[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ ตอนที่ 45 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ

Ch.45 - เซียวเม้งมาที่ร้าน


แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

“ความพยายามครั้งแรกของโฮสต์ล้มเหลว”

 

เสียงของระบบดังออกมาภายในใจของบู่ฟง เขาล้มเหลวอย่างงั้นเหรอ? เป็นไปได้ยังไงกลิ่นของมันหอมมาก....

 

ตอนที่บู่ฟงยกหม้อดินขึ้นมาจากเตาไอน้ำที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของไก่ก็พุ่งออกมา กลิ่นหอมของโสมสีม่วงก็เข้ากันกับกลิ่นหอมเช่นกัน บู่ฟงหลงใหลกลิ่นหอมนี้ เขาจึงได้สูดดมเข้าไปอย่างโลภมาก

 

ภายในหม้อดิน เนื้อไก่สีเลือดยังคงมีความร้อนปะทุออกมาเหมือนกับวุ้น ซุปยังมีฟองขึ้นมา ทุกครั้งที่ฟองสบู่ลอยขึ้นมากลิ่นหอมก็จะพุ่งเข้ามาด้วย น้ำโสมก็กลายเป็นสีม่วงจางๆในตอนที่เดือด ฟองสีเหลืองลอยขึ้นมาอยู่บนซุป มันกลายเป็นก้อนผลึกสมุนไพรวิญญาณ

 

“หืม?” บู่ฟงค่อยๆจ้องสีของซุปไก่ หลังจากนั้นอยู่นานเขาก็ถอนหายใจและความรู้สึกเสียใจก็ปรากฏบนใบหน้า

 

ไม่มีอะไรผิดพลาด บู่ฟงล้มเหลวจริงๆ หากเขาทำซุปโสมสีม่วงไก่เลือดฟินิกซ์ได้สำเร็จซุปจะไม่เป็นสีเหลืองเขียวแบบนี้ หากน้ำโสมซึมซาบเข้าสู่เนื้อไก่ไปจนหมดสีของน้ำซุปก็จะกลายเป็นสีเหลือง

 

“ระบบแจ้งเตือน: ในระหว่างที่ปรุงโอสถกระยาหารอยู่นั้นโฮสต์สามารถเร่งใช้พลังงานที่แท้จริงการซึมซับน้ำโสมลงบนเนื้อไก่ได้ เพื่อรักษาคุณค่าของน้ำโสมสีม่วงและเพิ่มรสชาติของเนื้อไก่ให้ล้ำเลิศ” ระบบพูดออกมา

 

“ใช้พลังงานที่แท้จริงเร่งให้มันซึมซับลงไป?"”ดวงตาของบู่ฟงกว้างขึ้น โดยปกติขั้นตอนการทำอาหารของบู่ฟงจะไม่มีข้อผิดพลาด แต่สุดท้ายเขาก็ยังคงล้มเหลว เขาทบทวนในสิ่งที่เขาทำและคิดอยู่สักพักหนึ่ง แต่เขาก็ไม่รู้ว่า ตัวเขานั้นทำอะไรผิด แต่เขาก็รู้ในสิ่งที่เขาทำผิดพลาดหลังจากที่ระบบเตือนเขา

 

หลังจากที่เขาทำโอสถกระยาหารเขาใช้ส่วนผสมและวัตถุดิบคุณภาพดีมาก เขาไม่อยากให้พลังวิญญาณของสมุนไพรหายไปเขาจึงไม่ค่อยพึ่งพาเครื่องมือในห้องครัว นอกจากนี้เขายังต้องใช้พลังงานที่แท้จริงปรุงโอสถกระยาหารให้สำเร็จ

 

ไม่ใช่แค่เพียงโอสถกระยาหารเท่านั้น ในอนาคตบู่ฟงยังต้องถ่ายพลังงานที่แท้จริงในการปรุงอาหารจานอื่น นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ระบบช่วยบู่ฟงเปลี่ยนผลึกเป็นพลังงานที่แท้จริง

 

ส่วนผสมที่มีระดับสูงมีพลังจิตวิญญาณอยู่มากมายและไม่สามารถใช้อุปกรณ์ทำอาหารจัดการกับมันได้ มันอาจมีข้อผิดพลาดเกิดระเบิดขึ้นหรือว่ามีปัญหาอื่นๆ บู่ฟงต้องคิดเรื่องนี้เมื่อเริ่มใช้

ส่วนผสมระดับห้า

 

“ห๊าย” บู่ฟงสูดลมหายใจลึกแล้วเอาซุปโสมม่วงไก่เลือดฟินิกส์ที่ล้มเหลวใส่ลงในท้องของเจ้าขาวเพื่อรีไซเคิล

 

เขาเหยียดตัวแล้วหาวออกมา มันถึงเวลาที่จะนอนแล้ว ชายหนุ่มที่มีเป้าหมายเป็นเทพเจ้าแห่งการทำอาหาร บู่ฟงต้องจัดการทำงานและเวลาพักผ่อน เมื่อถึงเวลาที่จะนอนแล้วเขาก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่น

 

แม้ว่าบู่ฟงจะปรุงซุปโสมสีม่วงไก่เลือดฟินิกซ์ไม่สำเร็จในครั้งแรก แต่เขาก็ยังมีท่าทางใจเย็น ไม่มีอะไรแปลกไป

 

หลังจากมันเข้าไปที่ท้องกว้างของเจ้าขาว บู่ฟงก็กลับเข้ามาที่ห้องแล้วนอนหลับนิ่ง

 

ในตอนเช้าเขาตื่นขึ้นมาหลังจากที่อาบน้ำแล้วเขาก็เปิดร้านในวันนั้นเลย

 

เมื่อเขาฝึกเทคนิคมีดดาวตกและเสร็จสิ้นภารกิจของวันนี้ที่จะต้องหันหัวไชเท้า เขาก็ทำข้าวผัดไข่

 

หลังจากบู่ฟงกินมันแล้วรู้สึกพอใจกับรสชาติแล้วเขาก็เอามันให้เจ้าดำที่รอหลับอยู่ตรงที่ทางเข้า

ที่ร้านก็ได้รับความนิยมมากเหมือนกัน อย่างน้อยเมื่อเขาเปิดร้านในตอนเช้าเขาก็เห็นกองทัพคนอ้วนมารออยู่ คนอ้วนจินกับเพื่อนของพวกเขามาทุกวันไม่ว่าฝนตกหรือแดดออก

 

“เถ้าแก่บู่ ข้าเอาขนมจีบทองคำ ซี่โครงหมูอ่อนขี้เมาราคาห้าสิบผลึกแพงนะเนี่ย แต่ข้าก็เอาเหมือนกันนะ” คนอ้วนจินหัวเราะใบหน้าสั่นไหวกระเพื่อมเพราะมีไขมันบนหน้า

 

เพื่อนที่อ้วนๆก็สั่งอาหารเหมือนกัน บู่ฟงกำลังยุ่งอยู่กับงาน โอวหยางเสี่ยวยี่ก็เข้ามาอย่างรวดเร็ว หลังจากที่นางมาทำงานไม่กี่วันนางก็มีประสบการณ์ทำงานมากขึ้น

 

ในเวลาเปิดร้านบู่ฟงก็ยังคงทำงานตามปกติ เขาไม่มีเวลาคิดเรื่องการทำซุปโสมสีม่วงไก่เลือดฟินิกส์ท่าทางของเขาดูในเย็นมาก

 

ฉู่ชี่ก็เข้ามาในร้าน ตั้งแต่องค์รัชทายาทสั่งให้เขามาตรวจสอบสถานที่ตรงนี้ เขาติดใจอาหารที่อร่อยจึงมาที่นี่ทุกวัน

 

“สาวน้อยข้าสั่งปลาต้ม” ฉู่ชี่พยักหน้าลงไปนิดๆไปทางโอวหยางเสี่ยวยี่

 

ปลาต้มเป็นเมนูที่ฉู่ชี่ชอบมาก แม้เขาชอบปลาหมักพริกและหัวปลาต้มเต้าหู้มากกว่า ความรู้สึกของปลานุ่มๆรสชาติอ่อนโยนที่เข้าไปในปากนี่เป็นสิ่งที่ทำให้เขาหลงใหล

 

หลังจากที่ได้รับการสั่งเมนูแล้วบู่ฟงก็พยักหน้าเดินเข้าไปที่ถังปลา มือของเขาจับปลาสีดำที่อยู่ในน้ำอย่างรวดเร็ว มันเป็นปลาสดน้ำจืดที่มีระดับต่ำกว่าปลาไนสายฟ้าสีเงิน แต่รสสัมผัสของมันนุ่มนวลมากกว่าปลาไนสายฟ้าสีเงิน

 

บู่ฟงเอาปลาวางบนเขียงแล้วเริ่มหั่นปลาน้ำจากตัวลากระเด็นเปียกบนเสื้อผ้าของเขา

 

บู่ฟงไม่แสดงท่าทางอะไรตอนที่เขาเอามีดทุบหัวปลา จากนั้นเขาก็จัดการปลาด้วยความชำนาญ แล้วหั่นปลาออกเป็นชิ้นๆ ฝีมือการหั่นปลาของเขาดีขึ้นหลังจากที่ฝึกฝนไม่กี่วัน ความเร็วในการหั่นปลาของเขาเร็วมาก

 

เมื่อปลาถูกหั่นเป็นชิ้นๆขั้นตอนอื่นๆก็ง่ายขึ้น หลังจากที่จัดการผักวิญญาณแล้วเขาก็เอามันมาใส่หม้อต้ม กลิ่นหอมลอยออกมาเนื้อปลาเริ่มร้านขึ้น กลิ่นขิงขจัดคาวปลา แล้วยกมันลงในตอนที่เดือด

 

ปลาต้มเฉสวนที่วางอยู่ตรงหน้าฉู่ชี่ส่องประกายแวววาวและส่งกลิ่นหอมมาก ดวงตาของเขาหรี่ลงเผยให้เห็นความหิวบนใบหน้า

 

บางทีแม้แต่องค์รัชทายาทเองก็ยังไม่รู้ ว่าที่กุนซือหมายเลขหนึ่งของเขาจะเป็นนักชิมอาหารตัวยง

 

ตึกตึก

 

ชายวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาเหมือนถูกแกะสลักจากหินอ่อนเดินเข้ามาในร้านมือไขว้หลังสายตาของเขาช่างเย็นชา กลิ่นอายของเขาเต็มไปความตึงเครียด

 

กลิ่นหอมอบอวนไปทั่วร้านสีหน้าของชายวัยกลางคนก็ดูแปลกใจอยู่นิดๆ

 

ชายวัยกลางคนเห็นโอวหยางเสี่ยวยี่ก็ตกตะลึงไปอีกครั้งหนึ่งแล้วถามด้วยความแปลกใจว่า

“หืม? เสี่ยวยี่? เจ้ามาทำอะไรที่นี่กัน?”

 

เสียงของเขาดังออกมาในตอนที่ฉู่ชี่กำลังคีบปลาต้มเฉสวนเข้าไปในปาก มือของเขาสั่นแล้วมันปลาก็ตกลงเข้าไปในชามอีกครั้ง เมื่อมันตกลงไปน้ำมันก็เปื้อนเคราที่สวยงามของเขา

 

“แม่....แม่ทัพใหญ่เซียวเม้ง?” ฉู่ชี่หันไปมองเมื่อรู้ว่าเป็นใครเขาก็ลุกยืนขึ้นจากที่นั่งแล้วประสานมือคำนับตามมารยาท ในเวลาเดียวกันเขาก็คิดว่า “สวรรค์......แม่ทัพใหญ่เซียวเม้งเข้ามาที่ร้านเล็กๆนี่จริงๆด้วย? นี่เป็นข้อมูลสำคัญที่ขาจะต้องบอกองค์รัชทายาท”

 

เซียวเม้งพยักหน้า เป็นธรรมดาที่เขาจะจำกุนซือหมายเลขหนึ่งขององค์รัชทายาทได้ เขาชื่นชอมความสามารถในการวางกลอุบายและการวางแผนของเขาช่างล้วนมีพรสวรรค์

 

“ท่าน...ลุงเซียว ทำไมท่านมาอยู่นี่ด้วย?” เสี่ยวยี่ที่ยังคงมองดูเซียวเม้งด้วยความกลัว เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งจากทั่วหมดเขาเป็นคนที่มีชื่อเสียงอย่างมาก

 

“ข้ามาที่ร้านอาหารตามปกติก็ต้องมากินอาหารสิ” เซียวเม้งตอบแล้วหันไปมองที่เมนู ราคาแพงมหาศาลในเมนูไม่ได้ทำให้เขาแปลกใจ ท่าทางของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย

 

ตามที่คิดไว้อารมณ์ของนักรบศักดิ์สิทธิ์ระดับเจ็ดยังคงที่

 

เสี่ยวยี่พยักหน้าลงนิดๆแล้วยกนิ้วให้เซียวเม้งในใจ

 

“ซี่โครงหมูอ่อนขี้เมา ข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุง ปลาหมักพริก ขนมจีบทองคำ...เอานี่ด้วยเหมือนกันหม้อหยกหัวใจหิมะ” เซียวเม้งอ่านรายชื่ออาหารอย่างใจเย็นขณะที่เขายืนเอามือไขว้หลังไว้

 

หลังจากจำเมนูที่เขาสั่ง เสี่ยวยี่ก็เดินเข้ามาที่ห้องครัวแล้วบอกเมนูแต่ละจานให้บู่ฟง

 

บู่ฟงรู้สึกแปลกใจอยู่เล็กน้อยแล้วคิดว่า “ดูเหมือนว่าเขาต้องเป็นที่มีเงินมากแน่ๆ...เพราะว่าสิ่งที่เขาสั่ง มันต้องจ่ายด้วยผลึกจำนวนมาก” บู่ฟงไม่แสดงท่าทางใดๆ เขาพยักหน้าแล้วเริ่ม

ทำอาหารทันที

 

หลังจากที่ฉู่ชี่กินปลาต้มเสร็จเขาก็อำลาเซียวเม้งแล้วรีบจากไปแจ้งข่าวกับองค์รัชทายาท

 

แม่ทัพเซียวเม้งก็มาที่ร้านอาหารนี้นี่เป็นโอกาสอันดีที่องค์รัชทายาทจะสามารถเอาชนะใจของเขาได้

 

ไม่นานหลังจากที่ฉู่ชี่จากไปโอวหยางเสี่ยวยี่ก็เอาอาหารแต่ละจานมายกให้ตามเซียวเม้งสั่ง

ทุกจานมีแต่กลิ่นหอม แม้แต่คนที่ใจเย็นอย่างเซียวเม้งก็ยังคงประหลาดใจ...เขาพบว่าอาหารเหลานี้อร่อยกว่าที่เขาคาดการณ์เอาไว้

 

แต่ละจานรสชาติของมันช่างห่างไกลจากร้านอาหารหมายเลขหนึ่งของเมืองหลวงภัตตาคารฟินิกส์อมตะ

 

เมื่อสิ่งสุดท้ายที่เขาสั่งหมอหยกหัวใจหิมะถูกยกมาโดยบู่ฟง เขาก้าวเดินออกมาจากห้องครัว เขาสังเกตเห็นเซี่ยวเม้งอย่างรวดเร็ว

 

เซียวเม้งคีบตะเกียบมองไปที่บู่ฟงด้วยรอยยิ้มจอมปลอมแล้วพูดว่า “เจ้าเป็นเถ้าแก่ร้านรึ? เถ้าแก่บู่ ที่ทำร้ายลูกสาวของข้าจนบาดเจ็บแล้วยังบอกว่าช่วยนางได้อีกด้วยสินะ?”

 

ช่วงนี้แปลหลายเรื่อง บางเรื่องแปลฟรีสนุกๆ มีเรื่องนี้พี่เขาให้เก็บ(ผมได้ค่าขนมด้วยแหล่ะ) ใครอยากช่วยผมก็โดเนท เข้ากลุ่มได้นะ ลงวันละสองตอน ยกเว้นวันอาทิตย์ ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนนะคร๊าบ //แพนด้าคุง

 




NEKOPOST.NET