[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ ตอนที่ 27 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ

Ch.27 - เจ้ามีความโกรธแค้นกับหมาเหรอ?


แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

โอวหยางเสี่ยวยี่ซ่อนตัวอยู่ที่หลังประตู นางแอบมองไปตรงที่กินอาหาร  นางเห็นสามคนโฉดพี่ชายของนางที่แทบจะกลืนปลาหมักพริกลงไปทั้งตัวก็อุทานออกมา

“จริงเหรอเนี่ย”

เขามีท่าทางเหมือนกับคนทั่วไปที่กินข้าวผัดไข่ของบู่ฟง  ใบหน้าของพวกเขาช่างมีความสุขทำให้โอวหยางเสี่ยวยี่มีความสุขไปทั่วแขน

โอวหยางเสี่ยวยี่รู้สึกแปลกใจและแปลกใจมากกว่าเดิม  แม้นางจะยอมรับว่าอาหารของบู่ฟงมีรสชาติที่อร่อยมาก แต่พี่ชายของเธอมีประสาทรับรสชาติไม่ดี  เขาเขารู้สึกอร่อยกับอาหารจานนี้ได้ยังไง?

“ข้ารู้แล้ว ปลาหมักพริกมีกลิ่นสุราหอมรุนแรงมาก...กลิ่นสุราที่ทำจากเมล็ดพืชหมักได้แทรกซึมเข้าไปสู่เนื้อปลา”  ที่เป็นเหตุผลที่พี่ชายของนางรับรสชาติของปลาได้

โอวหยางเสี่ยวยี่ตาสว่างขึ้นและนางก็มั่นใจว่าสิ่งที่นางคิดนั้นถูกต้อง

บู่ฟงมองดูทั้งสามคนด้วยท่าทางโล่งใจ  แน่นอนว่า....ไม่มีใครต้านรสชาติอาหารที่อร่อยได้

“ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ภารกิจสำเร็จ: ท่านสามารถเอาชนะสามคนโฉดโอวหยางได้  ท่านจะได้รับรางวัลที่แจกทีหลัง  เพื่อที่ท่านจะได้กลายเป็นเทพเจ้าแห่งการทำอาหารท่านต้องทำงานอย่างหนัก” ระบบพูดออกมาอย่างจริงจังในความคิดของบู่ฟง

ใบหน้าของบู่ฟงยิ้มออกมาแข็งๆ

ตอนนี้ทั้งสามคนโฉดโอวหยางได้ลิ้มรสชาติอาหารอร่อยเป็นครั้งแรก  รูขุมขนของพวกเขาเปิดออกมาทั้งหมด  ปลานี้รสชาติของมันอร่อยเกินไป

รสชาติความเย็นแทรกซึมเข้าไปในใจของพวกเขา  ความเย็นผสานกับกลิ่นเหล้าที่กระจายออกมาอย่างร้อนแรง  ความร้อนและเย็นที่ผสานกันอย่างกลมกลืน  จิตใจที่โหดร้ายเหี่ยวเฉาเหมือนกับต้นไม้ที่ตายไปแล้วกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

พวกเขาได้กินอาหาร....ที่มีรสชาติอร่อยที่ลืมไม่ลงตลอดทั้งชีวิตของพวกเขา

“ทำไมมันหมดไปแล้วล่ะ? นี่พวกเจ้ากล้ากินอาหารของพี่ใหญ่งั้นรึ?"  โอวหยางเจินตกใจที่ปลาทั้งหมดหายไป  ปลาชิ้นสุดท้ายก็ถูกโอวหยางตี๋เอาไป

กระดูกปลาก็โดนโอวหยางอู่ถือไว้ในมือแล้วเลียมัน

ปลาทั้งตัวตอนนี้แทบก็ไม่มีส่วนไหนต้องถูกทิ้งไปเลย

ทั้งสามคนมองจานอย่างลังเลที่จะเลียจาน นิ้วมือ  ริมฝีปาก  พวกเขาพยายามจดจำความรู้สึกที่แสนวิเศษที่ผ่านมาเมื่อกี้

“เจ้ากินเสร็จรึยัง? ข้าชนะการพนันแล้วใช่ไหม?  พวกเจ้าสามคนยอมรับแล้วใช่ไหมว่าอาหารของข้าอร่อย” บู่ฟงพูดออกมาอย่างมั่นใจและไม่สนใจอะไร  แล้วมองดูพวกเขาโดยไม่แสดงท่าทางใดๆ

สามพี่น้องคนโฉดโอวหยางก็ตัวแข็งนิ่งเงียบทันที  พวกเขากำลังตื่นเต้นลืมเรื่องการเดิมพันกับบู่ฟงไปเสียสนิท........ปลาหมักพริกนั้นอร่อยมากมันเหมือนกับเป็นจานที่สร้างมาให้พวกเขาโดยเฉพาะ

“อืม.....เจ้าคนถ่อยเจ้าว่าไงนะ? พวกเรากินจานนี้เสร็จแล้วแต่......หึหึหึ  ปลาของเจ้ามันอร่อยไม่มากพอหรอกนะ” โอวหยางเจินพูดแล้วเลียนิ้วมือ

“ถ้ามันอร่อยไม่พอ เจ้าจะเลียมืออย่างมีความสุขไปทำไมกัน?” บู่ฟงคิดโดยไม่แสดงออกใดๆ

“ใช่แล้ว จานนี้จริงๆแล้วมันอะ..อร่อยไม่พอ” โอวหยางตี๋ดวงตาเล็กๆของเขาเบิกกว้าง

โอวหยางเสี่ยวยี่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังประตู นางเอามือปิดหน้าด้วยความอาย  เจ้าพี่ชายหน้าโง่ของนางโกหกออกมาอย่างไม่อาย

“ยังไงก็เถอะเจ้าคนถ่อย  เจ้าแพ้แล้วตอนนี้เจ้าเอาน้องสาวมาให้พวกเราไม่งั้นพวกเราจะพังร้านเจ้าเป็นชิ้นๆ” โอวหยางอู่กระแทกโต๊ะข่มขู่แต่เมื่อตอนที่เขาใช้ลิ้นเลียรอบๆปากมันก็กลายเป็นเรื่องน่าตลก

บู่ฟงยืนนิ่งไม่แสดงท่าทางใดๆ เขารู้ว่าเจ้าโง่สามคนนี่พูดโกหก

“เจ้าขาว แก้ผ้าพวกเขา  เอาผลึกที่พวกเขามาเท่ากับราคาที่ต้องจ่ายแล้วโยนพวกเขาออกไป” บู่ฟงพูดออกมาด้วยท่าทางง่ายๆ  เขาเก็บจานบนโต๊ะแล้วมุ่งหน้าเข้าไปที่ห้องครัว

แต่เมื่อบู่ฟงหันไปรอบๆเขาก็เห็นโอวหยางเสี่ยวยี่ซ่อนตัวอยู่ที่หลังประตู  เขาตกใจเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเข้าที่ห้องครัวไม่ให้เธอรู้ตัว

ตาของโอวหยางเสี่ยวยี่สว่างขึ้นมองไปที่ท่าทางอันเงียบสงบของบู่ฟง  นางสับสนกับท่าทางของเขา  นางกำลังสงสัยว่าทำไมเขาถึงไม่กลัวพี่ชายของนาง? เขาน่าจะวิ่งหนีไปด้วยความกลัวไม่ใช่เหรอ

แต่ฉากต่อไปที่เกิดขึ้นทำให้นางแทบจะพูดไม่ออก

นางเห็นเจ้าหุ่นสี่เหลี่ยมสีขาวที่มีท้องใหญ่โยนพี่ชายของนางออกไปครั้งเดียว  พวกเขาถูกเปลืองผ้ามีเพียงผ้าเตี่ยวสีขาวปกปิดของสงวนเอาไว้เท่านั้น

“กรี๊ด!” โอวหยางเสี่ยวยี่กรี๊ดร้องออกมาแล้วเอามือปิดตาภาพที่อยู่ตรงหน้ามันช่างน่ารังเกียจ

“น่าเกลียด น่าเกลียดมาก ข้าไม่รู้ว่าเจ้าขาวจะทำแบบนี้”

โอวหยางเสี่ยวยี่รู้สึกแปลกใจ  แต่สามพี่น้องคนโฉดโอวหยางแปลกใจยิ่งกว่า  ลมหนาวพัดเข้ามาทำให้พวกเขารู้สึกตัวสั่น  สามพี่น้องมองไปที่หุ่นเชิดเหล็กด้วยความกลัวในสายตาของพวกเขา

“โอ้สวรรค์  พี่ใหญ่นี่มันน่ากลัวมากพวกเราถูกเปลืองผ้าออกมาก่อนที่พวกเราจะรู้ตัวเสียอีก”

โอวหยางตี๋ไม่สบายใจเหมือนกับช่วงเวลาที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับท่านปู่

ท่านปู่ของพวกเขาแม่ทัพเฒ่าโอวหยางฉีเป็นนักรบระดับหกจักรพรรดินักรบเจ้าหุ่นเหล็กจากร้านเล็กๆนี้แข็งแกร่งเท่ากับระดับจักรพรรดินักรบเหรอ?

“เอากันกับหมาเถอะ ตอนนี้มีเรื่องที่น่ากลัวเกิดขึ้นในเมืองหลวงแล้ว!” โอวหยางเจินทำอะไรไม่ได้ได้แต่ด่าเท่านั้น

เจ้าหมาดำตัวใหญ่ที่นอนอยู่ตรงหน้าก็เปิดตาขึ้นจ้องมองโอวหยางเจินเหมือดมีดที่พุ่งออกมา

“เอากับหมา? เจ้าอยากมีปัญหากับหมารึไง?”

หน้าของโอวหยางเจินหน้าเปลี่ยนเป็นสีขาว เขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันมากมายจนทำให้เขาไม่อาจจะผ่านไปได้กดลงบนตัวของเขาทันที  แม้แต่ผ้าเตี่ยวที่เป็นผ้าชิ้นเดียวของเขาก็ก็ระเบิดเป็นเศษฝุ่นทันที

เสียงร้อยโหยหวนก็ดังออกมา...

โอวหยางเจินคุกเข่าลงบนพื้นด้วยท่าทางไร้ชีวิตชีวา  สายตาเขาหมองคล้ำราวกับว่ามีบางสิ่งพังทลายออกมา

โอวหยางอู่กับโอวหยางตี๋ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  พวกเขามองไปที่ร้านแล้วลากพี่ชายของพวกเขาถอยกลับมา...ศัตรูของพวกเขาแข็งแกร่งเกินไป  มันคงจะดีกว่าหากจะหากำลังเสริม

ทั้งสามคนหนีไป  มีแต่ฝุ่นที่พื้นเต็มตัว

เจ้าหมาดำตัวใหญ่มองพวกเขาด้วยสายตาดูถูก  มันแลบลิ้นไปเลียขนที่สวยงามของมันก่อนเปล่งเสียออกมาทางจมูกแล้วกลับมานอน

จ้าวหรู่เกอกับคนอื่นๆที่ยืนอยู่นอกซอยที่คาดหวังให้สามคนโฉดฉีกร้านออกเป็นชิ้นๆ  แต่พวกเขากลับได้เห็นร่างเปลือยเปล่าวิ่งออกมาอย่างน่าสมเพช

ทั้งสองคนที่อยู่ด้านข้างยังคงมีผ้าเตี่ยวสีขาวปกปิดอยู่  แต่คนที่อยู่ตรงกลางมันอะไร?  ทำไมเขาคนเดียวที่เปลือยเปล่า?

ทุกคนมองหน้ากันและกัน? และเห็นความกลัวในสายตาคนอื่นๆ

“นี่มันบ้าอะไร...เจ้าสามคนโฉดโอวหยางถูกโยนออกมา? ร้านนี่น่ากลัวแค่ไหนกัน? เขาไม่กลัวตระกูลโอวหยางมาล้างแค้นเหรอ?” ตาเล็กๆของเสิ่นฉีเฉียงเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง

จ้าวหรู่เก่อขมวดคิ้วท่าทางจริงจังปรากฎขึ้นบนใบหน้าที่หล่อเหลาของเขา  เขาไม่ได้คิดแบบเสิ่นฉีเฉียงเขาคิดไปไกลกว่านั้น  มันเป็นร้านอาหารเล็กๆที่เปิดในซอยในเมืองหลวง  แต่มันก็โยนสามพี่น้องคนโฉดโอวหยางแห่งเมืองหลวงออกมาได้หุ่นเชิดนั้นแข็งแกร่งแค่ไหนกัน? นี่มันร้านธรรมดาจริงเหรอ?

“มันไม่น่าจะใช่ร้านธรรมดาแน่ๆ ตอนนี้สถานการณ์ในเมืองหลวงไม่สู้ดีนัก  มีผู้เชี่ยวชาญนิกายต่างๆซ่อนตัวอยู่โดยรอบ.มีร้านที่สามารถเอาชนะสามคนเถื่อนโอวหยางได้  ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ”

จ้าวหรูเก่อสูดลมหายใจเข้าออกอย่างหนักแน่นอย่างช้าๆ ในฐานะบุตรชายของเสนาบดีฝั่งซ้าย  เขาคิดแล้วคิดอีก  เขาไม่กล้าดูถูกร้านเล็กๆนี้อีกต่อไป

“บ้าเอ๊ย เจ้ารอดไปได้อีกแล้ว  ไม่ข้าจะกลับมาแก้แค้น  ข้าจะต้องพังร้านนี้” เสิ่นฉีเฉียงตะโกนออกมา

จ้าวหรู่เกอเหลือบมองแล้วหรี่ตาลง  รอยยิ้มลึกลับก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้า

พี่น้องเซียวกับองค์ชายสามจีเฉิงเชี่ยก็ได้มาเห็นสามพี่น้องโอวหยางเปลือยกายมาจากระยะไกล

“ดูเหมือนว่าพวกเราไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปแทรกแซง  เจ้าของร้านบู่ไม่ใช่คนธรรมดา” จีเฉิงเชี่ยมองสามพี่น้องคนโฉดโอวหยางกำลังหลบหนีออกมา  รอยยิ้มจางๆแต่เป็นรอยยิ้มที่แจ่มใส่ก็ออกมาจากใบหน้า

ในฐานะอัจฉริยะหญิงความคิดของเซียวเหยี่ยนหยู่ลึกซึ้งกว่าคนทั่วไป  นางขมวดคิ้วสักพักก่อนจะเปลี่ยนเป็นท่าทีผ่อนคลาย

พวกเขาไม่ได้เข้าไปที่ร้านฟางฟางที่เป็นร้านเล็กๆ  เสิ่นฉีเฉียงกับจ้าวหรู่เก่อก็เช่นกัน  พวกเขาเพียงมองดูร้านแต่ไม่กล้าที่จะทำอะไร

หลังจากเช็ดโต๊ะ  บู่ฟงก็กลับมาที่บริเวณร้าน  เขาลูบร่างของเจ้าขาวแล้วชมมัน  จากนั้นเขาก็เตรียมที่จะปิดร้านในวันนี้

“นะ...นายท่านน่าที่รังเกลียดข้าคิดว่าข้าจะกลับไปก่อนที่ท่านปู่จะโกรธแล้วส่งคนมาพังร้านของท่านนะ”  โอวหยางเสี่ยวยี่พูดออกมาอย่างระมัดระวัง  นางกลัวว่าเขาจะจับแก้ผ้า

บู่ฟงแปลกใจนิดๆแล้วก่อนพยักหน้าพูดว่า “วันนี้หมดเวลาเปิดร้านเจ้ากลับไปได้ตอนนี้แต่เจ้าต้องกลับมาทำงานอีกให้ครบเจ็ดวัน”

โอวหยางเสี่ยวยี่พยักหน้าอย่างระมัดระวังออกไปจากร้านกลับไปที่คฤหาสน์โอวหยาง

บู่ฟงไม่แสดงท่าทางใดๆนอกจากหาวแล้วกลับไปที่ห้องครัว  ใจของเขานั้น อยากจะลองจานใหม่ แต่เขาก็เกือบจะลืมเมนูรางวัลที่ได้จากคืนก่อน  ขนมจีบทองคำ

 

//เมนหน้าขนมจีบทองคำ หึๆ




NEKOPOST.NET