[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ ตอนที่ 38 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ

Ch.38 - โลลิปากร้ายเดี๋ยวก็หาใครมาแต่งงานด้วยไม่ได้


แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

“เจ้าว่าไงนะ?” โอวหยางเสี่ยวยี่อารมณ์เสียมากตะโกนแล้วจ้องมองจ้าวหรูเก่อที่เลียริมฝีปาก

“เหล้าหอมหยกฟุ้งนี่เทียบกับอาหารในร้านของนายท่านที่น่ารังเกียจได้? จ้าวหรูเกอเจ้าโง่

หรือไม่เข้าใจว่าเหล้าหยกหอมฟุ้งจะมีราคาแพง แต่ราคาของมันแค่ห้าร้อยเหรียญทอง มันเทียบไม่ได้กับข้าวผัดไข่จานเดียวของร้านของนายท่านน่ารังเกียจเสียด้วยซ้ำ” โอวหยางเสี่ยวยี่คิด

 

“โอวหยางเสี่ยวยี่ข้าพูดอะไรผิดไปรึไง? ร้านเล็กๆที่อยู่ในตรอกก็เหมือนโดนพระเจ้าทอดทิ้งจะมีค่ามากเพียงใดกันเชี่ยว?” จ้าวหรูเกอพูดแล้วมองไปที่โลลิน้อยที่กำลังโกรธอย่างเยาะเย้ย

 

“เหอะ จากคำพูดของเจ้าดูเหมือนว่าเจ้ายังเคยกินอาหารในร้านของนายท่านที่น่ารังเกียจเลยนะ” โอวหยาวเสี่ยวยี่ถอนหายใจแล้วหันไปมองเขาอย่างรังเกียจเหยียดหยาม “หากเจ้าได้กิน

อาหารของเขาเจ้าจะไม่มาพูดแบบนี้ หากเจ้าลองถามคนที่กินอาหารของเถ้าแก่บู่คำตอบจะไม่เป็นอย่างที่เจ้ารู้”

 

“เจ้าไม่รู้อะไร แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นเจ้าไม่รู้แต่อวดเบ่งว่ารู้”

 

หน้าตาที่หล่อเหลาของจ้าวหรูเก่อก็บูดเบี้ยว เขาโกรธมากๆจนเกือบจะอาเจียนเป็นเลือด เขาไม่รู้มาก่อนว่าโอวหยางเสี่ยวยี่จะปากร้ายขนาดนี้ โลลิน้อยปากเสียแบบนี้คงจะหาใครมาแต่งงานไม่ได้

 

เซียวเหยี่ยนหยู่เห็นจ้าวหรูเกอขายหน้า ช่วยไม่ได้ที่พวกจะหัวเราะ มันทำให้จ้าวหรู่เกอหน้าบึ้งยิ่งกว่าเดิม เขารู้สึกเหมือนทั้งโลกกำลังจะหัวเราะเยาะเย้ยเขา

 

เหมือนที่เขาคิดเซียวเหยี่ยนหยู่กับคนอื่นๆกำลังหัวเราะเพราะความไม่รู้ของเขา

 

“คุณชายนี่คือน้ำหยกหอมฟุ้งที่ฝ่าบาททรงโปรดประทานให้ลิ้มลอง” นางกำนัลในพระราชสำนักที่ผอมบางพูดเสียงหวานอ่อนโยนถือไหอัญมณีสีน้ำเงินค่อยๆเอาวางตรงหน้าโต๊ะแล้วเทมันอย่างระมัดระวัง

 

“เหล้าหยกหอมฟุ้งมีเพียงสองพันไหต่อปีในเมืองหลวงเท่านั้น ในปีนี้ฝ่าบาททรงเอามาฉลองชัยชนะให้กับแม่ทัพใหญ่เซียวถึงห้าร้อยไหนี่เป็นเหล้าชั้นเลิศไม่เหมือนกับร้านเล็กๆนั้น” จ้าวหรู่เกอยกจอกเหล้าขึ้นแล้วยิ้มเยาะเย้ย

 

เซียวเสี่ยวหลงกับสามคนโฉดโอวหยางมองเหล้าด้วยความหลงใหล

 

“เหอะ ใครบอกว่านายท่านที่น่ารังเกียจไม่มองเหล้ากันตอนนี้เขากำลังหมักเหล้าอยู่ต่างหากล่ะ!?” โอวหยางเสี่ยวยี่พูดออกมาอย่างไม่ยอมแพ้

 

จ้าวหรู่เกอเบิกตากว้างขึ้น “เรามาเดิมพันกันว่าเหล้าหยกหอมฟุ้งกับเหล้าในร้านนั้นอันไหนจะรสโอชากว่ากัน ดีไหม?”

 

“เดิมพันเหรอ? เจ้ากล้าท้าน้องสาวตัวน้อยของพวกเราเหรอ?” ก่อนที่โอวหยางเสี่ยวยี่จะยอมรับการเดิมพัน สามคนโฉดโอวหยางก็โกรธอย่างมาก

 

ตระกูลโอวหยางให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมากโดยเฉพาะโอวหยางเสี่ยวยี่ พวกเขาจะหมั่นให้นางฝึกฝนวิชาการต่อสู้และการเย็บผักถักร้อยเพื่อนางกลายเป็นผู้หญิงที่พร้อมพรั่ง ฉลาด งดงาม แข็งแกร่ง

 

“อย่างแรกจ้าวหรู่เก่อเจ้าอยากจะให้น้องสาวพวกข้ายอมรับการเดิมพัน เจ้าพยายามจะให้น้องสาวของพวกเราถูกเข้าใจผิดงั้นสินะ?”

 

“ข้ายอมรับการเดิมพัน” สามพี่น้องคนโฉดโอวหยางต่างปกป้องไม่ให้โอวหยางเสี่ยวยี่ยอมรับการเดิมพัน แต่เซียวเหยี่ยนหยู่ที่นิ่งเงียบเปิดปากสีแดงของนางพูดออกมาเบาๆ

 

ทุกคนต่างตกใจที่เทพธิดา เซียวเหยี่ยนหยู่ยอมรับการเดิมพันกับจ้าวหรู่เกอ

 

“ดีมาก หากเทพธิดาแพ้ท่านจะต้องมาชมจันมร์บนเรือด้วยกันกับข้าดีไหม?” จ้าวหรู่เกอรู้สึกมีความสุข เขาเพิ่งรู้ว่าเซียวเหยี่ยนหยู่ที่เก็บอาหารและมีท่าทางเย็นชาตลอด ก็รู้สึกโกรธขึ้นได้ในบางเวลา

 

เซียวเหยี่ยนหยู่หัวเราะเบาๆ หน้าที่งดงามและภาพลักษณ์ที่น่าหลงใหลทำให้ใครๆก็มองนาง

“ดี ดีหากเจ้าแพ้เจ้าจะต้องเอายาหลอมพลังขั้นที่ห้าให้แก่ข้า” เซียวเหยี่ยนหยู่พูดออกมา

ท่ามกลางทุกคนที่มองดู เสียงที่ไพเราะของนางเหมือนเสียงนกที่ร้องเพลงดังก้องที่หูของจ้าวหรูเก่อ

 

“นี่....แค่ยาหลอมพลังขั้นที่ข้ามีนิดๆหน่อยๆเองนะ...” จ้าวหรู่เกอลังเลนิดหน่อย ยาหลอมพลังขั้นที่ห้านี้เขาจะเสียมันไปไม่ได้

 

“เจ้าสาวเลว ตอนแรกเจ้าจะเดิมพันกับน้องสาวของข้า ตอนนี้เจ้าเดิมพันกับเทพิดา เจ้านี่ทำตัวเหมือนหมา? หรือว่าเจ้ากำลังจะดูถูกน้องสาวของข้ากัน?” โอวหยางเจินตะโกนแล้วชี้นิ้วไปที่จ้าวหรู่เกอ

 

“เขากลัวที่จะแพ้” โอวหยางเสี่ยวยี่ยิ้มเยาะเย้ยเอามือกอดอกของนาง

 

แพ้? เขากลัวที่จะแพ้จริงๆเหรอ? เขาจ้าวหรู่เก่อผู้คิดค้นกลยุทธฆ่าราชานักรบขั้นห้า ได้ตอนที่เขายังเป็นนักรบบ้าคลั่งในระดับที่สาม เขากลัวที่จะแพ้.....ไม่มีทางหรอกที่เขาจะแพ้จริงๆ?

 

“ข้ายอมรับ ไม่มีทางที่เหล้าในร้านนั้นอันไหนจะมาเทียบได้” จ้าวหรู่เกอพูดออกมาแล้วถอนหายใจทางจมูก ...

 

ในตอนที่มีงานฉลองอยู่ในท้องพระโรง บู่ฟงกำลังฝนมีดในห้องครัว

 

เขาเอาวัตถุดิบที่ระบบเตรียมเอาไว้ออกมาจากตู้เย็น

 

เนื้อหมูในส่วนคือซี่โครงหมู่อ่อนที่มีกระดูกอยู่ข้างใน เขาจะสับกระดูกของมันเป็นชิ้นๆ แล้วเอาไปชุบแป้งที่ทอดในน้ำมัน แล้วคลุกกับซอสเปรี้ยวหวานแล้วเทลงบนจาน

 

เอาซี่โครงหมูวางบนเขียงมันไม่ได้ถูกใช่แต่ละส่วนเหมือนกันกับเกี๊ยวทองคำที่ใช้หมูเปลวไฟ ซี่โครงนี้ล้วนเต็มไปด้วยไขมันและเต็มไปด้วยพลังวิญญาณ และเนื้อของมันก็มีลายหินอ่อน เห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่หมูธรรมดา

 

“หมูที่ใช้เป็นสัตว์ร้ายระดับที่ห้าที่อาศัยอยู่ในภูเขาเทียนด๊าง หมูป่าเมฆบินมีขนสีดำขาว

เหมือนกับเมฆตามชื่อ มันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หมูเมฆบินมีต้นขาและกล้ามเนื้อที่แข็งแรง รสชาติของมันไม่ใช่เพียงแค่อ่อนนุ่มและสดเท่านั้น ไม่เพียงเต็มไปด้วยพลังวิญญาณเท่านั้นรสชาติของมันยังล้ำเลิศอีกด้วย”

 

“เนื้อของสัตว์ร้ายระดับห้า...มันเป็นของล้ำค่ามาก” (เนื้อหมาดำขี้เกียจระดับมากกว่าจะระดับสิบจะล้ำค่ามากแค่ไหน) บู่ฟงตาสว่างขึ้นแล้วหยิบมีดขึ้นมา น่าเสียดายซี่โครงหมูยังคงมีสภาพเหมือนเดิมมันกลับมาเป็นเหมือนเดิมทำให้บู่ฟงงง

 

“อย่างที่คิดไว้เนื้อสัตว์ร้ายระดับห้านี่ไม่ธรรมดาจริงๆ...” บู่ฟงพูดแล้วถอนหายใจ เขาอดทนสับเนื้อให้นุ่มต่อไป..

 

หลังจากที่แบ่งซี่โครงหมูออกเป็นแต่ละซี่เขาก็เอามันคลุกแป้งเอาไว้ ที่มาของแป้งยังน่าตกใจอีกต่างหาก มันถูกสร้างขึ้นมาจากมันฝรั่งที่พบในดินแดนรกร้างตรงใจกลางอาณาจักรสายลมแห่งแสง

 

หลังจากที่เนื้อทุกชิ้นถูกแป้งเคลือบเอาไว้ บู่ฟงเริ่มใส่น้ำมันลงไปเต็มกระทะ เขาน้ำมันคุณภาพที่ดีที่สุดใส่ลงไปครึ่งกระทะแล้วรอให้มันร้อน

 

ฝ่ามือของเขาที่อยู่เหนือน้ำมันรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ได้มาจากมัน เมื่อความร้อนมากพอแล้ว จนจะทำให้มือของเขาแทบจะพองได้ บู่ฟงก็เอาซี่โครงหมูที่ชุบแป้งลงทอดในกระทะ

 

หืม

 

เนื้อหมูเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วแป้งที่อยู่ข้างนอกเริ่มเปลี่ยนไปเป็นสีเหลืองอ่อนอย่างรวดเร็ว...

บู่ฟงค่อยๆใช้ตะเกียบยาวๆคีบเนื้อสัตว์พลิกทีละชิ้น เขาตรวจสอบว่าทุกชิ้นสุกหมดแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่ามีรสชาติเดียวกันหมด

 

เมื่อแป้งข้างนอกเริ่มสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองบู่ฟงก็ตักมันขึ้นมาใส่จานทั้งหมด เขาเอามันวางอยู่บนจานกระเบื้องขนาดใหญ่ ขณะที่มันมันไหลออกมาจากผิวชั้นนอกที่แป้งเคลือบเอาไว้

 

บู่ฟงมีประสบการณ์ในการทำซอสเปรี้ยวหวาน ระบบจัดเตรียมวัตถุดิบที่จำเป็นแล้วแล้วทิ้งเอาไว้ให้เขา

 

เมื่อเตรียมซอสจากส้มเขียวหวานและซอส เขาก็เทเนื้อขากชามกระเบื้องลงมา ไอน้ำก็ระเหยออกมาน้ำมันก็หยุดไหลออกมาจากแป้ง เขาเทซอสเปรี้ยวหวานลงในชามกระเบื้องขนาดใหญ่แล้วคนให้เขากันก่อนที่จะเอาวางไว้บนจาน

 

กระบวนการเทซอสเปรี้ยวหวานทีละนิดและคนมันให้เขากับเนื้อไม่ควรเกินสามสิบวินาที นี่เป็นการทดสอบฝีมือของบู่ฟง เพราะเขาต้องการให้แน่ใจได้ว่าเนื้อถูกเคลือบด้วยซอสทุกชิ้นอย่างสม่ำเสมอ

 

เนื้อแต่ละชิ้นที่วางบนจานกระเบื้องสีฟ้าขาว ซี่โครงหมูอ่อนขี้เมาก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

กลิ่นหวานอมเปรี้ยวลอยอยู่ในอากาศเข้าไปในโพรงจมูก ช่วยไม่ได้ทำให้เขาได้แต่กลืนน้ำลาย

บู่ฟงหยิบตะเกียบไม้ไผ่แล้วเดินเข้าไปตรงที่นั่งกินข้าวแล้วเอาจานซี่โครงหมูอ่อนขี้เมามาด้วย ตอนที่เขาเดินไปกลิ่มหอมก็พุ่งกระจายออกมาทั่ว มันทำให้เขารู้สึกน้ำลายไหล มันทำให้เขาหิวมากขึ้น

 

กลิ่นของซี่โตรงหมูอ่อนขี้เมาหอมมากขึ้นผสมกับกลิ่นหอมของซอสเปรี้ยวหวานกับเนื้อสัตว์

หมาดำตัวใหญ่ที่กำลังนอนหลับนิ่งอยู่ ดวงตาของมันก็เบิกโพล่งออกมา ตาของมันสว่างมากเหมือนหลอดไฟที่เปิดในที่มืด เจ้าหมาดำก็หายเข้าไปในร้าน

 

บู่ฟงกำลังหยิบซี่โครงหมูอ่อนขี้เมาเข้าไปในปาก แต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่ามีสายตาของหมาน้อยที่อ้อนวอนกำลังมองมาที่....ชิ้นเนื้อที่เขากำลังคีบมาอยู่

 

ซี่โครงหมูอ่อนขี้เมา

 

แป้งสาลีบางสูตรใช้แป้งข้าวโพด พอประมาณสำหรับคลุกเคล้า ซี่โครงหมูห้าร้อยกรัม

พริกไทยขาวบดละเอียดหนึ่งช้อนชา

 

ซอสถั่วเหลืองหนึ่งช้อนชา เกลือหนึ่งในสี่ช้อนชา กระเทียมสับสองช้อนชา น้ำส้มหนึ่งช้อนชา บางสูตรใช้น้ำส้มสายชู เหล้าจีนหนึ่งช้อนชา

 

น้ำตาลทรายหนึ่งช้อนชา น้ำมันสำหรับทอด

 

วิธีทำ เอากระเทียมสับ เหล้าจีน น้ำส้ม น้ำตาลทราย ซอสถั่วเหลือง มาผสมให้เข้ากันทำเป็นซอสเปรี้ยวหวาน นำซี่โครงหมูอ่อนมาทาเกลือกับพริกไทยขาวที่เตรียมเอาไว้สามสิบนาที ก่อนเอาไปคลุกกับแป้ง อย่าใช้แป้งที่ผสมน้ำ แป้งแบบแห้งๆเลย บางสูตรอาจใช้แป้งผสมน้ำให้มันหนานุ่มก็ได้ตามความชอบ เอาซี่โครงหมูที่ชุบแป้งแล้งลงไปทอดให้เหลือง เมื่อทอดเสร็จนำมาชุบซอสเปรี้ยวหวานเป็นอันเสร็จ

 

เนื้อหมูที่มีชั้นลายหินอ่อน

 

 

ซี่โครงหมูอ่อนขี้เมา




NEKOPOST.NET