NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ

Ch.51 - ข้าบอกให้เจ้าไปทำอาหารเจ้าก็ต้องไปทำ


แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

ลมหนาวฤดูใบไม้ผลิพัดออกมาตรงด้านข้าง

 

ที่ทางเข้าตรอกมีร่างผอมบางเดินมาช้าๆ สวมหมวกไม้ไผ่ข้างหลังของเขามีดาบสะพายเอาไว้กำลังเดินเข้าไปในซอย

 

ร่างสั่นไหวเล็กน้อย แล้วก็หยุดเดิน เขาอยู่ตรงกลางซอยแล้วหยุดการเคลื่อนไหว

 

ฝนที่ตกลงมาจากท้องฟ้ากระเซ็นลงบนหมวกไม้ไผ่ น้ำฝนไหลผ่านลงมาที่เสื้อผ้าไหลรวมกันลงมาเป็นสายน้ำ

 

ใบหน้าของเซียวเยว่ถูกผ้าม่านสีดำในหมวกไม้ไผ่ปกปิดเอาไว้ เขาแสดงท่าทางและอารมณ์แบบไหนไม่มีใครรู้ได้ เขาไม่ได้เดินอีกต่อไป เขาหยุดเดินไปสองสามก้าวกว่าที่จะเดินไปถึงร้านค้า แล้วค่อยๆคลี่ห่อผ้าขี้ริ้วที่อยู่บนหลัง

 

"ฉึก..."

 

เสียงดังออกมากังวานไปรอบซอยเหมือนเสียงลูกธนูที่ถูกยิงออกไปผ่านอากาศ

 

ฉึก ฉึก ฉึก

 

เสียงธนูนับไม่ถ้วนดังออกมาจากทุกทิศมันพุ่งเข้ามาในอากาศเสียงดังวินาศราวกับฟ้าผ่า เป้าหมายคือเซียวเยว่ที่อยู่ตรงกลางซอย

 

พับ

 

เสียงดังก้องออกมาดาบยาวฉีกลูกธนูออกมาเป็นชิ้นๆ ดาบกวัดแกว่งออกมาเหมือนดาวตกลงบนท้องฟ้าในยามกลางคืนที่ฟาดผ่านในอากาศ

 

แรงกดดันจากพลังงานที่แท้จริงพุ่งออกมาจากร่างกายของเขาพร้อมกับพลังดาบ ลูกธนูนับไม่ถ้วนแตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ ตกลงมาเหมือนน้ำฝนแตกกระจายลงมาบนพื้น

พลังดาบแตกกระจายไปทั่ว แรงกดดันจากผู้คนนับสิบคนก็โผล่ออกมาจากกำแพงซอย มือของพวกเขาถือหอกพุ่งเข้ามาหาเซียวเยว่

 

"ทหารเสือของตระกูลเซียว......ข้าคิดถึงจริงๆ"

 

ไหล่ของเซียวเยว่เคลื่อนไหวเหมือนปีกกระพือในสายลม ดูเหมือนเขาจะหัวเราะกับตัวเอง ชั่วพริบตาสายฝนที่ตกลงมารอบตัวของเขา เหมือนมีพื้นที่บิดเบี้ยวรอบตัวเขา

 

……

 

เซียวเม้งที่ตอนนี้กระวนกระวายใจอยู่ในตอนนี้ก็ถอนหายใจหลังจากที่เซียวเหยี่ยนหยู่กินซุปนี้เข้าไป ก้อนหินหนักถูกยกออกไปจากอก เขารู้สึกโล่งใจ

 

"ขอบคุณเถ้าแก่บู่" เซียวเม้งพูดออกมาหน้าตาดำมืด แล้วกำมือประสานกันทำท่าคำนับขอบคุณ

 

บู่ฟงไม่ทำหน้าตานิ่งแล้วพยักหน้า แล้วคิดว่า "นี่ขอบคุณแล้วเหรอ"

 

ทันใดนั้นบู่ฟงก็เปลี่ยนท่าทางไป เหมือนว่าเขาจะได้ยินเสียงโลหะกระทบกันข้างนอกร้าน เขามองออกไปนอกร้านด้วยความไม่แน่ใจ แต่เสียงเหล่านั้นก็หยุดลงแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว

 

เซียวเม้งก็แสดงท่าทางไม่สนใจ เขาได้ยินเสียงการต่อสู้จากภายนอกแต่ไม่แสดงอาการใด เขาพยายามให้เซียวเหยี่ยนหยู่รีบกินซุปไก่ลงไป

 

"เถ้าแก่บู่ซุปไก่นี่ท่าน.....เอามันมาอีกได้ไหม?" จีเฉิงเชี่ยก้าวเข้ามาแล้วยิ้มอยู่ตรงหน้าบู่ฟง

 

จีเฉิงอันมองไปที่จีเฉิงเชี่ยแล้วคิดแล้วก็ก้าวออกมาข้างหน้าเหมือนกันแล้วพูดว่า "เถ้าแก่บู่เอาซุปโสม....สีม่วงไก่เลือดฟินิกส์มาให้ข้า"

 

"ผลลัพธ์ของของซุปโสมสีม่วงไก่เลือดฟินิกส์ได้รับการพิสูจน์แล้ว แม้แต่เซียวเหยี่ยนหยู่ที่เสียพลังชีวิตไปมากๆ หลังจากที่กินมันลงไปก็ได้ผล สามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้ หากเสด็จพ่อกินซุปนี้ลงไปร่างกายจะต้องแข็งแรงมาก ซุปนี้น่าจะทำให้เสด็จพ่อพอพระทัยมาก" จีเฉิงอันคิด

 

แม้ว่าเขาจะกลายเป็นองค์รัชทายาทแล้วเขาก็ไม่สามารถไว้วางใจได้ น้องชายของเขาได้ครองตำแหน่งอ๋องหยู่มานานแล้ว และรู้ว่าทำยังไงจะให้สมเด็จพ่อโปรดปราน ตอนนี้เขารู้สึกได้ว่าถูกคุกคาม

 

หากเขาเอาซุปไก่นี้ไปให้เสด็จพ่อได้ เขาก็จะทำให้เสร็จพ่อรู้สึกโปรดปรานเขายิ่งขึ้น

"จีเฉิงเชี่ยก็มีความคิดนี้เช่นเดียวกัน" จีเฉิงอันคิดแล้วหันไปมององค์ชายสามแล้วหัวเราะเยาะเย้ย

 

เมื่อเทียบกับองค์ชายสององค์ชายสามไม่ได้เป็นภัยคุกคามเลย

 

"ขอโทษด้วยซุปโสมสีม่วงไก่เลือดฟินิกส์เป็นเมนูพิเศษ ไม่ได้มีไว้ขายบู่ฟงตอบด้วยท่าทางไม่สนใจ

 

ซุปโสมสีม่วงไก่เลือดฟินิกส์เป็นสิ่งที่เขาได้จากระบบเพื่อช่วยเซียวเหยี่ยนหยู่มันจึงไม่ได้เป็นเมนูในร้านแต่แรก

 

"เถ้าแก่บู่ราคาผลึกไม่ใช่ปัญหา....ข้าเพียงอยากให้ท่านทำซุปโสมสีม่วงไก่เลือดฟินิกส์" จีเฉิงอันพูดออกมาอย่างไม่พอใจ เมื่อเขาได้ยินคำตอบของบู่ฟงเขาก็เริ่มโกรธขึ้นมานิดๆ

 

เมื่อจีเฉิงเชี่ยได้ยินคำพูดของบู่ฟงเขาก็ไม่ได้ถามต่อ เขารู้จักกับนิสัยของบู่ฟงดี และเขาก็จะตอบคำตอบเดิมไม่ว่าจะถามกี่ครั้ง

 

บู่ฟงชี้ไปที่เมนูด้านหลังองค์รัชทายาทแล้วพูดว่า "ดูเมนูที่อยู่ด้านหลังเจ้า...หากมันไม่มีข้าก็ไม่ขาย"

 

"เจ้าก็น่ายอมทำตามซะ ข้าบอกให้เจ้าไปทำอาหาร เจ้าก็แค่ไปทำมันไม่ต้องมาพูดจาไร้สาระอะไรแบบนี้ด้วย?" จีเฉิงอันแสดงท่าทางขุ่นมัวด้วยความกลัวออกมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

ด้วยคำพูดนี้คนที่อยู่รอบๆก็รู้ องค์รัชทายาทโกรธ อารมณ์ของเขาเป็นที่รู้ดีกันทั่วเมืองหลวงเขาเป็นคนที่มีอารมณ์ร้ายมาก

 

เถ้าแก่ร้านเล็กๆเช่นนี้กล้าที่จะทำให้องค์รัชทายาทขุ่นเคืองใจ เขาจะต้องทนทุกข์ทรมานอย่างมาก

 

คนของตระกูลเซียวมากมายมองบู่ฟงด้วยความเห็นใจแล้วส่ายหัวของพวกเขา

 

ในทางกลับกันเซียวเม้งและเซียวเสี่ยวหลงไม่ได้แสดงอาการใด เซียวเม้งรู้ดีว่าร้านของบู่ฟงน่ากลัวแค่ไหน เจ้าหุ่นเชิดนั้น ไม่ต้องพูดถึงหมาดำตัวใหญ่ที่นอนอยู่ข้างนอกร้านนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่องค์รัชทายาทจะผิดใจกับร้านนี้

 

ตึกตึกตึก

 

บรรยากาศในร้านหนาวเหน็บด้วยคำพูดขององค์รัชทายาท แต่คนที่ก้าวเท้าเข้ามานั้นทำให้พวกเขาสนใจ

 

คนที่สวมเสื้อกันฝนฟางกับหมวกไม้ไผ่ก็เข้ามาในร้าน

 

"เถ้าแก่บู่ ข้ามาเอาเหล้าหม้อหยกหัวใจหิมะที่ข้าจองเอาไว้" เสียงแหบแห้งดังขค้นมา ปลายดายมีเลือดหยดไหลนองลงมาบนพื้น

 

"โอ๊ะ รอก่อน" บู่ฟงพยักหน้าแล้วตอบกลับไปโดยไม่สนใจอะไร จากนั้นเขาก็หันกลับเข้าไปในห้องครัว

 

"หยุด" จีเฉิงอันกระพริบตาด้วยความโกรธ มันเป็นใครกันกล้าที่จะไม่สนใจเขา? เขาเป็นใคร? องค์รัชทายาทจะให้คนอื่นมาหยามเขาได้ยังไงกัน?

 

จีเฉิงอันตะโกนแล้วกรงเล็บของเขากำลังจะไปคว้าจับด้านหลังบู่ฟง

 

ปัง

 

แต่ก่อนที่การโจมตีของจีเฉิงอันจะมาที่ร่างของบู่ฟง เซียวเม้งก็หยุดมันเอาไว้ เซียวเม้งมองไปที่องค์รัชทายาทเอาไว้แล้วพูดว่า "ฝ่าบาทมันจะดีกว่าหากท่านไม่ทำอะไรในร้านนี้ นี่คือคำแนะนำจากกระหม่อมผู้ต่ำต้อย"

 

หลังจากที่เซียวเม้งพูดเสร็จเขาก็หันไปมองคนที่สวมหมวกไม้ไผ่ท่าทางของเขาเป็นเปลี่ยนเป็นเย็นชา

 

"เจ้ากล้าปรากฏตัวออกมาจริงๆ" เซียวเม้งพูดออกมาอย่างน่ากลัวแล้วปล่อยแรงกดดันเพื่อที่จะฆ่าออกมาจากร่างกาย

 

"ท่านพ่อ ทหารเสือของท่านยังคงไร้ค่าเหมือนเดิม" เซียวเยว่พูดออกมาท่ามกลางแรงกดดันที่จะฆ่าของเซียวเม้ง เขาหัวเราะเสียงแหบออกมาแล้วถอดหมวกไม้ไผ่ออกมาเผยให้เห็นหน้าตาที่หล่อเหลาของเขา

 

เซียวเยว่? ราชันกระบี่เฉือนหัวใจเซียวเยว่

 

ทุกคนในร้านสูดลมหายใจเฮือกเย็นๆลงไป สายตาขององค์รัชทายาทที่กำลังโกรธก็หรี่ตาลง

 

เจ้าคนชั่วที่ทำให้แม่บาดเจ็บสาหัสและทรยศพ่อของเขาเพื่อที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญกระบี่

"เหยี่ยนหยู่ได้รับบาดเจ็บเพราะเจ้า เจ้ารู้ไหมถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว......ข้าคิดว่าเจ้าจะหนีไปแล้ว" เซียวเม้งค่อยๆเดินไปหาเซียวเยว่อย่างช้าๆ แรงกดดันของเขาเพิ่มขึ้นและน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ

 

ทุกย่างก้าวของเขามีกลิ่นอายแรงกดดันจากนักรบศักดิ์สิทธิ์ขั้นที่เจ็ดปกคลุมตัวเสียงดังเหมือนฟ้าร้องก็ดังขึ้น

 

"ตาย? ท่านพ่อ ท่านก็ยังคงมั่นใจเหมือนเดิม" เซียวเยว่ พูดออกมาแล้วรอยยิ้มจางๆก็ปรากฏขึ้นมา ดวงตาของเขาหรี่ลงเหมือนดวงจันทร์เสี้ยว แต่เขาก็ไม่หยุดพูด "น่าเสียดายที่ตอนนี้ท่านไม่อาจจะหยุดข้าได้"

 

"ข้าไม่อาจจะหยุดเจ้าได้รึ?" เซียวเม้งคิดแล้วหยุดเดิน ระยะห่างของพวกเขาห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว สายตาของคนอื่นๆก็มองมา

 

แรงกดดันของเซียวเม้งเหมือนภูเขาใหญ่ที่หนักแน่น แรงกดดันของเซียวเยว่ก็คมเหมือนหอกของพระเจ้าที่พุ่งลงมาจากท้องฟ้า

 

การปะทะกันของทั้งสองคนกำลังจะเกิดขึ้น

 

ในตอนนั้นเอง......

 

"นี่เหล้าหม้อหยกหัวใจหิมะของเจ้า"

 

เสียงที่ดังออกมาก็มาขัดจังหวะพวกเขา

 

ทุกคนดูแปลกใจกับการกระทำของบู่ฟงที่เดินออกมาจากห้องครัวที่ถือไหเหล้าไว้ในมือ

 

"เจ้าบ้านี่....มีอะไรบางอย่างผิดปกติกับหัวของเขารึปล่าว? เขาไม่เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้เหรอ? ทำไมเขาถึงพูดถึงเหล้าในเวลานี้?

 

ดวงตาของเซียวเม้งกับเซียวเยว่ก็มองมาที่บู่ฟง

 

บู่ฟงก็อยู่นิ่งๆแสดงท่าทางเย็นชา เขาย่นปากแล้วพูดว่า "ข้าขอเตือนพวกเจ้า....หากจะสู้กันให้ออกไปข้างนอกอย่ามาสร้างปัญหา...ไม่อย่างนั้นจะโดนเปลืองผ้าเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่นๆ"

 

//ขอร้องอย่าหือกับพี่บู่ 

 




NEKOPOST.NET