปิดเปิงสมวัยเยาว์ของพวกนางยิ่งนัก
 
หนำซ้ำยังวาดภาพกันว่าที่จินชิมาติดพันเหมาเหมา ก็เป็นเพราะท่านผู้สูงส่งดั่งเทพธิดามีความเห็นอกเห็นใจให้กับเด็กหญิงผู้น่าเวทนา น่าเหนื่อยใจเสียจริง
 
นางนึกแปลกใจว่าดูที่ไหนมองอย่างไรจึงกลายเป็นเช่นนั้นไปได้
 

 

ในอีกด้านหนึ่ง สงครามตัวแทนก็กำลังฟาดฟันอยู่เช่นกัน
 
จำนวนคนนับเป็นเจ็ดต่อเจ็ด
เป็นเหล่านางกำนัลผู้ใส่ภูษาสีขาวและเหล่านางกำนัลผู้ใส่ภูษาสีดำ
ฝ่ายแรกคือนางกำนัลของเต๋อเฟย ฝ่ายหลังคือนางกำนัลของซูเฟย

"ทางโน้นก็ระหองระแหงกันน่าดู"

อิงฟาว่าอย่างสนอกสนใจ

"อายุ 14 และอายุ 35 ถึงจะเป็นพระสนมเหมือนกันแต่อายุห่างกันคราวลูกแบบนี้ก็คงกระทบกระทั่งกันบ้างล่ะนะ"
"เต๋อเฟยผู้อ่อนเยาว์ และซูเฟยผู้เคร่งขนบธรรมเนียม ก็คงมีอะไรหลายๆ อย่างล่ะเนอะ"

กุยเอ็ง นางกำนัลผู้เนิบนาบว่า

"นั่นสิเนอะ เป็นอดีตแม่สามีลูกสะใภ้กันเสียด้วย"

นางกำนัลร่างสูง ไอรันพยักหน้ารับ

"แม่สามีลูกสะใภ้?"

เหมาเหมาเอียงคอเมื่อได้ยินเรื่องราวที่คล้ายไม่สมเป็นวังหลัง

"อื้อ ออกจะซับซ้อนอยู่ซักหน่อยนะ"

ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์เป็นสนมของอดีตฮ่องเต้และสนมของรัชทายาท
 
ในยามที่อดีตฮ่องเต้สวรรคต พระสนมเลือกจะออกบวชเป็นการไว้ทุกข์
หากว่านั่นเป็นเพียงหน้าฉาก เมื่อทิ้งโลกียวิสัยไปแล้วหนหนึ่ง เท่ากับลบล้างอดีตที่เคยรับใช้อดีตฮ่องเต้มา แล้วแต่งใหม่ให้กับบุตรชาย

(รัชสมัยของอดีตฮ่องเต้คงอยู่ถึงเมื่อห้าปีก่อน)
 
ในยามนั้น เต๋อเฟยมีอายุได้ 9 ขวบ แม้จะเป็นการแต่งตั้งทางการเมืองก็ยังนับว่าทำเกินไป ขึ้นเป็นพระสนมด้วยอายุเพียงเท่านี้เอง

(ถึงจะโปรดปรานอย่างไร ก็ไม่น่า)
 
เมื่อนึกถึงฮ่องเต้ที่ไว้เครางาม ขณะพยักเพยิดเอออออยู่ นางก็ได้รู้ความเป็นจริงที่น่าตระหนก

"เป็นไปไม่ได้หรอกเนอะ แม่สามีอายุ 9 ขวบเนี่ย"

ไอรันพูดอะไรที่ชวนให้คิดว่าหูฝาดออกมา




NEKOPOST.NET