[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ ตอนที่ 21 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ

Ch.21 - เจ้าของร้านน่ารังเกลียด ท่านเป็นคนโกหก


แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

หัวปลาต้มเต้าหู้ต้องใช้เวลาในการเตรียมมากกว่าข้าวผัดไข่ เนื่องจากต้องรอให้มันเดือด นี่เป็นสาเหตุให้บู่ฟงต้องทำหัวปลาต้มเต้าหู้กับข้าวผัดไข่ในเวลาเดียวกัน

 

มีหน้าต่างระหว่างห้องครัวและที่กินอาหารที่ดูเหมือนกับว่าจะถูกระบบสร้างขึ้น เมื่อบู่ฟงผัดข้าวผัดไข่เสร็จเขาเรียกโลลิน้อยให้เข้ามาที่หน้าต่าง

 

“นี่เป็นข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุงยกมันไปให้ลูกค้า” บู่ฟงพูดออกมาเบาๆไม่สนใจโลลิน้อยที่กำลังตะลึง เมื่อเดินกลับไปที่ห้องครัว

 

“เขาใช้ให้ข้าออกไป......ยกอาหารให้ลูกค้าจริงๆหรอ?” ดวงตาของโอวหยางเสี่ยวหยี่เบิกกว้าง ใบหน้าของนางตกตะลึง ด้วยสถานะของนางทำให้ไม่มีใครปล่อยให้นางทำงานหนักใดๆ นับประสาอะไรที่ให้นางใช้ยกอาหารให้เหมือนสาวใช้

 

โลลิน้อยมองไปทางบู่ฟงแล้วย่นจมูกแล้วส่งเสียงฟึดฟัดออกมาจากจมูก

 

ชามที่นางถืออยู่ในมือ มีกลิ่นของข้าวผัดไข่ที่หอมเป็นอย่างมาก โลลิน้อยที่ยังไม่ได้กินอาหารเช้ารู้สึกหิวขึ้นมาทันทีเมื่อได้กลิ่นข้าวผัดไข่

 

“ทำไมกลิ่นมันถึงหอมแบบนี้นะ” โอวหยางเสี่ยวหยี่เคลิบเคลิ้ม ข้าวผัดไข่สีทองนี่มันช่างกระตุ้นความอยากอาหารของเธอไปเรื่อยๆ

 

“เป็นเสี่ยวเอ้อที่นี่ช่างไร้คุณธรรม” โอวหยางเสี่ยวหยี่พึมพำในใจ เธอเอาข้าวผัดไข่วางไว้ตรงหน้าคนอ้วนจิน แล้วพูดออกมาด้วยความโกรธ “เขากล้าดียังไงมาใช้ข้า”

 

คนอ้วนจินเห็นโอวหยางเสี่ยวหยี่เป็นคนยกอาหารจริงๆ ใบหน้าของเขาก็มีความสุขเขาลุกขึ้นไปทักทายนาง

 

โอวหยางเสี่ยวหยี่ไม่สนใจเขาหลังจากที่วางจานข้าวผัดลง เธอกลัวที่จะห้ามตัวเองไม่ได้ที่จะไม่ให้นางกินข้าวผัด

 

ตอนที่บู่ฟงเอาข้าวผัดวางไว้ที่หน้าต่างเขาก็ตกตะลึงเมื่อเห็นโอวหยางเสี่ยวหยี่กลับมา

 

โอวหยางเสี่ยวหยี่เอาผ้าเช็ดหน้าผูกกับหัวเหมือนโจรปิดบังจมูกของเธอเหมือนโจร

 

“มีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้ารึ?" บู่ฟงถามออกมานิ่งๆ

 

“เจ้านายที่น่ารังเกลียดท่านไม่คิดว่าเสี่ยวเอ้อต้องอดทนยากเย็นแค่ไหนเพื่อไม่ให้ลองกิน?” โลลิน้อยพูดด้วยอาหารโกรธเมื่อสายตาของนางสบตามาที่บู่ฟง

 

ปากบู่ฟงกว้างขึ้น แต่เขาไม่ได้ยิ้ม

 

หลังจากนั้นประมาณสิบห้านาทีหัวปลาต้มเต้าหู้ก็เสร็จ กลิ่นหอมออกไปจากห้องครัวปกคลุมไปทั่วทั้งร้าน

 

คนอ้วนจินที่กำลังกินข้าวผัดไข่ก็หยุดอยู่สักพัก เขาเงยหน้าสูดอากาศ เขาอยากจะสูดกลิ่นหอมทั้งหมดในอากาศเข้าไปที่จมูก

 

“กลิ่นนี้หอมมากมันไม่ใช่กลิ่นของข้าวผัดไข่ มันเป็นกลิ่นของอาหารจานใหม่” คนอ้วนจินพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเขาสว่างขึ้นมองไปที่ห้องครัวอย่างคาดหวัง

 

จานที่ใส่หัวปลาต้มเต้าหู้มีขนาดใหญ่ บู่ฟงจึงไม่ยอมให้โลลิน้อยยกไป แต่เขาเดินออกมาจากห้องครัวโดยถือชามอยู่ในมือ

 

มันดึงดูดความสนใจของทุกคนที่เขาก้าวออกมา โถขนาดใหญ่ก็ออกมาอยู่ในมือของเขา คนอ้วนจินแทบจะไม่อาจรอได้

 

“เร็วเข้า เร็วเข้า” คนอ้วนจินแทบจะควบคุมความต้องการของเขาแทบไม่ไหวเขาอยากจะกินจานนี้เขามองไปที่บู่ฟงแล้วรีบเดินไปหาเขา

 

โถหัวปลาต้มเต้าหู้วางอยู่ตรงหน้าคนอ้วนจิน มันเป็นซุปปลาสีขาว ที่มีปลาตัวอ้วนเนื้อนุ่ม เนื้อปลาสีใสเหมือนแก้ว เต้าหู้ที่คล้ายหยกอ่อนสีขาว กลิ่นหอมหวลยั่วน้ำลายมาก

 

“นี่เป็นหัวปลาต้มเต้าหู้ ขอให้มีความสุขกับมื้อนี้” บู่ฟงพูดออกมาเบาๆ

 

ทุกคนตื่นขึ้นจากอาการตกตะลึงพวกเขามารวมตัวกันอยู่รอบๆคนอ้วนจิน เสียงของบู่ฟงทำให้เสี่ยวหยี่ต้องหลีกหนีให้ร่างใหญ่โตของพวกเขา

 

บู่ฟงไม่คิดอะไรการแสดงออกของเขาช่างว่างเปล่า ตรงกันข้ามโอวหยางเสี่ยวหยี่โกรธมาก “เจ้าพวกคนอ้วนนี้ กล้าผลักดันออกมางั้นรึ”

 

เธอกัดฟันแล้วจ้องไปที่คนอ้วนพวกนั้น แต่เธอก็รู้ดีว่าทำอะไรไม่ได้ เธอโกรธแล้วเปล่งเสียงออกมาทางจมูกเสียงดัง

 

เสียงกระฟัดกระเฟียด

 

คนอ้วนที่อยู่รอบๆต่างอิจฉาเมื่อได้เห็นคนอ้วนจินกำลังกินหัวปลาต้มเต้าหู้อย่างมีความสุขบนใบหน้า

 

“พี่จิน หัวปลาต้มเต้าหู้นี่รสชาติเป็นยังไงบ้าง?” หนึ่งในคนอ้วนถามอย่างสงสัย ความหิวกระกายของเขาเพิ่มมากขึ้นเมื่อได้กลิ่น

 

คนอ้วนจินคายก้างปลาออกมาจากปาก เขาหรี่ตาออกมาอย่างมีความสุขแล้วตอบออกมา “หัวปลาต้มเต้าหู้นี่อร่อยมากจนไม่อาจจะสรรหาคำใดมานึกภาพออกว่าเนื้อปลากับเต้าหู้ ทำมาจากปลาอ้วนตัวนุ่ม ข้ารู้สึกเหมือนค่อยๆถูกนวดทีละนิด ยิ่งกว่านั้นเต้าหู้ก็เหมือนละลายหายไปในปาก ข้ารู้สึกเหมือนกับว่าเมื่อข้ากินเนื้อปลาเหมือนกับรู้สึกว่าฟ้าผ่าเข้าไปที่ปาก มันเป็นสัตว์วิญญาณประเภทสายฟ้า ข้ารู้สึกว่าพลังวิญญาณของข้าเพิ่มขึ้น ซุปปลาจานนี้สมกับราคาของมันแล้ว”

 

กลุ่มคนอ้วนพวกนี้ก็ตัดสินใจ เขาหันไปทางบู่ฟง “เจ้าของร้าน ข้าอยากจะสั่งหัวปลาต้มเต้าหู้”

บู่ฟงลุกขึ้นมองหน้าคนอ้วนพวกนั้น แล้วพูดออกมาอย่างไม่สนใจ “ไม่ระดับการฝึกฝนของเจ้าต่ำเกินไปเจ้าไม่อาจสั่งได้”

 

คนอ้วนพวกนั้นตะลึงและพูดออกมาอย่างกังวลว่า “เจ้าของร้านข้ามีเงินข้ามีเงินจริงๆนะ”

 

“ระดับการฝึกฝนของเจ้าไม่เพียงพอเจ้าสั่งมันไม่ได้ กฎนี้มันไม่เกี่ยวกับเงิน” บู่ฟงพูดออกมานิ่งๆ รังสีหนาวเย็นที่แผ่ออกมาเหมือนกับว่าเขาไม่สนใจเรื่องเงินเลย แต่ยังไงก็ตามภายในของบู่ฟงกำลังทุกข์ทรมาน.....

 

ราคามันถึงยี่สิบผลึก แค่ผลึกเดียวก็เป็นเงินมากมายแล้ว

 

บู่ฟงปฎิเสธออกมาอย่างรุนแรงนี่ไม่ทำให้คนอื่นแปลกใจ พวกเขาไม่ได้ถามอะไรบู่ฟงอีกต่อไป ร้านฟางฟางที่เป็นร้านเล็กๆ นั้นเคารพกฏของร้านอย่างมาก

 

คนอ้วนจินที่กำลังรู้สึกดีใจ หลังจากที่จ่ายเงินเขาก็โบกมืออำลาบู่ฟงและกำลังจะออกไป แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำแบบนั้นเขาก็ต้องหยุดกระซิบอะไรบางอย่างกับโลลิน้อยสักพัก

 

จากนั้นรอยยิ้มของโลลิน้อยก็ค่อยๆกลับมาที่ใบหน้า ราวกับว่านางเจอเงินตกตรงพื้น

 

“นายท่านที่น่ารังเกลียดเอาข้าวผัดไข่กับหัวปลาต้มเต้าหู้มาให้ข้า” โลลิน้อยตะโกนใส่บู่ฟงเมื่อนางก้าวเข้ามาใกล้ห้องครัว

 

บู่ฟงยักคิ้วแล้วพูดออกมาเบาๆว่า “เจ้าจะกินฟรีอีกเหรอ?”

 

“ข้ามีเงิน ทำอาหารให้ข้าเร็ว” โลลิน้อยเต๊ะท่าส่งเสียงขี้แย้ออกมา

 

“ระดับการฝึกฝนของเจ้าไม่มากพอเจ้าไม่อาจสั่งหัวปลาต้มเต้าหู้ได้” บู่ฟงลุกยืนขึ้นหากโลลิน้อยมีเงินมันก็ไม่ใช่ปัญหา เท่าที่เขาเห็นนางอาจจะขอยืมเงินคนอ้วนจิน

 

“ท่านโกหก เมื่อวานข้ากินหัวปลาต้มเต้าหู้ยังได้เลยนี่” โลลิน้อยดึงดันไม่พอใจ นางคิดว่าบู่ฟงจะทำสิ่งที่ลำบากให้นาง

 

บู่ฟงหยุดอยู่สักพักแล้วตอบว่า “มันเป็นแค่เป็นตอนที่ต้องลองจานใหม่ เจ้าไม่เห็นเหรอว่าพลังงานที่แท้จริงของเจ้าไม่ได้เพิ่มขึ้นเมื่อวาน? ข้าเอาพลังวิญญาณออกไปตอนที่เจ้ากิน เจ้าจึงกินมันได้”

 

จริงแล้วพลังวิญญาณที่อยู่ในหัวปลาต้มเต้าหู้ถูกเอาออกไปจากระบบ ระดับการฝึกฝนของเขาต่ำเกินไปเมื่อเขาจะพยายามลองกินอาหาร ระบบจะขจัดพลังวิญญาณออกไปเมื่อลองจานใหม่ๆ บู่ฟงเพียงแค่ลิ้มลองรสชาติและรสสัมผัสของแต่ละจาน

 

โลลิน้อยหมดคำที่จะพูด นางสังเกตว่าพลังงานที่แท้จริงของคนอ้วนจินเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังจากกินหัวปลาต้มเต้าหู้ที่ว่านี่อาจจะเป็นจริง

 

“ถ้าเป็นแบบนั้น.....เอาข้าวผัดไข่มาให้ข้าสักจาน” โลลิน้อนรู้สึกผิดจึงตอบออกมาด้วยท่าทางน่าสงสาร

 

“โอ้ะ เช่นนั้นก็รอสักพัก” บู่ฟงพูดออกมาเบาๆแล้วกลับไปที่ห้องครัว

 

หลังจากที่บู่ฟงเข้าไปในห้องครัว คนสามคนก็เข้ามาในร้าน หนึ่งในนั้นคือองค์ชายสามที่สง่างาม จี่เฉิงเชี่ย อีกสองคนเป็นพี่น้องหน้าตาดีแห่งตระกูลเซียว

 

ทั้งสามคนเข้าไปในร้านก็ตกตะลึงเมื่อเห็นโลลิน้อยนั่งอยู่บนเก้าอี้

 

“เสี่ยวหยี่? เจ้ามาทำอะไรที่นี่? แม่ทัพเฒ่าค้นหาเจ้าไปทั่วเมืองหลวง ทั้งเมืองมีแต่ความวุ่นวายไปหมดแล้ว” เซียวเหยี่ยนหยี่ตะโกนออกมาเมื่อเห็นโลลิน้อย

 

เมื่อโอวหยางเสี่ยวหยี่สังเกตเห็นพวกเขาทั้งสาม นางหันไปดูพวกเขา ท่าทางของนางก็เปลี่ยนไปทันที

 

 

//นี่คืออาหารที่บู่ฟงทำให้เจ้าอ้วนจิน คริคริ





NEKOPOST.NET