NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ

Ch.50 - ปากเราสัมผัสกันได้เพราะเราเป็นพี่สาวน้องสาวกัน


แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

“กลิ่นนี้หอมมาก”

 

ทุกคนตะลึงจิตใต้สำนึกของทุกคนสูดดมกลิ่นอย่างไม่รู้ตัว

 

กลิ่นหอมของเนื้อไก่แพร่กระจายไปจนทั่วร้าน เนื้อไก่มันกระเพื่อมและส่องประกายสะท้อนออกมาเหมือนวุ้น สีของน้ำซุปไก่สะท้อนแสงออกมาอย่างสวยงามส่องแสงสีไปทั่วทุกแห่ง

 

ตาของเซียวเม้งเบิกกว้างออกมาเล็กน้อย รูม่านตาของเขาก็สว่างขึ้นมาเขามองไปในหม้อที่อยู่บนโต๊ะ มีเนื้อไก่เลือดฟินิกส์อยู่ข้างใน

 

“นี่มันมีพลังวิญญาณอยู่อย่างเป็นมหาศาล” เซียวเม้งแปลกใจอย่างมากเขาสูดอากาศเย็นเข้าไป เขาตกใจอย่างมากด้วยระดับนักรบศักดิ์สิทธิ์ขั้นเจ็ดเขาบอกได้เลยว่ามีพลังวิญญาณอยู่ภายในซุปไก่สีเลือดเท่าไหร่ ซุปไก่ที่ส่งกลิ่นหอมมีสมุนไพรล้ำค่ามากมาย

 

เขามองดูชามซุปไก่แล้วกลืนน้ำลายไปตามจิตใต้สำนึก

 

“นี่คือ.....สัตว์ร้ายระดับห้า ไก่เลือดฟินิกส์?!” องค์รัชทายาทเลียริมฝีปากมองไปที่เนื้อไก่ในหม้อแล้วคิดอะไรบางอย่างแล้วเปล่งเสียงพูดออกมาด้วยความดีใจ

 

“ไก่เลือดฟินิกส์?!” เซียวเม้งแปลกใจอยู่นิดๆแล้วมองไปที่จีเฉิงกัน

 

“ไก่เลือดฟินิกส์เป็นสัตว์ร้ายระดับห้าที่อาศัยอยู่ในเขตทุ่งหญ้าสามเหลี่ยมในดินแดนรกร้าง ไก่พันธุ์นี้มีขน เนื้อ หนังเป็นสีเลือด เนื้อของมันเต็มไปด้วยพลังจิตวิญญาณ เนื้อของมันจะเสริมสร้างพลังชีวิตและบำรุงเลือด มันเป็นวัตถุดิบที่หาได้ยากมาก” จีเฉิงกันอธิบายให้มันชัดเจน แล้วบอกไปที่บู่ฟงด้วยท่าทางสงสัย

 

บู่ฟงพยักหน้าอย่างนิ่งๆตแล้วตอบว่า “ใช่แล้ว นี่เป็นไก่เลือดฟินิกส์”

 

“ข้าเคยเห็นมันในบันทึกโบราณของวังหลวง แปลกข้าคิดว่ามันจะอยู่ที่ในเขตทุ่งหญ้าสามเหลี่ยมในแดนรกร้างไม่ใช่เหรอ” จีเฉิงกันคร่ำครวญแล้วส่วยหัวขึ้นมาทันที

 

“โชคไม่ดีแม้ว่าไก่เลือดฟินิกส์นี้จะล้ำค่า แต่เหยี่ยนหยู่เสียพลังชีวิตไป ข้าเกรงว่าจะไม่อาจรักษานางได้”

 

บู่ฟงเม้มริมฝีปากแล้วมองที่จีเฉิงกันที่กำลังส่ายหัว

 

“ไก่เลือดฟินิกส์ที่ข้าทำอาหารมันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ? อย่ามาพูดจาเรื่อยเปื่อยหากเจ้าไม่ได้ลองกิน”

 

จีเฉิงกันมองไปที่บู่ฟงอย่างตกใจ เขาเป็นถึงองค์รัชทายาทเจ้าสามัญชนนี้กล้าพูดแบบนี้กับเขาได้ยังไงกัน?

 

นอกจากจีเฉิงกันคนอื่นๆก็รู้ถึงนิสัยของบู่ฟง เขาไม่กลัวอะไรแม้จะเผชิญหน้ากับองค์รัชทายาท เขาก็ยังกล้าตำหนิเขา

 

หัวใจของฉู่ชี่เต้นรัว องค์รัชทายาทเป็นเชื้อพระวงศ์จะทนต่อคำพูดจาหยาบคาบของบู่ฟงได้ยังไง? เพื่อไม่ให้สถานการณ์แย่ลงเขาจึงรีบลุกขึ้นมาเพื่อไกล่เกลี่ย

 

“เถ้าแก่บู่หากท่านมั่นใจในซุปไก่นี้ก็เอามันให้คุณหนูเหยี่ยนหยู่ดื่มเร็วๆสิ” ฉู่ชี่พูดแล้วเอามือประสานกันคำนับ

 

เซียวเม้งขมวดคิ้วนิดๆก่อนที่จะพูดกับบู่ฟงว่า “น้องชายหวังว่าซุปของเจ้าคงจะรักษาได้ไม่อย่างนั้นเจ้าน่าจะรู้ผลลัพธ์ที่ตามมา”

 

“สบายใจได้ซุปนี้รักษาได้แน่นอน” บู่ฟงตอบออกมาอย่างสบายๆ

 

เขาตักมันใส่ถ้วยกระเบื้องสีฟ้าขาวก่อนเขาตักซุปไก่สีเหลืองอำพันลงในช้อนกระเบื้อง น้ำมันที่ลอยอยู่บนซุปไก่ส่องประกายสีของมันไม่เข้มไม่อ่อนจนเกินไป

 

“ซุปไก่นี้เรียกว่าโสมสีม่วงไก่เลือดฟินิกส์ ส่วนผสมหลักคือโสมสีม่วงสวรรค์กับไก่เลือดฟินิกส์ แล้วยังมีสมุนไพรมากมายที่ผสมเข้าไปในการปรุงอีกด้วย มันจึงมีสรรพคุณมากมาย ด้วยการใช้

เทคนิคพลังงานที่แท้จริงโสมสีม่วงซึมซาบเข้าไปที่เนื้อไก่ ทำให้ซุปมีพลังวิญญาณ บำรุงเลือด และมีพลังชีวิตอยู่มากมาย”

 

หลังจากที่บู่ฟงอธิบายเขาก็เอาชามซุปไก่มาวางตรงหน้าเซียวเหยี่ยนหยู่ที่ใบหน้าซีดเซียวไม่มีสี

 

เซียวเหยี่ยนหยู่นั้นงดงามมาก แม้ว่าผิวของนางจะซีดเพลียเนื่องจากสูญเสียพลังแห่งชีวิตไปมากมาย แต่ความงดงามของนางก็ไม่มีใครสามารถจะเทียบได้ ดวงตาอิดโรยดำของนางเหมือนดอกไม้ที่ร่วงโรยในฤดูใบไม้ผลิมันทำให้คนอื่นรู้สึกสงสาร

 

“อ้าปากแล้วพูดอ้าม” บู่ฟงพูดกับเซียวเหยี่ยนหยู่ขณะที่ตักซุปไก่ที่มีกลิ่นหอมที่มันไม่ค่อยจะร้อนมากแล้วให้

 

ขนตาของเซียวเหยี่ยนหยู่สั่นไหวนางหันไปมองทางซุปไก่ ริมฝีปากของนางเปิดออกมานิดๆ แต่เนื่องจากที่นางเสียพลังชีวิตไปมาก ทำให้มันยากที่นางจะอ้าปากออกมา

 

“อะแย่แล้ว...” โอวหยางเซียวยี่คิดแล้วขดมุมแากออกมา “มีบางอย่างพลาดไป? นายท่านที่น่ารังเกียจไม่เห็นเหรอว่าพี่เหยี่ยนหยู่อ้าปากออกมาไม่ได้?”

 

บู่ฟงเทซุปที่อยู่ในช้อนกลับเข้าไปในชาม แล้วมองไปที่เซียวเหยี่ยนหยู่โดยไม่ได้แสดงท่าทางใดๆ

 

“มีอะไรผิดพลาด? ทำไมเหยี่ยนหยู่ไม่ยอมกินซุป?” เซียวเม้งมองมาที่บู่ฟงด้วยความแปลกใจคนอื่นๆก็อยากที่จะรู้ด้วย

 

บู่ฟงมองพวกเขาแล้วตอบออกมาตามปกติ “อย่าเร่งข้าข้ากำลังคิดวิธีให้นางกลืนเข้าไปอยู่”

“เอ....อะ?หมายความว่าไงว่า?”

 

ทุกคนตะลึงก่อนที่จะมองบู่ฟงกลืนน้ำซุปไก่เข้าไปช้อนหนึ่ง

 

“เขาทำอะไร?” “เขาบอกว่าจะหาทางเอาซุกไก่ให้เหยี่ยนหยู่กลืนลงไป ทำไมเขาถึงดื่มมันเอง?”

จากนั้นบู่ฟงก็โน้มตัวไปข้างหน้าแล้วก้มหัวลงไปที่ปากของเซียวเหยี่ยนหยู่.....

 

เซียวเม้งที่กำลังมองดูเขาจมูกของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ “น้องชายเจ้ากำลังทำอะไร? ทำไมเจ้าถึงได้เข้าไปใกล้กับนางขนาดนี้? เจ้ากำลังจะหาประโยชน์จากลูกสาวของข้าเหรอ?”

 

ริมฝีปากของบู่ฟงกับเซียวเหยี่ยนหยู่ห่างกันไปเพียงไม่กี่นิ้ว เซียวเม้งทนต่อไปไม่ไหวดึงบู่ฟงออกไป

 

“เจ้ากำลังจะทำอะไร?”เซียวเม้งมองมาที่บู่ฟงด้วยความโกรธแล้วพูดออกมาอย่างเย็นชา

 

อึก บู่ฟงมองไปที่เซียวเม้งอย่างนิ่งๆแล้วกลืนซุปในปากลงไป เขาตีปากของเขาแล้วพูดว่า “ข้ากำลังจะป้อนน้ำซุปให้นางนางไม่มีแรงที่จะเปิดปาก”

 

“ฟังที่เจ้าพูดเหมือนกับว่าเจ้ากำลังคิดอะไรบางอย่างกับลูกสาวของข้า..”เซียวเม้งคิดอย่างหนัก

 

“เจ้าไม่เคยได้ยินเหรอว่าชายหญิงที่ไม่ได้แต่งงานเมื่อสัมผัสร่างกายกันจะไม่เหมาะสม?เสี่ยวยี่มานี่” เซียวเม้งมองไปที่บู่ฟงอย่างหนาวเหน็บและกวัดมือเรียกเสี่ยวยี่เข้ามา

 

โอวหยางเสี่ยวยี่วิ่งไปตรงหน้าทันที

 

“เจ้าจะต้องป้อนซุปไก่ให้เหยี่ยนหยู่แบบที่เขาทำตะกี้” เซียวเม้งพ่นลมหายใจเย็นๆออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องที่บู่ฟงทำเมื่อกี้ก็โกรธ

 

โอหยางเสี่ยวยี่พยักหน้า นางรับชามซุปมาจากบู่ฟงไว้ในมือแล้วดื่มมันลงไปช้อนหนึ่ง

 

“อืม” ในขณะที่ซุปเข้าไปโอวหยางเสี่ยวยี่ก็กลืนมันเข้าไปลงท้องทันทีตามจิตใต้สำนึก

 

ทุกคนจ้องมาที่นาง

 

“ข้ากำลังทดสอบรสชาติให้พี่เหยี่ยนหยู่ รสชาติไม่เลวเลย” โอวหยางเสี่ยวยี่ท่าทางอาย นางนั้นนางก็ดื่มมันไปอีกช้อนแต่คราวนี้นางไม่ได้กลืนมันลงไปในตอนนี้

 

แม้ว่าริมฝีปากของพวกเขาจะสัมผัสกัน แต่มันก็ยังดีเพราะเป็นพี่สาวน้องสาวกัน

 

ซุปไก่เข้าไปในปากของเซียวเหยี่ยนหยู่ค่อยไหลผ่านลำคอลงไปในกระเพาะของนาง

 

ตาของเวียวเหยี่ยนหยู่ที่เหมือนดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิที่ร่วงโรยลงก็ขยับนิดๆ ดวงตาของนางที่เหมือนคนตายแล้วสัมผัสได้ถึงพลังงานที่มีชีวิตปรากฏขึ้นในสายตาของนาง

 

“ต่อไปอย่าหยุด” บู่ฟงพูดออกมาตามปกติ

 

โอวหยางเสี่ยวยี่ก็ป้อนซุปไก่เข้าไปในปากของเซียวเหยี่ยนหยู่อีกคำหนึ่ง หลังจากนั้นอีกสามครั้งดวงตาของเซียวเหยี่ยนหยู่ก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง แล้วนางก็สามารถดื่มซุปไก่ได้ด้วยตัวเอง

 

“มันได้ผล” ดวงตาของเซียวเสี่ยวหลงสว่างขึ้นมาแล้วเอามือกุมหมัดเอาไว้

 

“อย่าเพิ่งดีใจให้นางดื่มซุปต่อไปอีกชาม” บู่ฟงพูดจากับโอวหยางเสี่ยวยี่โดยไม่ได้แสดงออกอะไรแล้วส่งสัญญาณให้นางทำต่อไป

 

เมื่อเซียวเหยี่ยนหยู่ดื่มซุปอีกชามลงไปบู่ฟงก็ให้โอวหยางสี่ยวยี่หยุดทำ หน้าตาของโอวหยางเสี่ยวยี่ก็แก้มพองออกมาเป็นสีแดงดูน่ารักมากๆเข้ากันกับใบหน้ากลมอ้วนของนาง

 

นางดื่มซุปไก่เข้าไปเต็มๆหนึ่งช้อนด้วยระดับการฝึกฝนของนางโชคดีที่นางไม่มีเลือดไหลออกมาจากจมูก

 

บู่ฟงดึงขาไก่ออกมา มันเหมือนกับวุ้น ตอนที่ดึงมันออกมามันก็เด้งออกมาด้วย บู่ฟงไม่ได้ให้นางกินเนื้อไก่ เขาเอามีดหั่นเนื้อไก่ให้แทน จากนั้นเขาก็ตัดมันเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า เอามันผสมลงในซุปไก่ให้เซียวเหยี่ยนหยู่ดื่ม

 

หลังจากที่กินไก่และสมุนไพรลงไปไม่กี่ชิ้น ผิวของเซียวเหยี่ยนหยู่ก็ดูดีขึ้น อาการพลังชีวิตของนางที่รั่วไหลก็หมดลง เลือดภายในร่างกายของนางก็มากขึ้น มันยังคงขาดไปอยู่บ้างเมื่อเทียบกันกับคนธรรมดา แต่มันก็ดีกว่าที่ก่อนหน้านี้

 

“ซุปไก่ชามนี้...สามารถรักษาอาการบาดเจ็บทีแม้แต่หมอหลวงก็ไม่อาจรักษาได้...นี่เป็นซุปไก่มหัศจรรย์” ผู้คนรอบๆตัวต่างกระซิบกันอย่างประหลาดใจ ข้อสงสัยที่อยู่ในตัวบู่ฟงหมดไป

เซียวเม้งแปลกใจเหมือนกัน ไม่นานเข้าก็ตื่นเต้นแล้วมีความสุข

 

ผิวของเซียวเหยี่ยนหยู่ดูดีขึ้นแม้ว่ามันยังคงซีดอยู่ แต่มันก็ยังคงมีชีวิตชีวามากหลังจากที่นางฟื้นฟูความแข็งแรง นางพูดกับเซียวเม้งเบาๆ “ท่านพ่อ..ข้าหิว”

 

นางฟื้นมาจริงๆ เซียวเหยี่ยนหยู่ฟื้นขึ้นมาด้วยซุปไก่ชามหนึ่ง

 

ดวงตาของจีเฉิงอันสว่างไสวเหมือนกับท้องฟ้าในตอนกลางคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว สายตาของเขาจ้องมองซุปไก่

 

ดวงตาของจีเฉิงเชี่ยก็สว่างขึ้นเหมือนกันแล้วจ้องมองมาที่ซุปไก่

 

ตอนนี้ทั้งสององค์ชายก็อยากกินไก่

 




NEKOPOST.NET