[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ ตอนที่ 19 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ

Ch.19 - ปลาหมักพริกกับหัวปลาต้มเต้าหู้


แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

“อะไรคือชุดอาหารจานปลาสามอย่างน่ะ?” บู่ฟงสงสัยในฐานะพ่อครัว เขาคุ้นเคยกับการทำอาหารจานปลา และรู้ว่ามันเป็นส่วนผสมชั้นยอด

 

แต่ว่าปลาแต่ละชนิด นั้นล้วนให้รสชาติความอร่อยที่แตกต่างกัน

 

“การทำปลาสามจานคือวิธีการปรุงอาหารจานปลา: ปลาหมักพริก ปลาต้ม หัวปลาต้มเต้าหู้ ระบบจะจัดเตรียมวัตถุดิบที่สดใหม่สำหรับโฮสต์ โดยจะขึ้นอยู่กับระดับพลังงานที่แท้จริงของ

โฮสต์ ปลาที่ใช้เป็นปลาน้ำจืดและเป็นปลาน้ำเค็มระดับสาม ระดับพลังงานที่แท้จริงของท่านจะเพิ่มระดับของปลาให้เพิ่มขึ้น” เสียงระบบพูดออกมาอย่างจริงจังดังออกมาก้องกังวานในใจของบู่ฟง

 

เขาตกตะลึงไม่คิดเลยว่าจะเป็นวิธีการปรุงสามจาน บู่ฟงไม่คุ้นเคยกับการทำอาหารเหล่านี้ ในโลกเดิมเขาเคยกินปลาหมักพริกครั้งเดียวที่ทะเลสาบหยางหู

 

แต่ยังไงก็ตามกุญแจที่สำคัญในการปลาหมักพริกก็คือเหล้า ต้องใช้เหล้าที่มีรสเข้มและกลมกล่อม กลิ่นหอมของเหล้าจะแทรกซึมเข้าในเนื้อปลาในตอนที่ถูกแช่อยู่ โดยธรรมดาคุณภาพของปลาหมักพริกตามทั่วไปจะมีเมล็ดพืชสีชมพูที่ต้มแล้ว ***คลุมอยู่ทั่วมีเหล้าที่มีกลิ่นหอมหมักกับเนื้อปลา เนื้อปลาจะมีสีแดงเหมือนพุทรา

 

“เหล้าเป็นกุญแจสำคัญในการทำจานนี้ แต่ระบบจะมีมันเป็นวัตถุดิบหรือไม่นะ?” บู่ฟงคิด

 

“ในการทำปลาหมักพริก มีการเตรียมเหล้าหมักข้าวที่ทำจากข้าวที่ดีที่สุด แต่การหมักปลานั้นโฮสส์จะต้องทำเอง” ระบบกล่าวออกมา

 

บู่ฟงพยักหน้าเนื่องจากระบบจะเตรียมเหล้าหมักข้าวให้จึงไม่มีปัญหาจากการปรุงปลาหมักพริก

บู่ฟงคุ้นเคยกับการทำปลาต้มและหัวปลาต้มเต้าหู้ ปลาต้มเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมบนโลกมันขายอยู่ตามถนนไปตลอดทั้งคืน

 

ในทางกลับกันหัวปลาต้มเต้าหู้เป็นอาหารที่ทำได้ตามปกติตามบ้านการปรุงอาหารจานนี้จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับบู่ฟง

 

“โฮสได้ทำภารกิจสำเร็จในระยะสั้น รายได้ปัจจุบันของหนึ่งร้อยผลึกเมื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานที่แท้จริงเป็นสิบผลึก ตอนนี้โฮสต์อยู่ในระดับผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้แล้ว ขอแสดงความยินดีกับท่านที่ระดับพลังงานที่แท้จริงเพิ่มขึ้น ท่านก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าวเพื่อที่จะเป็นเทพเจ้าแห่งการ

ทำอาหารแล้ว” ระบบพูดออกมาอย่างจริงจัง

 

การประกาศของระบบทำให้บู่ฟงดีใจเรียกสถานะของตัวเองออกมา

 

โฮสต์: บู่ฟง

 

ระดับพลังงานที่แท้จริงในการฝึกฝน: ระดับสอง (เพื่อที่จะเป็นเทพเจ้าในโลกแฟนตาซี ท่านต้องใช้พลังงานที่แท้จริงในการปรุงอาหารอย่างมาก)

 

ความสามารถในการทำอาหาร:ไม่ได้ปลดล็อก

 

สกิล:ไม่ได้ปลดล็อก

 

เครื่องมือ:ไม่ได้ปลดล็อก

 

ระดับโดยรวมของการเป็นเทพเจ้าแห่งการทำอาหาร:เริ่มต้น (เพื่อให้ระดับการฝึกฝนของท่านดีขึ้นท่านต้องทำงานหนักขึ้น)

 

ระบบเลเวล: สองดาว (อัตราส่วนการเปลี่ยนแปลงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ อนุญาตให้ลูกค้าเอาวัตถุดิบต่ำกว่าระดับที่สามมาเป็นส่วนผสมได้ )

 

บู่ฟงถอนหายใจออกมาอย่างรุนแรง เขายกมือขึ้นมาเหมือนกับว่าทั่วร่างกายของเขามีพลังงานที่มองไม่เห็นหมุนรอบตัว

 

ผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ขั้นที่สองไม่อาจแสดงพลังงานที่แท้จริงออกไปนอกร่างกายได้ แต่เพียงแค่รู้สึกได้ว่ามันหมุนเวียนอยู่รอบตัว การไหลเวียนของระดับพลังงานที่แท้จริงภายในร่างกายของเขาทำให้เขารู้สึกแข็งแกร่งขึ้นความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าของเขาค่อยๆจางหายไป แม้กระทั่งสิ่งสกปรกสีดำก็ยังถูกขับออกไปจากร่างกาย

 

หากคนอื่นได้มาเห็นฉากนี้พวกเขาคงต้องตกใจแน่ๆ การเปลี่ยนแปลงนี้ของบู่ฟงเหมือนกับคนที่ฝึกฝนอยู่ในระดับสี่จิตวิญญาณการต่อสู้

 

บู่ฟงจับหน้าอกของเขา เขารู้สึกว่ากล้ามเนื้อของเขามันโตขึ้น รอยยิ้มแข็งๆปรากฏบนใบหน้า ในฐานะพ่อครัวจำเป็นที่จะต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่ง แม้ว่าระดับพลังงานที่แท้จริงของเขาจะ

เพิ่มขึ้น แต่มันก็ไม่ได้ให้ความสามารถในการสู้รบของเขาเพิ่มขึ้น แต่เท่านี้เขาก็พอใจมากแล้ว

ระบบถูกออกแบบมาเพื่อให้สร้างพ่อครัวไม่ใช่นักสู้ ด้วยความช่วยเหลือของระบบเป้าหมายของเขาคือการเป็นเทพเจ้าในการทำอาหาร

 

กลิ่นเหม็นจากสิ่งสกปรกที่ถูกขับออกมาทำให้ขมวดคิ้วด้วยความระคายตัวแล้วเดินไปอาบน้ำ

หลังจากอาบน้ำบู่ฟงก็เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วเข้าไปในห้องครัว เขาทนรอไม่ไหวที่จะได้เรียนรู้เทคนิคใหม่

 

ถังเหล้าปรากฏขึ้นที่มุมของห้องครัว บู่ฟงขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ เขาคิดได้ทันทีว่ามันเป็นสิ่งที่ระบบเตรียมเอาไว้เพื่อให้ปรุงปลาหมักพริก

 

ในการปรุงปลาหมักพริก นั้นต้องการเหล้าที่แรงมากๆ บู่ฟงเปิดผ้าที่คลุมถังเหล้าออกมา กลิ่นหอมของเหล้าที่คลุมเอาไว้ก็ฟุ้งกระจายออกมา บู่ฟงย่นจมูกนิดๆเมื่อเห็นแสงสีแดงอ่อนปรากฏออกมาเบื้องหน้า

 

“กลิ่นเหล้าหมักข้าวนี้หอมผ่อนคลายมาก”

 

บู่ฟงมองเข้าไปในถังเหล้า เขาเห็นมีเมล็ดพืชสีน้ำตาลที่ถูกหมักปกคลุมไปทั่ว เขาจุ่มนิ้วลงไปที่เหล้าที่เนียนนุ่มและมีกลิ่นหอม เขาเอากระบวยไม้ตักเมล็ดพืชที่ถูกบ่มออกมาแล้วเอาเข้าไปที่จมูกของบู่ฟงแล้วสูดดม เขาได้กลิ่นเปรี้ยวที่มีกลิ่นหอมหวานซ่อนอยู่ ตอนที่เขาจับเมล็ดพืชนี้เขารู้สึกได้ถึงความนุ่มและความเหนียว ไม่ต้องสงสัยเลยทั้งเมล็ดพืชและเหล้าที่ถูกบ่มมี

คุณภาพสูง

 

“ตามที่คิดไว้วัตถุดิบที่ได้จากในระบบมีคุณภาพดีที่สุด”

 

หลังจากที่บู่ฟงปิดถังเหล้าแล้วเขามองไปที่อีกมุมหนึ่งของห้องครัวที่มีปลาว่ายน้ำวนเวียนรอบๆอยู่อย่างช้าๆ

 

บู่ฟงไม่เคยเห็นปลาชนิดนี้มาก่อน เขามั่นใจว่ามันไม่เคยมีอยู่บนโลก ปลาที่มีแสงสีฟ้าเปล่งประกายรอบๆตัวมัน มันเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวา ลักษณะของมันช่างสมบูรณ์แบบ มันน่ากลัวกว่าปลาตัวอื่นๆ มันมีหัวและเกล็ดสีดำสะท้อนแสง

 

บู่ฟงดึงแขนเสื้อของเขา ยืนนิ่งจ้องปลาทั้งสองตัว มือทั้งสองข้างของเขาก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเข้าไปในน้ำ เมื่อคลื่นปรากฏขึ้นไปบนผิวน้ำ ปลาก็ดิ้นพรวดพราดอยู่ในมือของบู่ฟงแล้ว มันพยายามดิ้นเพื่อที่จะหนีออกไปจากมือของบู่ฟง

 

มันไม่ใช่ปลาธรรมดาทั่วไปมันเป็นปลาระดับสามแม้มันจะไม่เก่งด้านการต่อสู้ แต่มันก็ยังมีแรงดิ้นรนอยู่มากมายอยู่ดี

 

บู่ฟงเหมือนชาวประมงที่มีประสบการณ์นิ้วมือของเขาจับไปทั่วตัวปลา ปลาค่อยๆหยุดดิ้นเมื่อเขาเอามันออกมาจากน้ำแล้วถูกวางไว้บนเขียง

 

ห้องครัวก็ได้รับการปรับปรุงโดยระบบ เครื่องครัวทุกประเภทล้วนพร้อมใช้งาน บู่ฟงหยิบมีดมาอันหนึ่ง มีดเปล่งประกายน่ากลัวออกมาแต่มันไม่ส่งผลกระทบกับการเคลื่อนไหวของเขา

 

“ปลาทะเลน้ำแข็งระดับสามเป็นปลาที่อาศัยอยู่ลึกในน่านน้ำตะวันออกเฉียงเหนือในอาณาจักรสายลมแห่งแสง ทั่วร่างของมันส่องประกายสีฟ้า เนื้อของมันแผ่ความเย็นออกมามันเต็มไปด้วยพลังวิญญาณมันเป็นวัตถุดิบชั้นดี”

 

จากคำแนะนำของระบบปลาสีฟ้าเรืองแสงนี้ไม่ใช่ของไม่ดี ระบบไม่เคยเอาของที่มีคุณภาพไม่ดีให้แก่บู่ฟงตั้งแต่ตอนแรก เป็นธรรมดาวัตถุดิบที่ดีเหมาะแก่การกินอาหารชั้นเลิศ ในโลกก็เหมือนกันอาหารอาจจะมีรสชาติไม่ดีหากใช้วัตถุดิบคุณภาพไม่ดี

 

พลังงานที่แท้จริงเคลื่อนที่ฝ่ามือของบู่ฟง บู่ฟงใช้สันมีดตีหัวปลา ปลาที่ยังคงดิ้นก็เปลี่ยนกลายเป็นนิ่ง

 

บู่ฟงจัดการขอดเกล็ดและผ่าท้องปลา หลังจากที่เขาจัดการปลาทะเลน้ำแข็งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินไปที่ถังหมักเหล้า แล้วเปิดถัง เขาเอาเมล็ดพืชยัดไส้ท้องมัน แล้วเอาปลาใส่ถังเหล้าเพื่อหมักมัน

 

“ถังเหล้าพิเศษนี้สามารถเร่งการหมักได้ เวลาที่หมัดเสร็จคือสามชั่วโมง” ระบบประกาศออกมา

บู่ฟงตกใจก่อนที่จะพยักหน้า การหมักนี้ถูกเร่งขึ้นเขาก็จะสามารถขายได้ตามเวลาที่ร้านเปิดร้าน

หลังจากที่จัดการปลาทะเลน้ำแข็งเสร็จแล้ว บู่ฟงก็เริ่มที่เตรียมทำอาหารจานที่สอง

 

ปลาในถังก็เพิ่มขึ้นอีกกลายเป็นสองตัวเหมือนเดิม เพื่อไม่ให้ขาดแคลนระบบได้เติมวัตถุดิบให้เสมอเพื่อให้มั่นใจว่าบู่ฟงจะไม่ขาดแคลนวัตถุดิบ

 

คราวนี้บู่ฟงก็เอาปลาสีดำและปลาตัวอ้วนขึ้นมา เขาตัดหัวปลาแล้วเริ่มทำหัวปลาต้มเต้าหู้

บู่ฟงไปที่ตู้เย็นแล้วเริ่มเอาเต้าหู้สีขาวเหมือนไข่มุกออกมาทำอาหาร

 

“ปลาไนสายฟ้าสีเงินระดับสามเป็นปลาน้ำจืดที่อยู่ติดทะเลสาบขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของอาณาจักรสายลมแห่งแสง มันมีหัวโตเนื้อมาก รสชาติสดชื่น เนื้อของมันมีฟ้าผ่าทำให้รู้สึกซ่ามันเป็นส่วนผสมที่ดี”

 

“เต้าหู้ผลึกหยกเนื้ออ่อนทำมาจากถั่วเหลืองชั้นดีที่มีพลังจิตวิญญาณอย่างเต็มเปี่ยมจากทางตอนเหนือของอาณาจักรสายลมแห่งแสง มันถูกบดและมีกระบวนการผลิตหลายขั้นตอนมันถูกใช้เป็นเครื่องบรรณาการของราชวงศ์”

 

นอกจากปลาและเต้าหู้ที่พิเศษแล้ว บู่ฟงก็ช่วยไม่ได้ได้แต่เฝ้ารอด้วยความหวังที่จะทำหัวปลาต้มเต้าหู้

 

ตอนที่บู่ฟงยกฝาขึ้นกลิ่นเนื้อหอมหวลก็ออกมาจากหม้อเข้าสู่โพรงจมูกของบู่ฟง เขาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ เสียงท้องของเขาก็ร้องออกมา

 

ในขณะเดียวกันโลลิน้อยที่อยู่ในห้องอย่างเบื่อหน่ายก็สูดลมหายใจเข้าไปไม่กี่ครั้ง ดวงตากลมโตและน่ารักก็หันไปนิดเต็มไปด้วยความสุข

 

“กลิ่นนี้หอมมาก ท่านเจ้าของร้านหน้าตายนั้นต้องทำอะไรบางอย่างอร่อยๆแน่? กลิ่นนี้..ไม่ใช่ข้าวผัดไข่” สาวน้อยได้กลิ่นหอมหวลมากก็รีบลุกออกจากเตียงออกไปจากห้องพัก

 

กลับมาที่ห้องครัว บู่ฟงกำลังตักหัวปลาต้มเต้าหู้ออกไปจากหม้อ

 

ซุปสีขาวหัวปลานุ่มๆ เต้าหู้ไข่มุกสีขาว เมื่อมันผสานกันอย่างลงตัวก็กลายเป็นหัวปลาต้มเต้าหู้

เขาตักซุบหัวปลาต้มเต้าหู้วางลงบนโต๊ะ

 

***ปลาหมักพริก เป็นอาหารของชาวแม้วที่อยู่ในมณฑลเจียงซี ในตรงส่วนนี้ผู้เขียนนิยายเขียนว่าเมล็ดพืชทำให้ปลาเป็นสีแดงนั้นเขียนผิด จริงๆแล้วเป็นสีแดงเพราะพริก โดยจะใช้ปลาไนที่เป็นปลากินพืชปล่อยลงในนาข้าว หรือปลาจีน ที่เลี้ยงไว้กำจัดหญ้าที่เลี้ยงในนาข้าวมาทำ แต่ที่มีชื่อเสียงดีที่สุดเป็นปลาที่มาจากทะเลสาบหยางหู โดยเอาปลาไนที่เลี้ยงไว้ได้ที่ขนาดเท่าฝ่ามือก่อนหิมะจะตกมาทำ มาหมักกับเหล้าที่ทำจากข้าวที่มีรสเปรี้ยวกับพริกแดง ขิง พริกหอม เกลือ ต้นหอมหรือต้นกระเทียม บางแห่งจะใส่กระเทียมกับน้ำมันงาลงไป หมักปิดไว้ประมาณสิบวันแล้วค่อยมากิน บ้างแห่งไม่ใส่เหล้า โดยทั่วไปจะหมักตอนฤดูเกี่ยวข้าว จึงมีสุภาษิตว่ากินปลากับข้าว สีแดงเป็นสีที่ได้จากพริกโดยเหล้าจะแทรกซึมเข้าเนื้อปลาทำให้เนื้อปลามีสีแดง และรสเปรี้ยว คนจีนบางคนเรียกว่าปลาดองก็ได้ ผู้เขียนเข้าใจผิดว่าเป็นสีแดงของเมล็ดพืช แต่จริงๆแล้วเป็นสีแดงที่ได้มาจากพริก

ปลาที่ไทยขาย

ปลาที่จีน




NEKOPOST.NET