[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา ตอนที่ 18 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Kusuriya no Hitorigoto คำรำพึงจากร้านยา

Ch.18 - แต่งหน้า


เหลืออีกครึ่งชั่วยาม (หนึ่งชั่วโมง) ก่อนงานรื่นเริงจะเริ่ม พระสนมเกียคุโยและเหล่านางกำนัลรอคอยให้ถึงเวลาอยู่ในห้องตะวันออกของอุทยาน

ในบ่อน้ำมีปลาคาร์พหลากสีสันและใบไม้ย้อมสีแดงฉานสละใบที่เหลือน้อยนิดกระจายอยู่เป็นหย่อม
 
"สบายขึ้นมากเพราะเจ้าแท้ๆ"
 
แสงอาทิตย์ฉายกล้า หากสายลมเย็นเฉียบแห้งผาก ตามปรกติมีแต่ต้องตัวสั่นเทา  หากเมื่อสวมใส่เสื้อชั้นในใส่หินอุ่น ทุกคนก็นับว่าไม่ต้องทรมานเท่าใดนัก
ราชธิดาหลิงลี่เองก็ขดตัวกลมอยู่ในเปล ภายในเปลยังใส่หินอุ่นเอาไว้ด้วย
 
"หินของราชธิดาบางครั้งควรนำออกมาพันผ้าใหม่บ้างนะเจ้าคะ บางทีหินอาจเย็นหรืออาจร้อนลวกได้ อีกอย่าง หากกินลูกอมมากไปอาจเกิดแผลแสบร้อนในปาก   ขอให้ระวังด้วย"
 
เหมาเหมาใส่หินอุ่นก้อนใหม่ลงไปในเปล ผ้าอ้อมและชุดเปลี่ยนของราชธิดาเองก็ใส่ไว้ในที่เดียวกัน ส่วนเตาสำหรับอุ่นหินนั้นไหว้วานให้ขันทีหิ้วมาให้ไว้ก่อนแล้ว

"รู้แล้วล่ะ ว่าแต่ว่า"
 
ฮุฮุฮุ เสียงหัวเราะอย่างซุกซนหลุดรอดออกมา พวกนางกำนัลคนอื่นต่างพากันยิ้มเฝื่อน

"เจ้าเป็นนางกำนัลของข้านะ"

ว่าพลางชี้ไปยังสร้อยคอหยกเขียว

"เช่นนั้นหรือเจ้าคะ"

เหมาเหมาตัดสินใจไม่ไปขบคิดให้ลึกซึ้ง


○●○

เกาชุนเขม้นมองผู้เป็นนายที่ไต่ถามความเป็นอยู่ของเต๋อเฟย

จินชิผู้มีรอยยิ้มของเทพธิดาและวารีทิพย์บนสวรรค์ยังนับว่าหยาดเยิ้มยั่วยวนกว่าเต๋อเฟยผู้เลื่องลือว่าเป็นหญิงงามตั้งแต่ยังเยาว์เสียอีก
ทั้งที่เพียงแต่เพิ่มลายปักไม่กี่ลายไปบนชุดขันทีเรียบง่าย ปักปิ่นเงินไปเส้นผม ก็ถึงกลับทำให้นางสนมผู้ประโคมเครื่องแต่งกายหรูหราต้องหม่นแสง

มาถึงขั้นนี้ก็ใกล้จะเป็นตัวตนน่ารังเกียจ หากพระสนมผู้หม่นแสงกลับนัยน์ตาหยาดชื้นจ้องมองเขาอย่างหลงใหล เช่นนี้แล้วคงไม่เป็นปัญหาอันใด

ช่างเป็นคนที่บาปหนาเหลือเกิน
 


ตระเวณทักทายพระสนมทั้งสามแล้ว ต่อไปจึงมุ่งหน้าไปหาพระสนมเกียคุโย
ตนเห็นนางอยู่ในห้องตะวันออกอีกฟากของสระน้ำ

จินชิอยู่ในฐานะที่ควรปฎิบัติต่อพระสนมทั้งสี่อย่างเท่าเทียมกัน หากระยะนี้จะอย่างไรก็ดูจะลำเอียงไปทางพระสนมเกียคุโยอยู่บ้าง เอาเถิด นางเป็นพระสนมคนโปรดของฮ่องเต้อยู่แล้ว จึงไม่ถูกมองเป็นปัญหาเท่าใดนัก แต่เป็นที่แน่ชัดว่าสาเหตุนั้นอยู่ที่อื่น

จินชิทำความเคารพพระสนม ชมเชยว่านางเหมาะกับอาภรณ์สีแดง
ความจริงก็เหมาะสมงดงามอย่างยิ่ง ราวกับความศักดิ์สิทธิ์และความเจิดจ้าแต่ดั้งเดิมของพระสนมชาวตะวันตกผู้นี้กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของอากาศ

บางทีในวังหลัง คนที่งามเจิดจ้าบาดตาไม่ด้อยไปกว่าจินชิ  คงมีเพียงพระสนมเกียคุโยผู้นี้กระมัง
 
ทั้งนี้ มิได้หมายความว่าบรรดานางในรอบข้างไม่งดงามแต่อย่างใด แต่ละนางล้วนอวลกลิ่นอายเสน่ห์เฉพาะกาย
ความเลิศล้ำของจินชิอยู่ที่การเอ่ยปากได้อย่างตรงจุด
ไม่ว่าใครก็อยากได้รับคำชมในจุดที่ตนภาคภูมิใจ ไม้นี้เขานับว่าใช้ได้เชี่ยวชาญยิ่ง
 
จินชิมิได้มุสา
เพียงแต่ไม่ได้กล่าวความจริงเท่านั้น
 
จินชิวางท่าทีตามสบาย หากมุมปากขวาหยักขึ้นน้อยๆ ผู้รับใช้ที่ติดตามมาหลายปีย่อมมองออก เป็นสีหน้าของเด็กที่มีของเล่นมาวางตรงหน้า น่าลำบากใจเสียจริง

เขาเดินเข้าไปหานางกำนัลร่างเล็ก ทำท่าคล้ายจะเข้าไปดูหน้าพระราชธิดา

หากว่า

ตรงนั้นเป็นนางกำนัลผู้หนึ่งหน้าตาไม่คุ้นเคยยืนอยู่ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ซ้ำยังแฝงแววหยามหมิ่นอย่างไม่สมควร
 

○●○

"สวัสดีเจ้าค่ะ ท่านจินชิ"

นางระมัดระวังไม่ให้สีหน้าบ่งบอกว่า มาอีกแล้วหรือ เจ้าคนว่างงาน
เกาชุนยังมองอยู่ด้วย นางอยากให้เรื่องราวราบรื่นเท่าที่พอจะทำได้

"แต่งหน้าด้วยหรือ"
"หามิได้ มิได้แต่งเจ้าค่ะ"

แต้มสีแดงที่ริมฝีปากและปลายตาเล็กน้อย ที่เหลือเป็นใบหน้าเปล่าเปลือย
บริเวณจมูกยังมีกระจางๆ หลงเหลืออยู่แต่ไม่ถึงกับสะดุดตา

"กระเจ้าหายไปนะ"
"เจ้าค่ะ เพราะข้าลบไปเอง"

ที่เหลืออยู่เป็นรอยสักที่เมื่อก่อนนางเป็นผู้ใช้เข็มทิ่มลงไปเอง หากไม่ได้ทิ่มแทงหนักมืออะไรนัก เพียงใช้สีย้อมจางๆ แต้มไว้ อีกหนึ่งปีให้หลังก็คงหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ถึงแม้จะจางหายไป หากก็ยังเป็นการกระทำเช่นเดียวกับการลงทัณฑ์นักโทษ ท่านพ่อแสดงสีหน้ายุ่งยากใจไม่น้อย

"แต่งหน้ากลบรอยใช่ไหมล่ะ"
"เพราะล้างที่แต่งหน้าไว้เลยหายไปต่างหากเจ้าค่ะ"

(เฮ้อ รู้งี้เออออเจ้าค่ะๆ ไปเรื่อยๆ ก็ดีหรอก)
 
กว่าเหมาเหมาจะรู้ตัวว่าตัวเองเลือกคำตอบผิดก็สายไปเสียแล้ว

"เจ้านี่พูดจาอะไรแปลกๆ ขัดแย้งกันเอง"
"หามิได้ ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ"
 
การแต่งหน้าไม่ได้มีไว้เพื่อปรุงแต่งโฉมให้งดงามเท่านั้น
บางครั้งสตรีที่สมรสแล้วยังถึงกับต้องตบแต่งใบหน้าให้ขี้ริ้ว
 
เหมาเหมาใช้ดินเหนียวแห้งและผงสีละลายน้ำแต้มบริเวณจมูกทุกวัน พอปัดๆ ให้ผสมปนเปไปกับกระที่เป็นรอยสักแล้ว ก็ดูเหมือนฝ้าจริงๆ เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่มีใครสังเกตเห็นเพราะไม่คาดว่านางจะทำเช่นนั้น  

สตรีที่มีใบหน้าไร้ลักษณะเด่นมีเพียงกระและฝ้า ถึงได้ถูกเรียกว่านางขี้ริ้ว
 
ในทางกลับกัน หากไม่มีทั้งกระและฝ้า ก็อาจกล่าวได้ว่านางเป็นหญิงที่หน้าตาไร้จุดเด่น หรืออีกนัยหนึ่งคือใบหน้าได้รูปตามค่าเฉลี่ย
แต้มชาดเพียงน้อยนิดก็ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนแปลง กลายเป็นอีกโฉมหน้าหนึ่งที่แตกต่างไปจากเหมาเหมายามปกติ

จินชิกุมศีรษะด้วยทีท่าคล้ายยากจะยอมรับคำอธิบายของเหมาเหมา

"แล้วทำไมเจ้าต้องแต่งหน้าแบบนั้นด้วย มีความหมายอะไรหรือไง"
"เจ้าค่ะ เพื่อไม่ให้โดนฉุดไปหลังตรอก"
 
แม้จะเป็นย่านเริงรมย์ ก็ยังมีคนที่หื่นกระหายสตรี พวกเหล่านั้นโดยมากมักไม่มีเงิน ชอบใช้ความรุนแรง อีกทั้งยังติดโรคทางเพศอยู่ไม่น้อย
แน่นอนว่านางไม่ประสงค์จะข้องแวะ
 
ไม่รู้ทำไมจินชิที่ตกตะลึงไปถึงถามนางอย่างหวาดๆ

"โดนฉุดเข้าไปด้วยหรือ"
"แต่ไม่สำเร็จนะเจ้าคะ"
 
นางเข้าใจถ้อยคำที่เขาไม่ได้พูดออกมา จึงหรี่ตาลงถลึงจ้องมอง

"แต่ก็โดนพวกค้าทาสฉุดคร่ามาแทน"
 
สตรีที่ถูกขายมายังวังหลัง อย่างไรก็ควรหน้าตาหมดจด ในตอนนั้น นางออกไปเก็บสมุนไพร หากลืมแต่งหน้ากลบโดยบังเอิญ เพื่อจะไปเก็บยาย้อมสีรอยสักที่เริ่มจาง

"ขอโทษเจ้าด้วย เพราะข้าดูแลไม่ทั่วถึง"
"หามิได้ จะให้แยกระหว่างผู้ที่ถูกฉุดคร่ามาขายตัว กับคนที่ขายตัวเองมาเพื่อลดปากท้องก็คงแยกกันไม่ออก ช่างเถิดเจ้าค่ะ"
 
พวกแรกเป็นอาชญากรรม พวกหลังมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แม้จะโดนฉุดคร่ามา หากคนที่ซื้อตัวไปไม่รู้เรื่องเหล่านั้นโดยสุจริตใจ ก็ไม่จำเป็นต้องรับโทษแต่อย่างใด  

บัดนี้ ที่นางยังแต่งหน้าเช่นเดิมในวังหลัง ก็ด้วยเหตุผลเดียวกับที่ปิดบังว่าตนอ่านเขียนได้
ความจริงเมื่อมาถึงบัดนี้ จะเป็นอย่างไรก็ไม่สำคัญอีกต่อไป แต่นางก็คาดคำนวณจังหวะที่จะเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงออกมาไม่ถูก ได้แต่ปล่อยเลยตามเลยเรื่อยมา
 
"อา ต้องขออภัยอย่างยิ่ง"

(ว่าง่ายอย่างหาได้ยากเชียวนะ)
 
นางคิดจะเงยหน้าขึ้น หากบนศีรษะมีอะไรปักลงมาเสียก่อน

"เจ็บนะเจ้าคะ"
"งั้นหรือ เราให้เจ้า"
 
ไม่ใช่รอยยิ้มที่ดีแต่หวานฉ่ำ แต่ใบหน้ายังเจือแววอับจนระคนเขินอายอย่างบอกไม่ถูก    

เมื่อแตะศีรษะ ก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของโลหะบนเส้นผมที่ไม่น่าจะมีอะไรปักอยู่

"งั้นไว้พบกันทีหลังในงาน"

จินชิถอยหลังขอตัวออกจากห้องตะวันออกไป

ที่ปักอยู่บนศีรษะคือปิ่นเงินของบุรุษ

"อ๋า ดีจังเลย"

อินฟามองตาละห้อย นางจึงทำท่าจะยกให้ไป แต่อีกสองคนก็แสดงสีหน้าเช่นเดียวกัน นางจึงได้แต่หดมือกลับเข้าไป
หงเหนียนยิ้มเฝื่อนๆ
"โธ่ ผิดสัญญากันทันทีเลยนะ"

พระสนมเกียคุโยมองมาด้วยสีหน้างอนๆ
แล้วหยิบปิ่นที่เหมาเหมาถือไว้ในมือขึ้นมาปักผมที่เกล้าไว้อย่างสวยงาม
 
"แบบนี้ก็ไม่ใช่นางกำนัลของข้าคนเดียวแล้วสิ"

ไม่ทราบว่าโชคดีหรือโชคร้าย เหมาเหมาชืดชากับเรื่องราวในวังหลวง โดยเฉพาะเรื่องในหมู่ชนชั้นสูง
อีกทั้งยังไม่เข้าใจที่สิ่งนั้นสื่อออกมาโดยนัย

 




NEKOPOST.NET