[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ ตอนที่ 17 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ

Ch.17 - แม่สาวปืนโตนี่ช่างเข้ากันกับบะหมี่แห้ง (ปืน=อวัยวะเพศชาย)


แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับจ้าวหรู่เกอไม่ได้ส่งผลอะไรกับชีวิตของบู่ฟงเลยสักนิด ตัวมันนั้นไม่ได้ทำให้เขาลำบากอะไรเลยด้วยซ้ำไป

 

ร้านก็ยังคงเปิดให้บริการในวันรุ่งขึ้นตามปกติ หลังจากที่ทำข้าวผัดให้สุนัขสีดำตัวใหญ่ที่มีชีวิตอยู่เหมือนหมูกินเสร็จแล้วนั้น บู่ฟงก็ไปนั่งอยู่บนเก้าอี้และใช้ชีวิตเหมือนเดิมอยู่ทุกวัน

 

คนอ้วนจินกับเพื่อนๆ เมื่อวานหลังจากกินข้าวผัดไข่รสชาติที่บู่ฟงทำไปแล้วเมื่อวานนั้น จิตใจของพวกเขาก็หมกหมุ่นแต่รสชาติที่แสนจะอร่อยจากร้านเล็กๆที่ชื่อฟางฟาง สำหรับคนอ้วนจินแล้ว ปริมาณข้าวผัดมันอาจจะน้อยจนเกินไป มันไม่สามารถเติมเต็มกระเพาะอาหารของเขาได้เต็มอิ่มมากนัก

 

แต่หลังจากที่กลับไปบ้านของเขาแล้ว เขาก็ได้สั่งให้พ่อครัวที่เขามี ทำข้าวผัดไข่จานใหญ่มาให้ แต่เมื่อเทียบกับรสชาติข้าวผัดไข่ที่บู่ฟงทำกับรสชาติของพ่อครัวของเขานั้น พ่อครัวที่เขาจ้างมาจากเจียงหนานรสชาติมันไม่ดีเท่าบู่ฟงทำแม้แต่นิดเดียว เมื่อกินคำหนึ่งลงไป ก็เป็นเรื่องยากที่จะกลืน

 

ทั้งสี กลิ่นหอม รสชาติล้วนอยู่ในระดับที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง เมื่อเทียบกับข้าวผัดไข่จากร้านเล็กๆอย่างร้านฟางฟาง

 

หลังจากที่ต้องทนหิวมาตลอดทั้งคืน คนอ้วนจินกับเพื่อนๆของเขาก็ไปที่ร้านฟางฟางอย่างหงุดหงิดในวันรุ่งขึ้น ถ้าหากคนอื่นมาเห็นเขาในสภาพนี้ก็คงคิดว่าเขาไปหาเรื่องใครแน่ๆ

 

“เจ้าของร้านบู่ สวัสดีตอนเช้า” คนอ้วนจินมาถึงซอยก็รู้สึกดีใจอย่างมากเมื่อรู้ว่าร้านเล็กๆฟางฟางได้เปิดให้บริการแล้ว

 

บู่ฟงจำคนอ้วนนี้ได้ ไม่มีใครที่มีร่างกายและหน้าท้องใหญ่ขนาดนี้แล้วในเมืองหลวง

 

บู่ฟงไม่แสดงท่าทางใดๆเขาพยักหน้าแล้วพูดออกมาว่า “เจ้าจะกินที่นี่รึ? เจ้าอยากจะสั่งอะไรละ?”

 

“เจ้าของร้านบู่ อาหารแต่ละจานของท่านนิดเดียวเอง รสชาติของมันอร่อยมากจริงๆนะ เมื่อคืนน่ะ ข้าหิวจนนอนไม่หลับไปทั้งคืนเลย ข้าทนรอกินข้าวผัดไข่ของท่านไม่ไหวแล้ว ข้าพาเพื่อนๆมากินอาหารแต่เช้าเลยอีกด้วย” คนอ้วนจินยิ้มแล้วเดินเข้าไปในร้าน

 

มุมปากบู่ฟงยิ้มกว้างขึ้นแล้วส่ายหน้า เห็นได้ชัดว่าเขามีความสุขเมื่อมีคนมาชื่นชมอาหารที่เขาทำ

 

“เจ้าของร้านบู่ข้ามีบางอย่างจะแนะนำท่าน ท่านเปิดร้านตอนเช้า อาหารของท่านมีแต่เมนูใช้น้ำมัน นอกจากข้าวผัดไข่ท่านควรมีเมนูที่ไม่ใช้น้ำมันบ้างหรอ”

 

บู่ฟงนึกคิดสักพักแล้วพยักหน้าแล้วพูดออกมาว่า “รอไปก่อนภายภาคหน้าต้องมีแน่ๆ”

 

คนอ้วนจินนั่งลงบนเก้าอี้แล้วพูดว่า “เจ้าของร้าน เอาทุกอย่างมาเลย ข้าหิวจนทนรอไม่ไหวแล้ว!”

 

บู่ฟงตอบกลับเบาๆว่า “อืม” แล้วหันไปหาคนอ้วนคนอื่นๆที่ตามมา เขาสั่งทุกจานเหมือนคนอ้วนจิน

 

เมื่อคนอ้วนพวกนี้เข้ามา เขาไม่กังวลว่าจะเหลืออาหารใดๆ แต่ที่กังวลคือเขากังวลว่าอาหารจะมีไม่พอกิน

 

“ได้รอก่อนนะ” หลังจากที่พวกเขาสั่งอาหารแล้วบู่ฟงก็กลับไปที่ห้องครัว

 

เขาเปิดไฟที่เตาแล้วทำอาหารอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว

 

เมื่อไฟลุกเขาก็เอากระบวยตักข้าวผัดไข่เป็นของเหลวที่สุกแปดสิบเปอร์เซ็นต์ เขายกข้าวที่มีกลิ่นหอมออกไปเสริฟ เมื่อมันออกมาจากห้องครัวกลิ่นของมันก็หอมมาก ทำให้คนอ้วนทั้งหลายท้องร้องโครกคราก

 

เมื่อบู่ฟงยกข้าวผัดไข่ออกมาครั้งที่สอง คนอ้วนจินก็กำลังเลียชามอยู่ เมื่อเขาเห็นบู่ฟงยกจานมาเขาก็พูดว่า “เจ้าของร้านบู่ รสชาติมันดีข้าวผัดไข่มันอร่อยมากที่สุดที่ข้าเคยกินมาตลอดมาชีวิตที่ข้าเคยกิน ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าข้าวผัดไข่นี้จะกระตุ้นพลังงานที่แท้จริงภายในร่างกายข้า ไม่แปลกเลยที่มันราคาสิบผลึก ท่านเอามาให้ข้าอีกทีสิ”

 

“ขอโทษด้วยร้านของข้า สั่งอาหารได้ครั้งเดียวต่อวัน” บู่ฟงตอบออกมาอย่างไม่แสดงท่าทางใดๆ

 

“เจ้าของร้านบู่ เงินไม่ใช่ปัญหาท่านยกมาอีกเถอะ ของนี่มันนิดเดียวมันยังไม่เต็มกระเพาะของข้าเลย” คนอ้วนจินพูดออกมาจริงๆเขาไม่สนใจเรื่องเงินเลย

 

เมื่อเทียบกับอหารอร่อยนี่เรื่องเงินไม่สำคัญเลย

 

“ไม่ได้หรอก นี่เป็นกฏ” บู่ฟงพูดออกมาอย่างเย็นชา เขาหันเข้าไปที่ห้องครัวโดยไม่สนใจความเสียใจของคนอ้วนจิน

 

เมื่อทำที่สั่งออกมาทั้งหมดบู่ฟงก็นวดไหลที่เริ่มรู้สึกปวดออกมานิดๆ แล้วเดินออกมาจากห้องครัว

 

“นี่เป็นข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุง ขอให้ท่านมีความสุขกับอาหารมื้อนี้” บู่ฟงพูดออกมาโดยไม่แสดงท่าทางใดๆ

 

คนอ้วนจินกับเพื่อนของเขาก็กินอาหารเสร็จหมดแล้ว พวกเขาทักทายบู่ฟงก่อนจะกลับ พวกเขานั้น ไม่ได้เต็มใจนักจริงๆ เพราะว่าพวกเขายังกินไม่อิ่ม แต่ต้องกลับเพราะว่ามันเป็นกฏของร้าน

“ทั้งหมดห้าสิบห้าผลึกหนึ่งพันเหรียญทอง”

 

“ห้ะ......”

 

คนอ้วนพวกนี้ไม่ได้ขาดแคลนเงิน แต่พวกเขายังคงถอนหายใจเย็นๆออกมา เมื่อได้ยินราคานี้หัวใจก็หนาวเหน็บ มีเพียงคนรวยกลุ่มใหม่ๆเท่านั้นที่กล้าใช้เงินมากขนาดนี้ในมื้อเดียว

 

“วันนี้ข้าจะใจดีเลี้ยงพวกเจ้า เพื่อสนับสนุนธุรกิจของเจ้าของร้านบู่ในอนาคต เราไม่อาจปล่อยให้ร้านอร่อยๆพวกนี้ถูกฝังไปได้” คนอ้วนจินเป็นคนที่ใจกว้างมากเขาโบกมือเรียกเก็บเงิน

 

“ได้โปรดกลับมาอีกครั้งในเวลาต่อไป” บู่ฟงมองกลุ่มคนอ้วนที่จากไป พวกเขาอิ่มเปรม หน้าท้องตึง ตอนนี้มีแต่รอยยิ้มแข็งๆบนใบหน้าปรากฏออกมา

 

“ขอแสดงความยินดีกับโฮสที่ทำภารกิจสำเร็จ กำไรหนึ่งร้อยผลึกและหนึ่งพันเหรียญทองในหนึ่งสัปดาห์” น้ำเสียงที่จริงจังของระบบที่ประกาศออกมาทำให้หัวใจของบู่ฟงมีความสุข เขาคิดว่า “ในที่สุดก็ทำภารกิจเสร็จ”

 

แต่เขาก็แสดงอาการออกมานิดๆ แม้ว่าระบบได้แจกรางวัลแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ตรวจสอบตอนนี้ยังเปิดร้านอยู่

 

ภายนอกร้านมีร่างสูงผอมเพรียวเข้ามาอย่างช้าๆ

 

“เจ้าของร้านบู่ สวัสดีตอนเที่ยง ข้าขอข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุงที” องค์ชายสามจีเฉิงเชี่ยพูดออกมาแล้วยิ้ม เขาหาเก้าอี้และนั่งลง

 

บู่ฟงพยักหน้าแล้วพูดว่า “โปรดรอสักครู่”

 

กลุ่มคนอ้วนเข้ามากินตั้งแต่ตอนเช้าไปจนถึงตอนเที่ยง

 

เมื่อบู่ฟงกำลังทำขาวผัดไข่ในห้องครัวก็มีร่างสองร่างปรากฏตัวอยู่ที่ทางเข้าร้าน

 

“ฝ่าบาทท่านอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ?” เซียวเสี่ยวหลงแปลกใจที่เห็นจีเฉิงเชี่ยอยู่ที่ร้านฟางฟางที่เป็นร้านเล็กๆ ด้านข้างเซียวเสี่ยวหลงก็มีเซียวเหยี่ยนหยู่ที่ผอมบางที่สวมผ้าคลุมหน้าอยู่ด้วย

 

พลังงานที่แท้จริงของเซียวเหยี่ยนหยู่ที่ปลอดปล่อยออกมาทรงพลังและสว่างไสวยิ่งกว่าเดิมบนผิวที่เปล่งประกายเหมือนหยกของนาง

 

“เหยี่ยนหยู่ระดับการฝึกฝนของเจ้าเพิ่มดีขึ้น ตามที่คาดไว้อัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่นี้แข่งกับลูกชายของรองแม่ทัพใหญ่ผู้ปกป้องชาติได้” จี่เฉิงเชี่ยยิ้มจางๆ

 

เซียวเหยี่ยนหยู่เมื่อเผชิญหน้ากับจีเฉิงเชี่ยก็โค้งคำนับลง “ความสามารถของลูกชายของรองแม่ทัพใหญ่ผู้ปกป้องชาตินั้นมีพรสวรรค์ที่น่าทึ่ง เขาอายุสิบห้าก็อยู่ในระดับนักรบวิญญาณระดับสูงสุด ข้าจะแข่งกับเขาได้ยังไง? ฝ่าบาทนั้นอยู่ไกลเกินไป”

 

“ฮะฮะ เจ้าก็มากินที่นี่ด้วยรึ? ฝีมือการทำอาหารของเจ้าของร้านบู่นี่ช่างล้วนไร้ที่ติเสียจริง ข้ารู้สึกว่าเขาเก่งกว่าพ่อครัวในวังหลวงเสียอีกนะ” จีเฉิงเชี่ยพูดออกมาแล้วหัวเราะ

 

บู่ฟงเดินออกมาจากห้องครัว ในมือของเขาถือชามกระเบื้องสีฟ้าขาวที่มีข้าวผัดไข่ที่สองประกาย กลิ่นหอมของมันฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง ทำให้จีเฉิงเชี่ยรู้สึกลุ่มหลง

 

“เจ้าของร้านบู่ที่นี่มีเหล้าขายไหม? ข้าวผัดไข่นี่เมื่อรวมกันกับเหล้าดีๆ มันก็จะสมบูรณ์แบบ” จีเฉิงเชี่ยแนะนำบู่ฟงอย่างจริงจัง

 

“เหล้า?” บู่ฟงหยุดอยู่สักพักแล้วพยักหน้า

 

“รอมันหน่อยในอนาคตจะต้องมีมัน”

 

“เจ้าของร้านบู่ เอาข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุงสองที่กับผัดผักสองที่” เซียวเสี่ยวหลงพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น

 

“ได้โปรดรอสักพัก” บู่ฟงหันกลับเข้าไปที่ห้องครัว เมื่อเขาจะเดินไปที่ทางเข้าเขาก็หันกลับไปก็พูดว่า “หนุ่มหน้าหวานท่านไม่เอาบะหมี่แห้งด้วยเหรอ? ข้าว่าบะหมี่แห้งกับแม่สาวปืนโตแบบเจ้าก็น่าเข้ากันดีนะ"

 

เซียวเสี่ยวหลงมองหน้าบู่ฟงอย่างไม่เต็มใจ หากเขาพกมีดมาด้วย เขาไม่ลังเลที่จะตัดเขาออกทีละชิ้น

 

เซียวเหยี่ยนหยู่กับจี่เฉิงเชี่ยก็หัวเราะแล้วยิ้มกว้างถึงหูออกมาทันที พวกเขาไม่คิดว่าเจ้าของร้านที่เป็นคนเข้มงวดคนนี่จะเป็นคนตลกไปเสียได้

 

บู่ฟงงงนิดหน่อย เขาพูดตามจริงเซียวเสี่ยวหลงเข้ามาสองสามครั้งสั่งก็แต่บะหมี่แห้ง ทั้งสองคนหัวเราะเสร็จบู่ฟงก็เข้าไปที่ห้องครัว

 

หลังจากที่ทั้งสามกินอาหารเสร็จ พวกเขาก็จ่ายเงิน ไปจากร้านฟางฟางที่เป็นร้านเล็กๆด้วยรอยยิ้มพอใจบนใบหน้า

 

ฉากที่ลูกค้าจากไปอย่างมีความสุขรอยยิ้มพอใจก็ฉายออกมาจากใบหน้า แม้แต่คนที่เย็นชาอย่างบูฟงก็ยังไม่มีข้อยกเว้น

 

หลังจากล้างตะเกียบเสร็จเหลือเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงที่ร้านฟางฟางจะหมดเวลาเปิดทำการ

บู่ฟงเหยียดตัวแล้วนอนขดตัวอยู่บนเก้าอี้ที่พิงประตู เขาวางแผนจะใช้เวลาที่เหลือครึ่งชั่วยามในการพักผ่อน

 

ดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงแผดเผาแสงของมันก็ค่อยๆมอดลงไปเหลือเพียงแดดอ่อนๆ เงาของอาคารในซอยเริ่มยาวออกมาเหมือนภาพวาดสัีน้ำมัน

 

บู่ฟงเริ่มหลับไป

 

“ตึก ตึก ตึก”

 

เสียงฝีเท้าดังออกมาจากที่เงียบสงัด

 

ร่างเล็กๆสวมชุดลายดอกไม้เข้าไปในร้าน มือของเธอพิงกับพนัง เธอหายใจเข้าออกอย่างแรงแล้วล้มลง

 

บู่ฟงไม่แสดงท่าทางใดๆเมื่อมองเห็นคนที่อยู่ตรงหน้าเขา





NEKOPOST.NET