[นิยายแปล] Ore wa dyurahan. Kubi o sagashite iru ตอนที่ 3 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Ore wa dyurahan. Kubi o sagashite iru

Ch.3 - วิ่งเร็ว! มุราซากิ-เอ็น!


Headless Dullahan 1-3: วิ่งเร็ว! มุราซากิ-เอ็น!

 

ต้องขอบคุณค่าสถานะในการเป็นดูลลาฮานของชั้น ทำให้ชั้นสามารถจัดการกับพวกหมาป่าได้อย่างง่ายดาย ตอนนี้ชั้นต้องพยายามทำความเข้าใจกับพลังของตัวเอง

 

มันมีหินก้อนใหญ่อยู่ในสายตา ชั้นจึงเดินเข้าไปหามัน

 

ชั้นคิดว่ามันสูงประมาณ 50 เซนติเมตรล่ะมั้ง? ความสูงมันเหมาะจะใช้เป็นที่นั่งเลย

 

หินก้อนนี้ ขนาดผู้ใหญ่ก็ยังยากที่จะยกมันขึ้น ในฐานะมนุษย์แล้ว คงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำลายมันด้วยมือเปล่า แต่ว่า-

 

“ฮ่า!”

 

ตอนที่ชั้นทุบมันด้วยกำปั้น ก็มีเสียงแตกดังออกมาจากหิน หลังจากนั้นไม่กี่วิ มันก็แตกเป็นสองเสี่ยง

 

นกที่อยู่รอบๆบินหนีไปเพราะตกใจกับเสียงที่เกิดจากการกระแทก

 

ถ้าให้ชั้นพูดล่ะก็ มันเป็นพลังที่น่ากลัวมาก เห็นได้ชัดเลยว่านี่เป็นพลังของมอนสเตอร์

 

ชั้นตรวจสอบหมัดของตัวเองว่ามีรอยแตกตรงไหนรึเปล่า แต่มันก็สมบูรณ์ดี ไม่แตกหักตรงไหน ไม่มีแม้แต่อาการบาดเจ็บ

 

“ฮิย้าา ชั้นไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้วจริงๆสินะ”

 

พร้อมๆกับที่บ่น ชั้นก็สะบัดผ้าคลุมและเริ่มออกเดินอีกครั้ง

 

ชั้นลองทำลายก้อนหินตามข้างทางด้วยแรงบีบจากมือ ชั้นยังวิ่งแล้วก็กระโดดอย่างเต็มแรงอีกด้วย แต่ทุกๆการกระทำดูเหมือนจะจบลงด้วยความบ้าคลั่ง

 

หินถูกบดขยี้ได้อย่างง่ายดาย ตอนที่ชั้นพยายามจะป่นมันให้กลายเป็นเศษทราย และความเร็วในการวิ่งของชั้นก็ค่อนข้างรวดเร็ว

 

ชั้นไม่รู้สึกลมหายใจขาดห้วง และไม่รู้สึกเหนื่อยด้วย ดังนั้นชั้นจึงวิ่งด้วยความร่าเริงอย่างกับคนบ้า

 

ชั้นรู้สึกว่าวิ่งมาค่อนข้างไกล

 

และชั้นก็ยังกระโดดค่อนข้างสูง สักประมาณ 3 เมตรได้

 

สมรรถภาพทางกายของชั้นนี่มันช่างน่าขันซะจริง แต่พอมาเทียบกับพละกำลังแล้วก็พลังป้องกันแล้ว มันทำให้รู้สึกเหมือนว่าด้านความเร็วชั้นจะช้ากว่านิดหน่อย ชั้นว่าน่าจะเป็นเพราะร่างกายของชั้น

 

ตามปกติแล้ว ดุลลาฮานจะมีพละกำลังและการป้องกันที่สูง ขณะที่ความเร็วนั้นจะถูกชดเชยโดยม้าที่ชื่อว่า Koshta-Bower

 

มันอาจจะเป็นแค่ความสามารถทางเผ่าพันธุ์ก็ได้ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ชั้นรู้สึกว่าตัวตนของชั้นเริ่มจะห่างไกลจากมนุษย์เข้าไปทุกที

 

ยังไงก็ตาม ตอนที่ชั้นวิ่งอยู่ ชั้นก็เห็นพวกมอนสเตอร์และสัตว์ป่าอยู่นิดหน่อย

 

หนึ่งในพวกนั้นดูเหมือนเด็กตัวเล็กๆที่มีผิวสีเขียว

 

มันคือก๊อบลิน

 

และชั้นก็ยังเห็นมอนสเตอร์ที่ไม่รู้จักอีกหลายตัว บางครั้งชั้นก็หนี บางครั้งก็ไล่พวกมันไปด้วยหมัดเดียว

 

หัวใจของความเป็นโอตาคุในตัวชั้นมันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา ในโลกที่มอนสเตอร์นั้นมีตัวตนอยู่จริง

 

แต่มันก็ยังทำให้ชั้นรู้สึกตัวอีกด้วยว่านี่คือต่างโลก มันเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อน

 

สุดท้ายแล้วความเป็นไปได้ที่จะอยู่ที่ญี่ปุ่นก็……

 

แต่เดิมแล้วชั้นคิดว่าคงจะมีความสุขกว่าถ้าเป็นมนุษย์ แต่พอคิดกลับไป ถ้าชั้นไม่ใช่ดูลลาฮานล่ะก็ ชั้นคงตายไปแล้วแน่ๆตอนที่ถูกพวกหมาป่าเข้ามาโจมตี

 

ตอนนี้ ชั้นยอมรับกับตัวเองแล้วว่าเป็นดูลลาฮาน ชั้นควรจะหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองและโลกใบนี้ เนื่องจากว่าชั้นไม่รู้อะไรเลย นี่เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

 

เพราะแบบนั้น ถ้าชั้นมีหัวของตัวเองอยู่จริงๆล่ะก็ ชั้นก็อยากจะหามัน

 

 

“......ชั้นเดินจนเหนื่อยแล้วนะ”

 

ตั้งแต่ที่ชั้นเกิดใหม่เป็นดูลลาฮาน ชั้นเพิ่งจะเดินสำรวจรอบๆป่านี้

 

ถึงแม้ว่าชั้นจะออกมาจากทะเลสาปค่อนข้างไกลแล้ว ชั้นก็ยังไม่พบมนุษย์เลย

 

ไม่เจอแม้กระทั่งชุมชนของมนุษย์

 

ถึงร่างกายนี้จะไม่รู้สึกถึงความเหน็ดเหนื่อย แต่จิตใจข้างในก็ยังเป็น คุบินาชิ มูเนะสุเกะ ผู้เป็นมนุษย์อยู่

 

อธิบายง่ายๆคือ ชั้นเหนื่อยที่จะเดินในป่าแล้ว

 

ก็นะ มันค่อนข้างสนุกเลยที่ได้ชมนกชมไม้ที่ชั้นไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ภาพที่เห็นมันไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย

 

ไม่ว่าจะเดินไปตรงไหนก็มีแต่ต้นไม้ ชั้นเบื่อ

 

ชั้นควรจะวิ่งตรงไปเพื่อที่จะได้ออกจากป่าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ดีรึเปล่านะ?

 

ด้วยร่างนี้ ชั้นน่าจะวิ่งได้อย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่มีการรู้สึกลมหายใจขาดห้วง

 

“เอาล่ะ ตัดสินใจได้แล้ว วิ่งอึดมาราธอนไงล่ะ!”

 

ตอนที่เริ่มออกวิ่ง ชั้นก็นึกขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน

 

ถ้าพูดถึงดูลลาฮาน มันคือมอนสเตอร์ที่เดินทางโดยใช้ม้าไร้หัว Koshta Bower

 

ไม่สิ บางครั้งก็ไม่ แต่นี่คือภาพทั่วๆไป

 

เพราะงั้น ชั้นควรจะขี่ Koshta Bower ได้เหมือนกัน ….รึเปล่าหว่า?

 

ถึงชั้นจะไม่รู้สึกเหนื่อย แต่การวิ่งตลอดเวลามันก็ลำบาก

 

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการความสะดวกสบาย!

 

แต่ชั้นก็ไม่เห็น Koshta Bower อยู่ใกล้ๆเลย

 

ตอนที่ชั้นเริ่มเคลื่อนที่มันก็ไม่มีอะไรออกมาเหมือนกัน

 

ไม่ใช่แค่หัวหายไป แต่อย่างอื่นด้วยหรอ? ถึงแม้ว่าชั้นจะเป็นดูลลาฮาน แต่ชั้นก็ไม่มีแม้กระทั่งดาบ

 

โลกนี้ใจร้ายกับชั้นจัง

 

แต่บางทีมันอาจจะไม่ออกมาถ้าชั้นไม่เรียก

 

ไม่รู้ว่ายังไง แต่ชั้นรู้สึกได้ว่ามันจะปรากฏตัวออกมาแบบนั้น ชั้นไม่รู้เหตุผลว่าทำไม ชั้นแค่รู้สึกว่ามันจะออกมา

 

เมื่อชั้นทำให้ตัวเองเชื่อแบบนั้น ชั้นก็สะบัดผ้าคลุม ยื่นมือออกไปและตะโกน

 

“จงมา! Koshta Bower!”

 

หลังจากที่ชั้นตะโกนออกไปด้วยเสียงที่มากกว่าปกติ ก็มีแสงสีดำส่องออกมาจากพื้นข้างหน้า

 

จากนั้น ม้าไร้หัวที่มีเปลวไฟสีม่วงพริ้วไหวไปมาก็ปรากฏขึ้น

 

“โอ๊ะ มันออกมาจริงๆด้วย!”

 

แผงคอสีแดง และขนสีดำ ไฟสีม่วงที่ลุกโชนอยู่ตรงเท้า

 

มันเป็นม้าที่ดูน่ากลัว ซึ่งเหมาะมากกับการเป็นม้าของดูลลาฮาน

 

ม้าไร้หัวยกขาหน้าขึ้น และส่งเสียงดังออกมา

 

แล้ว Koshta Bower ก็พ่นลมออกมา เหมือนกับว่ามันพึงพอใจ

 

ใช่แล้ว นั่นมันโคตรเท่เลย

 

ชั้นเห็นว่าม้าไร้หัวมันยืนอยู่ข้างหน้าชั้น

 

เจ้า Koshta Bower นั้นสวมพวกอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับขี่ อย่าง อาน และบังเหียนอยู่เรียบร้อยแล้ว

 

โดยธรรมชาติแล้ว เพราะว่ามันคือ Koshta Bower มันจึงไม่มีหัว

 

ไม่จำเป็นต้องถามว่าทำไม มันแค่ไม่มี

 

ชั้นรู้สึกว่ามีการเชื่อมต่ออะไรบางอย่างกับมัน เหมือนกับที่เราทั้งคู่ไม่มีหัว

 

มันยังเป็นปริศนาอยู่ว่าสายบังเหียนมันลอยออกมาจากตรงที่ควรจะมีปากอยู่ได้ยังไง หรือไม่ก็ ชิ้นส่วนเกราะตรงหัวพวกนี้ลอยอยู่เฉยๆกลางอากาศได้ยังไง แต่ชั้นตัดสินใจจะไม่คิดให้มากความ

 

เพราะว่ามันเท่ยังไงล่ะ

 

“อืมม นี่ม้าของชั้นหรอ? ขึ้นขี่ได้จริงๆใช่มั้ย?”

 

ชั้นกลัวว่าตอนที่พยายามจะขึ้นขี่มัน ชั้นจะโดนเตะเอา

 

เหมือนรู้ว่าชั้นกังวล Koshta Bower เดินเข้ามาหาชั้นและเอาตัวมาถู

 

เหมือนมันจะบอกว่าไม่เป็นไร

 

ชั้นลูบขนสีดำของมันโดยสัญชาติญาณ

 

มันนุ่มมาก ขนของมันไม่พันมือ มันลื่นผ่านมือไปไม่หยุด มันคล้ายๆกับเส้นไหมที่ละเอียด

 

ชั้นรู้สึกเหมือนได้รับการเยียวยาเป็นครั้งแรกตั้งแต่มายังโลกใบนี้

 

จิตใจของชั้นรู้สึกเปล่าเปลี่ยวจากการที่อยู่ตัวคนเดียวในป่าของโลกที่ไม่รู้จัก มันอาจจะแย่ลงมากกว่าที่ชั้นคิดไว้

 

“จากนี้ไป ชั้นจะเรียกนายออกมาตลอด ชั้นจะได้ไม่ต้องอยู่ตัวคนเดียว!”

 

พร้อมๆกับที่ชั้นพูด Koshta Bower ก็ส่งเสียง ฮี้ ออกมาสั้นๆ

 

ดูเหมือนว่าแกจะตอบรับคำพูดชั้นนะ เห็นได้ชัดเลยว่าม้าไร้หัวนี่ฉลาดน่าดู

 

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ถ้าจะให้เรียกว่า Koshta Bower ตลอดเวลามันคงจะเป็นปัญหา ชั้นน่าจะตั้งชื่อเล่นให้มันนะ”

 

อะไรที่เหมาะกับรูปร่างแล้วก็เรียกง่ายๆน่าจะดี….

 

ชั้นมองไปที่ Koshta Bower ขณะที่กอดอก คุโระ คาราดะ (ตัวดำ) , อาคาอิ ทาเตะงามิ (แผงคอสีแดง)....อืมม สีดำก็เรียบไป แล้วก็ไม่เท่ด้วย สีแดงเองก็พูดถึงเฉพาะจุดเล็กๆบนตัว

 

ตอนที่ชั้นเลื่อนสายตาลงช้าๆ เปลวไฟสีม่วงที่พริ้วไหวก็เข้าสู่สายตา

 

… … มุราซากิ-เอ็น (เปลวเพลิงสีม่วง) …. อืมม ไม่เลวเลยนี่ ใช่มั้ย? ชั้นรู้สีกว่ามันเป็นชื่อที่เท่สุดๆเลย

 

“ชั้นจะตั้งชื่อนายว่า มุราซากิ-เอ็น เพราะไฟสีม่วงบนเท้านาย นี่โอเคมั้ย?”

 

“ฮี้!!~”

 

เมื่อชั้นบอกด้วยเสียงดัง มุราซากิ-เอ็นก็ถูหัวอย่างมีความสุข

 

“นายชอบมันมั้ย?”

 

ขณะที่ชั้นรู้สึกพึงพอใจจากการลูบขนของมุราซากิ-เอ็น ชั้นก็คิดเกี่ยวกับการพยายามจะขี่มันเป็นเรื่องต่อไป และวางเท้าลงบนที่เหยียบ

 

แน่นอนว่า ชั้นไม่เคยมีประสบการณ์ขี่ม้ามาก่อน

 

ชั้นรู้สึกกังวล ถ้าชั้นนั่งไม่ถูกล่ะ? ชั้นจะเดินไปกับมันดีรึเปล่า?

 

ชั้นได้ยินมาว่าการขี่หลังม้านี่ค่อนข้างยากเลย

 

“โกวววววววว!”

 

ขณะที่ชั้นยังลังเลอยู่อย่างนั้น ก็มีบางอย่างพุ่งผ่านเหนือหัวเราไป

 

เงาขนาดใหญ่ที่นกเทียบไม่ได้เลย

 

เพราะว่ามันยากที่จะมองไปด้านบนโดยที่ไม่มีหัว ชั้นเลยขยับร่างกายเพื่อที่จะได้มองเห็น สิ่งมีชีวิตที่มีปีกคล้ายค้างคาวกำลังบินอยู่

 

ลำตัวดูเหมือนพวกสัตว์เลื้อยคลาน ถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีแดงนับไม่ถ้วน มันมีหางยาวและก็หนาม

 

ขาทั้งสองข้างที่ดูเหมือนกับของนกอินทรีงอกออกจากลำตัว

 

ในโลกแฟนตาซี พวกนี้จะถูกเรียกว่ามังกร ไม่ก็ไวเวิร์น

 

ขนาดของมันประมาณบ้านหนึ่งหลัง แต่มันอาจจะเป็นมังกรเด็กหรือไม่ก็ไวเวิร์น เพราะมันดูตัวเล็กและผอม

 

“โอ๊ะ ไวเวิร์นล่ะ!”

 

การได้เห็นตัวตนอันคลาสสิกเมื่ออยู่ในโลกแฟนตาซี ทำให้ชั้นเสียงดังขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

 

ชั้นมองไม่เ่ห็นหน้ามันเพราะมองจากด้านล่าง แต่ชั้นก็มีความสุขที่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่สุดยอดแบบนี้

 

ตอนที่มองไวเวิร์นบินห่างออกไป ทันใดนั้นมันก็หันกลับมา ลากเส้นโค้งขนาดใหญ่อยู่กลางอากาศ

 

เพราะว่าตอนนี้มันหันหน้ามาหาชั้น ทำให้ชั้นเห็นว่ามันมีเขาขนาดใหญ่ยื่นออกมาจากหน้ารูปสามเหลี่ยมที่เหมือนจิ้งจก

 

อืมม นั่นดูเหมือนไวเวิร์นจริงๆเลยแฮะ

 

“....หืมม?”

 

ชั้นรู้สึกว่าไวเวิร์นมันจะลดระดับความสูงลง และดวงตาสีเหลืองที่เหมือนกับงูนั่น กำลังจ้องมาทางนี้

 

รูม่านตาแนวตั้งมันเคลื่อนไปมา และหยุดอยู่ที่ชั้น

 

“อื๋ออ โอ๊ะ เวรล่ะ! แกเจอชั้นก็เลยหันกลับมางั้นหรอ! ถึงแกจะกินชั้นเข้าไป แต่ชั้นเป็นดูลลาฮาน เป็นอันเดดนะ ชั้นคงไม่อร่อยหรอก มั้ง?”

 

ชั้นกระตุกบังเหียนของมุราซากิ-เอ็นทันที พร้อมๆกับตบมุข

 

มันไม่ใช่เวลามัวกังวลเรื่องความสามารถในการขี่ม้าของชั้นแล้ว

 

ตามที่คิดไว้ ถ้าชั้นได้รับการโจมตีจากไวเวิร์น ถึงจะเป็นร่างนี้ก็คงจะบาดเจ็บแน่ๆ!

 

“วิ่งเร็ว! มุราซากิ-เอ็น! สุดชีวิตเลย!”

 

เมื่อชั้นตะโกนออกไป มุราซากิ-เอ็น ก็ส่องเสียง ฮี้~ ออกมาและพยายามยกขาขึ้น

 

“ไม่ใช่เวลามาทำอย่างนั้นนะเฟ้ย!”

 

ชั้นตบมุขไปอีกรอบ และตีมันเบาๆ




 

ผิดตรงไหนแจ้งได้นะครับ

(コシュタ・バワー , Koshta Bower  ชื่อเรียกม้าของดูลลาฮาน ม้าแห่งความตาย)

(黒い สีดำ )

(身体 ร่างกาย ตัว ลำตัว)

( 赤い แดง สีแดง )

(たてがみ แผงคอ)

(紫 สีม่วง)

(炎  ไฟ , เพลิง)

 



NEKOPOST.NET