[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 73 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.73 - เชื่อใจ


ผ่านไปหลายนาทีกว่าคุณเซดริกจะทำใจได้ ผมได้ยินเสียงของเขาพึมพำว่า “ก็สมเป็นคุณทาคุมิ...” ด้วยล่ะ

มันเป็นเสียงที่เบามากจนคนทั่วไปไม่ได้ยินหรอก แต่ผมได้ยินเพราะสัมผัสของผมมันดีกว่าคนทั่วไป

....แล้วยังยอมรับได้ง่ายๆเพราะสาเหตุ “สมเป็นผม” เลยเนี่ยนะ...

ผมอยากจะตบมุกนั่นจริงๆที่เขาคิดว่าผมถูกจัดว่าไม่ใช่คนทั่วไปซะงั้น... ยุ่งยากจริงๆ

ก่อนอื่นก็ปล่อยเรื่องที่เขากำลังพึมพำไปละกัน

 

“เฟนริล เสือสวรรค์ .....แล้วยังราชาสิงโตสีชาดกับเหยี่ยวสายฟ้า... ถึงข้าจะถามเองก็เถอะ แต่คิดดีแล้วเหรอที่บอกเรื่องนี้น่ะ?”

“ผมไม่ได้คิดจะเก็บเป็นความลับอยู่แล้วล่ะครับ”

 

ผมเชื่อใจในการมองคนของอเลนกับเอเลน่า

ถ้าเด็กๆแนะนำตัวจูลกับฟีทด้วยตัวเอง หมายความว่าเด็กๆไว้ใจคุณเซดริก

ผมหมายถึงเด็กๆจะไม่คุยกับคนที่ไม่คุ้นเคยเลยซักคำ นั่นคือพวกเขาจะเงียบอย่างเดียว

ถ้าคุ้นเคยขึ้นมาหน่อยก็จะตอบรับคำทักทาย แต่ถ้าตอบบทสนทนาก็หมายถึงเชื่อใจแล้ว

 

『คนที่อเลนกับเอเลน่าเชื่อใจ』=『คนที่ไม่มีภัยกับพวกเรา และอาจจะมีประโยชน์ร่วมกันได้』

ผมมีสมการในใจแบบนี้แหละ

 

“แต่ยังไงผมก็อยากให้ไม่พูดให้คนอื่นฟังด้วยนะครับ ถ้าเป็นไปได้”

“ไม่ล่ะ ไม่พูดอยู่แล้ว!! นี่ไม่ใช่ข้อมูลที่จะเอาไปพูดให้คนอื่นฟังอยู่แล้วล่ะ”

“ฮะๆๆ งั้นก็ไม่เป็นไรครับ”

 

อืม เพราะเขาตอบกลับมาอย่างมั่นใจในทันที คุณเซดริกเป็นคนที่ใจดีจริงๆ

 

หลังจากนั้น ผมก็อธิบายรายละเอียดที่ได้เจอกับพวกโจรและตอนที่ไปถล่มรังโจรให้คุณเซดริกฟัง พวกเราพูดกันเหมือนเป็นหัวเรื่องเบาๆ และก็จบได้อย่างรวดเร็ว

หลังจากคุยเรื่องโจรจบ ผมก็มาคุยเรื่องขนมปังตามที่สัญญาไว้

 

“ของที่อยู่ด้านในขนมปังไส้ปลานายผสมอะไรเข้าไปงั้นเหรอ?”

“อ่อ พูดถึงมายองเนสสินะครับ?”

“มายองเนสงั้นเหรอ?”

 

ในหมู่ขนมปังแบบใหม่ที่เอามาให้คุณเซดริกชิม เขาชอบขนมปังทูน่ามายองเนสที่สุด

แต่สิ่งที่เขาสนใจจริงๆไม่ทูน่า แต่เป็นมายองเนสที่ผสมอยู่

อาหารที่มำจากทูน่านั้นเคยมีมาก่อนแล้ว ถึงผมจะไม่เคยกิน แต่เขาก็คงจะรู้จักมัน

 

ตากแห้ง, โรยเกลือ, สับละเอียด, สับผสมในน้ำมัน... เพราะอาหารในโลกนี้มีวิธีทำอยู่น้อย จึงเป็นเรื่องปกติทีจะแปลกใจ

และยังมีเทคนิคอื่นๆในการเตรียมวัตถุดิบอย่างการรมควันหรือการทำชีสอีกด้วย

แต่พวกเขาก็ทำแค่นั้นแล้วนำไปกินเลยไม่ได้นำไปประกอบอาหารต่อ จึงทำให้การพัฒนาด้านอาหารไม่คืบหน้าเท่าไร

และเพราะอย่างนี้จึงทำให้การทำอาหารไม่พัฒนามาเป็นร้อยปีแล้ว...

 

“ครับ นำน้ำส้มสายชูมาใส่ลงในไข่แดง ผสมกับน้ำมันแล้วในเครื่อปรุงรสเล็กน้อย มันสามารถเอาไว้กินกับผักสดๆ หรือใช้เป็นซอสของอาหารได้ด้วยครับ”

 

ผมเห็นสายตาเป็นประกายของคุณเซดริกเลย

อืม ผมเข้าใจว่าเขาอยากจะพูดอะไรโดยไม่ต้องฟังเลย...

 

“ไว้ผมจะสอนให้หัวหน้าพ่อครัวแล้วกันนะครับ”

“ขอบคุณมาก!!”

 

ผมบอกว่าจะสอนสูตรการทำให้ตระกูลริสเนอร์ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากขอออกมา

แล้วผมขอให้เขาบอกข้อมูลดังกล่าวให้กับแผนกอาหารของกิลด์ช่างฝีมือด้วย

เมื่อคุณเซดริกไม่รู้จักมัน ก็หมายความว่ายังไม่เคยมีมายองเนสในเอเทลเดียมาก่อน

ผมมั่นใจว่าถ้ามันถูกเผยแพร่ออกไปจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะถ้าในอนาคตตอนผมกินจนหมดผมจะได้หาซื้อได้ง่ายๆหน่อย

ถ้าเป็นไปตามที่ผมคาด ผมหวังว่าจะมีคนทำออกมาขายในเร็วๆนี้ จะได้ไม่ต้องมาทำเอง

อ๊ะ แต่เพราะมันต้องใช้ไข่สดทำ เตือนเรื่องวันหมดอายุของมันไว้ด้วยก็ดีแฮะ

แล้วก็เรื่องที่ไม่ควรกินเยอะจนเกินไป...

 

“อ๊ะ ใช่แล้วๆ คุณทาคุมิ ดูเหมือนเรื่องวัตถุดิบของเครื่องเทศแกงกะหรี่จะไม่มีปัญหานะ คุยเกี่ยวกับเรื่องนี้กันต่อได้มั้ย?”

“ได้สิครับ เชิญเลย”

 

อืม ดูเหมือนปริมาณของสมุนไพรจะไม่มีปัญหาแฮะ

 

“ข้าคิดจะนำเรื่องนี้ไปเสนอกับกลุ่มการค้าฟิจิเพราะพวกเขารู้จักคุณดี และในเมื่อเขายังติดหนี้คุณอยู่ เรื่องเงื่อนไขที่จะตกลงกันก็คงจะยืดหยุ่นได้พอควรเลย”

 

ชัดเจนว่า เขาจะแบ่งยอดขายเครื่องเทศให้กับผมตามจำนวนที่ขายได้ ไม่ใช่แค่ซื้อสูตรไป

และเพราะคุณเซดริกเป็นผู้ที่จะไปเจรจาแท้ๆ ทำไมผมคิดว่าเขาไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยนะ?

 

“ผมได้เป็นเงินปันผลสินะครับ แล้วคุณเซดริกได้อะไรเหรอครับ?”

“ข้าเหรอ? ทำไมล่ะ?”

“เอ๋? คุณเซดริกก็น่าจะได้ค่าตอบแทนด้วยสิครับ? คุณเป็นคนที่คิดจะจำหน่ายเครื่องเทศทำแกงกะหรี่ แล้วยังเป็นคนที่ไปสำรวจปริมาณของสมุนไพรอีก อีกทั้งยังต้องไปเจรจาในอนาคตต่อไปด้วย ผมไม่ได้ทำอะไรนอกจากคิดสูตรเลยนะครับ?”

 

ถึงผมจะเป็นคนที่ทำสูตรแกงกะหรี่นี้ขึ้นมาก็เถอะ แต่ผมก็ทำเพียงแค่นั้น

ส่วนคุณเซดริกต้องเสียเวลาในเรื่องต่างๆไปมากกว่าที่ผมทดลองผสมเครื่องเทศแน่ๆ

แล้วถ้าจะขายเครื่องแกงกะหรี่ออกไป ก็ต้องทำยี่ห้อของสูตรอีก

เพราะมันยังไม่สมบูรณ์เท่าไร ผมคิดว่ามันยังพัฒนาไปได้อีกเยอะเลย

แค่นี้ผมก็คิดว่ายุ่งยากแล้ว... แค่คิดก็เหนื่อยแล้วแฮะ...

อ๊ะ แต่พ่อครัวของตระกูลริสเนอร์ก็ได้ลองทำแกงกะหรี่จากเครื่องแกงที่ผมให้ไปดูแล้วและยังค้นคว้าอีกว่าเอาไปกินคู่กับอะไรได้บ้าง

แน่นอนว่าแต่ละคนที่ซื้อไปก็จะมีแนวทางการพั?นาไม่เหมือนกัน...

และคนที่จะค้นพบสูตรเครื่องแกงของตัวเองก็น่าจะมีด้วย แต่นั่นเป็นเรื่องหลังจากเครื่องแกงจะขายไปได้ทั่วแล้ว...

แต่ก็นะ ปล่อยไปละกัน...

 

“ไม่หรอก ถ้าเป็นผลกำไรข้าได้มันมาแล้วล่ะ”

 

เอ๋? คุณเซดริกได้ไปแล้วงั้นเหรอ

 

“เมื่อเครื่องแกงนี่ขายไปจนทั่ว แหล่งที่เป็นต้นกำเนิดก็ได้กำไรพอแล้ว และแน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ข้าได้รูจักกับคุณทาคุมินั่นแหละคือกำไรที่ดีที่สุดสำหรับข้า รับส่วนแบ่งนี้ไปโดยไม่ต้องคิดมากจะดีกว่านะ”

“.....”

 

การที่ได้รู้จักกับผมนั้นเป็นกำไรงั้นเหรอ เฮ่อ...

เพราะผมเป็นนักผจญภัยแรงค์ A สามารถหาวัตถุดิบจากมอนสเตอร์หายากมาได้เหรอ? ....ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นผมนี่นา

ยังมีนักผจญภัยแรงค์ A คนอื่นๆอีก หรือจะเป็นเรื่องที่ผมจัดการโจรได้อย่างรวดเร็วกันนะ? แต่มันก็แค่บังเอิญเจอเท่านั้นเอง

หรือจะเรื่องที่ผมมีอสูรรับใช้เป็นมอนสเตอร์แรงค์ S? แต่มันก็ไม่น่าช่เหตุผลนี้

เอาจริงๆ ผมคิดว่าผมไม่ได้มีประโยชน์อะไรเท่าไรหรอกนะ...

 

“คุๆๆ แปลกใจใช่มั้ยล่ะ”

 

คุณเซดริกหัวเราะผมด้วยเหตุผลบางอย่าง ผมทำหน้าตาบูดบึ้งออกมาหรือเปล่านะ...

ถึงมันจะรับได้ แต่ก็ยากสำหรับผมที่จะยอมรับผลประโยชน์ฝ่ายเดียวแบบนี้

 

“ถ้าอย่างงั้นคุณทาคุมิ ช่วยทำของที่เรียกว่า “เฟรนช์โทส” ให้ข้ากินแทนในเรื่องที่ข้าลงแรงไปได้หรือเปล่าล่ะ?”

“เฟรนช์โทสเหรอครับ?”

 

ผมไม่คิดว่าจะมีชื่ออาหารที่ไม่เคยทำออกมาจากปากของเขานะเนี่ย

 

“ข้าได้ยินเรื่องอาหารจานโปรดของอเลนคุงกับเอเลน่าจังมาจากทีโอดอร์กับลาทิสน่ะ”

 

อ่า มันทำให้ผมนึกออกว่ามีหัวข้อขนมปังที่ชอบที่สุดมาคุยกับระหว่างพวกเด็กๆนี่นา

ทีโอดอร์คุงกับลาทิสคุงเอาไปเล่าให้คุณเซดริกฟังด้วยงั้นเหรอ เฮ่อ...

เข้าใจละ การที่ได้กินอาหารของผม แล้วยังได้ผมสอนมาแนะนำให้นี่คงเป็นคุฯค่าของผมสินะ

ต่อให้ผมคิดว่า “มันก็แค่เรื่องอาหาร” แต่คุณค่าของมันนั้นเหมือนจะเกินที่คาดไว้เหมือนตอนอยู่ที่ชิรินก็เหมือนกัน

 

“ได้ครับ ไว้ทำให้เป็นอาหารเช้าของวันพรุ่งนี้ก็แล้วกันนะครับ”

 

ถ้าแค่เฟรนช์โทสจะทำให้เขาดีใจ ผมก็จะทำให้แล้วกัน

 

“”ฟุเรนช์ โทสุ~””

 

เมื่อผมบอกว่าอาหารเช้าวันพรุ่งนี้คือเฟรนช์โทส

อเลนกับเอเลน่าที่นั่งอยู่ข้างๆผมก็ดีใจไปด้วย ทั้งสองคนชอบเฟรนช์โทสมากเลยสินะ

 

“บ๊อก!! 《พี่ชาย ผมก็อยากกินเหมือนกัน!》”

“เนี้ย~”

 

แล้วจูลกับฟีมก็ร้องขอด้วยเหมือนกัน ต่อให้ผมฟังออกแค่ที่จูลเทเลพาธีมาก็เถอะ

 

เช้าวันถัดมาผมเลยทำเฟรนช์โทสให้ตามสัญญา

แต่ข่าวลือที่ว่าผมจะทำอาหารแบบใหม่ออกมาก็แพร่ไปในหมู่คนรับใช้ของตระกูลริสเนอร์อีกแล้ว

พวกเขาจึงมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว อืม แล้วงานล่ะครับทุกคน...

บรรยากาศเหมือนตอนที่ผมทำแกงกะหรี่กลับมาอีกครั้ง ผมจึงสอนวิธีทำให้หัวหน้าพ่อครัว(พวกเขาขอร้องมา ผมเลยสอนให้) แล้วปล่อยที่เหลือให้เขาจัดการกันเอง

สำหรับครอบครัวริสเนอร์ผมใช้ขนมปังที่ผมทำเก็บเอาไว้ แต่คนรับใช้อื่นๆต้องใช้ขนมปังทั่วไป(ขนมปังก้อนกลม)มาทำ

ถึงมันจะแปลกที่ใช้ขนมปังกลมมาทำ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะชอบกันดี

มันถึงกับทำให้ครอบครัวริสเนอร์เอาเฟรนช์โทสเป็นอาหารประจำของตระกูลกันเลยทีเดียว....




NEKOPOST.NET