[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 59 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.59 - เจ้าเมืองไบเล่


วันถัดมา หลังจากเรากินอาหารเช้ากันที่ห้องอาหารในโรงแรม เราก็มารีแลกซ์กันอยู่ที่ห้องในโรงแรม

หลังจากนั้นก็มีรองหัวหน้ากิลด์ของกิลด์นักผจญภัยมาหาผม

พวกเขาได้ไปตรวจสอบดันเจี้ยนกันเมื่อคืนไม่ก็เมื่อเช้านี้ และดูเหมือนว่าจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ยังไงก็เพราะดันเจี้ยนมันอยู่ใกล้นั่นแหละ การไปตรวจสอบเลยสามารถทำได้รวดเร็ว

และเมื่อพวกเขาแน่ใจแล้ว ตอนนี้จึงอยู่ระหว่างทางเพื่อไปแจ้งเจ้าเมือง

รายละเอียดบางส่วนได้มีการแจ้งล่วงหน้าไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน และมีการนัดเจอเพื่อพบเจอในวันนี้

พวกเขาเลยอยากให้ผมไปด้วย ผมจึงถามว่า “ทำไมผมต้องไปด้วยล่ะครับ?”

เขาก็ตอบกลับมาว่า “แล้วใครล่ะที่เป็นคนค้นพบ?” ผมจึงถูกพาไปด้วยพร้อมกับทางกิลด์

 

เพราะอย่างนั้น ตอนนี้ผมจึงมาอยู่ที่คฤหาสน์เจ้าเมือง

แต่ก็นะ ผมไม่ได้ดื้อดึงขนาดจะไม่ยอมมากล่าวสวัสดีกับทางเจ้าเมืองหรอกนะครับ  ยังไงผมก็ยังมีมารยาทพอ

แล้วพวกเราก็ถูกนำมายังห้องรับรองห้องหนึ่งแล้วบอกให้รอที่นี่

ซักครู่หนึ่งก็มีผู้ชายอายุประมาณ 30 เดินเข้ามากับชายสูงอายุ

ผมไม่ได้ใช้สกิลประเมินเพื่อดู แต่ถ้ามองจากลักษณะภายนอกเจ้าเมืองคงเป็นคนที่หนุ่มกว่า

แต่คนๆนั้น ผมรู้สึกเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนนะ.....

 

“คุณทาคุมิสินะครับ ข้ามีนามว่าเซดริก ริสเนอร์ ยินดีที่ได้รู้จัก”

“เอ๋? ....ริสเนอร์?”

 

เจ้าเมืองได้แนะนำตัวกับผม ผมไม่เคยเจอเขามาก่อน แต่นามสกุลของเขาคือริสเนอร์

เขานั้นมีผมสีเงินและดวงตาสีน้ำเงินปนเทา หรือว่าจะ...

 

“โอ๊ะ? คุณไม่ได้ยินเรื่องจากไอแซคแล้วงั้นเหรอ?”

“...เค้าบอกว่าคนรู้จัก เท่านั้น”

“หมอนั่นจริงๆเลย... ข้าต้องขอโทษแทนน้องชายด้วย เขาคงอยากเก็บไว้เป็นเรื่องเซอไพรซ์คุณแน่ๆ”

 

น้องชายงั้นเหรอ!!

หมายความว่าเจ้าเมืองคนนี้คือพี่ชายของท่านริสเนอร์ที่เป็นอัศวินที่เมืองชิรินน่ะสิ

อ๊ะ เข้าใจแล้ว ว่าทำไมท่านริสเนอร์ถึงเขียนจดหมายแนะนำตัวให้ตอนที่ผมบอกว่าจะมายังเมืองไบเล่

เพราะตอนที่บอกจะเขียนจดหมาย มีคนที่ยศสูงกว่าอย่างท่านเดอริคกับท่านวาร์ทอยู่แท้ๆ

ตอนนั้นผมคิดว่าเพราะท่านริสเนอร์มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าเมืองไบเล่ จึงเป็นผู้เขียนให้

แต่คาดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นครอบครัวเดียวกัน...

เพราะถ้าเขาเป็นพี่น้องกัน ก็สมควรแล้วที่ท่านริสเนอร์จะเป็นผู้เขียนจดหมายแนะนำตัวให้

 

“ครับตอนอยู่ที่เมืองชิรินก็ได้ท่านริสเนอร์..ไม่สิท่านไอแซคช่วยเหลือไว้เยอะเลย”

“ไม่หรอกๆ ข้าทราบจากจดหมายแล้วว่าคุณทาคุมิเป็นผู้ช่วยชีวิตไอแซคไว้ ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยเหลือน้องชายของข้าเอาไว้”

“อ่า ไม่ต้องก้มหัวหรอกนะครับ!!”

 

ผมตกใจที่อยู่ๆเขาก็ลุกขึ้นมาก้มหัวขอบคุณผมซะงั้น ผมจึงต้องรีบห้ามพี่ชายเจ้าเมืองคนนี้

 

“เป็นผมมากกว่านะครับที่ต้องขอบคุณท่านริสเนอร์... เอ่อ ขอโทษครับ ผมขอเรียกคุณว่าท่านเซดริกจะได้หรือเปล่าครับ?”

 

เพราะว่าผมเริ่มงงแล้วว่าผมพูดถึงริสเนอร์คนพี่หรือคนน้อง ผมจึงขอเรียกชื่อจริงของเขา

ถ้าผมอยู่ดีๆเรียกชื่อเลยก็คงเป็นเรื่องเสียมารยาทผมเลยขอเขาก่อน

 

“ได้อยู่แล้ว ไม่ต้องมีท่านก็ได้นะ”

“เอ่อ นั่นมันก็มากเกินไปหน่อย...”

“งั้นเอาเป็น “คุณ” ก็แล้วกันนะ แล้วก็ไม่มีปัญหาหรอกนะถ้าจะเรียกชื่อไอแซคเหมือนกัน ข้าอนุญาตแทนน้องชายเลย”

“จะดีเหรอครับ มัน...”

“ดีสิๆ”

 

เขายิ้มตอบผม ขณะที่ถูกำตัดสินแล้วว่าต้องเรียกโดยชื่อแทนตัวทั้งสองคน

ผมก็ไม่คิดว่าเขาจะปฏิเสธหรอกนะ แต่ให้เรียกโดยไม่มีความเคารพเนี่ยมันก็... อย่างน้อยก็ยังดีที่เติมคุณก่อนชื่อได้

 

“ผมได้รับการดูแลจจากคุณไอแซคที่เมืองชิรินมาพอสมควรน่ะครับ แล้วพอผมจะออกจากเมืองชิรินมาก็ได้จดหมายนี้มาด้วย ถึงมันจะสายไปหน่อย แต่นี่ครับจดหมายที่ฝากมา”

 

ถึงจะไม่อยู่ในแผนแต่ผมก็มอบจดหมายที่คุณไอแซคฝากมาให้กับคุณเซดริก

 

“ใช่แล้ว ข้าได้ยินมาจากไอแซคเหมือนกันว่าเขาให้จดหมายแนะนำตัวมาด้วย ดังนั้นตอนที่นายมาถึงเมืองข้าคิดว่านายจะมาหาเลยทันทีนะเนี่ย รู้หรือเปล่า?”

“เหรอครับ? เขาก็บอกให้ผมแวะมาแต่... ผมไม่ได้มีแผนจะเข้ามาขอความช่วยเหลืออะไรนี่นา?”

 

แค่ได้รับการช่วยเหลือเรื่องอเลนกับเอเลน่าก็เกินพอแล้ว ผมจึงไม่ได้คิดจะมาขอความช่วยเหลืออะไรเพิ่มอีก

 

“เอ๋?”

“หืม?”

 

เหมือนว่าพวกเราไม่ได้พูดเรื่องเดียวกันอยู่เลยแฮะ?

 

“....เอ่อ งั้นปล่อยเรื่องนั้นไปก่อน...เอาป็นว่านายคิดยังกับเรื่องจดหมายที่ได้มากันแน่?”

“....เอ่อ ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ”

 

ผมคิดว่ามันเป็นจดหมายเพื่อขดความช่วยเหลือจากขุนนางเวลาเกิดปัญหาในเมือง เมื่อไม่มีทางแก้ไขจริงๆ

ผมจึงคิดว่าจะใช้จดหมายเฉพาะเวลานั้นเท่านั้น

 

“เจ้าไอแซคนี่มันก็นะ....”

 

ดูเหมือนว่าคุณไอแซคจะบอกไม่เหมือนกับที่ผมเข้าใจกับคุณเซดริก

คุณไอแซค... คุณบอกอะไรพี่ชายคุณไปล่ะเนี่ย....

 

“ผมถามได้หรือเปล่าครับว่าในจดหมายเขียนไว้ว่ายังไง?”

“อ่อ ก็เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองชิรินนั่นแหละ แล้วทาคุมิจะมาที่ไบเล่ต่อ แล้วเขาก็บอกให้ข้าช่วยเหลือนายด้วย นั่นแหละคือเนื้อหาที่เขียนมา”

 

หมายความว่า เนื้อหานั้นเขียนว่าผมจะมาหาที่คฤหาสน์เจ้าเมืองแน่นอนสินะ

...เอ? หรือผมจะเข้าใจผิดไปเองเกี่ยวกับจดหมายแนะนำตัวที่ได้มา?

ถ้าอย่างนั้นผมก็ควรมาหาเพื่อส่งจดหมายตั้งแต่ตอนมาถึงเมืองสินะ?

หวา... พลาดไปซะแล้ว

 

“พอดีว่ามีรายงานจากยามเฝ้าประตูว่าคุณทาคุมิได้มาถึงเมืองแล้ว แต่ยังไม่เห็นว่านายจะมาหาซักที เข้าใจล่ะ”

“....เอ๋?”

 

เดี๋ยวสิ!!

ขณะที่ผมกำลังกังวลเรื่องเข้าใจจดหมายแนะนำตัวผิดไป คุณเซดริกก็บอกเรื่องที่ผมไม่อาจปล่อยผ่านได้ขั้นมา

 

“คุณเซดริกครับ หมายความว่ายังไงกันเรื่องรายงานจากยามเฝ้าประตู...”

“ข้าบอกให้ยามแจ้งข้าด้วยทันทีที่คุณทาคุมิมาถึงเมืองไบเล่แล้วน่ะ”

 

ว้าว คุณเซดริก ถึงขนาดสั่งคำสั่งลงไปอย่างนั้นเลยเหรอครับ...

 

“แต่มันก็ไร้ประโยชน์ล่ะนะ”

“...ขอโทษด้วยครับ”

“ไม่หรอกๆ เป็นข้าเองที่ตัดสินไปว่านายจะเข้ามาหาเมื่อมาถึง แต่ข้าก็ดีใจนะที่นายมาหาซักที โอ้ใช่แล้วๆ คุณทาคุมิคิดค้นขนมปังแบบใหม่ดังไปทั่วเมืองชิรินด้วยสินะ ข้าเห็นในจดหมายที่ไอแซคเขียนมาด้วย แต่ที่ไม่เขียนรายละเอียดมาก็คงคาดไว้แล้วล่ะว่ามันจะดังมาจนถึงเมืองนี้เลย”

“อ่า ใช่ครับ ผมเห็นขายอยู่ที่ร้านในเมือง”

 

แต่มันก็มีแค่ขนมปังแยมกับขนมปังที่ใช้ถั่วกับผลไม้แห้งเท่านั้นที่มาถึง

แต่แค่ประเภทของผลไม้กับถั่วของแต่ละเมืองก็ไม่ซ้ำกันแล้ว ดังนั้นความหลากหลายมันจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ

 

“คุณทาคุมิ ถ้าเป็นไปด้วยช่วยบอกวิธีทำของที่เรียกว่าครีมปังกับอันปัง(ขนมปังถั่วแดง)หน่อยได้มั้ย แน่นอนว่ามีรางวัลให้ด้วย”

“เอ่อผมบอกให้ก็ได้ครับ ไม่ต้องมีรางวัลหรอก แต่ว่าร้านที่จะทำมันได้...”

“เรื่องนั้นข้าก็ได้ยินมาจากไอแซคแล้วล่ะ ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องร้านรู้จัก ข้าสามารถแนะนำร้านที่ทำขนมปังเพื่อเลี้ยงคนของตระกูลข้าให้ได้นะ และยังมีอีกหลายร้านที่สนับสนุนตระกูลริสเนอร์ของข้าด้วย”

 

เพราะอเลนกับเอเลน่าชอบครีมปังกันมากๆ ผมจึงอยากเติมสต็อกขนมปังของผมด้วย

นั่นเป็นเหตุผลที่ผมอยากบอกสูตรให้ร้านต่างๆทำกันได้ เพื่อผมจะได้หาซื้อสะดวกๆ

แต่เรื่องสูตรคัสตาร์ดครีมนี่สิ ผมคิดว่าจะกระจายวิธีทำออกไป แต่มันจะทำให้ร้านของคุณโร้ดแย่หรือเปล่าหว่า

ผมคงได้แต่สอนให้กับคุณเซดริกแล้วขอให้เขาช่วยควบคุมให้แทนล่ะมั้ง?

แต่ถ้าจะทำอันปัง คุณก็แค่ใช้เพียงถั่วแดงมาต้มแล้วบด ซึ่งถั่วแดงก็มีขายอยู่ทั่วไป มันจึงเผยแพร่ไปอย่างรวดเร็ว

 

“ไม่มีปัญหาครับ ถ้าเป็นร้านที่คุณเซดริกจะแนะนำให้”

“เยส จะรอจนเสร็จสมบูรณ์เลยล่ะ ในจดหมายของไอแซคก็เขียนมาว่าอร่อยมาก ข้าจึงสนใจเรื่องนี้สุดๆเลย”

 

เอ๋?? มันก็แค่ครีมปังกับอันปังเองนะครับ?

คุณไอแซคคุณเขียนชมมันไปถึงขนาดไหนกันเนี่ย

 

ขณะที่ผมกับคุณเซดริกกำลังคุยกันอยู่....

 

“เอ่อ.....”

“”อ๊ะ””

 

รองหัวหน้ากิลด์นักผจญภัยที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ก็ส่งเสียงออกมา

ผมกับคุณเซดริกลืมเขาไปสนิทเลย...




NEKOPOST.NET