[นิยายแปล] Infinite Dendrogram ตอนที่ 8 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Infinite Dendrogram

Ch.8 - คอร์สเรียนของพี่หมี2


□ เรย์ สตาร์ลิ่ง

     เมืองหลวงอัลเทีย

    ร้านอาหาร

 

งานเลี้ยงฉลองของพวกเราแล้วช่วงถาม&ตอบก็ยังคงดำเนินต่อไป

 

“เอาล่ะคำถามถัดไปคือเรื่องเกี่ยวตัวตนของพวกเราบนโลกใบนี้”

 

「ว่ามาเลย」

 

“ลิเลียน่าพูดว่าผมคือมาสเตอร์ที่ถูกเลือกโดยเอ็มบริโออะไรแบบนั้นอยู่ด้วย เธอไม่เคยเรียกผมว่า 'ผู้เล่น' หรืออะไรที่มันคล้ายๆกัน เอาตามความจริงเลยก็คือผมยังไม่เข้าใจเลยว่าบทบาทของพวกเราในเกมนี้ถูกเซตไว้ให้เป็นแบบไหน”

 

「 อื้มมม นายจะเข้าใจเองถ้านายไปอ่านเนื้อเรื่องที่เว็บไซต์หลักของเกม ... แต่ถ้าทำแบบนั้นนายคงจะต้องใช้เวลาอ่านเนื้อเรื่องเป็นชั่วโมง ดังนั้นฉันจะอธิบายให้นายฟังสั้นๆแล้วกัน 」

 

「ในโลกนี้มีทั้งพวก “มาสเตอร์” และ “เทียน” ในหมู่ผู้เล่นจะถูกเรียกในนามของมาสเตอร์ ซึ่งหรือก็คือ "ผู้ที่ถูกเลือกโดยเอ็มบริโอ" ในอีกความหมายหนึ่ง」

 

เพราะแบบนั้นเวลาที่เนเมซิสพูดถึงผม เธอจึงมักจะใช้คำว่ามาสเตอร์ตลอดเวลาสินะ

 

「 มาสเตอร์นั้นจะถูกเลือกให้เก็บรักษาและสามารถใช้เอ็มบริโอได้ และถึงแม้ว่าพวกมาสเตอร์จะมีความสามารถในการต่อสู้ที่มากมายมหาศาล แต่พวกเขาก็มีข้อจำกัดบางอย่างอยู่」

 

"ข้อจำกัด ?"

 

「ร่างกายของพวกเขามักจะถูกส่งไปยัง "โลกอื่น" บ่อยครั้ง」

 

...... เอ๊ะ?

 

「 มาสเตอร์นั้นสามารถหายไปจากโลกนี้ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที หายไปเป็นระยะสั้นๆหรืออาจจะหายไปนานหลายเดือน บางครั้งพวกเขาก็จะปรากฏตัวออกมาในที่ๆพวกเขาหายไปหรือบางทีก็อาจจะไปปรากฏตัวในสถานที่ๆเรียกว่าจุดเซฟ」

 

เดี๋ยวสินั้นมัน...

 

「และในช่วงเวลาแห่งความตายของเหล่ามาสเตอร์ร่างกายของพวกเขาก็จะถูกนำไปยังโลกอื่นทันทีด้วยความช่วยเหลือจากเอ็มบริโอทำให้พวกเขารอดตาย ซึ้งในกรณีนี้พวกเขาจะไม่กลับมาที่โลกใบนี้เป็นเวลาอย่างน้อยสามวัน」

 

"เรื่องปกติอย่างบทลงโทษสำหรับผู้เล่นที่ตายและการออกจากระบบ ... ได้ถูกรวมอยู่ในกฎพื้นฐานของโลกใบนี้ด้วยเหรอ?"

 

「ก็ตามนั้นแหละ」

 

“......”

 

เป็นความรอบคอบของพวกนักพัฒนาเกมสินะ จากการที่ผมได้พูดคุยกับลิเลียน่าและมิเลียเน่ ผมรู้สึกว่ากระบวนการคิดของพวกเธออยู่ในระดับเดียวกับมนุษย์ที่มีชีวิต  และเพื่อให้เหล่าเทียนสามารถอาศัยอยู่ที่โลกนี่โดยไม่ตระหนักว่ามันเป็นโลกแห่งเกม เหล่านักพัฒนาได้ระบุว่าผู้เล่นจะกลับมาสู่ “โลกแห่งจริง” และเป็น "อมตะ" ให้เป็นกฎพื้นฐานของโลกนี้

 

มันเกินกว่าที่ผมคาดคิดไว้มาก

 

「โดยวิธีนี้ผู้เล่นก็สามารถที่จะไปที่ไหนก็ได้เพื่อออกไปสัมผัสกับโลกแห่งเกมใบนี้ แต่เหล่าเทียนก็ถือว่าพวกเราเหล่ามาสเตอร์เป็นบุคคลที่น่าสงสาร ผู้ที่ซึ่งสูญเสียจิตใจของพวกเขาหลังจากถูกส่งไปยังโลกอื่น" 」

 

“….อะฮ่าๆ…”

 

「เป็นผลมาจากการที่พวกเราหายไปในช่วงเวลาที่ไม่สม่ำเสมอ จึงแทบจะไม่มีผู้เล่นคนใดที่ถือว่ามีตำแหน่งที่สำคัญในภายประเทศ แม้ว่าจะมีใครบางคนอยากเข้าร่วมกับกองอัศวินหรืออะไรก็ตามเพื่อจุดประสงค์ในการทำงานเป็นอัศวิน พวกเขาก็จะได้รับงานพิเศษสำหรับเหล่ามาสเตอร์แทนที่จะได้ทำงานแบบปกติ」

 

หรือก็คืองานที่มอบหมายให้ผู้เล่นจะเป็นงานแบบที่ถ้าหากเขาหายตัวไปกะทันหันมันก็จะไม่ส่งผลกระทบอะไรมากสินะ

 

「เพียงแค่นายมีเอ็มบริโอก็สามารถทำให้นายกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าด้านทางการทหารของประเทศแล้ว มีหลายกรณีที่งานที่ได้เสนอให้กับผู้เล่นจะจ่ายค่าจ้างสูงกว่างานของพวกเทียน」

 

 อื้ม...ผมล่ะสงสัยจริงๆว่างานที่พวกมาสเตอร์ได้รับจะเป็นอะไรแบบที่ต้องไปถล่มรังมอนสเตอร์ด้วยตัวคนเดียวหรือเปล่า

 

เอาล่ะคำถามต่างๆเกี่ยวกับระบบของเกมก็ถามออกไปหมดแล้ว ส่วนคำถามต่อไปคือ...

 

“พี่เคยไปมีเรื่องอะไรกับลิเลียน่ามาก่อนหรือเปล่า...?”

 

「 หืมมม นายกำลังพูดถึงเรื่องอะไรน่ะ? หมีไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย」

 

“อย่ามาแถ การแสดงออกของลิเลียน่าบ่งบอกได้ชัดเจนเลยว่าเธอต้องรู้จักกับพี่อย่างแน่นอน"

 

นอกจากนี้ยังเธอดูเหมือนจะมีอคติกับพี่หมีอย่างแรง

 

"พี่ทำอะไรลงไป?"

 

เขาคงไม่ได้ไปทำอะไรแบบ 「 โอ้ว้าว!! มีอัศวินสาวสวยของจริงอยู่ที่นี้ด้วยล่ะ! โฮก! หมีจะทน แผล็บๆๆ!! 」แล้วก็โดดเข้าไปตะครุบเธอหรอกนะ?

 

「ฉันไม่ได้ทำอะไร」

 

พี่หมีตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

「เพราะว่าฉันไม่ได้ทำอะไรเลย ... เธอก็เลยรู้สึกไม่พอใจ」

 

"หมายความว่ายังไง?"

 

ถ้าพี่ไม่ได้ทำอะไร แล้วทำไมเธอถึงได้ไม่พอใจ?

 

「เรื่องยาวมันค่อนข้างยาวน่ะ แถมมันก็ไม่ได้เป็นอะไรที่น่ารื่นรมย์นัก」

 

"ผมกำลังฟังอยู่"

 

เมื่อผมยังคงยืนยันที่จะฟังต่อ พี่หมีก็ถอนหายใจยาว

 

「เมื่อสองเดือนที่แล้วหรือหกเดือนในเกมได้มีสงครามเกิดขึ้น มันเป็นการรุกรานทางด้านการทหารของประเทศแห่งเครื่องจักร อิมพีเรียลออฟไดรฟ์กับอาณาจักรอัลเตอร์

 

ประเทศแห่งเครื่องจักรอิมพีเรียลออฟไดรฟ์ เป็นหนึ่งในประเทศที่ผู้เล่นหน้าใหม่สามารถเลือกที่จะเข้าร่วมได้ เป็นประเทศที่พัฒนาสิ่งที่ทำให้ความเป็นแฟนตาซีต้องมัวหมอง การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี

 

... .. โอเคผมไม่ควรพูดว่ามันคือสิ่งที่ทำให้ความเป็นแฟนตาซีต้องมัวหมอง เนื่องจากมีหมีขี่รถถังอยู่ข้างๆตัวแถมยังเป็นพี่ของผมอีก

 

「เหตุผลในการโจมตีของไดรฟ์คือความปรารถนาที่จะครอบครองดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ของอัลเตอร์ แต่นั่นมันก็เป็นแค่บทของทางตัวเกม เหตุผลที่แท้จริงก็คือ อีเว้นสงคราม」

 

อีเว้นสงคราม

 

เคยเห็นมันเขียนอยู่ในคู่มือเหมือนกัน สงครามขนาดใหญ่ที่เป็นการต่อสู้กันระหว่างประเทศ มันเป็นภารกิจขนาดใหญ่ที่จะเดิมพันชะตากรรมของทุกคนที่ที่เข้าร่วมกับประเทศเหล่านั้น

 

「มันคือสงครามที่ยิ่งใหญ่ที่มีทั้งเหล่ามาสเตอร์และเทียนเข้าร่วมด้วย เป็นอีเว้นที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก... แต่ถึงอย่างนั้น ... 」

 

พี่หมีหยุดซะงักครู่หนึ่งและถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

 

「อาณาจักรอัลเทียก็ได้ประสบกับความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ และไม่ได้สูญเสียเพียงพื้นที่หนึ่งในสามของอาณา แต่ยังรวมถึงนักเวทผู้เป็นเจ้าของตำนานอันยิ่งใหม่ กองอัศวินเกินครึ่งและยังรวมถึงตัวของราชาเองด้วย หรือก็คือบุคคลสำคัญหลายคนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศได้ถูกฆ่าตายลงในสงคราม」

 

"... พวกเขาทำได้ยังไง? หรือว่าจริงๆแล้วไดรฟ์เป็นประเทศที่แข็งแกร่งมาก? "

 

ไม่สิ นั่นมันเป็นไปไม่ได้

 

ถ้าเป็นในโลกจริงก็ว่าไปอย่าง แต่ที่ๆพวกเราอยู่ตอนนี้คือเกม มันควรจะมีความสมดุลของศักยภาพด้านการทหารของแต่ล่ะประเทศ

 

「กองกำลังของแต่ล่ะประเทศมีความเสมอภาคกัน อำนาจของประเทศ เลเวลของทหารและความสามารถในการต่อสู้ของแต่ล่ะประเทศนั้นเท่ากัน แต่ความแตกต่างด้านกำลังรบกลับมาจากบางสิ่งบางอย่างที่อยู่นอกเหนือจากสิ่งที่ฉันพึ่งบอกไป นั่นคือความแข็งแกร่งของเหล่ามาสเตอร์」

 

"งั้นประเด็นที่พี่กำลังจะบอกก็คือไดรฟ์มีจำนวนผู้เล่นมากกว่า ดังนั้นอาณาจักรอัลเตอร์จึงเสียเปรียบด้านกำลังรบ?"

 

เนื่องจากไดรฟ์ดูเหมือนจะเป็นประเทศที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเอกลักษณ์เฉพาะตัวของประเทศ ทำให้สามารถรวบรวมผู้เล่นได้มากกว่า

 

แต่ถ้าเป็นในกรณีนี้อาณาจักรอัลเตอร์เองก็น่าจะเป็นเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?

 

「อืมไม่ๆ เหตุผลที่อัลเตอร์พ่ายแพ้เพราะมาสเตอร์หลายคนที่สามารถเข้าร่วมรบในสงครามได้ ... ไม่ได้ทำเช่นนั้น」

 

"อะไรนะ?"

 

ดูเหมือนผมจะเพิ่งได้ยินอะไรที่ไม่คาดฝันให้เข้าแล้ว

 

มันไม่เหมือนกับอีเว้นปกติทั่วๆไป แต่ชะตากรรมของของทุกๆในอาณาจักรขึ้นอยู่กับสงครามในครั้งนั้นเลยนะ

 

ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วทำไมกันล่ะ? เพระอะไรทำไมพวกถึงไม่เข้าร่วมสงคราม?

 

「ฉันควรจะพูดว่ายังไงดีล่ะ ... เอาเป็นว่ากษัตริย์แห่งอัลเตอร์เป็นพวกหัวโบราณน่ะ เขาเป็นคนประเภทที่กล้าประกาศว่า "ตอนนี้อาณาจักรกำลังตกอยู่ในวิกฤตครั้งยิ่งใหญ่ โอ้นักรบแห่งอาณาจักรของเราทั้งหลายเอ๋ย ตอนนี้เป็นเวลาที่พวกเจ้าจะลุกขึ้นสู้แล้ว!" เสร็จแล้วก็ขึ้นไปยืนอยู่ในแนวหน้าสุด แล้วก็...นะ」

 

“แล้วไอ้นะที่ว่านี่มัน?”

 

「เขาจะไม่ให้รางวัลใดๆแก่พวกทหารเลยสักอย่าง เนื่องจากเขาเชื่อว่าตราบเท่าที่มีคนอาศัยอยู่ในอาณาจักร พวกคนเหล่านั้นก็จะต้องต่อสู้กับวิกฤตที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน」

 

... ทั้งๆที่อาณาจักรกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าจะเป็นหรือตาย แต่เขาก็ยังเสียดายที่จะจ่ายค่าตอบแทนเนี่ยนะ

 

หรือเป็นว่ามันเป็นเรื่องปกติสำหรับโลกใบนี้?

 

「เห็นได้ชัดว่าเหล่ามาสเตอร์ ... เหล่าผู้เล่นถึงจะเพลิดเพลินไปกับโลกใบนี้ แต่ชีวิตของพวกเขาไม่ได้อยู่ในความเสี่ยงนี้ด้วย ไม่ว่าพวกเขาจะตายหรือประเทศถูกทำลาย สิ่งเดียวที่รอคอยพวกเขาอยู่ก็คือการเข้าสู่ระบบไม่ได้ 24 ชั่วโมง และเนื่องจากต่อให้ชนะได้ก็ไม่มีรางวัลใดๆทำให้ถึงแม้ว่าอาณาจักรจะกำลังตกอยู่ในอันตราย แต่ผู้เล่นจำนวนมากก็ไม่คิดจะเข้าร่วมรบในสงคราม」

 

แต่ถ้าเป็นในกรณีของผม ผมจะทำตรงกันข้าม เนื่องจากลงโทษเฉพาะสำหรับการตายมีเพียงแค่การห้ามเข้าสู่ระบบ ดังนั้นผมจึงยินดีที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ด้วย แต่มันก็ขึ้นอยู่กับคนล่ะนะ

 

การใช้ไอเท็มรักษาระหว่างการสู้รบ ผู้เล่นจะต้องเสียเงินบางส่วน นอกจากนี้ยังมีการทำลายไอเท็มในขณะที่ต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่ง นั้นคือสิ่งที่ทำให้บางคนเสียเปรียบ

 

「สิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่างกันมากที่สุดก็ก็คือกองกำลังของศัตรู ไดรฟ์ได้ตัดสินใจเลือกใช้มาตรฐานที่ชัดเจนสำหรับการให้รางวัลจากสงคราม... 」

 

ดูเหมือนผมจะได้ยินเรื่องที่ไม่คาดคิดเข้าอีกแล้ว

 

สำหรับทหารทุกๆคนถ้าอาณาจักรอัลเตอร์พ่ายแพ้ พวกเขาจะได้รับคนล่ะ 5000 ลิรส์ และสำหรับผู้ถือครองเอ็มบริโอทุกคน ... หรือก็คือมาสเตอร์รางวัลนั้นจะเป็น 50000 ลิรส์

 

นอกจากนี้ดูเหมือนว่าผู้ที่ฆ่าบุคคลสำคัญของอาณาจักรจะได้รับ เป็นโบนัสพิเศษหรือผลประโยชน์หลากหลายอย่าง เช่นแรร์ไอเท็มและการอำนวนความสะดวกที่ดีมากยิ่งขึ้นภายในประเทศของพวกเขา

 

ส่งผลให้แรงจูงใจของเหล่าผู้เล่นในไดรฟ์เพิ่มมากสูงขึ้น ในทางกลับกันแรงจูงใจของผู้เล่นในอัลเตอร์ลดลงอย่างมาก

 

「ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องของผู้เล่นออกมามากมายเช่น "อยากจะเข้าร่วมกับไดรฟ์" และ "ถ้าประเทศนี้ล่มสลายลงไปอาจจะเกิดอีเว้นหายากขึ้นมาก็ได้" 」

 

“…………”

 

ในฐานะนักเล่นเกม ไม่ใช่ว่าผมจะไม่เข้าใจความรู้สึกของพวกเขา กลับกันผมเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาดี แต่ว่า ...

 

「ในที่สุด ความขัดแย้งครั้งยิ่งใหญ่ที่นำพาความพ่ายแพ้มาสู่อาณาจักรอัลเตอร์ก็คือความจริงที่ว่าเหล่า <ต้นไม้ใหญ่> ... แรงค์สูงสุดในการจัดอันดับ ดูเอล&แคลน ไม่ได้เข้าร่วมในสงครามครั้งนั้น」

 

“การจัดอันดับ? ในเกมนี้มีอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ? "

 

「ใช่ อยู่ตรงนั้นไง」

 

พี่หมีชี้ออกไปนอกหน้าต่าง

 

ร้านอาหารที่พวกเราอยู่ในปัจจุบันหันหน้าออกไปหาน้ำพุกลางจัตุรัส ที่พวกเราเคยใช้เป็นจุดนัดพบในตอนแรก พี่หมีชี้ไปที่อีกด้านของน้ำพุที่มีการติดตั้งป้ายประกาศไว้

 

「นั่นคือบอร์ดอันดับในอาณาจักรอัลเตอร์ จะมีการอัพเดตทุกๆ 3 เดือนในเกม」

 

「อันดับแรกคือการจัดอันดับการปราบปรามของผู้คนแข่งขันเมื่อพวกเขาประสบความสำเร็จในการสังหารมอนสเตอร์ จากนั้นเราจะมีการจัดอันดับการดูเอล ซึ่งจะดูจากบันทึกของผู้เล่นแต่ละคนจากระบบ PVP สุดท้ายคือการจัดอันดับแคลน ซึ่งจะมีการเปรียบเทียบกับแคลนทุกแคลนที่ตั้งอยู่ที่นี่ ในบอร์ดนั้นจะแสดงชื่อของ30อันดับแรก จากการจัดอันดับแต่ละรายการ」

 

“โอ้”

 

「สิ่งที่สำคัญเลยก็คือ จะมีเฉพาะผู้ที่เข้าร่วมการจัดอันดับเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมรบในสงคราม แต่สำหรับการจัดอันดับแคลน สมาชิกของแคลน30อันดับแรกสามารถเข้าร่วมการต่อสู้ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถทำตัวเหมือนทหารรับจ้าง เพื่อให้ผู้เล่นสามารถเข้าร่วมแคลนชั่วคราวเพื่อที่พวกเขาจะได้มีส่วนร่วมในสงคราม จริงๆแล้วนั่นแหละคือสิ่งที่เหล่ามาสเตอร์ในไดรฟ์ทำ」

 

... อันที่จริง

 

นั่นหมายความว่าหากผู้เล่นไม่ได้อยู่ในการจัดอันดับใดๆ พวกเขาก็จะไม่สามารถเข้าร่วมสงครามได้ และจากนั้นในช่วงของสงครามครั้งนั้น ในขณะที่อาณาจักรต้องการกลุ่มคนที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็น <ต้นไม้ใหญ่>ให้มีส่วนร่วมในสงคราม แต่บรรดาผู้ที่ยืนอยู่ที่ยอดของแต่ละการจัดอันดับก็พูดว่า

 

"ข้าไม่ต้องการจะทำอะไรที่โง่เขลา เช่นการเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของข้า ให้ทุกคนได้รับรู้ในขณะเข้าร่วมอีเว้นที่ใหญ่ขนาดนี้หรอกนะ" 【ราชันแห่งการทำลายล้าง】ผู้ที่ไม่มีใครรู้จักชื่อ อันดับ 1 ของการปราบปราม

 

"ตัวข้านั้นไม่ได้มีความสนใจในการต่อสู้อันยุ่งเหยิงนั่น" 【 จ้าวแห่งนักสู้】ฟิกเอโร่ อันดับ 1 ของการดูเอล

 

"เราไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการเจรจากับประเทศนี้ได้ ดังนั้นแล้ว ... " 【 ไฮพรีสเทสส์】ฟุโชะ ซุคิโยะ เจ้าของ <ลูนาร์ โซไซตี้> แคลนอันดับ 1

 

เป็นผลให้แรงจูงใจของผู้เล่นที่ติดอันดับคนอื่นๆดิ่งลงเหว ส่งผลให้อาณาจักรพ่ายแพ้สงคราม

 

ถึงแม้ว่าอัลเตอร์จะสูญเสียกำลังรบไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีกลุ่มผู้เล่นจำนวนหนึ่งยอมจ่ายเงินเพื่อเข้าร่วมแคลนที่ติดอันดับ เหล่าแฟนคลับผู้หาญกล้าผู้ซึ่งยอมสละได้แม้กระทั้งชีวิตและวิญาณเพื่อลิเลียน่า ไอดอลที่พวกเขาบูชาซะยิ่งกว่าหลังคาบ้าน

 

ผลที่ได้คือ ... สิ่งที่เรียกว่า "การถูกลุมกระทืบ"

 

มันเป็นอะไรที่น่าสงสารมาก เหล่าผู้กล้าที่เรียกว่าตนเองว่าแฟนคลับถูกเหยียบย่ำและตายคาสนามรบอย่างห้าวหาญ แน่นอนว่าความแตกต่างด้านจำนวนของผู้เล่นเองก็มีส่วน แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ทำให้หมดความหวังของอาณาจักรพังทลาย คือเรื่องที่ว่าในฝั่งของไดรฟ์ได้มีพวกผู้เล่นอันดับสูงสุดเข้าร่วมกองกำลังด้วย

 

【 ราชันแห่งสัตว์ป่า 】ผู้ที่ไม่มีใครรู้จักชื่อ ผู้เล่นอันดับ 1 ในการจัดอันดับการปราบปรามของฝั่งไดรฟ์

 

【ขุนพลแห่งนรก】โลแกน ก็อดฮาร์ท ผู้เล่นอันดับ 1 ในการจัดอันดับการดวลของฝั่งไดรฟ์

 

【ศาสตราจารย์ผู้ยิ่งใหญ่】มิสเตอร์แฟรงคลิน เจ้าของ <สามเหลี่ยมแห่งภูมิปัญญา> แคลนอันดับ 1 ในการจัดอันดับแคลนฝั่งไดรฟ์

 

สองในสามของพวกเขาเป็นมาสเตอร์ผู้ครอบครองเอ็มบริโอขั้นสุดยอด ดังนั้นความแข็งแกร่งของพวกเขาจึงเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก

 

และเนื่องจากพวกเขาคือผู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดของไดรฟ์ พวกเขาจึงสามารถสังหารกษัตริย์แห่งอัลเตอร์และฆ่า NPC ที่มีความสำคัญอีกสองคนคือ ผู้บัญชาการกองอัศวินองค์รักษ์ และ มหาปราชญ์

(N:ขอแก้จากจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่เป็นมหาปราชญ์นะครับ สั้นกว่าแถมยังเพราะกว่าด้วย)

 

「แน่นอนว่าถ้ามีสิ่งใดที่อาจจะกลายเป็นอุปสรรคต่อการรุกราน ก็ต้องถูกกำจัดทิ้งเป็นธรรมดา แต่ในตอนที่พื้นที่หนึ่งในสามของอาณาจักรถูกศัตรูเข้ารุกรานและกลืนกินไป ก็เกิดการแซรกแซงจากประเทศที่สาม คาร์ดิน่าได้เข้าร่วมการต่อสู้และเริ่มเข้ารุกรานไดรฟ์ ยกเว้นพียงกองทัพที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ที่ยึดมาได้ ไดรฟ์ได้สั่งถอนกองกำลังทั้งหมดของตน ทำให้อาณาจักรอัลเตอร์เอาชีวิตรอดมาได้」

 

แล้วพี่หมีก็ได้บอกสิ่งที่เลวร้ายที่สุด เนื่องจากคาร์ดิน่าได้ถอนกองกำลังกลับออกมาจากไดรฟ์จนหมดแล้ว ดังนั้นในมันอีกไม่กี่เดือนต่อจากนี้ไดรฟ์จะกลับมาโจมตีอาณาจักรนี้อีกครั้ง

 

“…………”

 

... ผมเข้าแล้ว มันเป็นอะไรที่น่าขัดใจจริงๆ

 

เมืองนี้...อาณาจักรนี้กำลังจะพังทลายลง

 

"แล้วทำไมลิเลียน่าถึงได้มีอคติกับพี่ล่ะ?"

 

「ฉันเองก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นติดอันดับที่ไม่ได้เข้าร่วมรบในสงคราม นายเข้าใจรึยัง แม้ว่าพวกเราจะมีศักยภาพในการต่อสู้ที่มากพอ แต่พวกเราก็ไม่ได้เข้าร่วมรบดังนั้นพวกเราจึงถูกเกลียด และผู้บัญชาการกองอัศวินองค์รักษ์คนก่อนหน้าที่ตายไปในสนามรบ ก็คือพ่อของลิเลียน่าและมิเลียจัง」

 

“…..เรื่องบ้าๆแบบนั้น”

 

ช่างเป็นอะไรที่ไม่น่ารื่นรมย์เลยจริงๆ

 

"แล้วหลังจากที่ได้ยินเรื่องที่ “น่าขัดใจ” นั่นแล้ว ท่านวางแผนที่จะทำยังไงกับมันล่ะ มาสเตอร์?"

 

เนเมซิสผู้ซึ่งมุ่งมั่นกับการกระเดือกอาหารลงท้องโดยไม่แม้แต่จะร่วมวงสนทนา กลับตั้งคำถามกับผม

 

"ไม่ใช่ปัญหาว่าผมจะตัดสินใจยังไง"

 

ผมจะเลือกทำอะไรเมื่อถึงเวลาที่ไดรฟ์เข้าโจมตี? .....ไม่มีเหตุผลที่อะไรที่ผมจะต้องลำบากกับการหาคำตอบ เพราะหัวใจของผมตัดสินใจเลือกลงไปแล้ว

 

"แม้ว่าพวกเขาจะไม่ให้รางวัลใดๆ ผมไม่คิดว่าตัวเองจะปฏิเสธที่จะเข้าร่วมรบ และผมเชื่อว่ามันมีคุณค่าพอพอสำหรับผมที่จะช่วยเหลืออาณาจักรนี้”

 

ถึงแม้ว่าในอีกมุมมองหนึ่งมันจเป็นแค่อีเว้นที่เกิดขึ้นในเกมก็เถอะ

 

「ใช่ ฉันเห็นด้วยกับนาย แต่ในขณะนั้นความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเหล่าผู้เล่นคือความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะคว่ำบาตรและปฏิเสธประเทศที่พวกเขาถือว่า "เป็นพวกขี้งก" และฉันก็มีความรู้สึกว่าบางทีไดรฟ์อาจจะวางแผนที่จะสร้างอารมณ์แบบนั้น ด้วยการจัดรางวัลพิเศษให้กับบุคคลของพวกเขา」

 

หากเป็นเช่นนั้นแล้ว อัลเตอร์ก็ได้สูญเสียความได้เปรียบไปตั้งแต่ก็จะเริ่มรบด้วยซ้ำ

 

"ดังนั้นแล้วทำไมพี่ไม่ทำอะไรซักอย่างล่ะ? เป็นเพราะว่าไม่มีของรางวัลให้อย่างนั้นหรอ? "

 

「 ...... ในกรณีของฉัน ถ้าหากอุปกรณ์ของฉันพังลง มันก็เท่ากับเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงของฉันแก่ทุกคน」

 

“…………”

 

อ่า...อื้ม

 

มันเป็นปัญหาใหญ่จริงๆนั่นแหละ

 

「แต่หลังจากนี้ฉันสามารถจัดการได้ด้วย【 Hind Bear 】ดังนั้นครั้งนี้ฉันเองก็จะเข้าร่วมด้วย」

 

แน่นอนว่าจากค่าสเตตัสของชุดหมีนั่น โบนัสการป้องกันและการลดความเสียหายทางกายภาพเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากจริงๆ

 

ถึงแม้ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ชุดนั่นมันก็เหมือนกับชุดตลกๆดีๆนี่เอง

 

「อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าฉันจะมีเข้าร่วมรบในสงครามครั้งต่อไป แต่อีกฝั่งหนึ่งเองก็อาจจะมีกองกำลังมาเพิ่มมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ฝั่งเราอ่อนแอลง เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาเช่นกัน」

 

"อ่อนแอ?"

 

「หลังจากความพ่ายแพ้ของอาณาจักรแล้ว ก็มี "เหตุการณ์ย้ายฝั่ง" ซึ่งมีผู้เล่นหลายคนได้เปลี่ยนฝั่งไปเข้าร่วมกับประเทศอื่น และมันก็เป็นอะไรที่แย่มากที่แม้แต่ NPC บางส่วนเองก็ออกจากประเทศ และในกระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส่วนตัวเองผู้คนก็ชอบพูดว่า  "อาณาจักรอัลเตอร์? อีกไม่นานมันก็จะพังทลายลงแล้วล่ะ” และ “มันจบสิ้นแล้ว"」

 

“…………”

 

มันก็สมควรแล้วที่ผู้คนจะกลายเป็นผู้ลี้ภัยและลาออกเป็นจำนวนมาก

 

มันดูสมจริงมาก แน่นอนว่าสุดท้ายเหตุการณ์พวกนั้นก็จะนำพาไปสู่การล่มสลายของอาณาจักร

 

「ในการอัพเดทล่าสุด 70% ของผู้เล่นที่ถูกจัดอันดับถูกแทนที่แล้ว ... 」

 

“อื้มมม”

 

ในทางกลับกันสำหรับบางคนนี่ก็เป็นโอกาสที่จะได้กลายเป็นผู้เล่นติดอันดับสินะ

 

“ผมคิดว่าเส้นทางนั้นมันก็ไม่เลวนะ”

 

ผมกำหนดเส้นทาที่จะเดินได้แล้ว

 

แน่นอนว่าสิ่งที่คิดจะทำยังคงเหมือนเดิม ผมแค่มีจุดหมายที่จะต้องไปเพิ่มขึ้นเท่านั้น

 

"ท่านตัดสินใจได้แล้วสินะ?"

 

เมื่อได้ยินเสียงของเนเมซิส ผมก็พยักหน้าตอบ

 

“ในตอนนี้ผมยังไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก ดังนั้นผมจึงไม่สามารถเข้าร่วมในสงครามครั้งนี้ได้...”

 

นั่นแหละคือเหตุผลที่ว่าเพราะอะไร....

 

"ขั้นแรกผมจะพยายามอัพเลเวลขึ้นก่อน ... โดยมีเป้าหมายในการเป็นผู้เล่นอันดับหนึ่ง"

 

◆◆◆

 

■        โลก

          ภายในห้องสนทนาห้องหนึ่ง

 

ผู้ใช้ปัจจุบัน: Professor

 

【Shogun ได้เข้าร่วม】

【beastking ได้เข้าร่วม】

 

ผู้ใช้ปัจจุบัน: Professor, Shogun, beastking

 

Professor: สายัณสวัสดิ์นะ ทุกๆท่าน

Shogun: สวัสดี

beastking: อืม

Professor: เอาล่ะนะ

Professor: พวกคุณสองคนได้เห็นวิดีโอที่ผมส่งผ่าน แล้วรึยัง?

beastking: เห็นแล้ว

Shogun: นั่นเป็นเหตุผลที่เรามาอยู่ที่นี่ใช่มั้ย?

Professor: ถูกต้องนะคร้าบบ

Professor: ถ้าอย่างนั้นผมจะพูดเพียงคำเดียวเกี่ยวกับความพยายามล่าสุดในการกำจัดเทียนที่เก่งกาจ....

Professor: อา มันล้มเหลวซะแล้วล่ะ

Shogun: มันล้มเหลวเหรอ?

Professor: ผมไปที่ดันเจี้ยนนั่นมาแล้วล่ะ

Professor: ฝูงเดมิแดรกเวิร์มถูกลบทิ้งไปอย่างสมบูรณ์แบบเลย ...

Shogun: ไม่ใช่ว่าแผนของนายมันผิดผลาดไปตั้งแต่แรกแล้วงั้นเหรอ?

Shogun: ฉันหมายถึง การที่ชักนำให้น้องสาวของเป้าหมายเข้าไปที่สาวนั่นพร้อมกับเครื่องหอมไล่แมลง

Shogun: แค่จับเป้าหมายไว้ในกับดักก็เป็นข้อที่ผิดผลาดแล้ว

Professor: ก็นะ ในตอนแรกผมเองก็ได้จัดเตรียมอะไรที่มันหลากหลายเอาไว้...

Professor: แต่ด้วยเหตุสุดวิสัยบางประการทำให้เรมฟรุตหายไปจากตลาดจนเกลี้ยง

Professor: แต่กลับอีแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนั้นก็ถึงกับทำให้แผนการของผมต้องพังพินาศ

Professor: แผนการที่ผมวางเอาไว้ตอนแรกคืออะไรพวกคุณรู้กันรึเปล่า?

Professor: ผมจะวางยาพิษไว้ในเรมฟรุตที่น้องสาวตัวน้อยนั้นได้ไป

Professor: และเธอก็จะกลายเป็นคนวางยาพิษและฆ่าคุณพี่สาวสุดที่รักของตัวเองกับมือน้อยๆนั่น...

Professor: น้อง: "พี่สาวคะ แฮ็ปปี้เบิร์ดเดย์ค่าาา !!"

Professor: พี่: "โอ้ขอบคุณมากจ๊ะ หง้ำๆ อ่ะ อ้ากกก!"

Professor:น้อง: “พี่ค่าาาา!!!”

Professor:...ทั้งๆที่มันควรจะเป็นแบบนั้นแท้ๆ...แม่งเอ้ย!! บัดชบ!! บัดชบ!! บัดชบ!! มันคือความอัปยศ!! แฮกๆๆ

Shogun: ปัญหาตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องที่นายดวงซวย

Shogun: ฉันกำลังพูดถึงเรื่องที่แผนการของนายโดนขัดขวางต่างหาก

Professor: ม่าาา หมีนั่นมันน่ากลัวมากเลยนะ

Professor: มันไปเผชิญหน้ากับเดมิแดรกเวิร์มเกือบหนึ่งร้อยตัวด้วยตัวคนเดียวเชียวนะ

Professor: แล้วได้ชัยชนะแบบ "ไร้ที่ติ" ผมยังไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย

Professor: ฮ่าๆ มันน่าจะเทียบได้กับผู้เล่นขั้นสูงเลยนะ

Shogun: นี่ไม่ใช่อะไรที่น่าประทับใจเลยจริงๆ

Shogun: นี่เป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยผู้เล่นที่แข็งแกร่งและมีเลเวลสูงเท่านั้น ... ถึงแม้ว่าฉันจะทำได้เหมือนกันก็ตาม

Shogun: แต่ว่า ... คนไร้อาชีพ เลเวล 0 บางคนก็ยังสามารถเอาชนะเดมิแดรกเวิร์มได้ด้วยนี่สิ

Shogun: ฉันจำไม่ได้ว่าเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน

Professor: โอ้ นี่หมายความว่าเขายอดเยี่ยมขนาดที่ Shogunต้องระแวงพวกมือใหม่แทนที่จะเป็นหมีตัวนั้นอย่างนั้นเหรอ?

Shogun: หึหึหึ ... ฉันกำลังรอให้ถึงวันที่จะได้บดขยี้เขาให้ย่อยยับ

Professor: คุณนี่ช่างทำอะไรที่มันโหดร้ายจริงๆ

Professor: แต่ผมเองก็กระหายที่จะบดขยี้มันด้วยเช่นกัน! ฮ่าๆ

Shogun: เจ้าโง่! ตอนนี้ฉันกำลังจริงจังอยู่นะ

Professor: ฮ่าๆ

Shogun: แต่ฉันก็ไม่ปฏิเสธส่วนที่ "ชั่วร้าย" นั่นหรอกนะ

Shogun: "การล่มสลายของอาณาจักร" นี่เป็นอีเว้นที่สำคัญครั้งแรกในเกม

Shogun: ไดรฟ์ไม่สามารถ ... ไม่สิ พวกเราไม่สามารถรอโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายได้

Professor: อืม ครั้งสุดท้ายมันจบลงด้วยการที่คนสำคัญบางคนตายไปและพื้นที่เองก็ถูกยึดไปเช่นกัน

Shogun: ฉันสนุกกับการต่อสู้กับผู้บัญชาการกองอัศวินองค์รักษ์เป็นอย่างมาก

Professor: แต่กษัตริย์นั้นช่างน่าเบื่อเสียเหลือเกิน

Professor: มันจะดีกว่านี้ถ้าผมได้ต่อสู้กับทหารจำนวนมากแทน

Shogun: และมหาปราชญ์ ... เป็นราชันแห่งสัตว์ป่าที่ฆ่าเขาสินะ?

Professor: เขาเป็นคนที่น่าประทับใจมาก ตามที่คาดหวังไว้มันเป็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเรา

Shogun: โห้

Professor: ใช่ ใช่ ใช่ Shogun และ ราชันแห่งสัตว์ป่า เป็นกำลังรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเราฮ่าๆ

Shogun: ยังไงก็ตาม ฉันจะแสดงให้นายได้เห็นในสงครามครั้งต่อไป

Shogun: คราวนี้พวกเราจะกระชากชีวิตที่เหลือของอาณาจักรอัลเตอร์ออกมาซะ

Professor: ใช่แล้วฮ่าๆ คุณต้องแสดงให้ผมได้เห็นว่าคุณสามารถทำอย่างที่พูดได้ถูกไหม?

 

Shogun: แล้วทำไมราชันแห่งสัตว์ป่าถึงได้เงียบอยู่ตลอดแบบนี้ล่ะ คุณจะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ?

beastking: หมีนั่น ... น่ารัก...มากๆ

Shogun: ……………………

Professor: ……………………ฮ่าๆ

Shogun: ...... ฉันไม่เข้าใจรสนิยมของคุณเลยจริงๆ

 

 

ดูๆแล้วราชันแห่งสัตว์ป่าน่าจะเป็นผู้หญิงนะ งั้นก็มาสรุปไอเท็มที่ได้รับในตอนนี้กันเถอะ

เรย์ สตาร์ลิ่ง ได้รับ ผู้ชายสายS 2 ea

พี่หนี ได้รับ ผู้หญิง(คาดว่า) 1ea

 

 

N:ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายของบทนำ ส่วนตอนหน้าจะขึ้นบทที่หนึ่งแล้วนะครับ

N: ทำไมตอนยาวๆเป็นหนังสือพิมแบบนี้ผมต้องมานั่งแปลบทพูดของ หัวทองสายS กับ พี่หมีโลลิค่อน ด้วยครับ บทของเนเมจังได้ออกมาพูดแค่สองบรรทัดเองนะโว้ยยย orz




NEKOPOST.NET