[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ ตอนที่ 23 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ

Ch.23 - มันเป็นแค่ปลาหมักพริกกลิ่นหอมมาก


แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

“เหล้านี้ทำมาจากเมล็ดพืชชั้นดี” จีเฉิงเชี่ยพูดอย่างจริงจังดวงตาของเขาสว่างขึ้นมา กลิ่นเหล้านี้หอมตลบอบอวลมากและหอมกลมกล่อมมันอาจจะเทียบได้กับ “เหล้าหยกหอมฟุ้ง” จากวังหลวง

 

เมื่อปลาหมักพริกถูกยกมาทุกคนในร้านหันมาดู แม้แต่โลลิน้อยยังคงยืนคอออกมาดูว่ามันเป็นยังไง แม้นางจะเชื่อมั่นว่าปลาหมักพริกจะไม่อร่อยเท่าหัวปลาต้มเต้าหู้

 

“มันสวยมาก...” เซียวเหยี่ยนหยู่พูดออกมาเบาๆ เมื่อเห็นปลาทะเลน้ำแข็งส่องแสงสีชมพูอ่อนๆออกมา ตาของนางแสบตาทันทีเมื่อมองจานนี้

 

เมื่อมันถูกนำมาทำอาหาร หนังของปลายังคงยืดหยุ่นเมล็ดพืชที่ถูกหมักก็ไหลออกมาจากหน้าท้องกลิ่นหอมของมันถูกปลอดปล่อยออกมาพร้อมกับความร้อน ปากของมันมีกลิ่นเหล้าพวยพุ่งออกมาหนาแน่นดูเหมือนปลากำลังว่ายน้ำในมหาสมุทร

 

“นี่คือปลาหมักพริก ขอให้มีความสุขกับอาหารมื้อนี้” บู่ฟงพูดออกมาหน้านิ่งๆ

 

จีเฉิงเชี่ยยิ้มออกมาจางๆ เขาหยิบตะเกียบขึ้นมา แม้ว่าเขาอยากจะลิ้มลองรสชาติของมันมากแค่ไหนแต่เขาก็ยังคงรักษามารยาท เขาใช้ตะเกียบทดสอบว่าปลานี้จะแข็งหรือหยาบเกินไปหรือเปล่า เมื่อมันเด้งออกมามันทำให้เขายิ้ม

 

มีเพียงพ่อครัวที่สามารถคาบคุมความร้อนได้อย่างแม่นยำเท่านั้นที่จะทำให้หนังของปลายืดหยุ่นเด้งออกมาแบบนี้ หากปลาใช้เวลานึ่งน้อยเกินไปหนังก็เหนียวเนื้อปลาก็จะหยาบ หากถูกนึ่งนานเกินไปผิวก็แตกเนื้อก็จะเละ

 

เมื่อขยับตะเกียบเพียงเล็กน้อยก็เลาะหนังปลาเผยให้เห็นเนื้อปลา น้ำมันปลาไหลออกมากลิ่นหอมก็โชยออกมาด้วย

 

เขาคีบส่วนแก้มปลาออกมา มันเป็นส่วนที่อร่อยที่สุดของปลาทั้งตัวและมีคุณภาพดีที่สุด คนส่วนใหญ่เลือกจะกินส่วนนี้ของปลา

 

ดวงตาของจี่เฉิงเชี่ยสว่างขึ้นมา เขาคีบปลาเข้าไปในปากของเขาคำหนึ่ง เขารู้สึกราวกับว่าเขาไม่ได้กินปลา แต่เขาดื่มเหล้าไปทั้งแก้ว กลิ่นหอมของเหล้าพุ่งออกมาจากเนื้อปลาและมันก็ครอบคลุมไปทั่วทั้งปากของเขา มันเป็นปลาที่ยังสดเนื้อนิ่ม รสสัมผัสของมันที่เข้าไปในปากช่างประหลาด

 

ปลามีรสแสนอร่อยมันให้ความสดชื่นจากความเย็น ส่วนผสมที่ร้อนและเย็นเมื่อมันรวมตัวกันมันก็ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างมันเป็นรสชาติที่อร่อยล้ำอย่างประหลาด

 

จีเฉิงเชี่ยหลับตาในขณะที่เขากำลังมีความสุขกับรสชาติ มันช่างเพลิดเพลินเข้ากับรสนิยมของเขาที่ชื่นชอบเหล้า ใบหน้าของเขาแสดงอาการมึนเมาเมื่อเอาตะเกียบคีบปลาชิ้นใหญ่เข้าไปในปาก

 

“เถ้าแก่บู่นี่ไม่ใช่ปลาธรรมดาใช่ไหม? ปลาที่มีรสชาติเย็นให้รสสัมผัสยอดเยี่ยม ทำให้ความอร่อยพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ” จีเฉิงเชี่ยพูดในตอนที่เขากิน

 

คนอื่นๆก็กลืนน้ำลายอย่างไม่ตั้งใจพวกเขาเฝ้ามองดูการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของตะเกียบ แม้แต่โลลิน้อยก็มองไปที่ปลาหมักพริก เมื่อมองดูก็คิดว่ามันน่าอร่อยจริงๆ...

 

“ปลาที่ใช้เป็นปลาระดับสามปลาทะเลน้ำแข็งระดับสามเป็นปลาที่อาศัยอยู่ลึกในน่านน้ำ

ตะวันออกเฉียงเหนือในอาณาจักรสายลมแห่งแสง ทั่วร่างของมันส่องประกายสีฟ้า เนื้อของมันแผ่ความเย็นออกมามันเต็มไปด้วยพลังวิญญาณมันเป็นวัตถุดิบชั้นดี เมื่อมันผสมกับเมล็ดพืชที่ร้อน ความร้อนกับความเย็นผสมผสานกันก็จะได้ผลลัพธ์เช่นนี้” บู่ฟงอธิบายให้จีเฉิงเชี่ยฟังแล้วกลับไปที่ห้องครัว เขายังทำหัวปลาต้มเต้าหู้อยู่ เขาไม่อยากให้เสียจานนี้

 

จีเฉิงเชี่ยรู้สึกได้ขึ้นมาทันทีว่าทำไมรสชาติมันถึงคุ้นเคย ปลาทะเลน้ำแข็งเป็นสัตว์หายาก แม้ว่าเขาจะเป็นองค์ชายแต่เขาก็ยังไม่ค่อยได้ลิ้มรสชาติมัน เขาไม่คิดว่าจะได้กินมันในร้านเล็กๆภายในเมืองหลวงนี้

 

“ทุกคนลองกินดู ปลาตัวนี้อร่อยมาก รสชาติเมล็ดพืชที่หมักก็อร่อยกลมกล่อม แน่นอนจานนี้ช่างคุ้มราคา” จีเฉิงเชี่ยพูดแล้วยิ้มออกมาเมื่อทุกคนจ้องมองมาที่เขา

 

เซียวเสี่ยวหลงใช้ตะเกียบคีบเนื้อปลาเข้าไปในปากทันที อีกด้านเซียวเสี่ยวหยู่ที่รักษาทางทางเอาไว้ รอเซียวเสี่ยวหลงคีบมันให้เสร็จก่อน แล้วนางค่อยคีบมาใส่จานของนางด้วยท่าทางที่สง่างาม

 

เซียวเสี่ยวหลงตาเบิกกว้างขณะที่สูดลมหายใจเอากลิ่นหอมของเหล้าเข้าไป ปลานี้รสชาติอร่อยกว่าที่เขาคิดเอาไว้ การผสานของกันของรสชาติปลาที่เย็นและเมล็ดพืชหมักที่ร้อนก็ช่างล้ำลึก

“อร่อย” เซียวเสี่ยวหลงพูดออกมาด้วยความหลงใหล

 

โลลิน้อยกลืนน้ำลายเธอแอบเอาตะเกียบที่ซ่อนไว้พยายามคีบปลา แต่นางถูกจีเฉิงเชี่ยที่กำลังยิ้มจับได้เขาชี้ไปบนคำพูดที่อยู่บนเมนู

 

โอวหยางเสี่ยวยี่โกรธขึ้นมาทันที นางเป็นแค่นักรบขั้นที่สอง เธอไม่ได้รับอนุญาตให้กินจานนี้

ภาพลักษณ์ของเซียวเหยี่ยนหยู่ที่มีความน่ายุติธรรมมากกว่าเซียวเสี่ยวหลง ก็ตาสว่างขึ้นเหมือนกันแล้วพยักหน้า

 

ไม่นานแต่ละส่วนของปลาหมักพริกก็ค่อยๆหายไปด้วยฝีมือของพวกเขา ใบหน้าพวกเขาแสดงออกอย่างมีความสุข ท่าทางหลงใหลของพวกเขาเปลี่ยนไปเมื่อบู่ฟงยกหัวปลาต้มเต้าหู้ออกมา

 

ด้วยวิธีทำอาหารมันต่างจากปลาหมักทั่วไป ทำให้ทั้งสามเหมือนอยู่ในงานเลี้ยงเมนูปลา แม้ว่าจะมีอาหารอยู่เพียงสองจาน พวกเขารู้สึกว่ามันเป็นสุดยอดอาหารจานปลาแล้ว

โอวหยางเสี่ยวยี่แทบบ้า นี่เป็นครั้งแรกที่คิดว่าท่านปู่ของนางบังคับให้นางฝึกยุทธเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ถ้านางพยายามมากขึ้นจนกลายเป็นนักรบระดับบ้าคลั่งขั้นที่สามนางก็จะกินอาหารพวกนี้ได้แล้ว

 

“ขอบคุณพวกท่านที่อุดหนุนทั้งหมดราคารวมห้าสิบผลึก” บู่ฟงพูดออกมานิ่งๆ เมื่อบอกราคาค่าอาหารของพวกเขา

 

หลังจากที่อิ่มแล้วพวกเขาก็เจ็บปวดอย่างที่สุด ห้าสิบผลึก.......ผู้ฝึกฝนระดับต่ำยังใช้ไม่หมดทั้งเดือน

 

“เถ้าแก่บู่.......อาหารท่านราคาแพงจริงๆ” เซียวเสี่ยวหลงปากสั่น

 

“แต่มันก็คุ้มค่าไม่ใช่เหรอ?” บู่ฟงพูดออกมาอย่างธรรมดา มองดูเขาด้วยใบหน้านิ่งๆ

 

“ดีท่านเป็นเจ้าของร้านก็ว่ามันเหมาะสมมากที่สุด...” เซียวเสี่ยวหลงไม่อยากจะเถียงในฐานะบุตรแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรราคานี้เขายังพอจ่ายได้

 

เมื่อทั้งสามคนจะไปพวกเขาพยายามเอาโอวหยางเสี่ยวยี่กลับไปด้วยแต่ถูกบู่ฟงห้ามเอาไว้

 

“ยังไม่หมดเวลาทำงานของนาง นางจึงกลับไปไม่ได้ นางจะกลับบ้านไปได้เมื่อเวลาทำงานหมดลง” บู่ฟงพูดออกมาเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา

 

เซียวเหยี่ยนหยู่กับคนอื่นๆมองเซียวเสี่ยวหลงด้วยความรู้สึกแปลกๆ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ยืนกรานพานางไป

 

โลลิน้อยนั่งบนเก้าอี้สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ นางเอามือยันคางเมื่อกำลังใคร่ครวญกับชีวิต

 

“นายท่านที่น่ารังเกลียด อาหารของท่านอร่อยจริงๆทำไมท่านต้องจำกัดระดับการฝึกฝนด้วย? ข้ากินอะไรไม่ได้ระดับของข้ายังไม่ถึง...ท่านพยายามให้ข้าฝึกฝนความแข็งแกร่งกัน?” โอวหยางเสี่ยวยี่บ่น

 

“วัตถุดิบที่ดีจะทำให้อาหารมีรสชาติอร่อยขึ้น ยิ่งวัตถุดิบระดับสูงแค่ไหนก็ยิ่งมีพลังจิติวญญาณมากขึ้น อร่อยมากขึ้น” บู่ฟงอธิบายโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ “แต่หากพลังจิตวิญญาณมากขึ้น ผู้ฝึกฝนที่มีระดับต่ำอาจจะตายเมื่อได้กินมัน”

 

“วันหนึ่งข้าจะกินอาหารทั้งหมดในร้านของท่าน” โอวหยางเสี่ยวยี่พูดออกมาแล้วแลบลิ้นใส่บู่ฟง

“ข้ายินดีเมื่อถึงเวลานั้น แต่เจ้าต้องจ่ายค่าอาหารแต่ละมื้อด้วย”บู่ฟงพูดออกมาอย่างจริงจัง

โอวหยางเสี่ยวยี่พูดไม่ออก

 

หลังจากจี่เฉิงเชี่ยกับคนอื่นๆออกไป เซียวเหยี่ยนยู่ก็ไปบอกแม่ทัพเฒ่าโอวหยางเนื่องที่อยู่ของโอวหยางเสี่ยวยี่อย่างคิดอย่างรอบคอบแล้ว

 

แม่ทัพเฒ่าโอวหยางได้รับข่าวก็ตะลึง “ทำไมเด็กโง่นั้นถึงได้กลายเป็นเสี่ยวเอ้อในร้านอาหารตอนหนีออกจากบ้านไปได้?”

 

“พวกเจ้าทั้งสามคน...ไปเอาน้องสาวของเจ้ากลับมา หากไม่สอนบทเรียนให้เด็กโง่นั้นในตอนนี้ สักวันนางต้องปีนไปบนหัวดึงเคราฮ่องเต้ออกมาแน่”

 

นายพลโอวหยางที่มีอายุมากและมีราศีน่าเกรงขามสั่งพี่น้องสามคนที่มีท่าทางเหมือนเสียออกไป

 

“ขอรับ” ทั้งสามคนที่มีท่าทางเหมือนเสือตอบออกมาเสียงดังกึกก้องแล้วออกไปจากคฤหาสน์

นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ สำหรับสามพี่น้องที่กังวลอยู่ในตอนนี้ การที่นางหายไปต่างมีหลายฝ่ายให้ความสนใจ เขาเขาทั้งสามคนไม่พูดอะไรสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อไปรับน้องสาวจากร้านอาหารเล็กๆ

 

การกระทำนี้เหมือนผายลมต่อหน้าตระกูลโอวหยางที่สูงส่ง

 

ตอนนี้บู่ฟงไม่รู้ว่าเจ้าสามสัตว์ร้ายที่ป่าเถื่อนกำลังมุ่งหน้ามาหาเขา เขากำลังนอนขดตัวอยู่บนเก้าอี้ของเขา...อาบแดด

 




NEKOPOST.NET