[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 77 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.77 - ลุยดันเจี้ยนละลอกคลื่น 4


“ยิ่งไปกว่านั้น รียทำตัวให้แห้งจะดีกว่านะครับ”

“นั่นสินะ”

 

พอผมพูดจบ คุณเกรย์ก็ถอดเสื้อโค้ทออกมาแล้วเริ่มถอดชุดที่ใส่อยู่มาบิดน้ำออก

 

“......ทำไมไม่ทำให้แห้งด้วยเวทมนต์ล่ะครับ?”

 

เราสามารถใช้เวทในชีวิตประจำวัน 《Dry》แทนได้

เกือบทุกคนนั้นสามารถใช้เวทในชีวิตประจำวันได้แต่พวกเขาก็ไม่ใช้มัน

 

“เราไม่มีคนที่ใช้เวทนั้นได้น่ะ”

“นั่นสินะครับ...”

 

พวกเขาใช้ไม่ได้แฮะ ถ้าทำให้เสื้อผ้าแห้งนอกจากเวทในชีวิตประจำวันแล้ว ก็สามารถใช้เวทไฟไม่ก็เวทลมแทนได้นี่นา?

เหมือนว่าจะไม่ได้มีคนที่ใช้เวทธาตุได้ครบในทุกๆปาตี้แฮะ

ผมไม่อยากเห็นพวกเขาถอดด้วยสิ เฮ่อ...

 

“งั้นอยู่นิ่งๆนะครับ ---《Dry》”

“หืม? โอ้ ขอบใจมาก”

“....ขอบใจ”

“สุดยอดดด แห้งในพริบตาเลยยย”

 

มันไม่ได้ใช่พลังเวทอะไรเยอะ ผมเลยใช้เวทเป่าแห้งให้พวกเขาด้วย

แน่นอนว่าหลักๆเพราะผมไม่อยากเห็นภาพที่พวกเขาถอดกางเกงหรือกางเกงในออกมาบิดน้ำ....

แค่อเลนเห็นยังพอโอเค แต่ผมไม่มีทางให้เอเลน่าได้เห็นภาพอะไรแบบนั้นแน่ๆ

 

“ไม่ได้พบกันนานนะ ข้าชื่ออารอน ก็คิดอยู่ว่าทำไมพวกเกรย์ใช้เวลานานจริงๆ ที่แท้คุยกับนายอยู่นี่เอง ขอบคุณมากที่ช่วยเหลือตอนป่ากาย่า”

“ข้าชื่อเวอจิล แรนดี้มันต้องก่อเรื่องอะไรขึ้นอีกแน่ๆว่ามั้ย”

“คิดเหมือนกันเลย”

“คุณอารอน คุณเวอจิล อย่าพูดอะไรใจร้ายแบบนั้นสิครับ~”

 

แล้วคนสองคนที่มองเห็นพวกเราขึ้นมาจากน้ำก็เดินมาหาพวกเรา

พวกเขาเป็นสมาชิกของปาตี้ “ดาบคู่ทมิฬ” ที่ล่วงหน้าเข้ามาเป็นชุดแรก

คนผมสีบรอนซ์ชื่อคุณอารอน คนผมดำชื่อคุณเวอจิล

 

“ไม่ได้เจอกันนานนะครับ ผมชื่อทาคุมิครับ ขอโทษที่ทำให้พวกเขาเข้ามาช้าไปด้วยเลย”

“ไม่ต้องกังวล ไม่สายเท่าไรหรอกน่า”

 

คุณอารอนกับคุณเวอจิลได้สะเด็ดน้ำออกจากชุดเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังตัวชื้นๆอยู่

ผมเลยใช้《Dry》ให้พวกเขาด้วย

 

“โอ้ ขอบใจนะ”

“ช่วยได้เยอะเลย ถึงจะหยาบคายที่จะถามว่ามาที่นี่ทำไม แต่นายก็น่าจะมาพิชิตดันเจี้ยนสินะทาคุมิ? ไม่ใช่แค่เข้ามาเยี่ยมชมใช่มั้ยล่ะ?”

“ครับ เป้าหมายของผมก็คือมาพิชิตดันเจี้ยนนี่แหละครับ”

 

เยี่ยมชมงั้นเหรอ... บางคนมาเพื่อให้มีการบันทึกลงในบัตรกิลด์ว่าเข้ามาถึงในดันเจี้ยนแล้วก็พอใจ

เพราะบัตรกิลด์สามารถสะสมประวัติการลงดันเจี้ยนได้ ต่อให้ไม่ได้พิชิตมันก็ตาม

หลายๆคนก็มีแค่ประวัติ “ดันเจี้ยน “XXXX” ชั้น O/OO” มาเรียงในบัตรกิลด์ แต่ก็เอามันมาเพื่อโอ้อวดคนอื่นๆ

แน่นอนว่ามีคำร้องพวก “พาไปลงดันเจี้ยน XXXX ที” อยู่ในบอร์ดกิลด์ด้วย

แต่สำหรับคนพวกนั้นผมไม่เข้าใจเลยว่าจะมาเพื่อเก็บประวัติไปทำไมถ้าไม่คิดจะพิชิตมัน

 

“ใช่แล้วล่ะ มาดันเจี้ยนก็ต้องตั้งเป้าที่จะพิชิตมันอยู่แล้ว ใช่มั้ยล่ะ~”

 

พวกเราเป็นนักผจญภัย ก็ต้องออกผจญภัยสิ!!

 

“ไหนๆพวกเราก็มากันครบแล้ว ไปกันเลยดีมั้ย?”

“นั่นสิ ทาคุมิ พวกนายจะไปด้วยกันหรือเปล่า?”

 

พวกเขาอยากจะลุยกันเต็มที่แล้ว แต่คุณอารอนถามว่าพวกเราอยากไปกับพวกเขาหรือเปล่า

แน่นอนว่าสมาชิกคนอื่นๆก็พยักหน้าตกลงไม่มีใคร ปฏิเสธ แต่....

 

“เอ่อ... ขอโทษครับ พวกเราจะไปทางนี้น่ะ”

 

ผมพูดพร้อมกับชี้ไปทางเครื่องมือเคลื่อนย้าย

แน่นอนว่าการไปพิชิตพร้อมๆกันมันคงสนุก แต่พวกเราอยากไปต่อที่ชั้น 11 มากกว่า

 

“””””เอ๋!!??”””””

 

คุณเกรย์กับคนอื่นๆร้องตกใจออกมาเสียงดัง

แล้วยังมีนักผจญภัยคนอื่นๆที่ได้ยินเราพูด พวกนั้นก็ตะโกนตกใจขึ้นมาเหมือนกัน

ไม่ใช่ว่านี่ก็นานเป็นสัปดาห์แล้วตั้งแต่ดันเจี้ยนเปิดให้ลงอย่างเป็นทางการงั้นเหรอ?

ผมไม่รู้วันที่แน่นอนเท่าไร แต่ก็น่าจะประมาณ 3 วันหลังจากส่งทีมสำรวจมานี่นา?

เพราะพวกเขาตกใจที่ผมจะใช้เครื่องมือเคลื่อนย้ายกันมากเกินไปหน่อย

หรือจะหมายความว่ายังไม่มีใครลงไปถึงชั้น 10 เลยงั้นเหรอเนี่ย

 

“อ๊ะ!! ข้าได้ยิมมาว่าคนที่คนพบดันเจี้ยนเลี้ยงเด็กอยู่ด้วย”

“หรือจะหมายความว่า!!”

“ต้องเป็นหมอนั่นแน่ๆเลย”

“ถ้าเขาจะใช้เครื่องมือเครื่องย้าย หมายความว่าเขาลงไปถึงชั้น 10 แล้วงั้นเรอะ?”

“ไม่ใช่แค่โซโล่ แต่ยังพาเด็กๆลงไปได้ถึงชั้น 10 ด้วยเนี่ยนะ? นี่ไม่ใช่ดันเจี้ยนระดับต่ำนะเฟ้ย นี่มันดันเจี้ยนระดับกลาง มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยนะ”

 

ผมได้ยินคนรอบๆคุยกันเสียงดัง เป็นไปตามคาดว่าต้องมีข่าวที่ผมเป็นคนค้นพบดันเจี้ยนหลุดออกไป

ก็ตอนนั้นมันฉุกละหุกนี่นะ ช่วยไม่ได้หรอก~

 

“เอ๋ ทาคุมิเป็นคนค้นพบดันเจี้ยนงั้นเหรอ?”

“เอาจริงดิ?”

“เอาจริงจริงดิ?”

“....ครับ ก็นะ”

 

เหมือนว่าคุณเกรย์กับคนอื่นจะไม่รู้เรื่องนี้แฮะ....

 

“ตกใจสุดๆไปเลยล่ะ แต่ยังไงข้าก็ว่าเป็นเรื่องจริงนั่นแหละ สมเป็นทาคุมิจริงๆ”

“””ใช่เลยๆ”””

“ครับ”

 

พวกเขายอมรับกันได้อย่างง่ายๆ หลังจากนั้นคุณเกรย์กับปาตี้ก็แยกไปลุยตามทางของพวกเขา

พวกเราสัญญาว่าถ้าเจอกันในเมืองจะไปกินอาหารด้วยกัน แล้วพวกผมก็ตรงไปที่เครื่องมือเคลื่อนย้าย

 

“งั้นอเลน เอเลน่า แตะที่คริสตัลเลย”

“”คร้าบ(ค่า)””

 

◇ ◇ ◇

 

พวกเราที่ถูกเคลื่อนย้ายมายังชั้นที่ 10 ก็มุ่งลงไปยังชั้นที่ 11 ต่อเลย

ลักษณะของชั้น 11 นั้นเหมือนกับชั้นก่อนๆแต่ไม่มีทางน้ำพาดอยู่ตรงกลางทางแล้ว

ชั้นนี้ทางเดินจมอยู่ในน้ำเลยแต่ระดับน้ำก็ไม่ได้สูงเท่าไร ประมาณข้อเท้าผมได้

ทางเดินบังคับให้พวกเราเดินลุยน้ำไปเลย

 

“อเลน เอเลน่า โอเคกันหรือเปล่า?”

“”สบายๆ~””

 

ทั้งสองคนกระโดดเล่นกันบนผิวน้ำจนน้ำสาดกระเด็น

ความลึกเพียงแค่นี้ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเด็กแน่นอน

แต่ผมต้องคิดถึงสถานการณ์ที่น้ำจะลึกมากกว่านี้ไว้ล่วงหน้าจะดีกว่า

 

“ถ้าเหนื่อยให้บอกพี่ทันทีนะ เข้าใจมั้ย?”

“”คร้าบ(ค่า)””

 

ผมคิดว่าการเดินผ่านน้ำนั้นจะกินแรงมากกว่าปกติ ผมเลยเตือนพวกเขาไว้ก่อน

เมื่อพร้อมแล้วเราก็เริ่มออกเดินทางกัน

 

“”ไม่มีอะไรเลย~ เฮ่อ~””

“นั่นสินะ....”

 

ขณะที่เด็กๆกำลังคึกอยู่ แต่พวกเราก็ไม่เจอมอนสเตอร์ซักตัว

แต่ก็เจอกับดักอยู่ตามทางประปราย พวกเราเลยเดินหลบกับดักไปเรื่อยๆ....

 

“”อ๊ะ””

 

อเลนกับเอเลน่าส่งเสียงออกมาแล้ววิ่งลุยน้ำกันไปจนน้ำกระจาย

เมื่อผมรีบตามไปก็เจอ Water Lizard 5 ตัวอยู่ตรงที่ทั้งสองคนวิ่งไป

 

“”โท้~!!””

“”ช่า----“”

 

อเลนกับเอเลน่าวิ่งแล้วกระโดดเหยียบลงบน Water Lizard สองตัวที่กำลังคลานอยู่บนพื้น

 

“”《Water Needle》””

 

ทั้งสองคนเปลี่ยนรูปร่างของน้ำที่กระเด็นขึ้นมาเป็นเวทมนต์แล้วยิงไปที่ Water Lizard ที่เหลือ

มันกลายเป็นของดรอปในทันที มีหนังกับเขี้ยวลอยอยู่บนผิวน้ำตรงที่มันเคยอยู่

 

“”เรียบร้อยแล้ว~!!””

 

อเลนกับเอเลน่าเก็บของดรอปแล้ววิ่งมาหาผมอย่างร่าเริง

 

“ขอบใจมากจ้า~ แล้วเราจะไปทางไหนกันดีล่ะ?”

“”อุนิ้ว?””

“ก็เมื้อกี้ทั้งสองคนวิ่งเลี้ยวซ้ายมาทางนี้ไง จำได้หรือเปล่า?”

 

ทั้งสองคนวิ่งมาหาพวก Water Lizard ทันทีที่สัมผัสได้ แต่คงไม่ได้สังเกตว่าวิ่งผ่านทางแยกมาด้วยสินะ

พวกเขาวิ่งมาทางนี้เพราะจับสัมผัสของมอนสเตอร์ได้ ผมเลยลองถามทั้งสองคนพร้อมกับลูบหัวไปด้วย

 

““เอะแฮะๆๆ~””

 

อเลนกับเอเลน่าหลบคำถามด้วยกันเอาหัวมาดันมือผมที่กำลังลูบอยู่แล้วหัวเราะแก้ตัว มันน่ารักเกินไปแล้วนะ

 

“แล้วเอายังไงดีล่ะ? ไปทางนี้กันต่อ? หรือจะย้อนกลับไปอีกทางดี?”

“”อืม~ม””

 

เราไม่จำเป็นต้องไปทางที่ใกล้ที่สุด ผมเลยไม่ได้กังวลอะไร

แต่ผมก็อยากให้ทั้งสองเลือกทางที่อยากไปกันเอง

 

“ทางนี้~”

“ไปกันเลย~”

“งั้นก็ไปต่อเลยนะ ไปกันถอะ”

“”อื้ม!!””

 

สรุปว่าเราจะไปต่อทางที่เรามา แต่เดินมาได้ไม่ทันไรเราก็เจอทางลงชั้นถัดไปซะแล้ว

ลงมาชั้น 12 ได้ไม่นานก็เจอทางลงชั้นต่อไปอีกครั้งหนึ่ง

พอมาถึงชั้น 13 พวกเราก็ได้พบกับสถานที่ที่ไม่มีน้ำท่วมอยู่ เราจึงหยุดพักกันตรงนี้ก่อน

นี่ก็เร็วไปที่จะนอนเลย แต่ถ้าลุยต่อก็จะเจอแต่พื้นที่ที่มีน้ำ ดังนั้นพักได้ก็ควรพัก

แน่นอนว่าต่อให้ลุยน้ำพวกเราก็ไม่เปียกซักนิด ต้องขอบคุณกำไลนางเงือกนี่แหละ

แต่จะให้นอนโดยที่ตัวจมอยู่ในน้ำมันก็นะ....

ดังนั้นผมจึงตัดสินใจที่จะพักกินข้าวที่นี่แล้วนอนกันเร็วกว่าปกติหน่อยก็แล้วกัน




NEKOPOST.NET