[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ ตอนที่ 26 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ

Ch.26 - ฝีมือการทำอาหารของบู่ฟงถูกท้าทายอย่างรุนแรง


แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

#เม้าส์มอยก่อนอ่าน (สวัสดีครับแพนด้าเองสนุกกันมั้ย เรื่องนี้มาช่วยพี่ๆเขาแปลนะเลยได้สิทธิ์มาแกล้งลูกเพจ ฮ่าๆ ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะครับ)

 

 

“พี่ใหญ่ท่านคิดยังกับเจ้าอันธพาลโง่นั้น? เขาเดิมพันตัดสินว่าอาหารจะอร่อยไหม หากมันอร่อยเราก็จะบอกว่ามันไม่อร่อย เขาจะทำอะไรเราได้ในตอนนั้นกัน เมื่อถึงตอนนั้นแล้ว เป็นเขาต่างหากที่ต้องเชื่อฟังพาน้องสาวเราออกไป” โอวหยางตี๋กระซิบกับโอวหยางเจิน

 

โอวหยางเจินมองไปที่น้องชายคนที่สามของเขา แล้วเปร่งเสียงพูดออกมาว่า “เราสามคนพี่น้อง แม้แต่อาหารในวังหลวงรสชาติที่อร่อยที่สุด เราก็ยังบอกว่าไม่ได้ว่าอร่อยหรือไม่อร่อย? เรื่องแค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้กัน?”

 

“เจ้าคนชั่วนั้นต้องแพ้เดิมพันแน่” โอวหยางเจินลูบเคราด้วยความภูมิใจ

 

“พี่ใหญ่ ท่านเป็นคนที่เก่งที่สุดในหมู่พวกเรา ท่านรู้ว่าพวกเราสูญเสียการรับรสไปเพื่อพวกเราที่กินสุรามากเกินไป ทุกอย่างนอกจากสุราก็เหมือนน้ำเปล่าแล้ว” โอวหยางอู่พูดแล้วถอนหายใจ

 

“น้องรองเจ้าอย่าได้กังวลไป หลังจากที่พาเสี่ยวยี่ไป ข้าจะให้เจ้าดื่มสุราหยกหอมฟุ้ง ที่ฮ่องเต้มอบให้ แน่นอนมันจะทำให้เจ้ารู้สึกรอ้นเหมือนไฟ" เอวหยาวเจินพูดแล้วตบไล่โอวหยางอู่

 

“ครับ ขอบคุณท่านพี่ใหญ่ กระเพาะของพวกเราจะหิวเพราะสุราเท่านั้นในตอนนี้” โอวหยาวอู่ยิ้มกว้าง

 

ขณะที่ทั้งสามคนคุยกันอยู่ บู่ฟงก็กำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัว

 

ปลาทะเลน้ำแข็งต้องเอาหมักไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะกลายเป็นปลาหมักพริก เขาเตรียมปลาเอาไว้สองตัวเมื่อคืน เขาคิดเอาไว้ว่าจะให้คนอื่นตัวหนึ่งเป็นอาหารมื้อเย็นตัวหนึ่ง แต่ตอนนี้เมื่อมีคนสั่งมันเขาจึงต้องเอามันมาทำอาหารออกไป

 

หลังจากที่เอาเมล็ดพืชที่หมักเอาไว้ออกจากตัวปลาแล้ว บู่ฟงก็บั้งปลาไว้เป็นรอยบั้งเล็กๆเป็นกากบาทสองอัน แล้วเอาตัวมันวางบนจานแล้วเอาไปนึ่งที่ซึ่งไม้ไผ่

 

ข้าวผัดไข่กับหัวปลาต้มซุปก็กำลังถูกเตรียมเอาไว้เหมือนกัน

 

กลิ่นข้าวผัดไข่หอมมาก มันลอยออกมาจากห้องครัวหุ้มสามพี่น้องคนโฉดโอวหยางเอาไว้เหมือนผ้าไหม มันลอยเข้าจมูกอย่างต่อเนื่อง

 

“กลิ่นมันหอมมาก ดูเหมือนว่าเจ้าคนชั่วนั้นมีฝีมืออยู่บ้างนะ” โอวหยางตี๋พูดออกมาด้วยความหลงใหล

 

ทั้งสองคนยังคงเงียบพวกเขาไม่คิดมากเรื่องพวกนี้ ไม่ว่ามันจะกลิ่นหอมมากแค่ไหนแต่มันก็จะทำอะไรไม่ได้เมื่ออยู่ในปากของพวกเขา

 

โอวหยางเสี่ยวยี่ไม่ได้อยู่แถวนี้บู่ฟงจึงต้องยกอาหารมาด้วยตัวเอง เขาเอาข้าวผัดไข่วางลงบนโต๊ะแล้วพูดว่า “อืม...คนที่กินได้โปรดเพลิดเพลินอร่อยกับอาหารมื้อนี้”

 

สามพี่น้องที่เหมือนกับเตียวหุย บู่ฟงที่ทรมานเหมือนกับคนตาบอด ในตอนนี้เขากำลังเผชิญปัญหาที่แตกต่างกันออกไป

 

“นี่เป็นของข้า” โอวหยางอู่หรี่ตาเข้าใกล้ข้าวผัดไข่แล้วสูดกลิ่นหอมฟุ้งเข้าไปที่โพรงจมูก เขาคิดว่ากลิ่นมันช่างหอมหวนยั่วน้ำลายจริงๆ

 

โอวหยางอู่ทนต่อไปไม่ไหวเขาตักข้าวผัดไข่มันขึ้นมาหนึ่งช้อน เมื่อข้าวผัดไข่ที่ไหลเยิ้มเข้าไปในปาก มันก็แข็งทื่อ เมื่อข้าวที่เหมือนไข่มุกกระจายไปทั่วรอบปาก มันทำให้เขารู้สึกแปลกๆ

“กรุ๊บ กรุ๊บ”

 

หลังจากที่ข้าวผัดไข่เข้าไปในปาก โอวหยางอู่ก็ไม่แสดงท่าทางใดๆ แม้รสสัมผัสจะยอดเยี่ยมแต่มันก็ไม่มีรสชาติอะไรเลย

 

โอวหยางเจินกับโอวหยางตี๋หลังจากชิมมันเข้าไปก็ขมวดคิ้ว

 

“นี่มันบ้าอะไรกัน? มันไม่มีรสชาติอะไรเลย...นี่อร่อยแล้วเหรอ?” โอวหยางเจินเบ๊ปากเอาช้อนวางลงบนโต๊ะแล้วบ่น

 

บู่ฟงตกใจแล้วคิด “นี่มันเป็นไปไม่ได้? ข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุงมีรสชาติไม่อร่อย?”

 

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินลูกค้าว่าข้าวผัดไข่มีรสชาติไม่ดีอย่างไม่อาจจะทำอะไรได้

 

บู่ฟงได้กลิ่นหอมลอยไปในอากาศ มันหอมมากเหมือนผ้าไหมกำลังลูบใบหน้า “ไม่น่ามีปัญหากับรสชาติ”

 

“หรือว่ารสชาติของพวกเขาจะเป็นอยู่เฉพาะตัว?” บู่ฟงคิด

 

“เจ้าคนชั่วรีบโยนผ้ายอมแพ้แล้วคืนน้องสาวมาให้พวกเราซะ เจ้าไม่สามารถทำอาหารที่มีรสชาติอร่อยให้พวกเรากลัวได้หรอกนะ” โอวหยางตี๋พูด

 

ทั้งสามคนนี้กินข้าวผัดไข่เพียงแค่ช้อนเดียวไม่ได้กินข้าวผัดไข่เข้าไปอีก นี่มันยิ่งกว่าที่บู่ฟงคาดเอาไว้

 

เจ้าหมาดำตัวใหญ่ก็ยกหัวขึ้นมาดูฉากนี้ในร้านเล็กๆนี้อย่างสนอกสนใจในสิ่งที่พูดออกมา

“โปรดรอสักครู่” ท่าทางของบู่ฟงดูกลัวมาก เขารู้สึกว่าฝีมือการทำอาหารของเขากำลังถูกท้าทายอย่างรุนแรง

 

เขากลับมาที่ห้องครัวแล้วยกหัวปลาต้มเต้าหู้ออกไป เขาเทซุปลงชามสีฟ้าขาว ปลาหมักต้องใช้เวลาอีกไม่กี่นาที ดังนั้นจึงต้องยกหัวปลาต้มเต้าหู้ออกไปก่อน

 

“นี่คือหัวปลาต้มเต้าหู้ได้โปรดมีความสุขกับอาหารมื้อนี้” บู่ฟงพูดออกมาอย่างจริงจัง

 

กลิ่นหอมของหัวปลาต้มซุปหอมไม่น้อยกว่ากลิ่นข้าวผัดไข่ กลิ่นสดชื่นของปลาผสมกับกลิ่นของเต้าหู้ที่อยู่ตรงกลาง เหมือนว่ากลิ่นหอมค่อยๆลูบไล้ผิวของเขา น้ำนมสีขาวของซึมปลาและเต้าหู้ส่องประกายแสงระยิบระยับอยู่ภายใต้แสง

 

จานที่ปรากฏตัวออกมากระตุ้นความอยากอาหารของสามพี่น้อง แต่เมื่อหลังจากที่ชิมหัวปลาต้มเต้าหู้ก็เหมือนกับว่าเขาดื่มน้ำเปล่ารสจืดลงไป

 

“หัวปลาต้มเต้าหู้ไม่อร่อยเลย” พี่น้องโอวหยางพูดออกมาพร้อมๆกันแล้วส่ายหัว

 

“น่าสนใจดีนี่!” บู่ฟงที่ไม่แสดงออกใดๆรู้สึกค้างคาใจ แต่ในตอนนั้นเขารู้สึกซีเรียสมาก เขามองสามคนพี่น้องอย่างรุนแรงแล้วกลับเข้าไปที่ห้องครัว เหลืออีกจานเดียว ถ้ามันไม่อร่อยมันหมายถึงสิ่งเดียวเท่านั้น

 

“ประสาทรับรสของพวกเขามีปัญหา”

 

ในฐานะพ่อครัวบู่ฟงมั่นใจอาหารของเขาเอง แต่ปฎิกิริยาของสามพี่น้องนั้นทำให้เขาแปลกใจ แต่มันไม่ได้ส่งผลไปถึงฝีมือการทำอาหารของเขา

 

เขาเอาปลาหมักพริกออกจากซึ่งไม้ไผ่ กลิ่นสุรามันหอมคลุ้งไปทั่วทั้งร้าน

 

สามพี่น้องโอวหยางกำลังดีใจเพราะรู้สึกว่าจะชนะตัวก็แข็งขึ้นมาทันทีเหมือนวิญญาณถูกจับเอาไว้

 

“พี...พี่ใหญ่หอม....เหล้าหอมมาก” โอวหยางตี๋รู้สึกว่าปากของเขาแห้งมาก ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเหมือนจาน กลิ่นเหล้านี้หอมมากทำให้เขาหลงรักขึ้นมาทันที

 

โอวหยางอู่กับโอวหยางเจินก็รู้สึกเหมือนกันกับเขา พวกเขารู้สึกเหมือนมีมดในกางเกงในและอยากจะดื่มสุราขึ้นมาทันที

 

“นี่เป็นกลิ่นสุราชั้นดีเท่านั้น” สุราหยกหอมฟุ้ง"”ในวังหลวงจะแข่งกับร้านนี้ได้ไหม? หรือว่าร้านนี้มีเหล้าระดับสูงกัน?" โอวหยางเจินกลืนน้ำลายขณะที่เขาเฝ้าคอยอย่างอดทน

 

ทั้งสามคนจ้องไปที่ทางเข้าครัว คนรูปร่างผอมก็ปรากฏตัวขึ้น

 

บู่ฟงเป็นคนที่ร้ายกาจมากเขายกปลาหมักพริกออกมาช้าๆ

 

ดวงตาทั้งสามคู่เหมือนกำลังจับตามองเหยื่อ “นี่มันบ้าอะไรกัน?”

 

“นี่คือปลาหมักพริก ได้โปรดมีความสุขกับอาหารมื้อนี้” บู่ฟงเหลือบมองทั้งสามคนจากนั้นก็วางจานปลาหมักบนโต๊ะด้วยสีหน้าที่จริงจัง

 

“นี่เป็นปลาหมักพริกเหรอ? มันไม่ใช่สุรา?” พี่น้องโอวหยางพูดออกมาพร้อมๆกันเผยให้เห็นความผิดหวังในน้ำเสียง

 

“ข้าบอกว่าร้านเรายังไม่มีสุราขาย” บู่ฟงตอบออกมาโดยไม่แสดงท่าทางใดๆ

 

“เจ้าคนชั่ว เจ้าแพ้แล้ว เจ้าทำให้พวกเรารู้สึกอร่อยไม่ได้หากเจ้าไม่มีสุรา เจ้าเอาน้องสาวของพวกเรามาให้พวกเราเถอะ” โอวหยางอู่ถอนหายใจแล้วมองมาที่ปลาหมักพริกอย่างผิดหวัง

“เจ้าต้องลองมันก่อน” บู่ฟงกล่าวด้วยท่าทางสงบนิ่ง

 

ในตอนนั้นเองโอวหยางเสี่ยวยี่ที่วิ่งหนีไปที่ห้องของเธอในตอนนี้ ก็เดินออกมาจากห้องด้วยท่าทางกังวล “หากข้าทิ้งนายท่านที่น่ารังเกลียดไปก็เสียดาย...แต่หากเขาแพ้พี่ชายข้าละ?”

โอวหยางเสี่ยวยี่รู้ดีถึงอารมณ์ของพี่ชายนาง ก็รู้สึกผิดอยู่นิดๆ

 

“นายท่านที่น่ารังเกลียดท่านทนเอาไว้นะ ท่านต้องไปไม่ตายก่อนที่ข้าจะไปที่นั้น” โอวหยางเสี่ยวยี่อธิษฐานภายในใจ นางวิ่งออกไปจากห้องไปตรงที่ชั้นแรก

 

นางมองจากด้านหลังประตูเพื่อดูสถานการณ์ในร้าน แต่สายตาที่อ่อนหวานร่าเริงของนางก็เบิกกว้าง

 

 

สูตรอาหารจ้ะ

สูตรหัวปลาต้มเต้าหู้

หัวปลาอะไรก็ได้หนึ่งหัว ครึ่งกิโล

เกลือ

น้ำพอประมาณ

ขิง สามแว่น

สุราจีนหนึ่งช้อนโต๊ะ

น้ำเต้าหู้หนึ่งถ้วย

เต้าหู้อ่อนสองก้อน หั่นเป็นชิ้นๆ

ต้นหอมซอยพอประมาณ

วิธีทำ

ต้มน้ำเปล่าใส่ขิงกับสุราจีนลงไป

ต้มหัวปลากับน้ำในตอนที่กำลังเดือด หรี่ไฟ

พอหัวปลาเริ่มสุกใส่น้ำเต้าหู้ กับเต้าหู้ลงไป

เมื่อเริ่มสุกปรุงรสด้วยเหลือตามใจชอบ ใส่ต้นหอมที่ซอยลงไป

เคล็ดลับ ใส่เกลือลงไปทีหลังไม่เช่นนั้น น้ำเต้าหู้จะจับตัวเป็นก้อน

เมนูนี้หัวปลากระพงทำอร่อยที่สุด

 

(ด้วยรักและปรารถนาดีจาก แพนด้าคุง)

 




NEKOPOST.NET