[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 56 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.56 - สวยเสียของ


“”อิทาดาคิมา~ชุ””

“บ๊อก~” “เนี๊ย~” “ปี้~” “กรร~”

 

อเลนกับเอเลน่าเริ่มกินข้าวปั้นที่ผมจัดไว้ให้

ส่วนเหล่าอสูรรับใช้ก็ทำตามทั้งสองคนแล้วเริ่มกินส่วนของตัวเอง

เมื่อเห็นทุกคนเริ่มกินแล้ว ผมก็ยื่นข้าวปั้นกับซุบให้กับคุณวิเวียนที่กำลังส่งสายตาอิจฉาเด็กๆอยู่

 

“ได้เหรอ!? งั้น กินล่ะนะ~”

 

เพราะเห็นเด็กๆกำลังกินอยู่ คุณวิเวียนจึงตัดสินว่าข้าวปั้นที่เห็นเป็นอาหาร

แต่ก็ “นี่มันคืออะไรกันนะ...” เธอพึมพำออกมาก่อนที่จะกิน

แต่หลังจากกัดไป หนึ่งคำ สองคำ สามคำ เธอก็กินจนเต็มปากเลย

 

“ง่ำๆๆ เอื๊อก... ง่ำ อืมม....”

 

เธอยัดข้าวปั้นที่ได้ไปใส่ปากไม่หยุด แล้วเคี้ยว หงับๆๆ ออกมาจนผมได้ยิน

 

“อเลน เอเลน่า ยังมีส่วนของพวกเธอเหลืออยู่นะ ค่อยๆกินล่ะ เข้าใจมั้ย?”

 

ผมบอกให้เด็กๆค่อยๆกินไม่ต้องรีบ เพราะคุณวิเวียนหยิบข้าวปั้นส่วนกลางที่วางอยู่ไปกินอย่างมูมมาม

เด็กๆเลยโล่งใจจากคำบอกของผม เลยค่อยๆกินไปตามปกติ

 

“จะว่าไป ดูเหมือนคุณจะสลบไปเพราะความหิวนะครับ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”

“หง่ำ!!หง่ำ!!อึ๊ก”

“เอ่อ...ไว้บอกหลังกินเสร็จก็ได้ครับ...”

“หง่ำ!!”

 

เมื่อผมลองถามดูว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น เธอก็ตอบกลับมาทั้งที่ข้าวปั้นยังเต็มปาก

ผมไม่เข้าใจว่าเธอจะพูดอะไร และการพูดทั้งที่อาหารเต็มปากก็เสียมารยาทด้วย

ผมไม่อยากให้อเลนกับเอเลน่าเลียนแบบเธอ จึงตัดสินใจไว้ค่อยถามหลังกินเสร็จ

หลังจากนั้น คุณวิเวียนก็ตั้งใจกินไม่หยุด กินได้กินดีจริงๆแฮะ....

 

“อิย๊า~ อิ่มสุดๆไปเลย ขอบคุณสำหรับอาหารนะคะ”

 

ข้าวปั้นกองเบอเริ่มหายไปต่อหน้าต่อตาผม

 

“อ๊ะ ฉันชื่อว่าวิเวียน เรียกว่าวีวี่หรือวิเวียนก็ได้นะ จะว่าไปอาหารเมื่อกี้มันคืออะไรกันน่ะ ฉันไม่เคยกินมันมาก่อนเลย”

“อ๋อ ข้าวสาลีข้าวหุงด้วยน้ำน่ะครับ”

“ข้าวสาลีขาว? ที่เอาไว้เลี้ยงปศุสัตว์น่ะเหรอคะ?”

 

เผลอบอกไปซะแล้วแฮะ... สำหรับชาวเอเทลเดียนั้น ข้าวมีไว้สำหรับเลี้ยงปศุสัตว์ ผมลืมไปเลย

 

“ขอโทษที่ไม่ได้บอกนะครับ เผอิญที้บ้านเกิดผมเขากินข้าวสาลีขาวกันเป็นเรื่องปกติ ผมเลยให้โดยที่ไม่ได้คิดอะไร ขอโทษที่ไม่ได้บอกนะครับ”

“ไม่หรอกๆ มันอร่อยมากๆเลยค่ะ จะว่าไปแล้วไม่คิดเลยนะว่าข้าวสาลีขาวมันจะอร่อยขนาดนี้”

 

หลังจากได้ยินเรื่องข้าวสาลีขาวคุณวิเวียนก็ไม่ได้คิดมากอะไร แล้วดูเหมือนว่าจะติดใจอีกด้วย โล่งอกไปที

ผมต้องระมัดระวังมากกว่านี้เวลาจะให้ของกับคนอื่นๆ

เพราะบางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าผมดูถูกเขาก็เป็นได้

 

“อิย๊า~ จะว่าไปพี่ชายก็ทำอาหารเก่งเหมือนกันนะคะเนี่ย จะว่าไปแล้ว คุณพี่ชาย? หรือคุณปาป๊ากันเอ่ย?”

 

ก่อนที่ผมจะรู้ตัว คุณวิเวียนก็หันไปถามอเลนกับเอเลน่าซะแล้ว

 

“”....? พี่ชาย””

 

อเลนกับเอเลน่าเหมือนจะไม่เข้าใจคำถาม เลยเงียบไปแปบนึงก่อนตอบกลับไปว่าผมเป็นพี่ชาย

...... เกิดอะไรขึ้นกันนะ?

แต่เพราะตอนนี้มีคุณวิเวียนอยู่ด้วยผมเลยถามทั้งสองคนไม่ได้ ไว้ถามทีหลังก็แล้วกัน

 

“จะว่าไปก็น่าจะเป็นพี่ชายล่ะนะ แต่การตอบรับดูแปลกๆนะคะ หรือว่าจริงๆแล้วจะเป็นคุณปาป๊ากันเอ่ย?”

“ผมเป็นพี่ชายของทั้งสองคนครับ....”

 

ดูเหมือนว่าคุณวิเวียนก็เห็นว่าอเลนกับเอเลน่าลังเลไปแปบนึงเหมือนกัน

จะว่าไปกำลังคิดอะไรอยู่กันนะคนๆนี้....

 

“ขอโทษนะคะ~ เผอิญว่าความลับของคนอื่นเป็นของโปรดของฉันเลย เวลาค้นพบความลับอะไรซักอย่างมันก็สนุกสุดๆด้วย จริงมั้ยล่ะคะ?”

“......”

 

คุณวิเวียน...ไม่สิเรียกแค่วิเวียนก็พอละ....

วิเวียนสังเกตเห็น ความประหลาดใจ ที่เกิดขึ้นกับผมเลยมองด้วยสายตาเป็นประกาย

ผมไม่เข้าใจว่ามันน่าสนุกตรงไหน แต่สำหรับเธอแล้ว งานอดิเรก=งาน สินะ

 

“จะว่าไปวิเวียนสลบไปได้ยังไงกันน่ะ?”

“อิย๊า~ ทำไมกันนะ?”

“...อย่าถามกลับมาสิ”

 

.....เธอกำลังล้อผมเล่นอยู่งั้นเหรอ?

 

“อืม..อืม....... อ๊ะจริงด้วย จำได้แล้ว!! ฉันออกมาจากเมืองแต่ลืมซื้ออาหารติดตัวมา ฉันจึงคิดว่าจะมาหาเอาระหว่างทาง แต่ก็หาอะไรกินไม่ได้เลยจนผ่านไป 2-3วันนี่แหละ...”

“ถ้ารู้ตัวว่าไม่มีอาหารก็กลับไปที่เมืองเซ่!!”

“โอ้ ก็จริงล่ะนะคะ ทำไมถึงคิดไม่ออกกันนะ ตอนนั้นฉันมีเรื่องที่ต้องทำเลยไม่ทันได้คิดล่ะมั้ง”

“......”

“จริงด้วย ฉันต้องกลับไปรายงานที่เมืองอัลเบิร์ตนี่นา แล้วต้องไปทางไหนล่ะเนี่ย?”

“....ที่นี่อยู่ใกล้เมืองท่าไบเล่นะครับ”

“อาเร?”

 

เมืองอัลเบิร์ตอยู่ทางตะวันออกของเมืองไบเล่ อยู่ทางใต้ของเมืองหลวง

ผมไม่รู้ว่าเธอเดินทางออกมาจากเมืองไหนแต่ถ้าเธอไม่ได้เดินทางข้ามทะเลมาจากต่างประเทศโดยเรือ

มันก็เป็นเรื่องแปลกที่เธอจะมาอยู่แถวเมืองไบเล่ได้...

 

“แปลกจังเลยนะคะ? แต่ยังไงฉันก็เหลือเวลาสำหรับการกลับไปรายงานอยู่ดี ไม่เป็นไรหรอก ใช่แล้วๆ งานครั้งนี้ก็ง่ายซะด้วย แค่ไปสืบเบื้องหลังของคู่หมั้นของขุนนางสาวท่านหนึ่ง แต่เป้าหมายผู้ชายที่ต้องไปสืบดันมีลูกสาวเก็บไว้ในบ้านด้วยนี่สิ ช่างน่าประหลาดใจจริงๆเลย แล้วดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจที่จะซ่อนไว้ด้วย เพราะแค่ฉันไปสืบๆจากคนรับใช้มานิดหน่อยก็รู้ซะแล้ว ยังไม่ได้แทรกซึมเข้าไปสืบเลยแท้ๆนะเนี่ย”

 

เอ่อ ไม่ต้องบอกรายละเอียดงานที่ไปทำมาก็ได้ครับ.... แล้วทำไมหลุดปากออกมาหมดเลยได้ล่ะเนี่ย

 

“โอ๊ะ ถึงจะเหลือเวลาอยู่ก็เถอะ แต่ฉันก็คงมัวอ้อยอิ่งอยู่อย่างนี้ไม่ได้แล้วสินะคะ? ดังนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ อ๊ะใช่แล้วๆ นี่เป็นของตอบแทนสำหรับอาหารค่ะ”

 

อยู่ดีๆวิเวียนก็ลุกขึ้นแล้วหยิบของออกมาจากกระเป๋าที่อยู่ตรงเอวมาให้ผม

มันเป็นขวดใสเล็กๆที่มีของเหลวใส่อยู่ด้านใน

 

“ไม่ต้องมีของตอบแทนก็ได้ครับ”

“ไม่หรอกค่ะ ได้โปรดรับไปด้วยนะคะ”

 

วิเวียดยัดขวดสองขวดใส่มาในมือผม นี่มันคืออะไรกันนะ?

 

=====
【หยาดกุหลาบแดง】【Drops of Crimson Rose】
สารกระตุ้นความต้องการทางเพศสูตรพิเศษของแวมไพร์
มีผลออกฤทธิ์ทันที มีระยะเวลาแสดงผมประมาณ 4-5 ชม.
เป็นผลิตภัณต์ยอดเยี่ยมที่ไม่มีผลข้างเคียง ใช้กับผู้หญิงเท่านั้น

=====

=====
【หยาดกุหลาบขาว】【Drops of White Rose】
ยาโด๊ปสูตรพิเศษของแวมไพร์
มีผลออกฤทธิ์ทันที มีระยะเวลาแสดงผมประมาณ 4-5 ชม.
เป็นผลิตภัณต์ยอดเยี่ยมที่ไม่มีผลข้างเคียง ใช้กับผู้ชายเท่านั้น
=====

 

หวา!?

ผมเกือบทำหลุดมือหลังจากประเมินมันดู

 

“เฮ้ ของนี่มัน!?”

“อ๊ะ เหมือนจะรู้ว่ายาสำหรับอะไรสินะคะ นี่เป็นยาที่ฉันทำเองกับมือเลยนะ แน่นอนว่าไม่มีผลข้างเคียง มันเป็นที่นิยมสุดๆไปเลยล่ะ ไว้ลองใช้ดูนะคะ งั้นก็ ขอบคุณสำหรับอาหารค่ะ”

“โอ่ย เดี๋ยวสิ”

 

แล้ววิเวียนก็จากไปอย่างรวดเร็ว...

 

“”ไปแล้วเหรอ?””

“อืม.....”

 

เอาจริงๆ อะไรของเธอกันนะ... แล้วผมจะเอาไงกับยาพวกนี้ดีเนี่ย...

เฮ่อ...ผมได้แต่ถอนหายใจแล้วโยนยาทั้งสองขวดเก็บไว้ใน《Infinite Storage》

ผมตัดสินใจที่จะดองมันไว้ใน《Infinite Storage》อย่างนี้ไปนั่นแหละ

 

“”....พี่ชาย””

“หืม มีอะไรกันเหรอ?”

“”ปาป๊าคืออะไรเหรอ?””

“เอ๋?”

 

ขณะที่ผมมองไปยังทั้งสองคน อเลนกับเอเลน่าก็ถามคำถามที่ทำให้ผมตกใจออกมา

จะว่าไปแล้ว... แต่ก็.... หรือว่า....?

 

“....เอ่อ อเลน เอเลน่า รู้จักคุณพ่อหรือโอโต้ซังกันหรือเปล่า?”

 

อเลนกับเอเลน่าส่ายหัวให้กับคำถามของผม

แป่ว... ทั้งสองคนไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวแน่ๆเลย ทั้งสองจึงงงตอนที่วิเวียนถามคำถาม

เอาจริงๆก็เพราะว่าไม่มีใครบอกกับทั้งสองคนนั่นแหละ ทั้งสองคนจึงไม่รู้เรื่องนี้

ผมคิดว่าทั้งสองคนรู้เพราะทั้งสองคนเรียกผมว่า “พี่ชาย” ตามปกติ

อ๊ะเข้าใจล่ะ เพราะตอนที่อยู่ในเมืองไม่ว่าคุณป้าเจ้าของร้านหรือป้าที่โรงแรมก็คอยถามตลอดว่า “จะออกไปข้างนอกกับพี่ชายกันเหรอจ๊ะ?” อยู่เสมอไม่ก็ “พี่ชาย สำหรับเด็กๆพวกนี้เหรอ?” หลายต่อหลายครั้ง

อเลนกับเอเลน่าเลยเรียกผมว่าพี่ชายตั้งแต่นั้นมา....

 

“อืม.. ปาป๊าก็คือคุณพ่อน่ะ มันก็คือ...”

 

ก่อนอื่นผมก็จะสอนเรื่องกับกับคุณพ่อ คุณแม่ พี่น้อง ให้กับทั้งสองคนก่อนแล้วกัน

แต่ว่าจะอธิบายยังไงนี่สิยากชะมัดเลย....




NEKOPOST.NET