[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ ตอนที่ 33 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ

Ch.33 - ดี เจ้าก็จะถูกขึ้นบัญชีดำเหมือนกัน


แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

“ยินดีตอนรับสู่ร้านเล็กๆของบู่ฟง เมนูอยู่บนผนัง ท่านต้องการจะสั่งอะไรก็บอกข้ามา”

 

ฉู่ชี่ก้าวเข้ามาในร้านเสียงก็ดังขึ้น โลลิน้อยน่ารักกำลังจ้องมองเขาแล้วกระพริบตา

 

“คุณหนูจากตระกูลโอวหยางงั้นรึ?” ฉู่ชี่ยกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจนิดๆ แม้ว่าสายของเขาจะรายงานเรื่องการปรากฏตัวของโอวหยางเสี่ยวยี่แล้ว แต่เขาก็ยังแปลกใจเมื่อเห็นเธอ

 

“ทำไมเจ้าหญิงของตระกูลโอวหยางถึงได้ลดตัวมาเป็นเสี่ยวเอ้อร์ของร้านเล็กๆนี้กัน? นางโง่แล้วรึไงนะ?”

 

ที่ตรงทางเข้าร้าน ชายร่างผอมสูงกำลังลุกขึ้นอย่างช้าๆ เขาหันคอไปสลับมากันแล้วเดินเข้าห้องครัวอย่างขี้เกียจ

 

“นี่เจ้าของร้านงั้นเหรอ? ระดับการฝึกฝนของเขายังต่ำมาก... จริงๆแล้วเขาอยู่ในขั้นที่สอง

ผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้เสียด้วยซ้ำ? เขาฆ่านักฆ่าสี่คนที่อยู่ในระดับราชันนักรบได้ อย่างน้อยเขาก็น่าจะอยู่ในระดับหกจักรพรรดินักรบสิ”

 

ฉู่ชี่ยิ้มแล้วลูบเคราที่สวยงาม เครายาวหันไปทางบู่ฟงอย่างตกใจ

 

“เฮ้ นี่ท่านจะสั่งอะไร?” โอวหยางเสี่ยวยี่ถามอย่างไม่พอใจ เธอหงุดหงิดที่คนแก่นี่ไม่สนใจนางที่เป็นโลลิน้อยน่ารัก แต่กลับมองนางท่านที่น่ารังเกลียดแทน นางมีเสน่ห์น่ารักน้อยกว่านายท่านที่น่ารังเกลียดรึไงนะ?

 

ฉู่ชี่ยิ้มอย่างเก้ๆกังๆเขาหันมาสนใจนางแล้วมองไปที่เมนูบนผนัง เมื่อเขามองดูรูม่านตาก็เบิกกว้าง

 

“ข่าวลือเป็นจริง เป็นร้านที่มีชื่อเสียงน่าสงสัยอันดับหนึ่งในเมืองหลวง...” ฉู่ชี่ถอนลมหายใจเย็นๆออกมา แม้ว่าเขาจะทำตามคำสั่งขององค์ชายรัชทายาทเพื่อมาตรวจสอบร้านนี้ แต่เขาก็ยังแปลกใจเมื่อเห็นราคาในเมนูนี้

 

“ข้าจะเอา....หัวปลาต้มเต้าหู้” ฉู่ชี่ไม่ใช่คนที่ขาดเงิน แต่เมื่อเขามองไปที่เมนูเขาก็เลือกเมนูที่เขาชอบ หัวปลาต้มเต้าหู้

 

“รอสักพัก” โลลิน้อยถอนหายใจแล้วเข้าไปที่ห้องครัว นางไม่ชอบคนแก่น่าเกลียดคนนี้เลยเขาสนใจนายท่านที่น่ารังเกลียดมากกว่านาง

 

ฉู่ชี่นั่งลงบนเก้าอี้ ร้านไม่ใหญ่นักมันมีขนาดสี่ตารางเมตร บรรยากาศช่างเงียบสงบและดูสะอาด ให้ความรู้สึกดีในการบริการลูกค้า

 

ตึกตึกตึก (เสียงฝีเท้า)

 

เสียงฝีเท้าของคนหลายคนเดินมาจากข้างนอก หลายคนเดินทางมาไกลแล้วเข้าไปในร้าน

 

“หืม? ฉู่ชี่?” เสียงเรียกออกมาเบาๆ ฉู่ชี่หันไปมองชายวัยกลางคนที่เข้ามา

 

“ท่านราชเลขาซู่ ข้าไม่คิดว่าจะได้เจอท่านในวันนี้” ฉู่ชี่ก็ยืนขึ้นด้วยความแปลกใจแล้วกำมือ

คำนับลงนิดๆ ชายวัยหลางคนที่อยู่ตรงหน้านี้คือราชเลขาที่เป็นเลขาใหญ่ ฉู่ชี่ตกใจที่คนอื่นๆก็มาที่ร้านอาหารเล็กๆแห่งนี้

 

ถึงแม้อาณาจักรสายลมแห่งแสงจะเป็นอาณาจักรของผู้ฝึกยุทธ แต่ก็ยังมีข้าราชการฝ่ายพลเรือนอยู่ ทั้งฝ่ายบู้และฝ่ายบุ้นต่างมีความสำคัญต่อประเทศต่างกัน

 

ซู่เหยี่ยนซิงรู้จักผู้ชายที่มีเครางดงามอยู่ตรงหน้าฉู่ชี่ เขาเป็นที่โปรดปรานขององค์รัชทายาทเป็นที่รู้จักกันดีในบรรดาขุนนางใหญ่

 

ซู่เหยี่ยนซิงกับฉู่ชี่นั้นไม่คุ้นเคยกันจึงนั่งคนละโต๊ะกันพวกเขาเพียงแค่ทักทายเท่านั้น ซู่เหยี่ยนซิงก็สั่งข้าวผัดไข่

 

บู่ฟงดูเหมือนจะยุ่งอยู่กับการทำอาหารในห้องครัว ดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีลูกค้าหน้าใหม่มากมาย เกิดอะไรขึ้นกัน? หรือว่ามีบางคนในเมืองหลวงโฆษณาร้านนี้กัน?

 

บู่ฟงก็ยังแปลกใจเมื่อคิด แต่มือของเขาก็ยังไม่หยุดนิ่ง เขาจับปลาไนสายฟ้าสีเงินขึ้นมาขอดเกล็ด หลังจากที่ควักไว้แล้วเขาก็ล้างปลาแล้วตัดหัว

 

เขาเก็บส่วนหัวปลาเอาไว้ ส่วนที่เหลือก็ถูกเก็บนท้องของเจ้าขาวเพื่อนำมาใช้ใหม่ จากนั้นบู่ฟงก็เอาเต้าหู้หยกผลึกเนื้ออ่อนออกมาจากตู้เย็นและเริ่มทำปลาต้มเต้าหู้

 

ตอนที่เขาต้มหัวปลาต้มเต้าหู้อยู่บู่ฟงก็เขาไข่สีขาวขนาดใหญ่ออกมาจากช่องแช่แข็ง

 

มันเป็นไข่ฟองแรกของนกเหยี่ยวอินทรีย์ทะเลน้ำลึกระดับห้ามันเต็มไปด้วยพลังวิญญาณ บู่ฟงต่อยมันกับชามสีฟ้าขาวแล้วตอกไข่ที่แตกลงในถ้วยด้วยมือข้างเดียว

 

ในตอนที่เขาเตรียมอาหารอยู่ ร้านฟงฟง(ขอเปลี่ยนชื่อ) ที่เป็นร้านเล็กๆก็เต็มไปด้วยผู้คน

 

“ข้าเอาข้าวผัดไข่”

 

“ข้าเอาบะหมี่แห้งเร็วเข้า”

 

“ข้าจะเอาปลาหมักพริก” …..

 

ลูกค้ามาที่ร้านอย่างคับคั่งโอวหยางเสี่ยวยี่ตะลึงนิดๆ “ร้านนี้.....กลายเป็นที่นิยมเมื่อไหร่กัน?”

นางนับลูกค้ามีอย่างน้อยนับสิบคน “สวรรค์มันเป็นร้านที่ว่างเปล่าไม่มีใครเลยเมื่อวันก่อนรึปล่าว?”

 

“ทุกคนใจเย็นก่อน ตอนนี้มีคนมากเกินไปใครมาก่อนย่อมได้ก่อน” โอวหยางเสี่ยวยี่พูดออกมาเสียงดัง นางไม่อาจจะทำอะไรได้ ลูกค้าพากันเบียดเข้าไปในร้านเพื่อเขาคิว แต่ร้านนั้นมีขนาดเล็กจนเกินไป

 

“เข้าแถวเหรอ? สาวน้อยเจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร? ข้าเป็นพ่อบ้านของใต้เท้าจาง เจ้ากล้าให้ข้าเข้าแถวเหรอ รีบไปเอาอาหารมายกให้นายท่านของข้าเร็ว” ชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมผ้าไหม ตำหนิโอวหยางเสี่ยวยี่ที่กำลังโชคร้าย

 

“หากเจ้าเป็นพ่อบ้านของใต้เท้าจาง สาวน้อยเจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นพ่อบ้านของเจ้ากรมพิธีการ”

 

“ช่างน่าดีใจนักท่านพ่อบ้านของเจ้ากรมพิธีการเหรอ? ข้าเป็นผู้คุ้มกันของท่านอ๋อง” …...

 

โอวหยางเสี่ยวยี่มองดูกลุ่มคนที่เถียงกันไม่จบสิ้นโดยไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ทุกคนต่างแสดงตัวมีมีความสำคัญของตัวเองบนใบหน้า

 

แม้ว่าโลลิน้อยจะตกใจที่เหล่าลูกน้องของคนใหญ่คนโตจะมากินอาหารในร้านเล็กๆที่อยู่ในซอย นางอารมณ์เสียที่พวกเขาต่างโอ้อวดนายของตนเอง

 

ฉุู่ชี่ส่ายหัวเบาๆเขานั่งฟังคนที่โต้เถียงอยู่ด้านหลังพวกเขา เขาคิดว่ามันค่อนข้างไร้สาระ เขาเข้าใจเหตุผลของคนพวกนั้นที่มาอยู่ที่นี่เพราะว่าพวกเขาล้วนมีเป้าหมายเดียวกันกับเขา

 

น่าตลกที่ฝูงชนที่อยู่ด้านหลังไม่รู้จักตัวตนของสาวน้อยคนนี้ และอยากจะลัดคิวโดยประกาศชื่อคนที่อยู่เบื้องหลังพวกเขา

 

ในหมู่พวกเขาคนที่มีภูมิหลังน่ากลัวที่สุดคือเสี่ยวเอ้อร์ แต่เขาก็ไม่อาจจะบอกเรื่องนี้ให้พวกเขาฟัง

 

กลิ่นหอมฟุ้งกระจายออกมาจากห้องครัว กลิ่นเหมือนกับผ้าไหมที่สัมผัสแก้มของพวกเขา ทุกคนต่างตกใจจิตใต้สำนึกของพวกเขาต่างสูดกลิ่นหอมนี้เข้าไป

 

ตาของซู่เหยี่ยนซิงกับฉู่ชี่เบิกกว้าง...กลิ่นมันหอมมาก นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมราคาของมันถึงสูงมาก

 

บู่ฟงยกข้าวผัดไข่ออกมาจากห้องครัว เมื่อเขาเห็นบริเวณที่นั่งกินอาหารแออัดไปด้วยผู้คน เขาก็ตะลึงไปพักหนึ่ง เขาแทบจะยอมรับความจริงไม่ได้ว่าที่ร้านของเขาเป็นที่นิยม

 

แม้การแสดงออกของเขายังคงสงบและแปลกใจแต่สักพักเขาก็กลายเป็นสีหน้านิ่งๆมาอีกครั้งหนึ่ง

 

“ลูกค้าทุกท่านสามารถสั่งได้ตามที่ต้องการ แต่อาหารแต่ละจานจะไม่ถูกเอาออกไปข้างนอก ห้ามลัดคิวใครที่ฝ่าฝืนจะถูกขึ้นบัญชีดำ และทางร้านจะไม่ให้บริการอีกต่อไป” บู่ฟงพูดออกมาง่ายๆ เสียงของเขาพูดออกมาไม่ดังแต่คนก็ยังได้ยิน

 

จากนั้นทั่วทั้งร้านก็มีเสียงระเบิดขึ้น

 

คนพวกนี้ถูกเจ้านายส่งออกมาเพื่อตรวจสอบร้าน พวกเขาเคยใช้วิธีนี้กับคนอื่นๆ พวกเขาจะมาทนกฏของร้านเล็กๆแบบนี้ได้ยังไงกัน? พวกเขาเริ่มส่งเสียงดัง

 

บู่ฟงวางข้าวผัดไข่ตรงหน้าซู่เหยี่ยนซิงโดยไม่แสดงท่าทางใดๆ

 

“นี่เป็นข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุง ได้โปรดมีความสุขกับอาหารมื้อนี้ของท่าน”บู่ฟงพูด

 

สายตาของซู่เหยี่ยนซิงถูกข้าวผัดไข่ดึงความสนใจ เขาก็พยักหน้าไม่สนใจเรื่องของบู่ฟงอีกต่อไป

 

“เงียบซะอย่าส่งเสียงดัง” บู่ฟงแสดงท่าทางเย็นชาแล้วขมวดคิ้ว

 

“น้องชายเจ้าโง่รึไง ถึงได้ผลักโชคออกไป ข้ามากินที่นี่เจ้ามีหน้ามีตาแล้ว ข้าเป็นลูกน้องของใต้เท้าจาง ข้าไม่ใช่คนที่ใครก็ได้มาข่มขู่” พ่อบ้านชี้หน้าด่าบู่ฟงด้วยความโกรธ

 

คนอื่นๆก็ชี้ด่าไปที่บู่ฟงด้วยความรังเกลียด

 

ร้านที่เงียบสงบก็กลับมาเสียงดังอีกครั้ง

 

โอวหยางเสี่ยวยี่กรอกตามองท่าทางโกรธของบู่ฟง นางตัดสินใจที่จะอยู่นิ่งๆเมื่อสังเกตเห็นคนพวกนี้สักพัก ทุกคนทำตามใจของตัวเองบุกเข้ามาที่ร้านเล็กๆฟงฟง

 

เสียงเครื่องจักรดังขึ้นมาเจ้าขาวก็ปรากฎตัวอยู่ข้างหลังบู่ฟง สายตาเครื่องจักรของมันกระพริบ

“เจ้าคิดว่าเจ้าจะอยู่รอดเพราะว่ามีหุ่นเชิดเหล็กเหรอ? เจ้าเอาความเชื่อมั่นนี้มาจากไหน?”

 

พ่อบ้านเห็นเจ้าขาวเขาก็รู้สึกตลกอยู่สักพัก เขาเคยเห็นหุ่นเชิดมากมายเขารู้ว่าพวกมันล้วนเป็นขยะ

 

บู่ฟงหรี่ตาแล้วชี้ไปที่พ่อบ้านของใต้เท้าจาง

 

“เจ้าก็จะถูกขึ้นบัญชีดำเหมือนกัน” (บู่ฟงจะมองเห็นเจ้าขาวเป็นหุ่นยนต์ คนอื่นจะเห็นว่าเจ้าขาวเป็นหุ่นเชิด)

 




NEKOPOST.NET