[นิยายแปล] Infinite Dendrogram ตอนที่ 1 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Infinite Dendrogram

Ch.1 - Experiencing the World


□       เรย์ สตาร์ลิ่ง

เมืองหลวงอัลเทีย

หน้าประตูทางทิศใต้

 

"บ้าชิบ ดันมาทำให้ตกใจซะได้ ... "

 

การที่ถูกทิ้งดิ่งลงมาจากท้องฟ้าอย่างกะทันหันทำให้หัวใจของผมเต้นระรัว

 

ความรู้สึกของการล่วงหล่นยังคงตราตรึงอยู่ในอก

 

ภาพของทิวทัศน์อันว่างเปล่าและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

 

เสียงของสายลมที่เข้ากระทบหู เนื่องจากตัวของผมที่พุ่งผ่านบรรยากาศด้วยความเร็วสูง

 

ความเย็นที่สัมผัสผิวโดยตรง

 

กลิ่นของลมที่พัดผ่านเข้าจมูก

 

…และรสชาติของดินขณะที่ผมหน้าทิ่ม

ส่วนความเจ็บปวดนั้น ผมไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยซักนิดเดียว ดูเหมือนว่าจะมีการตั้งค่าให้เป็น "OFF" ไว้ในการตั้งค่าเกมตอนเริ่มแรก

 

ถึงอย่างนั้นผมก็ได้สัมผัสโลกกับทั้งใบด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า – ทุกๆอย่างมันดูเหมือนจริงมาก ไม่ได้รู้สึกถึงความแตกต่างจากความเป็นจริงเลยแม้แต่น้อย

 

"แต่ ... นี่เป็นความจริง"

 

เป็นVRMMOแบบเต็มรูปแบบของจริง

 

ตอนนี้ผมกำลังเผชิญกับความสำเร็จอย่างแท้จริงของเกมที่ทุกๆคนใฝ่ฝันถึง

 

ความตื่นเต้นของการดิ่งนภาเริ่มจางหายไป ตอนนี้ผมสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าในที่สุดผมก็ได้กระโดดลงมาในโลกของอินฟินิทเด็นโดรแกรมแล้ว

 

และเมื่อผมหันสำรวจสภาพแวดล้อมรอบๆ ก็สังเกตเห็นประตูขนาดมหึมาที่อยู่ด้านหลัง

 

กำแพงสีขาวสูงใหญ่จนคุณต้องยืดจนคอเคล็ดขณะที่พยายามมองขึ้นไปที่ด้านบนสุด

 

นอกจากนี้ยังมีทหารที่ทำงานเป็นยามเฝ้าประตูอยู่ด้วย เขาสวมใส่ชุดเกราะที่ดูเหมือนกับชุดเกราะแบบตะวันตก

 

ผมเคยเห็นประตูแบบนี้จากในห้องของเชสเชียร์มาก่อน เห็นได้ชัดเลยว่าที่นี่คืออัลเทีย เมืองหลวงของอาณาจักรอัลเตอร์

 

ประตูทางเข้าเมืองนั้นถูกเปิดค้างเอาไว้อยู่ และตั้งแต่เมื่อกี้นี้ก็มีทั้งรถม้าและคนจำนวนมากเดินเข้าไปข้างในหรือแม้แต่เดินออกไปข้างนอกเขตของเมืองหลวง

 

ดูเหมือนว่าจะสามารถเข้าสู่อัลเทียได้จากที่นี้ แต่เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ผมมาที่นี่ ทำให้ผมค่อนข้างกระวนกระวายใจเมื่อเดินผ่านประตูเมือง แต่ดูเหมือนว่าผมจะสามารถเข้าเมืองมาได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ

 

“เอาล่ะ”

 

ต้องไปหาสถานที่ๆพี่ได้นัดเอาไว้

 

"ถ้าจำไม่ผิดมันน่าจะเป็นที่น้ำพุขนาดใหญ่ ในถนนสายหลักของเมืองหลวง เห็นเขาบอกว่าถ้ามาถึงให้เดินเข้ามาในเมืองและเดินตรงไปข้างหน้า แต่...อืมมมม ควรจะตรวจสอบมันก่อนดีมั้ยนะ? "

 

จากนั้นผมก็พูดว่า「 เมนูหลัก」ภายในใจ

 

ทันใดนั้นหน้าต่างของเกมก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้า และในหน้าต่างก็แบ่งออกเป็นสองส่วน ทางด้านขวาจะแสดงสถานะของผมเองในแบบที่เรียบง่ายคล้ายกับสิ่งที่เห็นได้ในหน้าต่างปาร์ตี้จากเกมRPGทั่วๆไป

 

ในขณะที่ทางด้านซ้ายแสดงรายการเมนูต่างๆเช่น「อุปกรณ์」「เครื่องมือ」「รายละเอียดสเตตัส」และอื่นๆ

 

และเมื่อชำเลืองมองไปที่ค่าสเตตัสของตัวเอง แน่นอนว่าต้องเลเวล0อยู่แล้ว และดูเหมือนว่าแต่ล่ะอาชีพในเกมนี้มีระดับเลเวลเป็นของตัวเองด้วยละ

 

"แผนที่ แผนที่ ... อ่ะ อยู่นี่เอง"

 

ด้วยการค้นหาในหมวดหมู่ไอเท็ม ผมจึงพบกับสิ่งที่ต้องการและเปิดมันออกทันที

 

ทันใดนั้นก็มีหน้าต่างใหม่ปรากฏขึ้นมาแสดงแผนที่เมืองอัลเทีย

 

รู้สึกว่าแผนที่จะบันทึกเส้นทางต่างๆที่ผมเคยไปมาแล้วไว้ในแผนที่โลก นอกจากนี้ผมยังสามารถซื้อแผนที่ปกติได้ตามร้านค้าต่างๆ แล้วระบบจะนำไปอัพเดตใส่รวมเข้ากับแผนที่โลกของผมให้เอง

 

แต่เห็นในคู่มือมันบอกเอาไว้ว่า มีข้อยกเว้นสำหรับกฎดังกล่าวอยู่ เฉพาะสำหรับเมืองหลวงของประเทศซึ่งผู้เล่นกำหนดให้เป็นจุดเริ่มต้นของพวกเขา ข้อมูลสภาพแวดล้อมและแผนที่จะถูกใส่เอาไว้ให้ผู้เล่นเรียบร้อยแล้ว ช่างสะดวกดีจริงๆ

 

“หืม...อืม ไหนดูสิ”

 

อัลเทียนั้นเป็นเมืองที่ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงเป็นรูปทรงกลม มีประตูเชื่อมต่อระหว่างเส้นทางที่สำคัญๆอยู่สี่แห่ง จากทางเหนือ ใต้ ตะวันออกและตะวันตก ขยายไปสู่ใจกลางเมือง เส้นทางเดินจากทุกประตูนั้นกว้างมากแถมยังทำมาจากหิน

 

แต่ดูเหมือนถนนทั้งสี่เส้นจะไม่ได้ตัดผ่านไปทุกที่ จากที่เห็นมันมีแถบของพวกชนชั้นสูงที่จะต้องได้รับอนุญาตก่อนถึงจะเข้าไปได้ นอกจากนี้ตรงกลางของเขตนั้นยังเป็นพระราชวังอีกด้วย เอาเถอะ ผมไม่คิดว่าตังเองจะได้เข้าไปที่นั้นเร็วๆนี้หรอก

 

เอาล่ะ ถนนสายหลักที่พี่ชายของผมเคยพูดถึงน่าจะเป็นถนนเส้นนี้ เริ่มต้นที่ประตูทางทิศใต้และตรงไปจนถึงเขตชนชั้นสูง บังเอิญเนื่องจากมันเป็นประตูเดียวกับที่ผมเดินผ่านมาก่อนหน้านี้ ดังนั้นถ้าหากเดินตามเส้นทางนี้ไปก็จะไปถึงน้ำพุได้ในที่สุด

 

คิดแบบนี้ขณะเดินหน้าพร้อมมองแผนที่ไปด้วย

 

“อิย้าา!?”

 

“เอ๊ะ?”

 

พอหันไปก็ได้พบกับเด็กผู้หญิงที่ไม่รู้จัก พวกเราพบตากันและ...ผมก็ถูกชนเข้าอย่างจังๆ

 

ถ้าจะให้ผมบอกถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ล่ะก็ มันเกิดจากการที่เธอวิ่งพรวดพลาดออกมาจากตรอกข้างทาง และผมเองก็เอาแต่จ้องไปที่แผนที่เลยไม่ทันได้สังเกตเห็นเธอ จนเธอเข้ามาใกล้กับผมมากเกินไป ทำให้หลบเธอไม่ทันและโดนชนไปในที่สุด

 

และผมก็กระเด็นไปไกลกว่าห้าสิบเมตร....

 

“อั่ก... !”

 

ผมรู้สึกเหมือนว่าจะได้รับความเสียหายอย่างมาก และเมื่อมองไปที่หน้าจอเมนูที่เปิดค้างเอาไว้ระบุว่า HP ของผมลดลงไปถึง 80% นอกจากนี้ยังพบว่าตอนนี้ผมมีกระดูกหักทำให้เกิดสถานะผิดปกติอย่าง【แขนซ้ายหัก】และ【ขาขวาแหลก】อะไรแบบนี้อยู่ด้วย

 

...ว่าแต่ เฮ้ มายบอดี้ ทำไมนายถึงได้อ่อนแอจนน่าหนักใจขนาดนี้ฟะ เพียงแค่ชนกับเด็กผู้หญิงก็อยู่ในสภาพน่าอนาถแบบนี้แล้วเรอะ

 

"ค-คุณเป็นยังไงมั่งคะ!?"

 

จากนั้นเธอก็รีบวิ่งหน้าซีดมาหาพร้อมกับผมที่ดูนุ่มสลวย เธอเป็นผู้หญิงที่มีใบหน้าอันอ่อนโยน ... ซึ่งตรงกันข้ามกับชุดเกราะเหล็กสีขาวที่ดูหนักและน่าเกรมขามนั่นอย่างสิ้นเชิง

 

ไม่แปลกใจเลยถ้าน้ำหนักของมันจะมากกว่า100กิโลกรัม เพราะในอดีตผมเองก็เคยมีประสบการณ์การใส่ชุดเกราะมาก่อน ดังนั้นผมจึงสามารถบอกได้เลยว่าชุดเกราะนั้นมีน้ำหนักมากอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับความหนาของมัน

 

“ม-ไม่…”

 

"ไม่เป็นอะไรก็บ้าแล้ว" นั้นคือสิ่งที่ผมพยายามจะพูด แต่อาจจะเป็นเพราะความเสียหายที่ได้รับจะมีมากเกินไป ร่างกายของจึงรู้สึกชาๆและลิ้นของผมเองก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกนัก

 

“ขอโทษด้วยนะคะ! Force Heal!”

 

ที่มือของเด็กผู้หญิงคนนั้นแสงสีขาวเปล่งออกมา และหลังจากนั้นละอองแสงเล็กๆก็เข้าปกคลุมร่างของผม แล้ว HPก็ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์และสถานะกระดูกหักก็หายไป

 

"โอ้ ว้าว ... "

 

นั่นคือเวทรักษาอย่างนั้นหรอ

 

"ฉันต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะ! ที่รีบวิ่งโดยไม่ดูทางและ ... "

 

“ม-ไม่ๆๆ เป็นไรหรอก ผมเองต่างหากที่เดินไม่ดูรอบข้าง …แล้วทางนั้นเป็นยังไงบ้างบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่าครับ?”

 

เพราะการชนเมื่อกี้แรงมาก ผมจึงอยากถามดูให้แน่ใจว่าเธอได้รับบาดเจ็บรึเปล่า แต่ดูท่ามันจะเป็นความกังวลที่ไร้สาระ เห็นได้ชัดเลยว่าเธอดูปกติแบบสุดๆ

 

น่าจะเป็นเพราะเธอเป็นผู้เล่นเลเวลสูงแถมยังมีชุดอุปกรณ์ที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งมากๆอยู่ด้วย และการที่เธอเลเวลสูงนั้นก็หมายความว่าค่าสเตตัสของเธอเองก็น่าจะสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นเมื่อเธอชนเข้ากับใครบางคนที่มีเลเวล0แถวนี้ทำให้มีแค่ผมที่เจ็บตัวอยู่คน

 

"ฉันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ คุณต่างหากที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส... "

 

"ม-ไม่ๆเป็นไร คุณได้รักษาให้ผมแล้ว ดังนั้นผมคิดว่าผมน่าจะไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ"

 

ผมเปลี่ยนโทนเสียงและวิธีการพูดให้ดูสุภาพมากขึ้น แต่ดูเหมือนเสียงมันจะสะดุดๆเล็กน้อย สงสัยความเจ็บปวดจากการชนกันเมื่อกี้นี้จะทำให้ผมกลัวอยู่ไม่น้อยเลย

 

"ว่าแต่เมื่อกี้คุณดูรีบร้อนมากเลย เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอครับ”

 

 “เออคือ ความจริงแล้วฉันกำลังตามหาน้องสาวอยู่น่ะค่ะ”

 

“น้องสาวเหรอ?”

 

“ใช่แล้วค่ะ เธอคือเด็กผู้หญิงในภาพนี้แหละค่ะ เคยเห็นเธอที่ไหนบ้างรึเปล่าคะ”

 

เธออธิบายพร้อมกับเอารูปภาพออกจากกระเป๋าตรงอกเสื้อ-อืม ถึงที่นี่อาจดูเหมือนโลกแฟนตาซีแต่รูปถ่ายก็เป็นเรื่องปกติของที่นี้สินะ...

 

ยกเว้นผมทรงหยักนั้น เธอดูเหมือนเด็กผู้หญิงตรงหน้ามากทีเดียว

 

เป็นน้องสาวจริงๆด้วยแฮะ สงสัยจะเข้ามาเล่นเกมกันสองคนเหมือนผมกับพี่ล่ะมั้ง

 

“……..”

 

“ขอโทษด้วยนะครับ ผมเองก็พึ่งมาเมืองนี้ได้ไม่นาน อันที่จริงพึ่งเดินผ่านประตูมาเมื่อกี้นี้เอง”

 

“งั้นเหรอคะ... แต่เธอก็น่าจะยังคงอยู่ภายในเมือง... และนี้คือข้อมูลติดต่อของฉันค่ะ ถ้าหากคุณเห็นน้องสาวของฉัน โปรดติดต่อฉันด้วยนะคะ! และฉันก็ต้องขอโทษคุณอีกครั้ง ที่ไปชนคุณเข้า "

 

เด็กผู้หญิงคนนั้นเขียนอะไรบางอย่างลงในการ์ดแล้วส่งมาให้กับผม

 

"ไม่เป็นไรๆ คุณไม่จำเป็นต้องขอโทษผมอีกแล้วล่ะ คุณไม่ควรเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ในขณะที่กำลังตามหาน้องสาวอยู่นะครับ"

 

"ขอบคุณมากเลยค่ะ ... ไว้พบกันใหม่นะคะ!"

 

พูดเสร็จเธอก็วิ่งออกไปพร้อมกับทิ้งกระดาษไว้ในมือของผม และสิ่งที่เธอเขียนก็คือ...

 

「สมาชิกราชองครักษ์แห่งอาณาจักรอัลเตอร์ รองผู้บัญชาการ ลิเลียน่า แกรนเดรีย (Liliana Grandelier) 」

 

หืม?

 

ตัวหนังสือแปลกๆเหล่านี้ถูกแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นเข้ามาในหัวโดยตรง พร้อมกับเสียงที่ดังต่อเนื่องในหัว

 

【ภารกิจ"คนหาย – มิเลียเน่ แกรนเดรีย (Miliane Grandelier) // ระดับความยาก: 5" ได้เริ่มขึ้นแล้ว 】

 

【สำหรับรายละเอียดของภารกิจ โปรดตรวจสอบที่หน้าต่างภารกิจ】

 

“……..”

 

อ่า...อื้ม

 

ถ้าจะให้พูดล่ะก็ เด็กผู้หญิงคนนั้นที่ดูเหมือนจะเป็นมนุษย์นั้นไม่ใช่ผู้เล่น ...

 

"เธอเป็น NPC งั้นหรอ!?"

 

เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่ผมได้รับรู้ถึงความเป็นจริงในอินฟินิทเด็นโดรแกรมที่หาไม่ได้จากVRMMOแบบเต็มรูปแบบเกมอื่นๆ




NEKOPOST.NET