[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 76 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.76 - ดันเจี้ยนละลอกคลื่น – กลับไปลุยต่อ


เมื่อเราได้พักกันมาระยะหนึ่งแล้ว เราจึงมุ่งหน้าไปที่ชาดหาดเพื่อที่จะไปพิชิตดันเจี้ยนละลอกคลื่นที่พวกเราได้เคยไป

ต่อให้นี่เป็นช่วงเช้าตรู่ แต่ก็มีกลุ่มนักผจญภัยเริ่มมากันที่ชายหาดแล้ว

นักผจญภัยพวกนี้สนใจดันเจี้ยนที่พึ่งค้นพบขึ้นมา และพยายามที่จะพิชิตให้ได้เป็นกลุ่มแรก

แน่นอนว่าดันเจี้ยนนี้ยังไม่มีใครได้เข้าไปลุยเลย จึงทำให้มีโอกาสที่จะเจอหีบสมบัติและห้องลับมากกว่าดันเจี้ยนอื่นๆ

มันเป็นเป้าหมายที่อาจทำให้คุณรวยได้อย่างรวดเร็ว

หลายๆคนกำลังมองไปยังทางเข้าและสำรวจทางน้ำที่ยาวกว่า 50 เมตร

 

“ขอโทษครับ ขอผ่านไปหน่อยนะครับ?”

“โอ้ ขอโทษที...อ๊ะ!!”

 

ผมคุยกับนักผจญภัยที่ใส่เสื้อคลุมสีดำที่กำลังไปยังทางเข้าเพื่อขอทางไปยังทางเข้า

แต่เขาก็หันมาส่งเสียงตกใจเมื่อเจอหน้าผม รู้สึกคุ้นๆจังเลยแฮะ

 

“เอ่อ ถ้าจำไม่ผิด....... ทาคุมิ!!”

“ครับ ผมเอง ไม่ได้เจอกันนานนะครับ เอ่อ...”

“ถ้าจำไม่ผิดข้ายังไม่ได้แนะนำตัวเองเลยสินะ ข้าคือหัวหน้าของปาตี้ “ดาบคู่ทมิฬ” เกรย์”

“ผมทาคุมิครับ เด็กสองคนนี้ชื่ออเลนกับเอเลน่าครับ”

 

ใช่แล้วนี่คือกลุ่มสมาชิกของ “ดาบคู่ทมิฬ” ที่ไปทำเควสที่ป่ากาย่าด้วยกัน

เขาเป็นผู้ชายหล่อเหลาที่มีผมสีบรอนซ์ ตอนนี้เขาไม่ได้ใส่พวกเครื่องป้องกันเพราะต้องว่ายในทะเล

แต่ถ้าผมจำไม่ผิด คุณเกรย์นั้นใช้ดาบแบบญี่ปุ่นนี่นา เขาเก็บไว้ในกระเป๋าเวทมนต์หรือไงนะ?

แต่ก็นะ เขากำลังจะว่ายน้ำทั้งดาบและเกราะก็คงเป็นเครื่องถ่วงพอดูเลยล่ะ

เพราะว่าผมไม่เคยพกอาวุธหรือใส่เกราะอยู่แล้ว ผมจึงไม่ได้แอะใจอะไร

 

“ไม่ได้เจอกันนานนะ ขอบคุณมากที่ช่วยเหลือตอนอยู่ที่ชิริน”

“ไม่เป็นไรครับ แล้วอาการบาดเจ็บล่ะครับ?”

“หลังจากนั้นได้รับการดูแลรักษาจากกลุ่มอัศวินอย่างดีเลยล่ะ มันเลยไม่ได้บาดเจ็บหนักเท่าไร หลังจากนั้นไม่นานก็กลับเป็นปกติแล้ว”

 

พวกเขาถูกโจมตีจากฝูง Bloody Wolf ในระหว่างการสำรวจ แต่เหมือนว่าจะเป็นปกติดีแล้ว

หลังจากนั้นเขาก็รับคำร้องคุ้มกันจากเมืองชิรินมายังเมืองไบเล่นี้ พวกเขาพึ่งมาถึงได้ไม่กี่วันนี้เอง

ว่าไปก็ใช้เวลานานเหมือนกันแฮะสำหรับการเดินทาง

พวกผมนั้นออกมาจากเมืองชิรินหลังพวกเขา แต่มาถึงเมืองไบเล่ก่อน นี่เป็นความดีความชอบของจูลกับฟีทเลย

 

“ถ้าจำไม่ผิดพวกคุณมีสมาชิกกลุ่ม 5 คนนี่ครับ? คนอื่นๆไปไหนเหรอครับ?”

 

ผมเห็นยืนอยู่กันแค่ 2คนเท่านั้นรวมคุณเกรย์ ถ้าสมาชิกของพวกเขาไม่ได้เปลี่ยนไปจากตอนทำเควสสำรวจกวาดล้าง พวกเขาก็หายไปสามคน

 

“พวกนั้นกำลังเข้าไปในดันเจี้ยนน่ะ”

“อ๊ะ งั้นแหรอครับ?”

“แล้วการที่นายมาก็แปลว่าจะเข้าดันเจี้ยนด้วยเหมือนกันสินะ?”

“ครับ ใช่แล้ว”

“นายก็ยังเป็นพี่เลี้ยงเด็กเหมือนเดิมเลยนะ เฮ่อ แต่นี่ก็เป็นแค่ดันเจี้ยนระดับกลางด้วย ยังไงก็ปลอดภัยกว่าในป่ากาย่าด้วยสิ”

 

เพราะว่าคุณเกรย์รู้ว่าผมพาเด็กๆไปด้วแม้ตอนไปป่ากาย่า เขาจึงยอมรับได้ง่ายๆ

 

“กลับมาแล้วครับ~....เฮ่อ เอ๋!!?”

 

เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลที่อายุพอๆกับผมโผล่มาจากทะเลแล้วชี้มาที่พวกผม

เขานั้นเป็นหนึ่งในสมาชิกของ “ดาบคู่ทมิฬ” ที่ผมไม่เห็น

 

“แรนดี้ อย่าเสียมารยาทน่า”

“อ๊ะ ขอโทษครับ ว่าแต่ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้กันล่ะ?”

“พวกเรามาพิชิตดันเจี้ยนน่ะครับ”

“เอาจริงดิ? เอาเด็กๆไปด้วยเหมือนเดิมเนี่ยนะ?”

 

แรนดี้คุง... ดูจากนิสัยแล้วเรียกอย่างนี้เหมาะกว่าจริงๆแฮะ

หลังจากจ้องไปที่อเลนกับเอเลน่า เขาก็ยกมือกะจะลูบหัวของทั้งสองคน

แต่ทั้งสองคนวิ่งหนีมือของแรนดี้มาหลบอยู่ที่หลังผม

 

“อ๊ะ หนีไปแล้ว!!”

“แรนดี้... บอกแล้วไงว่าอย่าเสียมารยาท...”

“ไม่นะครับ ผมแค่ทำไปโดยไม่รู้ตัว!? ไม่ใช่ว่าคุณก็อยากลูบหัวหรือหยอกฝาแฝดเหมือนกันเหรอครับ?”

“ก็ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจหรอกนะ... แต่เด็กๆก็ไม่ใช่พวกที่ยอมลดความระมัดระวังตัวกับคนแปลกหน้าง่ายๆด้วย ใช่มั้ยล่ะ?”

 

เหมือนว่าเขาอยากจะลูบหัวอเลนกับเอเลน่า

แต่มันก็ทำให้อเลนกับเอเลน่าวิ่งหนีมา

 

“แต่ผมก็ไม่ใช่คนที่ดูเข้มงวดเหมือนคุณแบคนี่นา ผมนึกว่าจะโอเคซะอีก~”

 

คุณแบคเป็นหนึ่งในสมาชิกของ “ดาบคู่ทมิฬ” ที่กำลังยืนอยู่ด้านหลังของคุณเกรย์

เขาเป็นคนที่ดูเข้มงวดแข็งแกร่งมีผมสีน้ำตาลดำ

แน่นอนว่าหน้าตาของเขานั้น......ดูเข้มไปนิดหน่อย

ผมไม่รู่ว่าเขาเป็นคนเงียบขรึมหรือเปล่าเพราะตั้งแต่ผมมาเขายังไม่พูดเลยแม้แต่คำเดียว

แต่เขาหน้าจะเป็นคนที่ใช้โล่ใหญ่ของปาตี้ ถ้าจำไม่ผิดนะ

 

“....พวกเขาอาจจะติดเชื้อโง่จากนายได้ ดังนั้นอย่าไปจับเข้าล่ะ”

“คุณแบค~ นั่นโหดร้ายมากเลยนะครับ”

“....ก็เป็นความผิดของนาย”

 

อ๊ะ คุณแบคพูดแล้ว

ฮะๆๆๆ แถมยังตลกดีด้วยล่ะ

 

“ขอโทษด้วยนะ”

“ไม่เป็นไรครับ”

 

คุณเกรย์ขอโทษพวกผมอย่างเบาๆ

 

“พวกเราก็สนุกไม่น้อยเลยล่ะครับ แต่คุณจะไม่ไปที่ดันเจี้ยนแล้วเหรอครับ? ทั้งสองคนที่ล่วงหน้าไปก่อนจะเป็นห่วงเอานะครับ”

 

ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากคุย แต่ตอนนี้พวกเรากำลังลอยกันอยู่เหนือผิวทะเล

 

“โอ้ นั่นสินะ”

“งั้นไปกันเถอะ แบค แรนดี้ ส่งลมหายใจนางเงือกมาสิ”

“ครับ”

“ลมหายใจนางเงือก?”

“หืม? ทาคุมิไม่รู้จักลมหายใจนางเงือกงั้นเหรอ?”

“ครับ มันเป็นอุปกรณ์เวทเหรอครับ?”

“ใช่แล้วล่ะ”

 

เพราะแรนดี้ส่งอุปกรณ์มาให้ผมดู ผมจึงใช้ประเมินกับมัน

 

=====
【ลมหายใจนางเงทอก】
อุปกรณ์เวทที่บรรจุด้วยหินเวทลม สามารถผลิตฟองอากาศขึ้นมาได้

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับขนาดของหินเวทลมที่บรรจุ
=====

 

“ผมไม่รู้โครงสร้างของมันหรอกนะ แต่มันผลิตอากาศออกมาจากหินเวทลมน่ะ”

 

ใช่แล้วนี่เป็นอุปกรณ์เวทที่คุณเซดริกพูดถึง

มันเป็นอุปกรณ์เวทที่ต้องใส่ไว้ในปาก นี่มันถังออกซิเจนสินะ?

 

“อุปกรณ์ที่ใช้หินเวทมนต์ระกับต่ำสุดนั้นอยู่ได้ไม่กี่นาทีหรอกนะ แถมปัญหาคือค่าความทนทานของมันอีก แต่มันก็ดีที่หาได้ง่ายๆ ต้องขอบคุณเจ้าเมืองที่ช่วยผลิตเป็นจำนวนมากหลักจากที่ดันเจี้ยนได้ถูกค้นพบแล้ว”

 

โอ้!! สมเป็นคุณเซดริก เขาทำงานได้ดีจริงๆ

 

“แต่ถึงจะพูดแบบนั้น ก็ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะได้มันมา จึงต้องมาแบ่งคนเข้าไปในทางน้ำกันนี่แหละ”

 

ถึงจะเป็นรุ่นผลิตจำนวนมากแต่มันก็ยังเป็นอุปกรณ์เวทมนต์อยู่ดี

กลุ่มของคุณเกรย์นั้นได้มาแค่ 3 อัน จึงต้องใช้วิธีไปก่อน สามคน แล้วให้คนนึงนำกลับมาแล้วค่อยไปอีกรอบ

 

“ถ้าไม่รู้จักมันแล้วนายจะลงไปยังไงล่ะทาคุมิ? นายต้องรู้อยู่แล้วว่าถ้าจะเข้าดันเจี้ยนต้องว่ายผ่านทางน้ำเข้าไปนี่”

“รู้อยู่แล้วครับ แต่พวกเรามีอุปกรณ์อันอื่นอยู่แล้ว”

“ไม่น่าเชื่อ!! หรือว่าพวกนายจะมีกำไลนางเงือกกันงั้นเรอะ?”

“ใช่แล้วครับ”

 

เมื่อพูดถึงอุปกรณ์ที่ช่วยให้หายใจใต้น้ำได้ หรือ กำไลนางเงือกทำให้คุณเกรย์รู้ชื่อของมันทันที

และเขาเห็นว่าร่างกายพวกเราไม่ได้เปียกเลย เขาจึงรู้ในทันที ผมก็ตอบกลับไปอย่างชิวๆ

ถึงจะมีวิธีปกปิดและใช้วิธีอื่นว่ายเข้าไป แต่มันก็ไม่น่าทำถึงขนาดนั้นหรอก

 

“สุดยอดเลย ถ้านายมีกำไลนางเงือกของนี่ก็ไม่มีความจำเป็นซักนิดเลย”

“ใช่แล้วครับ ดังนั้นไปก่อนได้เลยครับ”

“โอ้ ขอโทษที่ขวางทาง งั้นพวกเราไปก่อนล่ะ”

“ครับ..... งั้นพวกเราก็ไปกันบ้างดีกว่าเนอะ”

“”อื้ม””

 

เมื่อคุณเกรย์กับพรรคพวกนำไปแล้ว พวกผมก็ตามหลังพวกเขาไปในทางน้ำสู่ดันเจี้ยน

เมื่อพวกเราว่ายมาสุดทาง ผมก็อุ้มอเลนกับเอเลน่าขึ้นบนฝั่งก่อน แล้วค่อยขึ้นจากน้ำตามไป

 

“โอ้~ สุดยอดดดด~ พวกนายไม่เปียกเลยซักนิด!!”

 

แรนดี้ที่มาถึงก่อนพูอย่างชื่นชม เพราะเขาสังเกตว่าพวกผมไม่เปียกเลย

 

“โอ้~!!”

 

แรนดี้ที่ตัวเปียกๆได้เริ่มวิ่งไล่จับอเลนกับเอเลน่า

 

“”อุกิ้ว~””

 

อเลนกับเอเลน่าก็หนีในทันที แต่เพราะเสียงร้องของทั้งสองคนไม่ได้รังเกียจหรือไม่ชอบ ผมจึงมองอย่างเงียบๆ

 

“รอก่อน รอด้วยสิ – อ็อก!!”

 

แต่ก็ไม่ได้นานเท่าไร

 

“คุณ~แบค~ ทำอะไรน่ะคร้าบ~”

“.....เงียบซะ”

 

เมื่อพวกเขาวิ่งผ่านหน้าคุณแบค คุณแบคก็ทุบกำปั้นลงบนหัวของแรนดี้ทันที

 

“ยินดีต้อนรับกลับจ้า~”

“”กลับมาแล้ว~””

 

อเลนกับเอเลน่าที่มีโอกาสก็วิ่งกลับมาสู่อ้อมกอดผม

 

“ทาคุมิ ขอโทษแทนเจ้าบ้านี่ด้วยนะ”

 

คุณเกรย์มาขอโทษจากการกระทำของแรนดี้อีกครั้งหนึ่ง

เขามาขอโทษมากไปแล้วนะเนี่ย

 

“ไม่เป็นไรครับ เด็กๆก็ดูสนุกดีด้วย ดังนั้นไม่เป็นหรอก ใช่มั้ย?”

“”อื้ม สนุกมากเลย~””

“เห็นมั้ยครับ เด็กๆก็สนุกด้วย.....”

“หืม?”

“ถ้าพวกเด็กๆเอาจริงพวกคุณก็ต้องระวังหน่อยล่ะครับ... ผมหมายความว่าถ้าทำเกินไปเด็กๆก็จะตอบโต้น่ะครับ....”

 

ถ้าคุณเล่นนิดๆหน่อยมันก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเล่นมากเกินไป คุณอาจจบแบบนักผจญภัยที่มาหาเรื่องพวกเราในเมืองชิรินก็เป็นได้...

แรนดี้หน้าซีดทันทีหลังฟังที่ผมพูดจบ

 

“.....เด็กๆจะเตะผมบินเหมือน Bloody Wolf เหรอ.....?”

“แรนดี้.... โชคดีที่ยังรอดมาได้นะ.....”

“....ผมก็ว่างั้น”

 

เหมือนว่าพวกเขาจะนึกถึงภาพที่อเลนกับเอเลน่าเตะ Bloody Wolf จนลอย

ไม่สิ เด็กๆคงไม่ตอบโต้ไปด้วยแรงขนาดนั้นหรอก....มั้ง

อื้ม ทั้งสองคนต้องออมมือให้แน่ๆ

....จะว่าไปแล้ว นักปจญภัยที่มาหาเรื่องผมในเมืองชิรินยังอยู่ดีมั้ยนะ?

เด็กๆอาจจะเตะขวานเข้าไปที่หัวเขาเต็มๆด้วยถ้าผมห้ามไม่ทัน....

แต่ยังไงก็คงไม่เหมือนตอนนั้นหรอก.....นะ?




NEKOPOST.NET