[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ ตอนที่ 22 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ

Ch.22 - ปลาหมักพริกกลิ่นหอมเข้ม


แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

เมื่อโอวหยางเสี่ยวหยี่เห็นเซียวเหยี่ยนหยู่ นางหันไปด้านข้างและจะวิ่งไปที่ห้องของนาง นางอยากจะหนีทันทีเมื่อรู้ถึงสถานการณ์ที่กำลังเข้ามา

 

แต่ฝ่ายตรงข้ามของนางคือเซียวเสี่ยวหยุนอัจฉริยะผู้หญิงอันดับหนึ่งในเมืองหลวง ที่อยู่ในระดับสี่นักรบวิญญาณ เซียวเหยี่ยนหยู่โผล่มาข้างๆโลลิน้อยราวกับว่าเขาหายตัวได้ ไม่นานเขาก็คว้าชุดของนางไว้

 

“อ้ะ พี่เหยี่ยนหยู่บังเอิญจังเลย” โอวหยาวเซียวหยี่กระพริบตา นางรู้ดีว่านางไม่อาจหลบหนีไปจากเซียวเหยี่ยนหยู่ได้ เธอทำท่าไร้เดียงสามองไปเซียวเหยี่ยนหยู่ที่มีท่าทางเย็นชา

 

เซียวเหยี่ยนหยู่เขกหัวโลลิน้อยด้วยความโกรธ “เด็กโง่เจ้าหนีออกมาจากบ้านเจ้ารู้ไหม ว่าท่านปู่ของเจ้าเป็นห่วงเจ้าขนาดไหน?”

 

เซียวเสี่ยวหลงกับจีเฉิงเชี่ยหันมามองหน้ากันแล้วยิ้ม หน้าของเซียวเสี่ยวหลงหันมามองโอวหยางยี่ “ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างตกอยู่ในความวุ่นวายเพราะแม่ทัพเฒ่าของเด็กคนนี้คนเดียว แต่คนที่ทำผิดกลับซ่อนตัวอยู่ที่นี่เพราะอาหารอร่อย ข้าสงสัยว่าแม่ทัพโอวหยางรู้เรื่องนี้จะอาเจียนเป็นเลือดไหม?”

 

“เสี่ยวยี่เด็กดี แม่ทัพเฒ่ากำลังคิดถึงเจ้าอยู่ ไม่ใช่เรื่องดีนะที่จะทำให้คนแก่โกรธ” จี่เฉิงเชี่ยที่สวมชุดสีขาวมองมาที่โลลิ

 

โอวหยาวเสี่ยวหยี่เกาหัวของเธออย่างรุนแรงแล้วตอบกลับมาว่า “ข้าไม่กลับไปท่านปู่บังคับให้ข้าต้องฝึกฝนการต่อสู้ทุกวันหรอกนะ แขนขาเรียวเล็กของข้ามันไม่เหมาะสมกับการต่อสู้ นอกจากนี้เห็นไหมว่าข้าน่ารักแค่ไหน น่าเสียดายหากข้าต้องฝึกยุทธ?”

 

เซียวเหยี่ยนหยู่ได้ฟังแบบนั้นก็โกรธเมื่อได้ยินโอวหยางเสี่ยวหยี่พูด เธอรู้จักโลลิน้อยตั้งแต่เด็ก นางจึงรู้จักนิสัยของเธอเป็นอย่างดี

 

“ในอาณาจักรสายลมแห่งแสง ท่านปู่ของเจ้าแม่ทัพเฒ่าโอวหยางมีพื้นเพเป็นทหารที่รับใช้ฮ่องเต้ เขามีวิชายุทธขั้นสูง ทายาทของเขาก็ควรจะสืบทอดวิชายุทธของเขา มีคนตั้งมากมายในอาณาจักรที่อยากจะเรียนรู้กับปู่ของเจ้า? เจ้าเป็นคนเดียวที่ได้เรียนเจ้าไม่รู้เลยเหรอว่าเจ้าโชคดีมากแค่ไหน?”

 

โอวหยางเสี่ยวหยี่รู้สึกผิดจึงปิดปากเงียบแล้วหันหน้าไปทางอื่น

 

เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้จีเฉิงเชี่ยกับเซียวเสี่ยวหลงก็หัวเราะออกมาทันที พวกเขากังวลเมื่อได้ยินว่านางหนีออกมาจากบ้าน แต่ตอนนี้พวกเขาสบายใจแล้ว

 

องค์ชายสามจีเฉิงเชี่ยลูบหัวโอวหยางเสี่ยวหยี่แล้วพูดออกมาอย่างจริงจังว่า “เสี่ยวหยี่เจ้าต้องกลับบ้านตอนนี้มีผู้เชี่ยวชาญมากมายจากนิกายต่างๆที่อยู่รอบๆเมืองหลวงนี่ไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะมาเอาแต่ใจ แล้วถ้าหากเจ้าถูกลักพาตัวไปจะกลายเป็นขีดจำกัดของท่านปู่ของเจ้าได้นะ”

 

โอวหยางเสี่ยวหยี่ยังคงกลัวจีเฉิงเชี่ยที่เป็นองค์ที่อ่อนโยน เธอกระพริบตาพยักหน้าอย่างรุนแรง

ในตอนนั้นเองบู่ฟงก็ทำข้าวผัดไข่เสร็จแล้ว หลังจากวางมันที่หน้าต่างเขาก็พูดว่า “สาวน้อยข้าวผัดไข่ของเจ้าเสร็จแล้ว”

 

“อ้ะๆ...ข้ามาแล้ว” เมื่อได้ยินว่าข้าวผัดไข่เสร็จ ตาของโอวหยางเสี่ยวหยี่ก็สว่างขึ้นมาทันที นางรีบกระโดดขึ้นไปแล้วิ่งไปที่หน้าต่าง

 

เมื่อวางจานข้าวผัดที่ส่งกลิ่นหอมออกมาบนโต๊ะ โอวหยางเสี่ยวหยี่ก็ไม่สนใจคนอื่นนางเริ่มกินอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะของเธอ

 

“เด็กโง่นี่ ข้าไม่อยากจะเชื่อว่านางจะหาที่นี่เจอได้” เซียวเสี่ยวหลงแสดงออกมาอย่างอ่อนโยนบนใบหน้าของเขาขณะที่มองโอวหยางเซียวหยี่กินอาหารของตัวเอง

 

“เถ้าแก่บู่เอาข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุงมาให้ข้าจาน” องค์ชายสามตะโกนสั่งอาหารไปที่ห้องครัว

“เห็นสาวน้อยคนนั้นไหมสั่งเอากับนาง” บู่ฟงตอบออกมาโดยไม่ออกไปจากห้องครัว

 

จีเฉิงเชี่ย เซียวเสี่ยวหลงกับเซียวเหยียนหยู่มองหน้ากันอย่างตกตะลึง

 

โลลิน้อยที่กำลังยุ่งอยู่กับการกินอาหารอยู่ในชามกระเบื้องก็ตกใจ ใบหน้าของเธอยังมีเมล็ดข้าวสีทองติดอยู่ไม่กี่เมล็ดแล้วส่งเสียงน่ารักพูดออกมาว่า “ตอนนี้ข้าทำงานเป็นเสี่ยวเอ้ออยู่ที่นี่ หากพวกท่านจะสั่งอะไรก็บอกข้า”

 

“เจ้า? เป็นเสี่ยวเอ้อ?” เซียวเสี่ยวหลงตาเบิกกว้างมองโอวหยางเสี่ยวหยี่ด้วยท่าทางแปลกๆบนใบหน้า “เถ้าแก่บู่ใจกล้ามากเขากล้าให้เด็กคนนี้มาเป็นเสี่ยวเอ้อ เขาไม่กลัวเจ้าคนโหดเหี้ยมสามคนจากตระกูลโอวหยางเหรอ?”

 

เซียวเหยี่ยนหยู่ขมวดคิ้วแล้วพูดออกมาว่า “เสี่ยวยี่มันไม่ง่ายที่เถ้าแก่บู่จะทำธุรกิจ ถ้าหากทำให้คนอื่นมีปัญหาเอานะ”

 

จีเฉิงเชี่ยพยักหน้าเห็นด้วยด้วยท่าทางขึงขัง

 

โอวหยางเสี่ยวยี่มองไปที่การแสดงออกของทั้งสามคน นางสำรักกินข้าวผัดไข่ลงไปออกมาจากปาก พวกเขาหมายความว่านางสร้างปัญหาให้คนอื่น? นางน่ากลัว...แบบนั้นเชียว?

 

เห็นได้ชัดว่ามันเพราะนายท่านที่น่ารังเกลียด ที่มาข่มขู่เธอและทำให้เธอต้องมาชดใช้ด้วยร่างกาย

 

โอวหยางเสี่ยวหยี่รีบเอาข้าวผัดไข่ยัดลงไปที่ปาก แล้วเปล่งเสียงออกมาทางจมูก “รีบบอกข้ามาว่าสั่งอะไร ข้าไม่อยากจะเสียเวลาแล้วข้าเหนื่อย”

 

ในตอนนี้ทั้งสามคนก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่าเถ้าแก่บู่ให้โอวหยางเสี่ยวหยี่เป็นเสี่ยวเอ้อจริงๆ ทุกคนประทับใจที่บู่ฟงใจถึงอย่างมาก ทุกคนรู้ดีว่าคุณหนูจากตระกูลโอวหยางเป็นตัวก่อปัญหาหมายเลขหนึ่งในเมืองหลวงด้วยนิสัยของนาง

 

“โอ๊ะ? มีจานใหม่?” เซียวเสี่ยวหลงเบิกตากว้างเมื่อเห็นจานใหม่ที่อยู่ในเมนู

 

เซียวเหยี่ยนหยู่กับจีเฉิงเชี่ยก็สนใจเหมือนกัน ไม่ใช่เรื่องเล็กที่เถ้าแก่บู่จะสั่งจานใหม่

 

“ปลาหมักพริกกับหัวปลาต้มเต้าหู้?” เซียวเสี่ยวหลงอ่านออกมาดังๆ ดวงตาของเขาจ้องมองริมฝีปากของเขาก็สั่น “ปลาหมักพริกกับหัวปลาต้มเต้าหู้ราคายี่สิบผลึกต่อจาน....อาหารของเถ้าแก่บู่ราคาก็ยังคงแพงเสมอ”

 

“หัวปลาต้มเต้าหู้เมื่อคืนมันอร่อยมากจริงๆ เมื่อคืนข้าลองกินมันแล้ว มันอร่อยยิ่งกว่า ต้มปลาแก้ผลึกเจ็ดสีเจ็ดดาวของท่านลุงอ้วนอีก” โอวหยางเซียวหยี่ตาสว่างขึ้น

 

เซียวเหยี่ยนหยู่ตกใจ ท่านลุงอ้วนที่โอวหยางเสี่ยวหยี่พูดถึงเป็นหัวหน้าพ่อครัวของวังหลวงไม่ใช่เหรอ ยิ่งกว่านี้ยังทำอาหารจานปลาดีกว่าลุงอ้วนที่ถนัดจานปลาเป็นหลักเหรอ?

 

“ข้าอยากจะเห็นจริงๆ ถ้ามันเป็นอย่างที่เสี่ยวยี่พูด ถ้าอย่างนั้นข้าจะเอา...ปลาหมักพริก” จีเฉิงเชี่ยยิ้มอย่างสง่างาม แล้วเหลือบตามองดู (ขอเปลี่ยนโอหยางเสี่ยวหยี่ เป็นโอวหยาวเสี่ยวยี่)

โอหยางเสี่ยวยี่มองดูเขา เหมือนเขาจะบอกว่าหากความเชื่อใจคนอย่างนางเหรอ?

 

“อย่างนั้นข้าสั่งหัวปลาต้มเต้าหู่” เซียวเหยี่ยนหยู่พูดออกมาเบาๆ น้ำเสียงที่ไพเราะของนางยังคงเหมือนเสียงนกร้องเพลง

 

“ข้า........ข้าเอาข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุง” เซียวเสี่ยวหลงทรมาน...เขาคิดไม่ถึงว่าบู่ฟงจะมีจานใหม่ออกมา เขาจึงไม่ได้เอาผลึกมาเผื่อ และทางร้านก็ไม่ให้ลูกค้าค้างชำระเงิน

 

“ได้รอเลย” โลลิน้อยจำที่ทั้งสามสั่งแล้วพุ่งไปที่หน้าต่างห้องครัวแล้วบอกบู่ฟง

“ได้ ข้ารู้” บู่ฟงพยักหน้านิ่งๆ แล้วไปเตรียมส่วนผสม

 

“มีคนสั่งปลาหมักพริก?” บู่ฟงถอนหายใจแล้วมองไปข้างหน้าอย่างคาดหวังเช่นกัน

เขาเดินไปที่ถังเหล้าที่ปิดฝาเอาไว้ กลิ่นหอมกระจายไปทั่วของเองก็ช่วยไม่ได้ที่หน้าแดงด้วยกลิ่นเหล้า

 

เมื่อเอาปลาทะเลน้ำแข็งระดับสามออกมา เขาเห็นเนื้อสีฟ้าจางๆกลายเป็นสีชมพูจากการหมัก ปลาทะเลน้ำแข็งถูกปกคลุมด้วยเมล็ดพืชที่หนามากมาย

 

บู่ฟงเอาเมล็ดพืชที่หมักออกมาจากตัวปลาทะเลน้ำแข็ง แล้วเอามันมาวางบนเขียงแล้วใช้มีดบั้งปลา เพื่อที่จะเพิ่มรสชาติของปลาในตอนที่นึ่ง

 

เขาเอาปลาทะเลน้ำแข็งวางไว้บนจาน ที่อยู่บนซึ้งไม้ไผ่แล้วเริ่มนึ่ง

 

ทั้งหมดใช้เวลาสิบนาทีบู่ฟงเริ่มเตรียมหัวปลาต้มเต้าหู้ หลังจากเตรียมมาหลายครั้งเขาก็คุ้นเคยกับการทำอาหารการเคลื่อนไหวแต่ละครั้งของเขาช่างสง่างาม

 

เมื่อตอนที่หัวปลาต้มเต้าหู้กำลังเดือด บู่ฟงก็เริ่มทำข้าวผัดไข่ ในเวลาไม่นานเขาก็ทำมันเสร็จ

โอวหยางเสี่ยวยี่มองอาหารแต่ละจานที่ไม่ซ้ำกันที่อยู่ด้านข้างนาง มุมปากของบู่ฟงก็กว้างขึ้น กลิ่นหอมหวนก็ลอยออกมาจากซึ้งไม้ไผ่ กลิ่นของปลาที่ผสมกับกลิ่นของเหล้ามันช่างมีเสน่ห์น่าหลงใหลยิ่ง

 

เมื่อจีเฉิงเชี่ยได่กลิ่นหอม ดวงตาของเขาก็กว้างขึ้น ในฐานะนักสู้ผู้หลงใหลในสุรา กลิ่นหอมเข้มข้นนี้มาจากเหล้าทำให้เขารู้ว่าเหล้านี้มีคุณภาพดี มันเริ่มทำให้เขาน้ำลายไหลทำให้เขาเฝ้ารอมันมากขึ้น

 

เมื่อผ่านไปสิบนาที บู่ฟงก็ยกซึ้งไม้ไผ่ออกมา ไอน้ำระเหยออกมาจากเรือ มันทั้งสดชื่นและมีกลิ่นหวานนิดๆ น้ำที่ใช้นึ่งนั้นเต็มไปด้วยพลังงานชีวิตเพราะมันได้มาจากทะเลสาบมังกรว่ากันว่าเป็นที่อยู่ของเดรกขั้นเจ็ด(มังกรเฝ้าสมบัติไม่มีปีก) ในหุบเขาน้ำพุมังกร

บู่ฟงจัดการหมักพริกมาวางไว้บนโต๊ะ

หลังจากที่หมักเสร็จผิวสีฟ้าของปลาน้ำแข็งทะเลก็เปลี่ยนเป็นสีชมพูแดง ผลึกหยดใสส่องประกาบแวววาว แสงสีชมพูจากเมล็ดพืชที่หมักส่องประกายออกมา เนื้อปลาที่ถูกตัดเมื่อผ่านการนึ่งเผยให้เห็นไขมันที่ส่องประกายแวววับออกมา

 

บู่ฟงกลืนน้ำลายตัวเองเขาหน้าแดงด้วยกลิ่นเหล้าที่หอมไปทั่ว

บู่ฟงไม่อยากให้โอวหยางเสี่ยวยี่ยกจานนี้ไป เนื่องจากมันเป็นเมนูใหม่เขาจึงต้องการทำเอง

เขาเดินออกมาจากห้องครัวกลิ่นปลาหมักพริกในจานก็ระเบิดกลิ่นหอมตลบอบอวลออกมาไปทั่วทั้งร้าน

 

//ปลาหมักพริกน้ำตาแบบนี้นะ ว่าแต่วันนี้หนาวเนอะ ผมเริ่มเป็นไข้

 




NEKOPOST.NET