[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 52 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.52 - เลื่อนขั้น


(ย่า คุณทาคุมิ แข็งแรงดีนะครับ)

 

เมื่อผมเห็นวิหารขณะเดินเล่นอยู่รอบๆเมือง ผมก็ตัดสินใจที่จะหยุดพักที่นี่ซักหน่อย

เมื่อผมเข้ามาด้านใน ผมก็เดินมาหน้ารูปปั้นของซิลฟ์เพื่อติดต่อเหมือนเดิม

เมื่อทักไปซิลฟ์ก็ตอบกลับมาทันที

 

(ก็นะ จะว่าไปซิลฟ์ เรื่องพ่อของอเลนกับเอเลน่าน่ะผมรู้แล้วนะ)

 

ผมบอกซิฟล์ไปว่าผมรู้เรื่องว่าอเลนกับเอเลน่าเป็นลูกของเทพแห่งน้ำแล้ว

ซิลฟ์น่าจะรู้มาก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้วสินะ ผมคิดว่าอย่างนั้น

 

(...ขอโทษนะครับ ที่เก็บไว้เป็นความลับ)

(ผมก็เข้าใจว่าไม่ใช่ความผิดของนายหรอกน่า)

(อืม ขอบคุณครับ)

(แต่เรื่องที่อยากรู้คือพ่อของอเลนกับเอเลน่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่กันแน่)

(.............)

 

ซิลฟ์เงียบอีกครั้งเมื่อผมถามไป แปลว่าเรื่องนี้ไม่สามารถบอกได้

 

(....เข้าใจแล้วน่า)

 

เฮ่อ...ตอนแรกผมก็ต้องการรู้เรื่องนี้อยู่หรอก แต่ผมก็ไม่อยากได้ยินอีกแล้วด้วยสิ

แต่จะว่าไปพ่อของอเลนกับเอเลน่า.... เทพแห่งน้ำนั้นเป็นคนยังไงกันนะ?

ถ้าดูจากรูปปั้นของซิลฟ์ที่เหมือนกับตัวจริง รูปร่างของเขาก็ไม่น่าต่างจากรูปปั้นที่เห็นอยู่

รูปร่างของรูปปั้นนั้นต่างกับซิลฟ์โดยสิ้นเชิง เป็นผู้ชายที่ดูเป็นลูกผู้ชายมากๆ

แน่นอนว่าเขาหล่อ และยังผู้ชายที่ผอมแต่มีกล้ามด้วย น่าอิจฉาชะมัด

กล้ามเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยมีเลยจากชีวิตที่แล้ว และถึงการสร้างกล้ามเนื้อจะเป็นเรื่องยากแล้ว

การที่สามารถมีกล้ามได้ในขณะที่รูปร่างผอมสมส่วนนั้นยิ่งยากเข้าไปอีก ยิ่งกว่าฝันเลยแหละ

โอ๊ะ ออกนอกเรื่องไปไกลเลย ...ใช่ๆ รูปร่างๆ อเลนกับเอเลน่าก็มีรูปร่างที่ดูดีมาก

ผมคิดว่านี่คงคล้ายกับเทพแห่งน้ำนั่นแหละ...

แต่เพราะว่ารูปปั้นมีสีขาวล้วน ผมจึงไม่อาจรู้สีของผมและดวงตาได้

ผมคิดว่านิสัยของเทพแห่งน้ำคงประมาณว่า ลั่นล๊าไปเรื่อย ทำอะไรได้ง่ายๆไปหมด

หลังจากสังเกตการณ์กระทำของซิลฟ์กับผู้ติดตามของเทพแห่งน้ำที่ผ่านๆมา พวกเขาคงลำบากน่าดู

แต่มันก็ดีไปอีกแบบ เพราะถ้าเขามาขออเลนกับเอเลน่าไป ผมก็คงเหงาน่าดูเลย..

 

อ้อ ใช่แล้ว ผมมีเรื่องที่อยากถามซิลฟ์อยู่นี่นา

 

(นี่ซิลฟ์ คำว่า (ชั่วคราว) ที่ต่อหลังช่องเผ่ามันหายไป มันหมายความว่ายังไงกันเหรอ?)

 

ใช่แล้ว หลังจากตอนที่ได้เจอกับไคเซอร์แล้วได้รับสกิล 【เทเลพาที】มา ผมก็ได้ตรวจสอบสเตตัสดู

ตอนนั้นผมก็ได้เอะใจว่าคำว่า (ชั่วคราว) มันหายไปซะแล้ว

 

(อืม ดีใจด้วยครับคุณทาคุมิ คุณได้เลื่อนขั้นแล้ว)

(หา??)

(ตอนนี้คุณทาคุมิเป็นผู้ติดตามของผมอย่างเป็นทางการแล้วครับ)

(หา??????)

 

อยู่ดีๆผมก็ได้ยินเสียงซิลฟ์ปรบมือให้ผม

 

(มันเร็วกว่าที่ผมคาดการไว้ซะอีก แต่ก็เป็นไปตามแผนเลยครับ)

 

.....ตามแผนงั้นเหรอ? น่าจะบอกล่วงหน้ากันบ้างนะเนี่ย

หรือจะบอกว่าการเป็นผู้ติดตามเนี่ยมันเป็นอาชีพงั้นเหรอถึงเลื่อนขั้นได้ ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยแฮะ

ขณะที่ผมกำลังงง ซิลฟ์ก็เริ่มอธิบายสิ่งที่ทำให้เลื่อนขั้นต่อทันที

 

(การได้เป็นผู้ติดตามอย่างเป็นทางการนั้นเป็นสัญลักษณ์ เอ่อ..ว่าไงดี หมายถึงตัวตนและหน้าที่ของคุณได้ผ่านเงื่อนไขแล้วครับ)

 

หา? สัญลักษณ์? หน้าที่?

 

(หมายความว่านายจะให้งานผมงั้นเหรอ?)

(อืม..ไม่ใช่งานแบบนั้นหรอกครับ มันหมายถึงตัวตนของคุณน่ะครับ อย่างผมก็ 『ลม』นี่ไงครับ)

(แล้วของผมล่ะ?)

(......)

(ซิลฟ์?)

(.....มันคือ『การเลี้ยงดู』กับ『การศึกษา』ครับ)

(....เอ๋?)

 

เดี๋ยวสิ... หมายความว่ายังไงกันซิลฟ์? .....การเลี้ยงดูกับการศึกษาเหรอ?

ทำไมสองสิ่งนั้นถึงมาเป็นสัญลักษณ์ของตัวผมได้ล่ะ? หรือจะเกี่ยวข้องกับอเลนกับเอเลน่า?

 

(เอ่อ? มันคือบางอย่างที่เกี่ยวข้องภายใต้เทพแห่งลมงั้นเหรอ?)

 

เพราผมเป็นผู้ติดตามของเทพแห่งลม การเลี้ยงดูกับการศึกษาก็น่าจะอยู่ในขอบเขตของซิลฟ์ใช่มั้ย?

แต่เขาดูแล้วไม่เหมาะกับสองสิ่งนี้ได้เลยแฮะ

 

(ไม่ใช่ครับ『การเลี้ยงดู』กับ『การศึกษา』นั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของท่านมาเรียโนร่า!! แต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะคุณทาคุมิก็ได้รับพรจากท่านมาเรียโนร่าไปด้วย แต่คุณทาคุมิเป็นผู้ติดตามของผมนะครับ เข้าใจมั้ย? ทำไมถึงไม่ทำอะไรที่มันเกี่ยวข้องกับลมหน่อยล่ะครับ?)

 

อืม? ซิลฟ์คลั่งไปแล้วแฮะ... ผมไปสะกิดอะไรที่ไม่ควรแตะไปหรือเปล่าเนี่ย?

จะว่าไปการที่ซิลฟ์คลั่งเนี่ยเพราะสัญลักษณ์ของผมนั้นไม่เกี่ยวข้องกับลมเลยสินะ?

มันเหมือนกับตอนที่ผมได้รับอสูรอัญเชิญเลย แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมจะแก้ได้ด้วยสิ

 

(มันไม่ใช่สิ่งที่ผมจะตัดสินเองได้นี่นา ดังนั้นมันก็ช่วยไม่ได้หรอกนะ ใช่มั้ย?)

(มันก็จริงอยู่นะครับ แต่..)

 

เขาทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจเลยแฮะ

 

(แล้วหลังจากนี้ผมต้องทำตัวยังไงกันล่ะ?)

(อ่อ ต่อให้ตอนนี้คุณเป็นผู้ติดตามผมอย่างเป็นทางการแล้ว แต่คุณก็ยังเดินทางตามใจชอบได้เหมือนเดิมครับ)

(แค่นั้นเหรอ?)

(ครับ ก็อย่างที่รู้ เพราะคุณเลี้ยงดูเด็กทั้งสองคนนั้น จึงไม่มีปัญหาอะไรต่อหน้าที่แล้ว อ๊ะลืมไปเลย คุณทาคุมิมีไอเทมจากเทพแห่งไฟส่งมาให้คุณด้วยนะครับ)

(หา? ซิลฟ์ แปบนึง....)

 

------ปิ๊งป่อง ♪

 

แล้วซิลฟ์ก็ส่งของมาให้ผมในทันทีเลย ผมหยุดเขาไม่ทันแฮะ เพราะตอนนี้ได้ยินเสียงสัญญาณแล้ว...

เมื่อผมลองดูหน้าต่างเมนู ก็เห็นรายการไอเทมที่เกี่ยวข้องกับไฟส่งมาอีกหัวข้อนึง

แน่นอนว่าปริมาณมหาศาลเลย....

แต่นี่เป็นสิ่งที่ผมไม่เข้าใจเลยซักนิด ทำไมเทพแห่งไฟถึงส่งของมาให้ผมล่ะ?

 

(ซิลฟ์ ผมไม่รู้เหตุผลเบื้องหลังของพวกนี้หรอกนะ แต่...)

(นั่นเป็นรางวัลสำหรับการพัฒนาด้านอาหารในเอเทลเดียครับ)

(หืม...?)

 

พัฒนาด้านอาหาร... พูดถึงเรื่องอะไรกัน?

 

(คุณทาคุมิรู้หรือเปล่าครับ ตอนนี้ขนมปังคาชิ(ขนมปังลูกเกด)ใช่มั้ยนะ? ดังไปทั่วประเทศกราเดียแล้วนะครับ แล้วยังไปถึงประเทศอื่นๆอีกด้วย แล้วยังซุบมิโซะที่คุณทำขึ้นมาตอนไปสำรวจกับกลุ่มอัศวินก็กลายเป็นของขึ้นชื่อของเมืองชิรินไปแล้วด้วยนะครับ)

 

เอ๋ พึ่งรู้นะเนี่ย

ผมเห็นขนมปังคาชิตอนเดินอยู่ในตลาดของเมืองไบเล่เหมือนกัน ตอนนั้นผมก็ได้คิดเพียงแค่ [เห เผยแพร่กันมาถึงที่นี่แล้วแฮะ] แค่นั้นเองนะ แต่ดังไปถึงประเทศอื่นแล้วงั้นเหรอ?

แล้วก็ตอนที่ทำซุบมิโซะให้พวกอัศวินกินกันตอนเควสสำรวจกวาดล้าง คนในกลุ่มอัศวินก็ได้เห็นวิธีที่ผมทำด้วย

แน่นอนว่าผมเป็นคนสอนพวกเขาทำมิโซะเอง... แต่ไม่ใช่แค่กลุ่มอัศวิน แต่รู้ทั้งเมืองชิรินแล้วงั้นเหรอ?

 

(แล้วก็เมนูซอสถั่วเหลืองที่คุณพึ่งทำก็จะถูกรู้จักกันอย่างรวดเร็วแน่นอนเลยนะครับ)

(เมนูซอสถั่วเหลือง? ไอ้การใช้เนยสดกับซอสถั่วเหลืองน่ะเหรอ!! ถึงมันจะไม่ธรรมดาก็เถอะ แต่พูดเกินไปแล้วมั้ง?)

(คุณทาคุมิคงไม่รู้สินะครับ แต่เอเทลเดียไม่มีการพัฒนาด้านอาหารมากว่า 100 ปีแล้วนะครับ ถึงจะมีดัดแปลงกันบ้างก็เถอะ แต่เมนูใหม่ๆที่โด่งดังไปทั่วอย่างที่คุณทาคุมิทำไม่มีเลยครับ)

(เอาจริงดิ....)

 

ตลกจริงๆแฮะ ไม่มีการพัฒนากว่า 100 ปีเลยเหรอ พูดเกินไปอีกแล้วมั้ง

 

(ไม่มีการพัฒนาจริงๆนะครับ เพราะทุกเมนูที่ผ่านๆมาก็มีแต่การใช้เกลือปรุงรสเพียงอย่างเดียวเท่านั้น)

 

ก็จริงอยู่แฮะ.... เมนูตอนที่ได้กินที่โรงแรมก็มีแต่อาหารที่ปรุงด้วยเกลืออย่างเดียว

ถ้าจากวัตถุดิบก็ไม่ต่างจากโลกเท่าไร...ไม่สิ มีเยอะกว่ามากมายเลย

ทั้งวัตถุดิบที่เหมือนโลก วัตถุดิบที่ดรอปจากมอนสเตอร์ จำนวนของวัตถุดิบในเอเทลเดียนั้นมีมากมายมหาศาล

ถึงอาหารที่ได้กินจะไม่ได้แย่อะไร แต่ไม่ค่อยมีความหลากหลายให้เลือกเลย

เอ๋? นั่นหมายความว่าไม่มีการพัฒนามากว่า 100 ปีจริงๆนะสิ!!

 

(ถ้าคุณได้กินวัตถุดิบที่มัน [ยอดเยี่ยม] อยู่แล้ว ผู้คนก็จะหยุดคิดค้นต่อกันน่ะครับ)

(......งั้นเหรอ)

 

อ่า ในที่สุดก็เข้าใจแล้ว เป็นเพราะว่าเนื้อก็มีหลายรสชาติอยู่แล้วจึงปรุงกันแค่เกลือก็พอ

แล้วยังมีพวกผลไม้ที่แค่กินก็มีความสุขอีกหลายอย่าง

ดังนั้นผู้คนจึงไม่ได้ให้ความสำคัญว่าจะปรุงมันยังไงดี แต่เป็นจะหาวัตถุดิบมายังไงดีแทนสินะ

 

(ครับ เพราะอย่างนั้นเทพแห่งไฟจึงรู้สึกยินดีมาก เพราะการทำอาหารนั้นอยู่ในขอบเขตของเทพแห่งไฟ นั่นเป็นรางวัลของเรื่องนี้ครับ แล้วคุณยังได้รับ【เวทไฟ】มาอีกด้วย ยังไม่พอตอนนี้เค้ากำลังหาอสูรรับใช้ให้กับคุณต่ออีก)

 

เรื่องใหญ่สุดๆ ผมดีใจอยู่หรอกที่จะใช้เวทไฟได้ด้วย เพราะมอนสเตอร์บางตัว ลมกับน้ำก็ไม่ค่อยจะได้ผลซักเท่าไร จึงไม่ใช่เรื่องแย่ที่จะมีไว้ครอบครอง

แต่อสูรรับใช้งั้นเหรอ? เฮ่อ ตอนนี้ก็คงสายไปแล้ว ผมไม่มีปัญหาหรอกถ้าจะรับเพิ่มเข้ามาอีกซักตัว

แต่ผมกังวลว่าจะเป็นเด็กแบบไหนนี่แหละ

 

(ฟังนะครับ คุณทาคุมิ ครั้งหน้าโปรดพยายามทำอะไรที่มันอยู่ในขอบเขตของเทพแห่งลมด้วยนะครับ เข้าใจนะ!!)

 

แล้วซิลฟ์ก็ยังเตือนเรื่องนี้มาอีก แต่มันเป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถตั้งเป้าว่าจะทำได้ด้วยสิ

ไม่ไหวหรอก




NEKOPOST.NET