[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 64 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.64 - กลุ่มการค้าฟิจิ


กลุ่มการค้าฟิจิ เป็นกลุ่มการค้าที่อาจใหญ่เป็นอันดับ 1 หรือ 2 ของประเทศกาเดีย

กลุ่มการค้านี้เน้นการขายอาหารและวัตถุดิบจากมอนสเตอร์

โดยมีการทำการค้ากับร้านค้าปลีกมากมายหลายร้าน และแน่นอนว่ามีวัตถุดิบจากดันเจี้ยนขายด้วย

โดยที่สาขาใหญ่ของกลุ่มการค้าฟิจินั้นอยู่ที่เมืองหลวง แต่ก็มสาชาย่อยอยู่ตามเมืองต่างๆรวมทั้งเมืองไบเล่นี้ด้วย

 

“อาราอาร๊า ท่านริสเนอร์ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ทางร้านของฉันช่วยคะ ถึงขนาดมาด้วยตัวท่านเองเลย?”

 

หลังจากเดินตลาดเช้ากันเสร็จ ผมก็มายังกลุ่มการค้าฟิจิพร้อมๆกับคุณเซดริกและลูกๆ

พวกเรามาโดยไม่ได้นัดไว้ แต่เมื่อพวกเรามาถึงผู้จัดการสาขาก็ออกมาต้อนรับพวกเราทันที

ดูเหมือนว่าลูกจ้างของทางร้านจะจำคุณเซดริกได้ จึงรีบไปเรียกผู้จัดการมาหา

 

“ต้องขอโทษด้วยที่มาโดยกะทันหัน ข้ามาหาสิ่งที่เรียกว่าซอสถั่วเหลือง ข้าแนใจว่าที่ร้านนั้นจำหน่ายซอสถั่วเหลืองด้วยใช่หรือไม่?”

“โอยะ? ท่านริสเนอร์ก็ต้องการซอสถั่วเหลืองด้วยงั้นเหรอคะ? แน่นอนว่าเรามีจำหน่ายที่ร้านค่ะ”

 

ดูเหมือนว่าตอนนี้กลุ่มการค้าฟิจิจะมีการขายซอสถั่วเหลืองแล้ว

แล้วถ้าให้เดาจากการพูดของผู้จัดการ หมายความว่ามีคนอื่นมาหาซอสถั่วเหลืองเหมือนกัน

 

“เฮ่อโล่งอกไปที แน่นอนส่าตอนนี้ความต้องการมันก็คงมากขึ้นกว่าปกติสินะ?”

“ใช่แล้วค่ะ มันมีความต้องการอย่างมากตั้งแต่เมื่อ 2-3วันที่แล้ว ดูเหมือนว่าจะเป็นเพราะร้านอาหารข้างถนนที่ขายอยู่ในตลาดเช้านะคะ”

“โอ้รู้ด้วยงั้นเหรอ สมกับเป็นผู้จัดการสาขาของกลุ่มการค้าฟิจิเลย หาข้อมูลได้รวดเร็วมาก”

“แน่นอนค่ะ ข้อมูลนั้นเป็นสิ่งสำคัญของการค้าเลยนะคะ”

“ต้องบอกว่าน่าละอายใจจริงๆที่ข้าพึ่งได้รับรู้ถึงรสชาติของมันได้เมื่อไม่นานนี่เอง”

“ไม่หรอกค่ะ ซอสถั่วเหลืองนั้นเป็นสินค้าที่พึ่งได้ออกมาสู่สายตาประชาชนไม่นานนี้เอง เป็นเรื่องธรรมชาติที่ท่านจะไม่รู้จักมัน แน่นอนว่าตัวดิฉันก็เหมือนกัน เป็นถึงผู้จัดการแท้ๆแต่พึ่งมาสนใจมันได้ไม่นานนี้เอง”

 

คุณเซดริกกับผู้จัดการยิ้มให้แก่กัน แต่ฟังแล้วรู้สึกว่าเหน็บแนมกันพอควรเลย

แล้วยิ่งไอ้ “ฮ่าๆๆๆ” กับ “ฮุๆๆๆ” ที่หัวเราะกันออกมาหลังจากจบบทสนทนานั่นอีก....

หวังว่าผมคงจะคิดไปเองนะ

 

“แล้วท่านริสเนอร์มาที่ร้านเพื่อซื้อซอสถั่วเหลืองงั้นเหรอคะ?”

“อันนั้นก็ด้วย แต่ตอนนี้มีเรื่องอยากคุยด้วยน่ะ พอจะมีเวลามั้ย?”

“แน่นอนค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ชวนคุยตรงสถานที่แบบนี้ โปรดตามมายังห้องรับรองได้เลยค่ะ”

“อ้า ขอบคุณมาก ...เอ่อ คุณทาคุมิ”

“คะ ครับ”

 

เป็นเพราะผมกำลังคิดเรื่อยเปื่อยอยู่ จึงสะดุ้งเมื่อคุณเซดริกเรียกชื่อผม

 

“”ข้าจะไปคุยธุระกับผู้จัดการซักครู่ ต้องขอโทษด้วยนะ แต่...”

“ครับ ผมจะเดินดูสินค้าอยู่แถวนี้แหละครับ ไม่ต้องกังวลหรอกครับ”

 

เพราะผมไม่อยากตามไปยังห้องผู้จัดการด้วย ผมจึงรีบบอกคุณเซดริกว่าผมจะรออยู่แถวนี้ก่อนที่เขาจะพูดอะไรขึ้นมา

 

“อย่างงั้นเหรือ เข้าใจล่ะ งั้นข้าฝากลูกๆไว้ซักครู่แล้วกันนะ”

“ได้ครับ ไม่ต้องเป็นห่วง”

“ถ้าอย่างนั้น ก็ขอบคุณมาก”

 

หลังจากพูดจบ คุณเซดริกก็ตามผู้จัดการไปยังห้องรับรอง

ขณะที่ทั้งสองคนไปคุยธุระกัน ผมจึงขอให้พนักงานพาไปดูรอบๆร้าน

สถานที่ที่พวกเราถูกนำไปไม่ใช่หน้าร้านที่ให้ลูกค้าทั่วๆไปเข้ามาเลือกซื้อ แต่เป็นโกดังสอนค้าที่มีของทุกอย่างที่กลุ่มการค้าจำหน่ายอยู่

แน่นอนว่าของหลายๆอย่างนั้นไม่ได้ถูกนำไปแสดงไว้หน้าร้าน ดังนั้นจึงมีแต่ลูกค้าพิเศษเท่านั้นที่จะได้เข้ามายังที่นี่

การที่มากับเจ้าเมืองนั้นไม่ใช่คนธรรมดาอยู่แล้ว ผมจึงถูกนำมายังโกดังนี่

ผมอยากไปดูส่วนของวัตถุดิบจึงให้เขานำไปยังส่วนนั้น

ผมอยากรู้ว่าการที่พวกเขาไม่ได้นำสินค้าไปแสดงอยู่หน้าร้านทั้งหมด จะทำให้ผมเจอวัตถุดิบที่ผมยังไม่มีหรือเปล่า?

โดยเขาหันไปมองยังลูกๆของคุณเซดริกด้วย แต่ทั้งสองคนทำท่าสนใจเขาจึงพาไปพร้อมๆกันหมด

ดังนั้นพวกเราซึ่งมี ผม อเลน เอเลน่า รวมถึง ทีโอดอร์คุง ลาทิสคุง และคุณโจชัวจึงไปด้วยกันทั้งหมด

ส่วนผู้คุ้มกันอีกสองคนที่ตามมานั้นตามไปคุ้มครองคุณเซดริก

 

“”อ๊ะ!! อันโกะ~””

 

หลังจากพวกเรามาถึงยังโกดัง อเลนกับเอเลน่าก็เจอของที่ทั้งสองคนรู้จัก แต่...

 

“อเลน เอเลน่า นั่นคือถั่วแดงนะ”

“”ถั่วแดง~?””

“ใช่แล้ว อันโกะนั้นทำมาจากถั่วแดงที่เอาไปกวนให้หวาน”

 

อเลนกับเอเลน่าคิดว่านั่นเป็นถั่วแดงที่ผมใช้ทำไส้ถั่วแดงของอันปังที่ผมเรียกว่า “อันโกะ”

 

“”ถั่วแดง~ พอหวานๆ คือ อันโกะ~””

“อืม ใช่แล้วล่ะ”

 

แต่ก็ไม่ใช่ว่าพอเอาถั่วแดงไปทำขนมจะเรียกไส้ขนมว่าอันโกะทั้งหมดหรอกนะครับ... แต่เอาให้เข้าใจแค่นี้ไปก่อนแล้วกัน

 

“คุณทาคุมิครับ อะไรคือ “อันโกะ” เหรอครับ?”

 

ที่โอดอร์คุงได้ยินที่อเลนกับเอเลน่าแล้วสงสัยว่าอันโกะคืออะไร

 

“อืม... เธอเคยได้ยินเรื่องอันปังจากคุณพ่อแล้วหรือยังล่ะ?”

“อ๊ะ! เคยได้ยินครับ ขนมปังแบบใหม่ที่กำลังดังอยู่ใช่มั้ยครับ ผมได้ยินว่าอันปังกับครีมปังนั้นกินได้แค่ที่เมืองชิรินเท่านั้นเองนี่นา”

“อ้า.. ใช่แล้วล่ะ ไส้ขนมปังของอันปังที่เรียกว่าอันโกะนั้นทำมาจากถั่วแดงน่ะ”

“เอ๋!? อย่างงั้นเหรอครับ!?”

“มันสามารถทำเป็นอันปังได้เหรอเนี่ย?”

 

เมื่อได้ยินคำอธิบาย ทีโอดอร์คุงกับลาทิสคุงก็รู้สึกตกใจ

แต่คุณโจชัวกับพนักงานที่นำทางพวกเรามานั้นได้ทำหน้าตาตกใจเหมือนกัน

 

“เอ่อคุณทาคุมิครับ พูดตรงนี้จะดีเหรอครับ?”

“หืม?”

 

หืม? มีปัญหาอะไร....งั้นเหรอ?

ขณะที่ผมกำลังงง คุณโจชัวก็มองไปยังพนักงานที่พาเรามา

 

“อ๊ะ....”

 

ในที่สุดผมก็เข้าใจ ผมทำความลับเรื่องอันโกะแตกต่อหน้าพนักงานร้านนี่เอง

เอาจริงๆผมก็ไม่ใส่ใจว่าวิธีทำมันจะถูกเผยแพร่ไปหรอกนะ

แต่ผมก็ไม่รู้ว่าตระกูลลอเรนซ์กับตระกูลริสเนอร์จะคิดยังไง...

 

“อืม หลังจากนี้ผมจะไปสอนวิธีทำอันปังให้กับร้านที่แนะนำโดยคุณเซดริกละกันครับ แล้วถ้าร้านนั้นทำอันปังออกมาขาย เขาก็ต้องหาซื้อถั่วแดงด้วยสิ...”

“งั้นเรามาทำสัญญาการค้าไว้ก่อนแล้วกันครับ!!”

 

คุณโจชัวหันไปพูดกับพนักงงานที่ยืนอยู่

แน่นอนว่าเนื้อหาในสัญญาก็รวมถึงการเก็บความลับของวัตถุดิบด้วยใช่มั้ยนะ?

ต้องขอโทษคุณโจชัวจริงๆที่หางานไปเพิ่มให้ แต่ก็ฝากด้วยนะครับ

 

“ต้องขอโทษด้วยนะทีโอดอร์คุง ถ้าพี่พูดมากกว่านี้อาจจะทำให้เกิดเรื่องยุ่งยากกับคุณพ่อได้ ดังนั้นจะถามอะไรไว้ถามหลังจากกลับบ้านแล้วกันนะ ได้มั้ย?”

“ได้ครับ ขอบคุณครับ แต่แค่คิดว่าผมจะได้กินอันปังด้วย แค่นี้ผมก็พอใจแล้วครับ”

“ผมก็ตั้งหน้าตั้งตารอเลยครับ”

“อย่างนั้นเหรอ งั้นไว้จะทำให้อย่างสุดฝีมือเลยก็แล้วกันนะ”

“”ครับ!!””

 

ขณะที่คุณโจชัวกำลังคุยเรื่องสัญญา ผมก็มองไปรอบๆ

แถวๆนี้มีแต่วัตถุดิบประเภทถั่วแฮะ ทั้งถั่วแดง ถั่วดำ แล้วก็ของคล้ายๆถั่วเหลืองอย่าง “ถั่วกลม” ด้วย

แล้วยังมี ถั่วดอกไม้ ที่ผมไม่เคยเห็นอีกด้วย

 

“อ๊ะ นี่มัน....”

 

ผมเจอเมล็ดถั่วที่คุ้นๆอยู่ในขวดแก้ว

มันมีรูปร่างวงรีสีดำมีรอบแตกที่เม็ดขนาดพอๆกับนิ้วมือ

ถึงมันจะมีขนาดใหญ่กว่าของที่ผมรู้จัก ที่กลิ่นที่ลอยออกมานั้นเหมือนกันเลย

 

“โอ๊ะ คุณทาคุมิรู้จักถั่วคาฮีด้วยเหรอครับ?”

“ถั่ว.. คาฮี?”

 

พนักงานที่คุยกับคุณโจชัวเสร็จแล้วเดินเข้ามาบอกชื่อของถั่วที่ผมกำลังถืออยู่

คาฮี... อ๊ะ คาฮีงั้นเหรอ!? จากความรู้ที่ซิลฟ์ใส่มา มันเป็นถั่วที่ไม่เหมาะสำหรับกิน แต่เหมาะสำหรับเอาไปทำเป็นเครื่องดื่ม

ไม่ผิดแน่ นี่มันเมล็ดกาแฟนี่นา!!

 

“นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นของจริงครับ ถั่วนี่ถูกคั่วมาแล้วสินะครับ ถ้าเอาไปชงกับน้ำร้อนก็จะได้เครื่องดื่มสีดำใช่มั้ยครับ?”

“ใช่แล้วล่ะครับ”

 

กาแฟ!! เมล็ดกาแฟล่ะ!!

ในที่สุดผมก็เจอกาแฟแล้ว

 

“สำหรับถั่วคาฮีนี้เป็นสินค้าฟุ่มเฟือยในดินอดนของตระกูลริสเนอร์เลยนะครับ แล้วคนในประเทศของเราก็ไม่คุ้นเคยกับมันด้วย แต่มันก็เป็นที่นิยมในหมู่ขุนนางนะครับ ผมตกใจเลยที่คุณทาคุมิก็รู้จักมันด้วย”

“ก็นะครับ ผมพอมีความรู้เกี่ยวกับอาหารพอสมควรเลย...”

 

แน่นอนว่าข้อมูลทั้งหมดได้มาจากซิลฟ์นั่นเอง

 

“เป็นไปได้มั้ยครับที่จะขายถั่วคาฮีนี้ให้กับผมบ้าง?”

“ได้แน่นอนครับ แต่ราคามันสูงพอสมควรนะครับ?”

“ไม่มีปัญหาครับ แล้วมีเครื่องมือสำหรับบดถั่วพวกนี้ด้วยมั้ยครับ”

“ครับทางเรามีจำหน่าย จะให้เตรียมให้ด้วยมั้ยครับ?”

“รบกวนด้วยครับ”

 

เยี่ยม เครื่องบดเมล็ดก็มีขายด้วยแฮะ ดูเหมือนผมจะได้กินกาแฟที่ไม่ได้กินมานานแล้วแฮะ

ไว้ทำหลังจากเรากลับไปที่คฤหาสน์เลยดีกว่า

 

ขณะที่ผมกำลังดีใจที่ได้เมล็ดกาแฟมา คุณเซดริกกับผู้จัดการสาขาก็คุยกันเสร็จเรียบร้อย

 

“ขอโทษที่ทำให้รอนะ”

“ไม่เป็นไรครับ...หืม?”

“มีอะไรเหรอครับคุณทาคุมิ?”

 

ผมมองไปยังเอกสารที่คุณเซดริกถือ นั่นคงเป็นสัญลักษณ์ของทางร้าน

ถ้ามองดูดีๆ สัญลักษณ์นั่นก็ถูกวาดไปทั่ว รวมทั้งชั้นเก็บของและถุงใส่ของ

จะว่าไปผมเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อนกันนะ...? ไม่ใช่ที่นี่... ที่ไหนน้า...?

อืม..... อ๊ะ!! ใช่แล้ว จำได้แล้ว

เรือที่จมอยู่ที่หมู่บ้านเผ่าเงือกมันมีรูปนี้วาดอยู่ด้วยนี่นา ทั้งตัวเรือ ทั้งใบเรือเลย!!