[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ ตอนที่ 9 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ

Ch.9 - ฟางฟางหุ่นยนต์ผู้ช่วยของร้านเล็กๆ


แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

ใช่แล้วบู่ฟงเป็นคนใจแคบ

เขาไม่ใช่สุภาพบุรุษตั้งแต่แรก แม้ว่าเขาทะเยอทะยานจะเป็นพระเจ้าแห่งการทำอาหาร แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงว่าเขาเป็นคนธรรมดาจากโลก

"ขอให้ท่านมีความสุขกับมื้อนี้" บู่ฟงพูดกับเสิ่นฉีเฉียงโดยไม่ได้แสดงอาการใดๆ เขากำลังมองไปที่ข้าวผัดไข่

"ยอมแพ้แล้วสินะ อย่ามากวนตอนที่ข้ากำลังจะกิน" เสิ่นฉีเฉียงโบกมือไล่บู่ฟงออกไปอย่างรำคาญ

บู่ฟงเม้มปากแล้วคิดว่า "เจ้ายังจะอวดดีอยู่ไหมหลังจากที่เจ้าชิมคำแรกไป"

เสิ่นฉีเฉียงไม่สนใจบู่ฟงอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้เขากำลังเริ่มกินอาหาร เขาก็คิดอะไรบางอย่างเขาหันไปทางเซียวเหยี่ยนหยู่ที่ตอนนี้นางกลับมาสวมผ้าคลุมหน้าแล้วกลับมามีท่าทางสง่างามอีกครั้ง เขาก็พูดกับนางว่า "ข้าสั่งอาหารมามากมายเจ้าอยากจะกินกันกับข้าไหม?"

เซียวเหยี่ยนหยู่ขมวดคิ้วอย่างลังเลเมื่อนึกถึงรสชาติของข้าวผัดไข่ นางอยากจะสั่งอีก แต่นางก็ไม่เงินพอ กฏของร้านอนุญาตให้สั่งกับลูกค้าที่มีเงินจ่ายเท่านั้น

ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดีหามีคนมาเลี้ยงอาหารมื้อนี้กับนาง

แต่ก่อนที่เซียวเหยี่ยนหยู่จะตอบไป บู่ฟงก็เปิดปากพูดออกมาว่า "ลูกค้าที่สั่งข้าวผัดไข่เท่านั้นจะสามารถกินได้หากคนอื่นกินจะเป็นการละเมิดกฏของเราลูกค้าจะถูกขึ้นบัญชีดำ"

"เจ้าคิดเหรอว่าข้าจะกลัวที่เจ้าข่มขู่? ข้าจะให้ใครกินก็ได้ใครจะสนกฎของร้านเจ้า ข้าจะให้คนตีเจ้าจนกว่าเจ้าจะมีสภาพครึ่งเป็นครึ่งตายเลย เจ้ามันแค่คนทำอาหาร เจ้าคิดว่าร้านอาหารเล็กๆนี่จะทำอะไรข้าได้เหรอ?"

เสิ่นฉีเฉียงมองมาที่บู่ฟงด้วยความโกรธ เขากำลังจะได้กินอาหารกับสาวงามเซียวเหยี่ยนหยี่หากไม่ถูกจังหวะ

"โอ๊ะ ข้าลืมไปอย่างหนึ่งไม่เพียงแต่เจ้าจะถูกขึ้นบัญชีดำหากนางกินมันด้วยก็จะถูกขึ้นบัญชีดำเช่นกัน เจ้ายังไม่รู้ความร้ายแรงของบัญชีดำแต่....หากเจ้าอยากจะลองก็เชิญ" บู่ฟงพูดออกมาเรื่อยๆ

หลังจากที่บู่ฟงพูดเสร็จเซียวเหยี่ยนหยู่ก็หยุดคิดที่จะกินข้าวผัดไข่ของเสิ่นฉีเฉียงทันที

เสิ่นฉีเฉียงพ่นลมหายใจเย็นๆออกมาทางจมูก เขาไม่สนใจที่ถูกบู่ฟงข่มขู่เลยแม้แต่น้อย ทำไมเสือผู้หญิงเช่นเขาต้องมากลัวพ่อครัวร้านอาหารเล็กๆนี่ด้วย? จะทำไมแค่ถูกขึ้นบัญชีดำ? นี่เป็นเป็นแค่เรื่องตลกสำหรับเขา

เสิ่นฉีเฉียงไม่ได้วนใจอย่างอื่นเขามองไปอาหารที่มีรสชาติหอมฉุยที่อยู่ตรงหน้า ความหิวโหยของเขาเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ข้าวผัดไข่สีทองอร่ามส่องแสงออกมามันทำให้ตาของเขาแทบจะบอด

ข้าวตักข้าวผัดออกมาด้วยช้อนกระเบื้องสีฟ้าขาวกลิ่นหอมโชยออกมาราวกับว่ามีระเบิดกลิ่นหอมพวยพุ่งเข้าไปในโพรงจมูกของเขา

เขาเอาช้อนที่ตักเข้าไปในปากข้าวไข่มุกไหลลื่นเข้าไประหว่างฟันและลิ้นของเขาเหมือนกับว่าภายในปากของเขาถูกนวด

"อร่อย"

ตาของเสิ่นฉีเฉียงสว่างขึ้นหลังจากที่ตักช้อนข้าวผัดไข่ลงใส่ปากของเขา

บู่ฟงไม่แสดงอาการใดๆออกมาจากใบหน้านอกจากยิ้มเมื่อมองดูเสิ่นฉีเฉียงเคี้ยวอาหาร

เซียวเหยี่ยนหยู่มองข้าวผัดไข่ของเสิ่นฉีเฉียง เมื่อนางมองไปที่บู่ฟงที่แผ่กลิ่นอายความหนาวเย็นออกมา นางมองไปที่เขาด้วยความอยากรู้ว่าทำไมรอยยิ้มที่หนาวเย็นนั้นอยู่ที่ใบหน้าของเขา

"เอ๊ะ? ฮืม?....เขากำลังยิ้มเหรอ?"

เซียวเหยี่ยนหยู่มองอย่างตกใจตั้งแต่นางเข้ามาในร้าน นางประทับใจกับที่บู่ฟงเป็นพ่อครัวที่เย็นชาและรักษาเกียรติของพ่อครัว มันยากที่จะนึกภาพออกว่าเขายิ้ม

"อะ"

ตอนที่เซียวเหยี่ยนหยู่มองไปที่บู่ฟงด้วยความสนใจ เสิ่นฉีเฉียงที่กำลังมีความสุขกับการกินอาหารก็หยุดกินแล้วตาก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที

ภายในไม่กี่วินาทีใบหน้าสีขาวของเขาก็เปลี่ยนจากสีแดงกลายเป็นสีม่วง

เสียงโหยหวนก็ดังขึ้น เสิ่นฉีเฉียงก็เปิดปากและอาเจียนข้าวออกมาใส่มือและคอ ลิ้นของเขาก็ห้อยออกมาจากปาก

"เผ็ด...อ๊ากเผ็ดมาก"

น้ำตาของเสิ่นฉีเฉียงร่วงลงมาจากใบหน้า เขารู้สึกร่างกายของเขากำลังงอโลกทั้งโลกบิดเบี้ยวไม่เหมือนจริง

ทำไมโลกนี้ถึงร้อนขึ้นเรื่อยๆแบบนี้?

"น้ำ! เอาน้ำมาให้ข้า!" เสิ่นฉีเฉียงวิ่งไปรอบๆร้านเล็กเพื่อหาน้ำ ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนไปทั่วทั้งปาก

บู่ฟงลงนั่งบนเก้าอี้เขาไม่สนใจเสิ่นฉีเฉียงที่วิ่งไปรอบๆ

ทันใดนั้นเสิ่นฉีเฉียงก็วิ่งพุ่งตรงเข้ามาที่ห้องครัว เนื่องจากเขาหาน้ำตรงนั้นไม่ได้เขาจึงต้องเข้าไปในห้องครัวเพื่อหาน้ำ

เมื่อเสินฉีเฉียงกำลังพุ่งเข้าสู่ห้องครัวแขนกลก็ปรากฏตัวออกมาแล้วโยนเข้าออกไป

"ห้องครัวเป็นพื้นที่หวงห้ามไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตไม่ให้เข้าไป"

หุ่นยนต์ผู้ช่วยของบู่ฟงกำลังยืนอยู่ที่ทางเข้าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหุ่นยนต์

เซียวเสี่ยวหลงกับเซียวเหยี่ยนหยู่ไม่ได้พูดอะไรได้แต่เพียงมองดูฉากที่เกิดขึ้นนี้

เซียวเหยี่ยนหยู่หันไปมองทางบู่ฟงทันที นางคิดว่า "เขาทำแบบนี้? ไม่ใช่ว่านี่เป็นการแก้แค้นเหรอ? นี่มันน่ากลัวไปแล้ว......นี่มันน่ากลัวเกินไปเขาเอาพริกใส่ลงไปในอาหารรสเลิศแบบนี้เหรอ?"

"คุณชาย.....นี่น้ำ"

ลูกน้องของเสิ่นฉีเฉียงเป็นคนที่ได้สติก่อน.....เมื่อเขาเห็นเสิ่นฉีเฉียงกระโดดโลกเต้นเรียกหาน้ำเขาก็วิ่งออกไปหาน้ำ แล้วเอาน้ำใส่ถุงวิ่งกลับมา

อึกอึก!

เสิ่นฉีเฉียงเทถุงน้ำเข้าปากในครั้งเดียวความรู้สึกเผ็ดในปากก็หายไป โชคดีที่เขาไม่ได้กินมากไม่อย่างนั้นคงอีกนานคงจะหายไป

"เจ้ามันอยากตายถึงได้กล้ามายุ่งกับอาหารของข้า!" เสิ่นฉีเฉียงพูดด้วยความโกรธแล้วโยนถุงน้ำเปล่าลงพื้น

บู่ฟงนั่งลงลงบนเก้าอี้แล้วชี้ไปที่จาน"หากเจ้าไม่กินอาหารนี้ให้หมดเจ้าจะถูกขึ้นบัญชีดำ"

"บัญชีดำ? เจ้ามาพูดเรื่องโง่ๆอย่างบัญชีดำ วันนี้ละข้าจะปิดร้านของเจ้า" เสิ่นฉีเฉียงแยกฟันออกมาพูดด้วยความโกรธแล้วเอาพัดกระดาษชี้ไปที่บู่ฟง

"เข้าไปพังร้านนี้เลย"

เสิ่นฉีเฉียงสั่งลูกสมุนที่อยู่ข้างหลังเขา

ลูกสมุนเหล่านี้เคยชินกับมันแล้วการพังร้านค้าเป็นสิ่งที่พวกมันชอบที่สุด พวกเขาหยิบเก้าอี้ขึ้นมาขณะที่กำลังจะฟาดลงบนโต๊ะ ก่อนที่พวกเขาจะฟาดลงแขนของพวกเขาก็หักลงก่อน

ลูกสมุนพวกนั้นก็กรี๊ดร้องด้วยความเจ็บปวด หุ่นยนต์ยืนมือเหล็กของมันหักแขนของพวกเขาอย่างง่ายดาย

"เจ้าพวกคนสร้างความวุ่นวายพวกนี้ขึ้นบัญชีดำพวกมันไว้ ห้ามเขาไปในร้านเล็กๆของฟางฟาง" เสียงหุ่นยนต์ประกาศออกมาอย่างจริงจัง

พวกมันถูกหุ่นยนต์ขว้างออกไปจากร้าน ใบหน้าของพวกมันตกลงเข้าไปในโคลนด้วยความเจ็บปวด

"เจ้ากล้าตอบโต้เหรอ? ภายในไม่กี่นาทีข้าจะเรียกคนมาร้อยคนเพื่อพังร้านของเจ้า"

เสิ่นฉีเฉียงตัวสั่นลงด้วยความโกรธ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าแค่คนธรรมดาในเมืองหลวงนี้จะกล้าต่อต้านเจ้า

"เจ้าขาว เปลืองผ้าเขาแล้วโยนเขาออกไปจากร้านลงโทษที่เขากินอาหารไม่หมด" บู่ฟงลุกยืนขึ้นแล้วพูดออกมาง่ายๆกับหุ่นยนต์ เจ้าขาวก็พูดออกมาว่า "เวลาเปิดทำการหมดแล้ว วันนี้ถึงเวลาที่จะปิดแล้ว"

"เจ้ากล้าที่จะไม่สนใจข้า?ข้าเป็นนักรบบ้าคลั่งระดับสามจะฆ่าเจ้าไม่ต่างจากบดขยี้มด" เสิ่นฉีเฉียงตะโกน ชุดสีฉูดฉาดของเขาเริ่มกระพือประกายแสงรอบตัวเขากำลังเปล่งประกายออกมา

"ปัง"

หุ่นยนต์เจ้าขาวตบหัวเสิ่นฉีเฉียง เขาถูกทุบลงบนพื้น พลังงานที่แท้จริงที่เขารวบรวมก็กระจัดกระจายไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้นเสียงผ้าถูกฉีกออกก็ดังไปทั่วร้านเล็กๆ

"บ้าที่สุดเจ้ากล้าฉีกผ้าข้าออกเป็นชิ้นๆ? เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร?ข้าเป็น..."

"ปัง" ตาของเจ้าขาวส่องประกายตบหัวเสิ่นฉีเฉียงที่กำลังมึนงงอักครั้ง

เสิ่นฉีเฉียงถูกเปลือยกายเว้นแต่ผ้าเตี่ยวทุกอย่างของมีค่าของเขาถูกพาไป เขาถูกโยนออกไปจากทางเข้าร้านอย่างสวยงาม

เสิ่นฉีเฉียงที่กำลังงงก็นั่งสั่นจากลมหนาวที่พัดมา

ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าร้องเท้าทองคำที่เดินมาก็ปรากฏในมุมสายตาของเขา....

จ้าวหรูเก๋อมองสภาพของเสิ่นฉีเฉียงที่เกือบเปลือยกายเหลือเพียงผ้าเตี่ยวแล้วส่งเสียงหัวเราะคิกๆออกมา

"เสิ่นฉีเฉียงผู้ยิ่งใหญ่มีจุดจบที่น่าอายเพียงแค่ทานอาหารมื้อเดียว?"

 

 

################################################################################

ติดตามเพจเรื่องนี้ได้ที่นี้น๊า : https://www.facebook.com/chefanother/




NEKOPOST.NET