NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.6 - เมืองแรก


หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาได้ 3วันแล้วล่ะ

ถึงจะใช้เวลาไปมากกว่าที่คิด แต่ในที่สุดพวกเราก็ออกจากป่ากาย่ามาได้อย่างปลอดภัย

เมื่อลองดูจากแผนที่ก็เห็นว่าป่านี้ใหญ่มากกว่าที่คิดไว้จริงๆ

ถึงการเดินทางจะเป็นแบบเรื่อยๆก็เถอะ เก็บผลไม้ป่าไป หาสมุนไพรไป เดินไปเก็บไปก็สนุกดี

ผมนั้นตอนแรกอยู่ทางสุดตะวันออกของป่า หลังจากนั้นเดินมาอีก 4วัน พึ่งจะออกมาได้

ถ้าจะไปถึงกลางป่าหรือทะลุออกไปอีกฝั่งจะนานขนาดไหนกันนะ

จากฝั่งนี้ไปอีกฝั่งก็ไกลลิบด้วยสิน่าจะใช้เวลาเป็นเดือนๆเลยล่ะ

ยังไงก็แล้วแต่เมื่อเจอมอนสเตอร์ ผมก็ขอร้องวอเลนกับเอเลน่าไว้ว่า “ปล่อยเป็นหน้าที่ของพี่เอง”

หลังจากนั้นถ้าเจอผมก็จะจัดการด้วยเวทมนต์

ดีที่เป็นเด็กที่คุยรู้เรื่องด้วยล่ะนะ

อ๊ะ แล้วเพราะอย่างนั้น ตอนนี้เลเวลผมเลยขึ้นมาถึง เลเวล 11 แล้วด้วย

แล้วอีกอย่างหนึ่ง 1สัปดาห์ในเอเทลเดียมีวันไม่เท่ากับโลกเราล่ะ ที่เอเทลเดียนั้นมีแค่ 6 วัน

โดยถูกเรียกว่า วันแห่งแสง วันแห่งไฟ วันแห่งน้ำ วันแห่งลม วันแห่งดิน และวันแห่งความมืด

หนึ่งวันมี 24ชม. 6วันเป็น 1สัปดาห์ และ 5สัปดาห์เป็น 1เดือน

หรือก็คือ 1เดือนจะมี 30วันนั่นเอง 12เดือนเป็น 1ปี หรือ 1ปีจะมีทั้งหมด 360วัน

เดือนนับแบบญี่ปุ่นเลย เดือนหนึ่ง เดือนสอง เดือนสาม......

เดือน 1-3 จะเป็นฤดูใบไม้ผลิ เดือน 4-6 จะเป็นฤดูร้อน

เดือน 7-9 จะเป็นฤดูใบไม้ร่วง เดือน 10-12 จะเป็นฤดูหนาว

ซึ่งไม่ค่อยต่างกับญี่ปุ่นเลย ทางตะวันออกของทวีปจะอุ่น ตะวันตกจะเย็น

ดินแดนทางตะวันออกจะร้อนที่สุดในหน้าร้อน ส่วนดินแดนทางตะวันตกจะหนาวที่สุดในหน้าหนาว

ส่วนตอนอยู่อยู่ในเดือนสาม อากาศของประเทศกาเดียกำลังดีเลย

 

หลังออกมาจากป่าก็พบกับทุ่งหญ้ากว้างออกไป เดินมาเรื่อยๆก็พบกับทางเดินที่มีการใช้งาน

เมื่อเดินตามทางไปเรื่อยๆ ประมาณ 4ชม. ก็มองเห็นเมืองอยู่ข้างหน้า เมืองชิริน シーリンの街นั่นเอง

เมื่อเดินมาถึงประตุเมืองก็เห็นทหาร... ไม่สิอัศวิน 3คนกำลังตรวจตราอยู่

เมืองชิรินนั้นตั้งอยู่ติดกับชายป่ากาย่า ซึ่งเป็นพื้นที่อันตรายระดับ A

ใช่แล้วป่านั้นโครตอันตรายเลยล่ะ กลางป่ามักมีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งอาศัยอยู่

แต่มอนสเตอร์ที่เราพบก็ไม่ค่อยจะเก่งเลยนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรมอนสเตอร์เก่งๆจะหลุดออกมาจากป่าด้วย

ด้วยเหตุดังกล่าว เมืองชิรินเลยต้องมีกลุ่มอัศวินมาประจำการคอยตรวจตรา

แล้วพวกเราก็เดินมาถึงประตูตะวันตกของเมืองนี้

 

“นี่พวกเธอ ออกมาจากป่ากาย่า ガヤの森 งั้นเหรอ?“

“ครับ ก็ใช่อยู่”

 

อัศวินทำท่าตกใจจากคำตอบตรงๆของผม

ก็นะจากสถานที่อันตรายแบบนั้น แถมตัวผมก็ดูไม่ค่อยเก่งด้วยสิ แถม

สถานที่นั้นก็ไม่ใช่ที่ปกติที่จะพาเด็กไปด้วยอีก

 

“เพราะมีสมุนไพรที่ต้องการอยู่น่ะครับ แล้วพวกเราก็ไปแค่บริเวณขอบๆของป่ากาย่าด้วยไม่ได้ไปลึกหรอกครับ แล้วเด็กทั้งสองคนก็มีความสามารถพอที่จะดูแลตัวเองได้ด้วย”

 

แน่ล่ะนะ ใครจะไปบอกได้ว่าถูกเทพส่งเข้าไปในป่ากันล่ะ จะดีกว่าถ้าตอบไปตรงๆล่ะนะ

แถมเราก็ไม่ได้เข้าไปลึก สมุนไพรก็เก็บมาตามจริง แถมเด็กๆก็เก่งอย่างที่พูดด้วย

 

“แล้วได้สมุนไพรที่ต้องการมามั้ย?”

“ครับ โชคดีที่พบในที่ใกล้ๆน่ะครับ”

“ดีไป อย่าประมาทเชียวล่ะ แล้วก็จะเข้าเมืองใช่มั้ย?”

“ขอบคุณที่ชี้แนะครับ ประตูนี้สามารถเข้าออกได้อย่างอิสระใช่มั้ยครับ”

 

ปกติแล้วช่วงกลางวันประตูเมืองจะเปิดตามปกติ แต่ประตูนี้ปิดอยู่แถมดูแข็งแรงกว่าปกติด้วยเลยลองถามดู

 

“เพราะสถานที่แถวนี้ล่ะนะ จึงมีคนที่ใช้ประตูนี้อยู่ไม่เยอะเท่าไร”

 

อ่า เข้าใจล่ะ อย่างนี้นี่เอง

เมื่ออัศวินตอบกลับมาก็มองไปที่ประตู ผมพึ่งรู้ตัวมาโดนจับตามองอยู่

ที่นี่เป็นเส้นทางสำหรับไปยังป่ากาย่า จึงมีแค่คนที่เกี่ยวข้องกับอัศวินและนักผจญภัยขั้นสูงเท่านั้นที่ใช้ประตูนี้

คนปกติทั่วไปคงไม่มีเหตุผลที่จะใช้ประตูนี้เลยปิดเอาไว้เมื่อไม่มีคนมา

 

“ขอดูใบแสดงตัวตนด้วยครับ”

“ขอโทษด้วยครับ พวกผมมาจากบ้านนอกกันจึงยังไม่มีใบแสดงตัวตนให้ดู”

“ถ้าอย่างนั้นได้โปรดตามมาทางนี้ด้วย ทางเราต้องขอตรวจสอบก่อนนะครับ”

“ได้ครับ ขอโทษที่รบกวนนะครับ”

“อะไรกัน นี่เป็นหน้าที่ของพวกผมอยู่แล้วครับ”

 

กลุ่มอัศวินได้นำทางเราไปห้องเล็กที่ดูเหมือนห้องทำงาน

เมื่อเข้าไปสิ่งที่เห็นคือลูกแก้วคริสตัลขนาดเท่าฝ่ามือวางอยู่

 

“ก่อนอื่นก็ลองถือลูกแก้วนี้ดู”

“ครับ”

 

เมื่อผมถือลูกแก้วนั้นตามที่บอกก็เกิดแสงสีขาวส่องออกมา

นี่คงเป็นเครื่องมือสำหรับตรวจสอบอาชญากรรม สำหรับอาชญากรถ้าถือจะส่องแสงสีแดงออกมา

ระบบคือเมื่อมีการก่ออาชญากรรมขึ้นมา คนๆนั้นจะได้รับฉายาที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมที่ทำ

โดยลูกแก้วที่ว่าจะตอบสนองเป็นแสงสีแดงเมื่อเจอฉายาพวกนั้น

และเมื่อคนที่อาศัยอยู่ในเมืองรวมถึงตอนที่เกิดมา จะได้รับบัตรแสดงตัวตอนพร้อมกับลงทะเบียนเวทมนต์ไปด้วย

เมื่อคริสตัลลูกหนึ่งคนพบผู้กระทำความผิด ข้อมูลจะถูกส่งไปยังคริสตัลทั่วโลกในทันที

ทำให้สามารถตัดสินได้ง่ายเมื่อพบอาชญากรต้องการจะเข้าเมือง

หรือจะพูดอีกอย่างก็คือไม่มีทางหนีได้นั่นเอง

 

“อืม ไม่มีปัญหา ต่อไปก็พวกเด็กด้วยนะ”

 

เมื่ออเลนกับเอเลน่าถือ ผลก็ออกมาเหมือนผมคือมีแสงสีขาวส่องออกมา

ตอนที่ทั้งสองคนถือก็ใจเต้นนิดหน่อยเหมือนกันนะเนี่ย ไม่ใช่เพราะว่าทั้งสองไปทำความผิดอะไรหรอก

แต่เพราะมีฉายานึงมันเป็น 【????】น่ะสิ ลูกแก้วจะตอบสนองยังไงก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ก็โล่งใจล่ะ

เมื่อผ่านแล้วผมจึงจ่ายไปทั้งหมด 200G (เด็กได้ลดครึ่งราคา) เป็นค่าผ่านทาง

เงินผมทำท่าเหมือนควักมาจากกระเป๋า แต่จริงๆผมดึงออกมา 400G จาก 《Infinite Storage》.

จากความรู้ที่ได้รับมาจากร่างกายนี้ ดูเหมือนว่าคนที่ใช้เวทมิติได้จะมีน้อยมาก

ผมจึงตัดสินใจที่จะไม่ใช้ต่อหน้าคนอื่น ตามแผนที่คิดไว้คือใช้กระเป๋าเล็กๆทำท่าว่าเป็น กระเป๋ามิติ

 

อ่อ แล้วก็ค่าเงินของ เอเทลเดีย ใช้หน่วยเป็น G

เหรียญทองแดง = 1G

เหรียญทองแดงใหญ่ = 10G

เหรียญเงิน = 100G

เหรียญเงินใหญ่ = 1,000G

เหรียญทองคำ = 10,000G

เหรียญทองคำใหญ่ = 100,000G

เหรียญทองคำขาว = 1,000,000G

อัตตราการเพิ่มค่าเหมือนจะเป็น 10เท่าไปเรื่อยๆ

โดยค่าเงิน 1เหรียญทองแดงจะประมาณ 10เยน ดังนั้นค่าผ่านทางก็ประมาณ 2,000เยนได้

อย่างไรก็ตาม เงินทั้งหมดของผมมีประมาณ 1,000,000G หรือประมาณ 10,000,000เยน

ซีลฟ์นี่ป๋าดีจริงๆ

แล้วก็แปลกอีกอย่างคือเงินผมแสดงสถานะใน《Infinite Storage》เป็น G

แต่สามารถดึงออกมาเป็นเหรียญอะไรก็ได้ การแลกเหรียญทองแดงเป็นเหรียญเงินนี่ยุ่งยากมั้ยนะ

ถึงจะคิดอย่างนั้นก็เถอะ เมื่อลองดึงเหรียญทองแดงออกมา

และเมื่อใส่คืนไปก็สามารถดึงกลับมาเป็นเหรียญทองได้ด้วย ช่างสะดวกดีแท้....

 

“นี่เป็นใบแสดงตัวตนชั่วคราวตอนอยู่ที่เมืองนี้ อย่าทำหายซะล่ะ แล้วก็ถ้าต้องการอยู่เมืองนี้เป็นเวลานาน แนะนำให้ทำบัตรแสดงตัวตนไปเลย”

“ครับ ผมคิดว่าจะไปลงทะเบียนกับกิลด์นักผจญภัยของเมืองนี้แหละครับ”

“งั้นเหรอ.. ถ้าทำเสร็จแล้วให้นำใบแสดงตัวตนชั่วคราวมาคืนที่นี่ด้วยล่ะ”

“ได้เลยครับ”

 

ผมลองถามท่านอัศวินให้แนะนำโรงแรมให้ จากนั้นจึงเข้าไปในเมือง

ก่อนอื่นเราก็ตรงไปหาที่พักตามทางที่ท่านอัศวินได้แนะนำมา

อาจเพราะเมืองนี้เป็นเมืองที่อยู่ชายแดน คนที่เดินทางบนถนนเลยมีเยอะ

สงสัยทั้งสองคนพึ่งเคยเห็นที่ๆมีคนเยอะแบบนี้

จึงทำให้ทั้งอเลนและเอเลน่า กอดอยู่บริเวณเอวของผมไม่ยอมปล่อยเหมือนติดกาว

ถึงท่าทางจะโครตน่ารักก็เถอะ แต่ก็ทำให้เดินไม่ค่อยสะดวกเลย

เมื่อผ่านเหตุการณ์ดังกล่าวมาได้ซักครู่ เราก็มาถึงที่พักที่ท่านอัศวินแนะนำมา “กระโจมนกน้อย”『こまどり亭』

ท่านอัศวินบอกว่าที่นี่เป็นสถานที่ดี มีการรักษาความปลอดภัยเยี่ยม และราคาสมเหตุสมผล

เมื่อเปิดประตูเข้าไป ก็พบคุณป้าอายุประมาณ 40 ทักทายพวกเรา

 

“ขอโทษนะครับ พอดีต้องการจะเข้าพัก ยังมีห้องว่างมั้ยครับ”

“ยินดีต้อนรับจ๊ะ ยังมีว่างอยู่ หนึ่งคืนต่อหนึ่งคนก็ 400G ถ้ารับมื้อเย็นด้วยก็ 500G ถ้าต้องการใช้น้ำร้อนก็คิดแยกนะจ๊ะ”

 

คุณป้าตอบกลับมาพร้อมอธิบายค่าบริการของที่นี่

 

“เด็กๆอยู่กับผมเป็นอะไรมั้ยครับ พวกเขาเป็นเด็กเรียบร้อย จะไม่ส่งเสียงดังรบกวนแน่นอน”

 

พวกเด็กๆปกติบางทีจะมีการร้องไห้ออกมากลางดึก บางสถานที่เลยไม่ต้องการรับ ผมเลยถามไว้ก่อน

 

“ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ ยังไงก็ยังเล็กอยู่ด้วย ถ้านอนสองคนบนเตียงด้วยกันได้ก็จะลดราคาให้ด้วยนะ”

 

ดีจริงๆ ท่านอัศวินอาจจะคิดเผื่อเรื่องนี้แล้วเลยแนะนำให้มาที่นี่ก็เป็นได้

แถมยังมีส่วนลดให้เด็กๆอีกด้วย

 

“อเลน เอเลน่า ทั้งสองคนนอนเตียงเดียวกันได้มั้ย?”

 

เมื่อผมถามทั้งสองคนที่กำลังเกาะผมอยู่ ทั้งสองก็กอดแน่นเข้าไปใหญ่

หืม? หรือนี่คือการตอบปฏิเสธกันนะ

 

“อาราอาร๊า ทั้งสองคนชอบพี่ชายมากๆเลยสินะ งั้นเอาเป็นห้องเตียงใหญ่เลยมั้ยจ๊ะ ห้องแบบนั้นก็มีนะ”

 

ไม่ใช่ซิงเกิล(ห้องเตียงคู่) แต่เป็นห้องดับเบิ้ลเบด(เตียงใหญ่)งั้นเหรอ?

ดูจากท่าทางแล้วคงไม่อยากนอนแยกกับผมแน่เลย

 

“งั้นก็ขอห้องนั้นพร้อมอาหารละกันครับ”

 

เพราะเป็นการจ่ายก่อนเข้าพัก ผมจึงจ่ายไปก่อน 1อาทิตย์เลย ยังไงก็เป็นที่พักที่ท่านอัศวินแนะนำมา

จากนั้นยังมีเวลาว่างก่อนถึงช่วงอาหารเย็น ผมจึงลองถามทางแถวนี้ดู แล้วออกเดินสำรวจดู

 




NEKOPOST.NET