[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ ตอนที่ 32 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ

Ch.32 - ร้านฟงฟงที่เป็นร้านเล็กๆเป็นที่นิยมมากเลยละ


ตอนที่ 32 ร้านฟงฟงที่เป็นร้านเล็กๆเป็นที่นิยมมากเลยละ (แก้ไขชื่อตอน)

แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

“เนื้อระดับเก้า?”

 

มุมปากจีเฉิงเชี่ยขดตัวไปทางบู่ฟงใบหน้าของเขามีแต่ความลึกลับ หากมุมมองของเขาที่มีต่อบู่ฟงไม่ได้เปลี่ยนไปเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้นี้ละก็ เขาคงคิดว่าบู่ฟงเป็นคนสติเลอะเลือนไปเสียแล้ว

 

สัตว์ศักดิ์สิทธิ์คืออะไร? ในอาณาจักรสายลมแห่งแสงผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดอันดับหนึ่งคือแม่ทัพเซียวเม้ง (เอาดำน้อยไปไว้ไหนน้อ) ที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักร แม่ทัพเซียวเม้งผู้ยิ่งใหญ่ที่ทำให้นิกายต่างๆโดยรอบสิ้นหวังยังอยู่ในระดับเจ็ดนักรบศักดิ์สิทธิ์...

 

เจ้าของร้านเป็นเพียงแค่ผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ระดับที่สอง แถมยังอยู่ในซอยที่ห่างไกลพูดถึงเนื้อศักดิ์สิทธิ์....จีเฉิงเชี่ยไม่รู้ว่าสัตว์ศักดิ์แข็งแกร่งแค่ไหน แต่เขาก็ใช้แม่ทัพเซียวเม้งเป็นที่เปรียบเทียบ

 

แค่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์เพียงตัวเดียวก็เท่ากับมีแม่ทัพเซียวเม้งมากมาย แม่ทัพเซียวเม้งเพียงคนเดียวก็สามารถเทียบได้กับผู้เชี่ยวชาญจากนิกายต่างๆหลายร้อยคน ....และอาจทำลายวังหลวงได้ด้วยคลื่นพลังฝ่ามือ

 

“เถ้าแก่บู่ท่านช่างล้อเล่นจริงๆ ข้าไปมาหลายที่แต่ก็ไม่ได้ยิน ข่าวเกี่ยวกับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ขั้นที่เก้าเลยนะ” จีเฉิงเชี่ยพูดแล้วยิ้มออกมาขณะที่คีบปลาหมักพริก

 

บู่ฟงไม่ตอบอะไรเขาเข้าใจว่าจีเฉิงเชี่ยไม่เชื่อเขาแน่ แต่เขาก็ไม่กระวนกระวายใจแต่อย่างใด เป็นเรื่องธรรมดาที่จีเฉิงเชี่ยจะไม่เชื่อเขา ทุกคนคิดว่าสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เป็นเรื่องไกลตัวและน่ากลัวเกินไป

 

“ที่จริงแล้วเนื้อสัตว์วิญญาณระดับสูงนั้นจะคุณภาพดีกว่าเนื้อสัตว์ระดับสูงทั่วไป วัตถุดิบที่มาจากธรรมชาตินั้นมีระดับที่สูงที่สุด ฝ่าบาทหากท่านได้รับวัตถุดิบดีๆท่านก็ให้ข้าเอามาทำอาหารได้นะ” บู่ฟงพูดออกมาด้วยท่าทางจริงจัง ระบบมีระดับสองดาวแล้วเขาสามารถปรุงวัตถุดิบที่ลูกค้าเอามาได้ นี่เป็นเหตุผลที่เขาบอกจีเฉิงเชี่ย

 

“โอ้? เอาวัตถุดิบมาเองได้? นี่ดูน่าสนใจนะเนี้ย” ดวงตาของจีเฉิงเชี่ยสว่างขึ้นแล้วเขาก็พยักหน้า

ฝนที่ตกอยู่ข้างนอกร้านค่อยๆหยุด เมฆกระจายตัวอย่างช้าๆ แสงแดดที่อบอุ่นก็เริ่มแผ่กระจายลงมา

 

จีเฉิงเชี่ยยืนนิ่งแล้วเอาผลึกยี่สิบชิ้นส่งให้บู่ฟง แล้วลูบหัวโอวหยางเสี่ยวยี่ ที่ยังคงกินข้าวผัดไข่อยู่ เขาออกไปจากร้านโดยถือร่มกระดาษเคลือบน้ำมัน

 

หลังจากที่ฝนตกบนพื้นก็มีแอ่งน้ำอยู่บนพื้นหินในซอย ตระไคร้น้ำสีเขียวดูเหมือนกับว่ามันยือออกมา ขณะที่น้ำฝนก็ยังคงตกลงมาเรื่อยๆในขณะที่กำแพงยังคงเปียกอยู่

 

เจ้าหมาดำตัวใหญ่ที่นอนอยู่ตรงทางเข้าก็เริ่มหาว หลังจากที่ฝนตกลงบนร่างกายของมันยังคงนุ่มนิ่มและขนเป็นเงางามไม่มีร่องรอยเปียก

 

ภายในวังหลวงที่ตั้งตระหง่าน มีตึกเป็นแถวๆถูกสร้างขึ้นอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

 

ทหารสวมชุดเกราะกำลังลาดตระเวนด้วยท่าทางทะมึงทึงน่ากลัว พวกเขาไม่ใช่คนอ่อนแอคนที่อ่อนแอที่สุดอยู่ในระดับสามนักรบบ้าคลั่ง ผู้นำทหารของพวกเขาที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ในระดับที่ห้าราชันนักรบ

 

จีเฉิงเชี่ยกลับมาที่พระราชวัง ผู้นำการลาดตระเวณทำความเคารพเขาอย่างสูงสุด เขาไม่แม้แต่จะหันหน้าไปตรงทางพวกเขา

 

เมื่อเขาเดินผ่านทางเข้าวังหลวง เขามาถึงประตูกว้างที่เป็นสี่เหลี่ยมแห่งสวรรค์ลึกลับ มีเสาหกเสาที่ถูกสร้างบนจัตุรัสมันแกะสลักภาพสัตว์แปลกๆและสมบัติล้ำค่า

 

จีเฉิงเชี่ยยืนอยู่ตรงหน้าประตูสวรรค์ลึกลับ มองไปสี่เหลี่ยมกว้างด้วยท่าทางซับซ้อน เขาสูดอากาศเข้าไปลึกๆ อากาศบริสุทธิ์สดชื่นหลังจากที่ฝนตก

 

พระราชวังขององค์รัชทายาทตั้งอยู่หลังประตูสวรรค์ลึกลับ

 

หลังจากผ่านประตูสวรรค์ลึกลับไปหลายร้อยเมตรทางด้านซ้ายของห้องโถงใหญ่เป็นที่อยู่ขององค์รัชทายาท มันถูกทำด้วยอิฐสีทองกระเบื้องสีแดงมันถูกสร้างขึ้นมาอย่างงดงามและหรูหรา

“ฝ่าบาทตามที่เราส่งสายติดตามองค์ชายสาม ดูเหมือนว่าจะมีคนพยายามลอบสังหารองค์ชายสามในเมืองหลวง” ชายวัยกลางคนที่มีเครายาวงามพูดถึงข้อความที่ถืออยู่ในมือ ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในพระราชวังนี้คือองค์รัชทายาท

 

ชายหนุ่มสวมชุดคลุมปักลายมังกรสี่นิ้วสีทอง(ชุดที่มีไว้ให้ข้าราชการระดับสูงใส่)แล้วสวมมงกุฏ(มุงกุฏที่เอาไว้ให้องค์ชายกับแม่ทัพใส่)บนหัวของชายหนุ่มหน้าซีดขาว คิ้วโก่งเป็นปลายแหลมดวงตาของเขาเฉียงนิดๆเหมือนใบดาบ เขามีกลิ่นอายของปีศาจที่งดงาม

 

“โห๊? แล้วเขาตายไหม?” สิ่งที่แรกที่เขาถามออกมาสั้นๆคือชะตากรรมของจีเฉิงเชี่ย

 

“ไม่ องค์ชายสามต่อสู้กับนิกายนอกรีตมานาน ด้วยประสบการณ์การสู้รบของเขา นักฆ่าเพียงคนเดียวก็ไม่อาจที่จะฆ่าเขาได้” ชายวัยกลางคนหัวเราะแล้วลูบเครา

 

“นักฆ่าที่กล้าลงมือกับองค์ชายสามอย่างน้อยก็น่าจะอยู่ในระดับราชันนักรบ น้องสามน่าจะได้รับบาดเจ็บแน่นอน เมืองเข้าได้รับบาดเจ็บทั้งเมืองหลวงก็จะรู้ เสร็จพ่อก็ต้องรู้ทั้งอาณาจักรไม่สงบแน่” องค์รัชทายาทเปิดตากว้างจนมองเห็นดวงตาสีดำกับรูม่านตาสีดำ

 

“องค์ชายสามไม่ได้รับอันตรายใดๆ น่าแปลกหรือเพราะว่าผู้เชี่ยวชาญได้ช่วยเขาไว้?” ชายวัยกลางคนคิด

 

“ฉู่ชี่ ไม่ใช่ว่าน้องสามไปร้านที่อยู่ในซอยใช่ไหมในวันนี้? ร้านนี้มีอะไรผิดปกติไหม? ทำไมเจ้าไม่ส่งคนลองไปตรวจสอบดูล่ะ?” องค์รัชทายาทถาม

 

“ฝ่าบาท....ร้านนี้มีบางสิ่งที่แปลกๆอยู่” ชายวัยกลางคนฉู่ชี่พูดออกมาด้วยท่าทางแปลกๆ

 

“ฮืม? มีอะไรแปลกรึ?”

 

“มันเป็นร้านอาหารที่อำมหิตเป็นร้านเล็กๆในเมืองหลวงที่มีข่าวลือว่า........ข้าวผัดไข่จานเดียวราคาสิบผลึก บะหมี่แห้งร้อยเหรียญทอง ยิ่งไปกว่านั้นปลาหมักพริกมาราคายี่สิบผลึก ราคามันแพงจริงๆ” ฉู่ชี่พูดแล้วทำหน้าแปลกๆ

 

“ราคามันแพงจริงๆ....น้องสามชอบร้านอำมหิตแบบนี้งั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าร้านนั้นจะมีบางอย่างที่ไม่มีใครรู้ ฉู่ชี่เจ้าลองไปดูร้านนั้นสิถ้ามีโอกาส” มุมปากขององค์รัชทายาทขดตัวด้วยความสนใจเป็นอย่างยิ่ง

 

“อีกสองวันแม่ทัพเสี่ยวเม้งจะกลับมาที่เมืองหลวง ไม่น่าเชื่อจริงๆแม่ทัพเซียวเม้งสามารถ

เอาชนะนิกายนอกรีตได้ พระราชวังวิญญาณแห่งความตายล่มสลายแล้วและยังสามารถจับกุม

ผู้นำได้อีกหกคน ขวัญกำลังใจของนิกายลดลง นี่เป็นโชคของอาณาจักรสายลมแห่งแสงแล้ว” องค์รัชทายาทยืนขึ้นแล้วเดินไปช้าๆไปรอบๆแล้วถอนหายใจออกมา

 

“หากข้าต้องการรักษาตำแหน่งองค์รัชทายาทกับขึ้นเป็นฮ่องเต้ แน่นอนข้าจะต้องได้รับการสนับสนุนจากแม่ทัพเซียว”

 

“ฝ่าบาทนิกายกำลังส่อสัญญาณก่อจลาจลขึ้นในช่วงไม่กี่ปีนี้ เนื่องจากองค์ฮ่องเต้ส่งแม่ทัพเซียวไปปราบนิกาย ข้ากลัวว่าแม่ทัพเซียวที่จะอยู่อีกฝั่งหนึ่งแล้วสร้างความวุ่นวายขึ้นมา ข้ามั่นใจ

เพราะมีนิกายค่อยขัดขวางการคุ้มกันนักโทษมาเมืองหลวง ไม่นานมานี้มีความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง สายของเราได้รายงานมีมีนิกายที่สวามิภักดิ์ห้านิกายกับนิกายนอกรีตสามนิกายได้มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแทรกซึมที่เมืองหลวงแล้ว” ฉู่ชี่พูดแล้วขมวดคิ้ว

 

“ความไม่สงบ? มันคงจะดีกว่าถ้าไม่สงบ บางอย่างอาจจะง่ายกว่าหากมันไม่สงบ ไม่รู้น้องสองคิดอะไรอยู่? ทำไมเขาถึงส่งนักฆ่าไปฆ่าน้องสามกันนะ? แต่เขาคงคิดไม่ถึงว่าน้องสามจะกลับมาโดยไม่บาดเจ็บเลย” องค์รัชทายาทหัวเราะมือไขว้หลังแล้วมองไปไกลออกไป

 

ฉู่ชี่ตะลึงไม่ได้พูดอะไร เขาเป็นแค่ที่ปรึกษา เขาจะพูดเมื่อควรพูดและควรจะเงียบเมื่อควรเงียบ

“ดีแล้ว ข้ารู้เรื่องน้องสาม ตอนนี้ข้าไม่กังวลเรื่องเขา ที่ข้ากังวลคือน้องสองเขามีอะไรแปลกๆ เกี่ยวกับการลอบสังหารนี้ ส่งคนไป...ไม่สิ เจ้าต้องไปดูร้านอาหารเล็กๆที่อำมหิตนั้นทีสิ เพราะมันดูน่าสนใจมาก” องค์รัชทายาทพูด

 

ฉุู่ชี่พยักหน้าแล้วถอยหลังกำมือคำนับ ...

 

ในคฤหาสน์ของท่านอ๋อง

 

องค์ชายสองจี่เฉิงหยู่ทำลายหนังสือที่อยู่ในมือทิ้ง

 

“เป็นแค่ร้านอาหารกล้าขัดขวางข้า ดูเหมือนว่าข้าจำเป็นจะต้องแวะไปที่ร้านอาหารแห่งนี้ซะแล้ว ข้าอยากจะรู้ว่าใครกันที่ซ่อนตัวอยู่ข้างในแล้วกล้าลงมือฆ่านักฆ่าระดับราชันนักรบห้าคน” ท่านอ๋องพูดออกมาอย่างเย็นชา ...

 

ภายในหนึ่งชั่วโมงข่าวการลอบสังหารองค์ชายสามก็รู้ถึงขุนนางขระดับสูง กลุ่มผู้อิทธิพลในเมืองหลวงล้วนรู้ข่าว ไม่ว่าจะเป็นคฤหาสน์ตระกูลเซียว หรือคฤหาสน์ตระกูลโอวหยาง พวกเขาต่างตกใจกับข่าวนี้ การลอบสังหารองค์ชายไม่ใช่เรื่องเล็ก

 

ธรรมดานอกจากความจริงที่ว่ามีการลอบสังหารองค์ชายในร้านฟงฟงที่เป็นร้านเล็กๆ ก็เข้าสู่สายตาของบุคคลสำคัญเหล่านี้เช่นกัน หลายคนสงสัยเกี่ยวกับข้าวผัดจานละสิบผลึก . ต่างฝ่ายต่างส่งคนออกไปดูร้าน

 

ในตอนที่เจ้าของร้านกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ แสงแดดที่อบอุ่นหลังจากที่ฝนจากไปโดนตัวของเขาทำให้เขาหาวออกมาด้วยความง่วงนอน

 

เขาอาจไม่รู้ว่ามีกลุ่มคนใหญ่คนโตเข้ามาหา

 

 

 

 




NEKOPOST.NET