[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ ตอนที่ 14 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] มาลิ้มรสชาติที่ต่างโลกกันเถอะ

Ch.14 - ข้าเป็นองค์ชายทำไมเจ้าถึงไม่มาเป็นพ่อครัวให้ข้า?


แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

#ตอนหน้าจะลงในเพจแล้วนะ เด็กดีไว้หลังวันหลัง พอดีแอดกลางไม่ค่อยสะดวกลงผ่านเด็กดีให้

 

คุณชายสามเอาข้าวผัดไข่ยัดใส่ปาก กลิ่นหอมของมันบานสะพรั่งราวกับดอกไม้ที่ห่อหุ้มรสชาติ ตัวข้าวที่เหมือนกับไข่มุกกระโดดเด้งอยู่ในปากของเขา กลิ่นข้าวผสมกับไข่เหมือนเมฆที่ปกคลุมไปทั่วร่าง จนทำให้เขารู้สึกเหมือนว่าตัวของเขาเองนั้น กำลังถูกแช่อยู่ในทะเลกลิ่นหอม

 

คุณชายสามไม่เคยได้กินข้าวผัดไข่ที่อร่อยแบบนี้มาก่อน เขาคิดว่าที่เซียวเสี่ยวหลงพูดมานั้นถูกต้อง เป็นความจริงที่แม้แต่พ่อครัวของตระกูลเขายังไม่อาจจะทำข้าวผัดไข่ได้อร่อยมากเท่านี้

 

หลังจากที่กินข้าวผัดไข่เข้าไปช้อนแรก ช้อนที่สองก็เข้าปากทันที สิ่งเดียวที่เหลือในจิตใจคือกินมันให้หมด การที่สามารถแสดงความเคารพพ่อครัวได้มากที่สุด นั้นคือการกินอาหารอย่างมีความสุขจนหมดจาน

 

เซียวเสี่ยวหลงที่ได้เห็นฉากนี้ก็อิจฉา กลิ่นหอมฟุ้งอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นกลิ่นของข้าวผัดไข่ เหมือนว่ากลิ่นนั้นถูกรวบรวมเข้าไว้ด้วยกันแล้วถูกปลดปล่อยออกมาครั้งเดียว

 

บู่ฟงมองคุณชายสามกินอาหารอย่างไม่ใส่ใจ รอยยิ้มของเขาก็กว้างขึ้น เพียงแค่อาหารอร่อยฐานะของคนไม่สำคัญ แม้แต่ฮ่องเต้อาจจะชื่นชอบความอร่อยของอาหารของเขาก็ได้

 

 เขาไม่รู้ตัวตนจริงๆของคุณชายสามแต่เขาก็หาได้สนใจ เขารู้แค่ว่าคุณชายสามเป็นลูกค้าของเขาแค่นั้นก็พอแล้ว

 

ไม่นานบู่ฟงก็กลับไปที่ห้องครัวแล้วเอาแป้งโด(แป้งผสมน้ำที่นวดจนอยู่ตัวแล้ว)ออกมาเขานวดมันแล้วดึงมันออกมาเป็นเส้นบะหมี่แล้วลวกในน้ำร้อน เมื่อลวกบะหมี่สุกแล้วก็เอาวางลงชามที่มีเครื่องปรุงที่ได้เตรียมเอาไว้แล้ว จากนั้นก็ได้ใช้ตะเกียบผสมบะหมี่กับเครื่องปรุงบะหมี่แห้งเป็นอันเสร็จสิ้น

 

หลังจากทำบะหมี่แห้งเสร็จ บู่ฟงก็ไม่ได้ยกออกไปทันที เขาหยิบผักออกมาจากช่องฟรีซ

 

ผักสีเขียวเข้มมันวาว หยดน้ำที่อยู่บนใบยังไม่แห้งสนิท หยดน้ำที่สะท้อนแสงอาทิตย์เปล่งประกายออกมา

 

“ผักพวกนี้คือผักม่วงหลิงที่ขึ้นอยู่ในเทือกเขาเทียนด๊างจะต้องได้รับแสงแดดเป็นเวลาสามชั่วโมง และจะต้องได้รับความชุ่มชื้นจากฝนตกทุกวัน น้ำที่ใช้รดก็จะมาจากในปล่องภูเขาไฟทะเลสาบในภูเขาเทียนด๊าง เพื่อรักษาความสดชื่นและคุณค่าทางอาหารมันจะถูกเก็บในตอนเช้าในตอนที่น้ำค้างยังไม่หายไป”

 

คำอธิบายของระบบดังขึ้นมาในความคิดของบู่ฟง เขาตกใจเมื่อได้ยินเสียงอธิบายไม่น่าแปลกใจเลยที่ผัดผักจานเดียวจะมีค่าราคาหนึ่งร้อยเหรียญทอง

 

ภูเขาเทียนด๊างเป็นภูเขาที่รู้จักกันดีในทวีปเฉียนหลง ที่ด้านบนสุดของภูเขามีทะเลสาบอยู่บนปล่องภูเขาไฟ น้ำในปล่องภูเขาไฟเต็มไปด้วยพลังวิญญาณที่รวบรวมมาจากโลก หากคนดื่มน้ำลงไปเส้นเอ็นก็จะขยายระดับการฝึกฝนก็จะเพิ่มขึ้น

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บู่ฟงจะทำจานนี้ เขาทำมันจนถึงระดับมือฉมังแล้วหลังจากที่ฝึกซ้อมทำอาหารหลายครั้ง

 

บู่ฟงเอาผักออกมาจากกระทะวางลงบนจานมันมองดูเหมือนกับว่าไม่ได้ถูกเอาไปทำอาหาร เหมือนกับว่าไม่ถูกผัดเลย

 

ความจริงแล้ว มันเป็นความสามารถที่รักษาไม่ให้ความชื้นมันระเหยออกมาของจากการควบคุมความร้อนอย่างพิถีพิถันของบู่ฟง

 

เขายกบะหมี่แห้งกับผัดผักออกมาจากห้องครัววางไว้ด้านหน้าเซียวเสี่ยวหลง

 

“บะหมี่แห้งกับผัดผักเป็นอันเสร็จสิ้น ขอให้ท่านมีความสุขกับอาหารมื้อนี้” บู่ฟงพูดออกมาอย่างไม่แสดงท่าทางใดๆ

 

ตาของเซียวเสี่ยวหลงสว่างขึ้นมาทันที เขารีบฉวยเอาบะหมี่แห้งเข้ามากินโดยไม่รู้ตัว ซึ่งตอนนี้เขาหิวเป็นอย่างมากตั้งแต่ที่เห็นคุณชายสามได้กินแล้ว

 

เมื่อถึงเวลาที่เซียวเสี่ยวหลงกินอาหาร คุณชายสามก็กินเสร็จแล้ว ข้าวผัดนั้นมีน้อยเกินไปทำให้เขากินเสร็จอย่างรวดเร็ว แม้ปริมาณจะไม่มากแต่คุณภาพของมันก็ดีมาก

 

“อร่อยมาก” คุณชายสามพยายามบังคับตัวเองไม่ให้เลียจานและยกนิ้วให้บู่ฟง

 

“เจ้าของร้านข้าวผัดของท่านอร่อยมากๆ ข้าแน่ใจได้เลยว่าส่วนผสมของมันไม่ธรรมดาจริงๆ ข้ารู้สึกได้ว่ามันมีพลังจิตวิญญาณอยู่ที่ข้าวผัดไข่ ขณะที่ข้ากิน อยู่ๆข้าก็รู้สึกได้ว่าพลังงานที่แท้จริงของข้านั้นกำลังเพิ่มขึ้น แม้จะไม่มากนัก แต่มันก็มากพอสำหรับข้า”

 

คุณชายสามชมเชยออกมาเรื่อยๆ ความจริงที่ว่าเขาอยู่ในระดับจักรพรรดินักรบขั้นที่ห้าแม้เขาจะรู้สึกได้ว่าพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็พิสูจน์ได้ว่าข้าวผัดไข่นี่ไม่ใช่ข้าวผัดไข่ธรรมดา

 

“หากข้าเดาไม่ผิดไข่ที่ใช้เป็นไข่ของสัตว์ร้ายระดับห้า นกอินทรีย์ทะเลน้ำลึก”

 

บู่ฟงมองคุณชายสามอย่างประหลาดใจเขาไม่คิดว่าจะมีคนเดาที่มาของไข่ได้

 

“ข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุง:ไข่เป็นไข่ใบแรกของนกเหยี่ยวอินทรีย์ทะเลลึกที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณ ข้าวที่ใช้คือราชาข้าวอู่ชางจากดินแดนรกร้างทางใต้ มันมีคุณค่าทางอาหารมากมาย และเป็นเครื่องบรรณาการของฮ่องเต้”

 

“ข้ารู้จักมัน” คุณชายสามคิดแล้วรอยยิ้มจางๆก็ปรากฏบนใบหน้าของเขา มันถูกต้อง มันเป็นไข่จากสัตว์ร้ายขั้นห้า นกเหยี่ยนอินทรีย์ทะเลลึก เขาเคยกินไข่นี้มาก่อน แต่ไม่ใช่ในรูปแบบข้าวผัดไข่แต่มันเป็นไข่เจียว แต่รสชาติของมันนั้นก็ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

 

ในทางตรงกันข้ามคุณชายสามไม่สนใจเรื่องข้าวเพราะเขาคุ้นเคยกับมัน นอกจากนี้เขาเห็นผัดผักที่เซียวเสี่ยวหลงสั่งมาเขาจำได้อย่างชัดเจนว่าราคามันหนึ่งร้อยเหรียญทอง

 

มันไม่ถูกต้อง เขาอยากรู้ว่ามันพิเศษยังไงกัน

 

“ผักนี้มีอะไรเป็นพิเศษรึ?” คุณชายสามถามด้วยความอยากรู้

 

“ผักนี้คือผักหลิงม่วงมันจากตรงกลางภูเขาเทียนด๊างมันถูกเก็บในตอนเช้าเพื่อรักษาพลังจิตวิญญาณเอาไว้” บู่ฟงตอบ

 

คุณชายสามรู้ว่ามันเป็นผักหลิงม่วงเขาก็เข้าใจถึงเหตุผลของราคาของมัน

 

ผักหลิงม่วงเป็นผักที่มีราคาแพงเติบโตในสภาพที่จำกัดเท่านั้น มันเป็นส่วนผสมที่กีเพราะมันมีสารอาหารอย่างมากและขยายเส้นลมปราณในร่างกาย

 

หากมันเป็นผักหลิงม่วงราคาหนึ่งร้อยเหรียญทองก็นับว่าถูกมาก

 

“มันน่ากลัวขนาดนี้เชียว?” เซียวเสี่ยวหลงที่ปากเต็มไปด้วยน้ำมันจากบะหมี่ เมื่อเขาได้ยินที่บู่ฟงกับคุณชายสามพูดกันดวงตาของเขาก็สว่างขึ้นแล้วพึมพำกับตัวเอง

 

ปากของเซียวเสี่ยวหลงกลืนบะหมี่ เขาหยิบผักเขียวชอุ่มมันดูเหมือนยังดิบอยู่ด้วยตะเกียบของเขา

 

“นี่มันสุกแล้วเหรอ?” เซียวเสี่ยวหลงถามอย่างสงสัย

 

ใบของผักที่ส่งกลิ่นหอมออกมาแลงที่ส่งกลิ่นหอมออกมามันสุกแล้ว

 

เขาคีบใบมันลงในปากเสียงกรุบกรอบดังออกมาในขณะที่เขาเคี้ยวมันเบาๆ สายตาของเซียวเสี่ยวหลงก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ เขารู้สึกว่ามีลำธารที่ไหลเย็นออกไปจากปาก รสหวานจางๆถูกห่อหุ้มด้วยรสชาติทำให้เขาสดชื่น มันไหลลงลำคอของเขาลงไปสู่กระเพราะอาหารแล้วพุ่งเข้าไปที่แขนขาทั้งสี่ ความรู้สึกนี้มันอธิบายไม่ได้เหมือนกับว่ามีสาวงามนับไม่ถ้วนกำลังใช้มือนวดเบาๆ

 

“มันเป็นผักจริงๆเหรอ?” เซียวเสี่ยวหลงตกใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขากินผักชนิดนี้ เขาไม่สามารถบรรยายความรู้สึกของเขาในตอนนี้ได้

 

“ผัดผักคือการทดสอบความสามารถของพ่อครัว พ่อครัวต้องเก็บความชุ่มชื้นของอาหารและสารอาหารเอาไว้ทั้งหมด จึงจำเป็นต้องใช้พ่อครัวที่ชำนาญการควบคุมความร้อนเป็นพิเศษและควบคุณเวลาได้อย่างเหมาะสม” คุณชายสามแสดงความเห็นแล้วกลืนน้ำลาย

 

บู่ฟงพยักหน้าเห็นด้วยคุณชายสามพูดถูก ผัดผักเป็นจานที่บู่ฟงต้องใช้ฝีมือในการทำอาหาร

 

“ข้ามีความสุขมาก ข้าอยากจะรู้ชื่อของเจ้า?” คุณชายสามลุกขึ้นแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับบู่ฟง

 

“ข้าแซ่บู่ ชื่อข้าคือฟง” บู่ฟงตกใจแล้วตอบตามความจริง

 

“ข้าเห็นท่านเจ้าของร้านบู่ ข้าประทับใจกับฝีมือการทำอาหารของท่าน ข้าจะบอกท่านตามตรง ข้าจีเฉิงเชี่ยเป็นองค์ชายสามของอาณาจักรสายลมแห่งแสง” คุณชายสามยิ้มออกมาจางๆ กลิ่นอายความมั่นใจและความสูงส่งแผ่ออกมาจากร่างของเขา

 

เซียวเสี่ยวหลงตะลึง “ทำไมเจ้านายของเขาถึงเปิดเผยตัวเองออกมากัน?”

 

“โอ๊ะ” บู่ฟงมองไปที่จีเฉิงเชี่ยโดยไม่แสดงอาการใดๆ ในตอนที่เขาคิด “เพื่อนคนๆนี้คือองค์ชาย...เป็นองค์ชายแล้วยังไงกัน?”

 

เมื่อจีเฉิงเชี่ยเห็นบู่ฟงไม่แปลกใจกับตัวตนของเขาก็เขาแปลกใจนิดๆ

 

“ท่านเจ้าของร้านบู่ท่านสนใจจะมาเป็นพ่อครัวของข้าหรือเปล่า? ท่านจะได้เงินเดือนร้อยผลึกต่อเดือนพอไหม?” จีเฉิงเชี่ยถามแล้วยิ้ม เขาเชื่อว่าบู่ฟงจะไม่ปฎิเสธข้อเสนอของเขา

 

มันเป็นความฝันของพ่อครัวมากมายของแคว้นที่อยากจะเป็นพ่อครัวของเขา เพราะมันเป็นโอกาสที่จะมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก

 

นอกจากนี้เงินเดือนหนึ่งร้อยผลึกก็มากกว่าพ่อครัวส่วนใหญ่ในเมืองหลวงได้รับ

 

เซียวเสี่ยวหลงตะลึงองค์ชายสามไม่ทำตามกฎ เขาจะหาทำอาหารเก่งแบบเจ้าของร้านบู่ได้อีกที่ไหน? เขาจะไปหาข้าวผัดแสนอร่อยที่เพิ่มระดับการฝึกฝนที่เพิ่มขึ้นในอนาคตได้ยังไงกัน?"

 

“ท่านเจ้าของร้านบู่ ท่านอยากติดกับที่เขาแขวนไว้นะเขากำลังล่อลวงท่านอยู่” เซียวเสี่ยวหลงตะโกนออกมาในใจ

 

บู่ฟงมองดูองค์ชายที่มีความมั่นใจโดยไม่แสดงท่าทางใดๆ จีเฉิงเชี่ยกำลังมองเขาอยู่

 

“โอ๊ะ....เจ้าอยากให้ข้าเป็นพ่อครัวของเจ้า?”

 

“ใช่แล้ว”

 

“เสียใจด้วยแต่เจ้าไม่มีคุณสมบัติมากพอ”

 

ภายใต้การจ้องมองจี่เฉิงเชี่ยบู่ฟงตอบกลับมาอย่างง่ายดาย

 




NEKOPOST.NET