[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ ตอนที่ 46 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ

Ch.46 - ทำลายร้านของข้าเหรอ? ท่านไม่มีความสามารถหรอก


แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง
“เจ้าเป็นเถ้าแก่ร้านรึ? เถ้าแก่บู่ ที่ทำร้ายลูกสาวของข้าจนบาดเจ็บแล้วยังบอกว่าช่วยนางได้อีกด้วยสินะ?” เซียวเม้งถามด้วยรอยยิ้มจอมปลอมบนใบหน้า น้ำเสียงของเขามีร่องรอยหนาวเย็น เขาอยากมาดูว่าเจ้าของร้านแบบไหนกันที่จะสร้างสิ่งมหัศจรรย์นี้ได้
อาการบาดเจ็บของเซียวเหยี่ยนหยู่แม้แต่หมอหลวงก็ไม่สามารถจะรักษาได้ เจ้าคนที่ทำร้ายนางบอกว่าจะรักษานางได้?
บู่ฟงเอาไหเหล้าหม้อหยกหัวใจหิมะออกมาวางไว้ เมื่อได้ยินคำถามของเซียวเม้งบู่ฟงก็ตกใจ
“เจ้าคงเป็นพ่อของเซียวเหยี่ยนยี่?” บู่ฟงคิดขณะที่เหลือบมองชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้า พูดตามตรงยีนส์ของคนในตระกูลเซียวนี้ดีจริงๆ ทุกคนล้วนแต่ดูดี
“โอ้ ใช่ข้าคือเจ้าของร้านที่ใจดีคนนั้น” บู่ฟงตอบออกมาโดยไม่สนใจอะไร
เขาเดินไปที่โต๊ะของเซียวเม้ง แล้ววางเหล้าลงไปแล้วพูดว่า “นี่เป็นเหล้าหม้อหยกหัวใจหิมะ โปรดดื่มมันอย่างมีความสุข”
เซียวเม้งหันไปมองบู่ฟงทันทีแล้วเอามือวางบนผ้าที่ปิดไหแล้วพูดออกมาเสียงเย็นว่า “เจ้าเป็นคนที่ทำร้ายลูกสาวของข้า เจ้าจะไม่พูดอะไรเลยหรือ?”
“พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง? ร้านของข้าเป็นร้านเล็กๆที่อยู่ห่างไกลแต่ก็มีกฏ หากนางไม่สร้างปัญหานางก็ไม่ได้รับบาดเจ็บในร้านหรอก” บู่ฟงมองเซียวเม้งแล้วพูดออกมาอย่างเฉยเมย
บู่ฟงไม่รู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวหรือหยิ่งกันแน่ เซียวเม้งนิ่งไปสักพักรอยยิ้มของเขาก็กว้างขึ้น “นานมาแล้วที่มีคนมาพูดกับข้าแบบนี้......เจ้ารู้ว่าข้าเป็นพ่อของเหยี่ยนหยู่เจ้าน่าจะรู้จักตัวตนของข้า”
“ด้วยระบบการฝึกฝนของข้าจะทำลายร้านของเจ้าเป็นเรื่องง่ายๆ เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะฆ่าเจ้า? หรือทำลายร้านของเจ้า?”
เซียวเม้งพูดเสร็จรัศมีกระแสลมก็พวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเขา แสงที่ส่องมานี้รู้สึกเหมือนถูกโลกกดดันทับเอาไว้ พื้นที่รอบๆตัวกลายเป็นหนักมาก
หน้าตาน่ารักน่าชังของโอวหยางเสี่ยวยี่ซีดลง ความกลัวปรากฏออกมาจากสายตาที่กลมโตของนาง นางรีบถอยออกมาแล้วแอบซ่อนตัวอยู่ห่างๆ ตอนที่เซียวเม้งโกรธมันน่ากลัวมาก
“เจ้าจะทำลายร้านของข้า?” เมื่อไปมองแรงกดดันที่เซียวเม้งปลดปล่อยออกมา บู่ฟงตอบออกมาอย่างใจเย็น “โอ๊” แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ท่านไม่มีความสามารถหรอก”
แม้แรงกดดันที่ปลดปล่อยออกมาหนักเหมือนภูเขาและยิ่งใหญ่เหมือนมังกร บู่ฟงไม่ได้ผลกระทบอะไรเลยในร้าน แรงกดดันที่ออกมาเป็นมีได้เพียงชั่วคราวเท่านั้นเพราะถูกระบบจัดการ
คำตอบของบู่ฟงมันเหนือจากที่คาดเอาไว้
โอวหยางเสี่ยวยี่งงไปสักพักก่อนที่จะมองไปที่นายท่านที่น่ารังเกียจด้วยความชื่นชม แม้นางจะคิดว่าเขาเป็นคนบุ่มบ่าม แต่เขาดูดีจริงๆเมื่อพูดคำนี้ออกมา
“ข้าไม่มีความสามารถพอ?” เซียวเม้งยืนขึ้นด้วยความรู้สึกโกรธแล้วหัวเราะ ในฐานะที่เขาเป็นนักรบศักดิ์สิทธิ์ขั้นเจ็ดเขาจะทำลายร้านเล็กๆนี้ไม่ได้เหรอ?
ทันใดนั้นเองบู่ฟงรู้สึกว่าได้เห็นภาพของเซียวเม้งที่เบลอปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของเขา หน้าตาที่หล่อเหลาของเซียวเม้งอยู่ห่างจากบู่ฟงไม่กี่นิ้ว กลิ่นอายกดดันที่หนาวเย็นอยู่ตรงหน้าบู่ฟงทำให้รูขุมขนบู่ฟงหดตัว
“เจ้าโอหังนักนะ เจ้ามันแค่นักรบบ้าคลั่งระดับที่สาม ข้าอยากจะรู้ว่าเจ้ามีมีอะไรดีถึงได้กล้าหยิ่งทะนงเช่นนี้” เซียวเม้งพูดขณะที่ยกมือขึ้นมาจับบู่ฟง
บู่ฟงที่มองเซียวเม้งอย่างเฉยเมยก็มองเซียวเม้งอย่างเคร่งเครียดในเวลาอันสั้น
ปัง
บู่ฟงถอยหลังกลับไปสองก้าว ฝ่ามือของเซียวเม้งไม่ถูกตัวบู่ฟงมันถูกเจ้าขาวที่ปรากฏคั่นกลางระหว่างทั้งสองหยุดเอาไว้
แขนของหุ่นยนต์เจ้าขาวยกขึ้นแล้วหยุดฝ่ามือของเซียวเม้งเอาไว้ ควันสีเขียวออกมาจากฝ่ามือในตอนที่ทั้งสองปะทะกัน
“คนสร้างปัญหาจะต้องถูกเปลื้องผ้าเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่นๆ” ตาของหุ่นยนต์เจ้าขาวกระพริบเป็นสีแดงแสดงความโกรธออกมา
ตาของเซียวเม้งสว่างขึ้นเขามองมาที่เจ้าขาว แล้วคิดว่า “นี่คงเป็นหุ่นเชิดที่ทำให้เหยี่ยนยี่บาดเจ็บ? มันหยุดการโจมตีของข้าได้ร้านนี้มีความสามารถบางอย่าง”
เซียวเม้งชักหมัดออกมาแล้วชกเข้าไปที่หัวของเจ้าขาวด้วยความเร็วเหมือนสายฟ้าแลบ
ปัง
ปัง ปัง ปัง
ทั้งสองฝ่ายแลกหมัดกัน หมัดของพวกเขาเป็นแค่ภาพเบลอที่ติดค้างอยู่ในร้าน พวกเขาทั้งสองแลกหมัดกันอย่างดุเดือด เสียงพวกเขาชกกันดังก้องในร้าน
ตาดำของบู่ฟงหดตัวด้วยความประหลาดใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นใครบางคนต่อสู้กันกับเจ้าขาวได้สูสี ตามที่คิดไว้นักรบศักดิ์สิทธิ์ขั้นที่เจ็ด
โอวหยางเซียวยี่รู้สึกแปลกใจ ในใจของนางท่านลุงเซียวเป็นคนที่น่ากลัวและแข็งแกร่งที่สุด นางไม่คิดว่าเจ้าขาวที่น่ารักนี้จะน่ากลัวเช่นกัน
ทั้งสองถอยไปจากกันหลายก้าว
ควันสีเขียวออกมาจากฝ่ามือหุ่นยนต์ของเจ้าขาว ดวงตาเครื่องจักรของมันกระพริบอย่างรวดเร็ว
เซียวเม้งขมวดคิ้วนิดแล้วสะบัดแขนหายใจเข้ามาลึกๆ
“ระบบ เจ้าขาวเอาชนะไม่ได้? ทำไมมันไม่อาจเอาชนะชายวัยกลางคนนี้ได้?” บู่ฟงถามด้วยความตกใจเขาเคยคิดว่าเจ้าขาวอาจจะเอาชนะได้
“ความแข็งแกร่งของเจ้าขาวขึ้นอยู่กับระดับการฝึกฝนของโฮสต์ เจ้าขาวจะแข็งแกร่งกว่าโฮสต์สี่ขั้น เพื่อรักษาความปลอดภัยในร้าน หากโฮสต์แข็งแกร่งเจ้าขาวก็จะแข็งแกร่งไปด้วย ถ้าโฮสต์อ่อนแอเจ้าขาวก็จะอ่อนแอ” ระบบอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง
มุมปากของบู่ฟงขดออกมา ระดับการฝึกฝนของเขาอยู่ที่ขั้นที่สามนักรบบ้าคลั่งเท่านั้น หมายความว่าระดับของเจ้าขาวคือนักรบศักดิ์สิทธิ์ขั้นที่เจ็ด แล้วมันจะลากเซียวเม้งที่อยู่ในขั้นที่เจ็ดด้วยกันออกไปได้ไหม?
“ระบบหากเจ้าขาวไม่อาจเอาชนะผู้ก่อกวนได้ละ?” บู่ฟงถามในใจ
“โฮสต์ไม่จำเป็นต้องกังวล เจ้าขาวไม่ใช่ด้านป้องกันครั้งสุดท้าย โฮสต์ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหาผลึกเพิ่ม เพื่อยกระดับการฝึกฝนของเจ้าขาวให้อยู่ที่ขั้นเก้า”ระบบพูด
ตูม ตูม ตูม
เซียวเม้งหน้าบึ้งหลังจากที่ปะทะกับเจ้าขาวสองสามครั้ง ผู้เชี่ยวชาญหมายเลขหนึ่งของอาณาจักรไม่สามรถจัดการกับหุ่นเชิดของร้านเล็กๆ คำพุดนี้มันน่าตลกแทบตาย
ตอนที่เขาจะปล่อยเคล็ดวิชายุทธออกมาเขาก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายที่น่ากลัว กลิ่นอายกดดันที่น่ากลัวมันมองไม่เห็น มันโจมตีเข้ามาที่จิตใจของเขาโดยตรง วิชายุทธที่เขากำลังรวบรวมอยู่ในมือก็กระจายหายไปเช่นกัน
ตรงทางเข้ามีหมาดำตัวใหญ่นอนอยู่ มันอ้าปากกว้างหาวดวงตาเจ้าหมาน้อยจ้องมองไปที่เซียวเม้งอย่างแฝงความหมาย
เพียงการจ้องมองมาครั้งเดียวทำให้เซียวเม้งเหงื่อออก เขาเกือบลืมเรื่องหมาดำลึกลับที่นอนอยู่ในทางเข้า
“อย่างนั้นก็ดี หากร้านของเจ้ามีความสามารถช่วยลูกสาวของข้าได้ ไม่อย่างนั้นละก็อีกสองวัน.......แม้ว่าเราทั้งสองคนจะตายด้วยกันข้าจะให้เจ้าชดใช้ด้วยชีวิต” แรงกดดันของเซียวเม้งที่ปลดปล่อยออกมาก็หายไปทันที ทั้งโอวหยางเสี่ยวยี่กับบู่ฟงก็โล่งใจ
แรงกดดันที่แผ่ออกมาข่มขู่หายไปอย่างรวดเร็ว เซียวเม้งกลับมานั่งที่เก้าอี้แล้วเปิดผ้าคลุมไหเหล้าหม้อหยกหัวใจหิมะออก เมื่อเขาเทเหล้าทั่วทั้งร้านก็มีกลิ่นเหล้าหอมฟุ้ง
“เจ้าคนก่อกวนนี่มีระดับการฝึกฝนที่แข็งแกร่งเราไม่อาจจะเปลื้องผ้าเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่นๆได้...” หุ่นยนต์เจ้าขาวกระพริบตารายงานกับบู่ฟง
บู่ฟงเมินเฉยแล้วไปลูบท้องเจ้าขาวเพื่อดูว่ามันไม่เป็นไร เจ้าขาวเองก็กลับไปที่ห้องครัวเช่นกัน
“ทำไมเซียวเม้งถึงหยุด?” บู่ฟงคิดสักพัก “เป็นไปได้ที่ระบบบอกว่าจะมีปราการด่านสุดท้ายที่ปกป้องเอาไว้จะส่งผล?” บู่ฟงอยากรู้ขึ้นมาทันที
หลังจากนั้นเซียวเม้งก็ไม่ได้สร้างปัญหาใดๆ เมื่อเขากิน
อาหารเสร็จแล้วเขาก็จ่ายเงินจนครบแล้วจากไป
นักรบศักดิ์สิทธิ์ขั้นที่เจ็ดช่างร่ำรวยและไม่ขาดเงิน
บู่ฟงมองเซียวเม้งที่จากไปอย่างนิ่งๆ เจ้าหมาดำตัวใหญ่ที่นอนอยู่ตรงปากทางเข้าก็อ้าปากหาวแล้วนอนต่อไป
“ตอนนี้วุ่นวายแล้วจริงๆ” บู่ฟงหายใจเข้าไปลึกๆแล้วรู้สึกกังวลขึ้นมา หากเขาไม่อาจปรุงซุปโสมสีม่วงเลือดไก่ฟินิกซ์ได้ แล้วช่วยเซียวเหยี่ยนหยู่ไม่ได้ ชายวัยกลางคนนี้จะต้องฆ่าเขาจริงๆ
ตอนนี้บู่ฟงกระวนกระวายใจแล้วยังคงเปิดร้านอยู่ต่อไป
หลังจากที่หมดเวลาเปิดร้าน บู่ฟงก็เริ่มทำซุปโสมสีม่วงไก่เลือดฟินิกส์
ในครั้งแรกเขาเข้าใจแล้วว่าต้องใช้พลังงานที่แท้จริงเป็นตัวเชื่อม นี่เป็นครั้งแรกที่บู่ฟงจะปรุงอาหารโดยใช้พลังงานที่แท้จริง เขาไม่อาจรับประกันความสำเร็จได้
นี่เป็นงานที่ต้องใช้ฝีมือในการฝึกฝน
 
//เรื่องนี้เป็นเรื่องอาหาร ทุกอย่างเกี่ยวกับอาหารหมด ผมอ่านคอมเม้นหมดนะ ใครสงสัยตรงไหนสอบถามทาง inbox เพจได้เลยเดี๋ยวตอบทุกคนน๊า ท่านใดอยากอ่านเรื่องแนวอสูรปีศาจธรรมะสัจจะวาจา ตามได้ที่ Seeking path ที่พึ่งลงใน nekopost ด้วยนะ สนุกมากกก (ไม่เก็บกลุ่มลับด้วยเพราะเรื่องนี้ผมแปลอยากให้ทุกๆคนสนุกกัน ^^" ปล.คุมคนเดียว พี่ๆไม่เกี่ยวเลยไม่โดนบังคับฮ่ะๆ)
(สปอยย หมาดำเกรียนมากต้องดูตอนที่ 56!)



NEKOPOST.NET