[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 43 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.43 - ลิเวียธาน


สิ่งที่ปรากฏออกมาเหมือนตึกที่สูงหลายชั้นหรือหอคอยเลย... ไม่สิ นี่มันลิเวียธานนี่นา มังกร?

...หา มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงน่ะ มันดูทรงพลังจนแทบหยั่งไม่ได้

...มันจะ โจมตีพวกเรา.... หรือเปล่านะ?

แต่ผมก็ไม่อยากโดนโจมตีจากมอนสเตอร์แรงค์ S หรอกนะ

อเลนกับเอเลน่าก็ไม่ได้เตรียมท่าต่อสู้ด้วย ดูเหมือนว่ามันไม่ใช่ศัตรู

แต่ดูเหมือนว่าเด็กๆจะรู้สึกอะไรซักอย่างจึงมากอดผมอย่างนี้

 

《ฟุมุ ข้าคิดว่ารู้สึกถึงตัวตนที่แตกต่าง ผู้ติดตามของเทพแห่งลมเองงั้นรึ... 》

“หวา!?”

 

พูดได้ด้วย!!

แล้วนี่ยังได้ยินอยู่ในหัวเลย ไม่ใช่ได้ยินจากการฟังจากทางหู

แล้วทำไมความแตกได้ล่ะเนี่ย!?

 

《ตกใจอะไรกันรึ? ข้าก็ใช้ประเมินได้เหมือนกันนะ นายก็ใช้ได้ใช่มั้ยล่ะ?》

“อิย๊า...ก็ใช้ได้อยู่หรอก แต่ส่วนใหญ่มันมองไม่เห็นนี่สิ”

 

เข้าใจล่ะ ลิเวียธานก็มีสกิลประเมินเหมือนกัน... เขาคงรู้จากการดูสเตตัสของผมสินะ

 

《ฟุมุ แล้วตอนนี้ล่ะ ลองใช้ดูอีกครั้งสิ》

 

เมื่อผมได้ยินอย่างนั้น ผมจึงลองประเมินดูอีกที

 

=====

Status
【Name】
【Race】ลิเวียธาน[ผู้ติดตามของเทพแห่งน้ำ]
【Occupation】
【Age】863
【Level】123
【Skills】
เวทน้ำ? ???
ว่ายน้ำ ?? / ประเมิน ??
ตรวจจับกลิ่นไอ ??
เทพ? เทเลพาที ???
การโจมตีทางกายภาพ ??? / เวทมนต์ ?? / ป้องกันสภาวะช็อก ??
ร่างกายพิเศษ ?? / ป้องกันการโจมตีทางจิตใจ
ผู้พิชิตแห่งท้องทะเล

=====

 

อาเระ? ถึงตอนนี้จะมีบางอย่างที่ยังมองไม่เห็น แต่ก็สามารถมองเห็นส่วนใหญ่ได้แล้วแฮะ...

ก่อนอื่น อะไรคือผู้ติดตามของเทพแห่งน้ำกัน? ซิลฟ์ ไม่ใช่ว่านายบอกผมว่าไม่มีผู้ติดตามเทพคนอื่นๆอยู่บนพื้นโลกนอกจากผมนี่นา

แล้วยังอายุ 800 กว่าปีอีก ช่างน่าแปลกใจ...

ผมคิดว่าเขาเป็นผู้ชายจากเสียงที่ได้ยิน แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจ

แล้วยิ่งไปกว่านั้น ดูเลเวลนั่นสิ 3 หลักเลยนะ

มนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดที่ผมเคยได้ยินดูเหมือนว่าจะเลเวลประมาณ 50-60 นี่แหละ

แต่ลิเวียธานเลเวล 123....... มากไปกว่า 2 เท่าเลยนะ

ส่วนเสียงที่ผมได้ยินคิดว่าเป็นเพราะสกิล 【เทเลพาที】นั่นแหละ

สะดวกจังเลยแฮะ ถ้าผมมีสกิลนี้ผมก็คงคุยกับพวกจูลได้มั่งล่ะ

แล้วยัง...ผู้พิชิตแห่งท้องทะเลอีก พูดอะไรไม่ออกเลยแฮะ...

สเตตัสนี่มันอะไรกัน... อันตรายสุดๆ

 

《เป็นยังไงบ้างล่ะ?》

“ถึงจะเห็นไม่หมด แต่ก็เห็นบ้างแล้วล่ะ ได้ยังไงกัน?”

《นั่นเป็นเพราะข้าลดพลังเวทที่หุ้มร่างกายของข้าลงน่ะ》

“พลังเวทที่หุ้มร่างกาย?”

《อืม สิ่งมีชีวิตทั่วไปก็จะห่อหุ้มร่างกายด้วยพลังเวทโดยไม่รู้ตัวอยู่แล้ว โดยไม่ว่าจะอ่อนแอขนาดไหนก็จะทำไว้ และพลังเวทที่ห่อหุ้มจะหนาขึ้นจากปริมาณพลังเวทในแต่ละคน เพราะปริมาณพลังเวทของข้ามีมากกว่านาย ดังนั้นจึงทำให้มองไม่เห็น ดังนั้นข้าจึงลดพลังเวทที่ห่อหุ้มตัวข้าลง เพราะอย่างนั้นจึงทำให้นายสามารถประเมินข้าได้》

 

อย่างนี้นี่เอง...ต่อให้ผมมีพลังเวทสูง แต่ก็ยังมีความต่างของเลเวลที่ส่งผลต่อปริมาณพลังเวทของพวกเราอีก

แต่มันทำให้ผมมองไม่เห็นนี่สิ

หมายความว่า ต่อให้เจอคนที่มีสกิล 【ประเมิน】มาเจอผม ผมก็คงไม่ต้องกังวลว่าสเตตัสของผมกับเด็กๆจะโดนรู้สินะ?

ถึงจะเจอคนที่แข็งแกร่ง แต่ถ้ามีปริมาณพลังเวทน้อยกว่าพวกเราก็ไม่ต้องเป็นห่วง

ในทางตรงข้ามผมต้องระวัลเผ่าที่มีปริมาณพลังเวทสูงอย่างพวกเราเช่น เอลฟ์ หรือ เดม่อน

แต่ยังไงสกิล 【ประเมิน】ก็เป็นของหายากสำหรับทุกเผ่าอยู่ดี และคนที่มีสกิลก็จะถูกกลัวจากคนทั่วไป

ผมจึงไม่จำเป็นต้องระวังตลอด คราวนี้ลองมาฟังเรื่องของลิเวียธานต่อดีกว่า

 

《คิดทบทวนเสร็จแล้วหรือยังล่ะ?》

“อ่า ครับ แล้วคุณก็....? เป็นผู้ติดตามเทพเหมือนกันเหรอครับ?”

 

ผมไม่รู้จะเรียกเขายังไง เพราะจำได้ว่าในช่องชื่อของเขานั้นไม่มี

เมื่อไม่รู้จะเรียกยังไง ผมก็ใช้ “คุณ” น่าจะปลอดภัยที่สุด ใช่มะ?

 

《ใช่แล้ว ไม่ใช่ว่านายรู้จากการประเมินแล้วหรือยังไง? ข้าไม่มีนามอะไรนั่นหรอก นายสามารถเรียกข้ายังไงก็ได้ อืม ถ้าจะตั้งชื่อให้ข้า ข้าก็ไม่ว่าหรอกนะ》

 

ไม่ล่ะๆ ผมไม่ได้คิดเกี่ยวกับว่าจะเรียคุณว่ายังไงดีมานานหรอก ผมคิดเรื่องความแตกต่างของพลังเวทกับสกิล【ประเมิน】ต่างหากล่ะ

แล้วทำไมมาที่เรื่องชื่อได้ล่ะเนี่ย?

แต่ตอนนี้...ปล่อยมันไปก่อนละกัน

 

“ผมไม่คิดว่าจะมีผู้ติดตามคนอื่นอยู่บนพื้นโลกอีกน่ะครับ”

《ถึงจะมีอยู่ไม่เยอะ แต่ก็มีนั่นแหละ แต่พวกเราทั้งหมดรวมถึงตัวข้าด้วย ก็ใช้เวลาเรื่อยเปื่อยอยู่แต่ในถิ่นของตัวเองนั่นแหละ》

 

อ่า แปลว่ามีคนอื่นอีกสินะ

 

《แล้วลูกของเทพแห่งน้ำคือเด็กเมื่อตอนนั้นสินะ...》

“คุณรู้จักเด็กพวกนี้ด้วยเหรอครับ? ทั้งสองคนคือลูกของเทพแห่งน้ำอย่างที่คิดไว้เลย....”

 

ว่าแล้วเชียว อเลนกับเอเลน่าต้องเป็นลูกของเทพแห่งน้ำแน่ๆ

ในที่สุดตัวตนของทั้งคู่ก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้

 

《หืม นายไม่รู้อย่างนั้นหรือ?》

“ผมคิดไว้ว่าอย่างนั้นแหละครับ แต่ผมเป็นคนของเทพแห่งลม เลยไม่ได้รับรายละเอียดมา ดูเหมือนว่าจะเกี่ยวกับข้อกำหนดของเหล่าเทพนั่นแหละครับ”

《อ่า เป็นเรื่องอย่างนั้นเองสินะ》

“คุณรู้อย่างนั้นเหรอครับ?”

《แน่นอนว่านายคงรู้อยู่แล้วจากสเตตัสของข้า แต่ข้าก็เป็นผู้หนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับเทพแห่งน้ำ ข้าจึงได้รับข้อมูลมาตอนที่เด็กพวกนั้นได้เกิดขึ้นมา...ปีที่ผ่านมาสินะ? ข้าได้ถูกขอร้องให้ปกป้องดูแลเด็กสองคนนั้น》

 

ไม่ใช่ล่ะครับ...อเลนกับเอเลน่าเกิดมาได้กัน ห้าปีแล้ว... คงไม่ใช่เรื่องที่จะมาตบมุกตอนนี้สินะ?

ในเมื่ออยู่มาได้กว่า 800ปี คงทำให้เซนท์เรื่องเวลามันแปลกไปล่ะมั้ง...

 

“...แต่พวกเขาก็ไม่ได้ถูกดูแลอยู่นะครับ”

《ฟุมุ เป็นเพราะข้าปฏิเสธไป》

“เอ๋?”

《เพราะการที่ข้าจะขึ้นบกไปที่ประเทศใดประเทศหนึ่งมันจะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาน่ะ》

 

อ่า มันเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว

ถ้าลิเวียธานขึ้นบกไป คงทำให้หลายๆที่เกิดเรื่องวุ่นวายสุดเลย...

 

《ต่อให้ข้าไปปกป้องเด็กพวกนั้นได้ แต่ข้าก็ไม่รู้วิธีเลี้ยงเด็กมนุษย์อยู่ดี สถานะของทั้งสองคนคงไม่แตกต่างเท่าไรต่อให้ข้าไปดูแลก็ตาม ดังนั้นข้าจึงเลือกตัวเลือกที่จะทำให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด》

 

ถ้ามองจากข้อมูลแล้ว ผมก็เห็นด้วย

คงมีหลายเมืองที่โดยทำลายถ้าเขาตัดสินใจดูแล... แค่คิดก็สยองแล้ว

แล้วลิเวียธานก็คงไม่สามารถเลี้ยงทั้งสองคนที่ยังเป็นทารกได้ด้วย

ต่อให้เขาคิดจะอุ้ม แต่ถ้าเขาออกแรงมากเกินไปคงกลายเป็นการฆ่าทั้งสองคนแทน

 

《คงเป็นโชคชะตาที่ทำให้พวกเราได้มาเจอกัน ข้าจะให้ยืมพลังของข้าถ้านายเจอปัญหาที่แก้ไม่ได้》

“อาเระ? ไม่ใช่ว่าผู้ติดตามเทพไม่สามารถช่วยเหลือได้เหรอครับ?”

 

ซิลฟ์นั้นช่วยโดยตรงไม่ได้ แน่นอนว่าผู้ติดตามของเทพแห่งน้ำก็ด้วย

 

《นั่นเป็นเรื่องของผู้ที่อยู่สถานที่นั้น และข้าก็อยู่บนพื้นโลกมาตั้งแต่แรกแล้วด้วย จึงไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับผู้ติดตามที่อยู่บนพื้นโลกนี่หรอก》

“เป็นอย่างนั้นเหรอครับ....”

 

ผมได้รับคำยืนยันมาแล้วครั้งหนึ่งตอนที่ผมตัดสินใจจะดูแลอเลนกับเอเลน่า

ตอนแรกผมคิดว่าที่ไม่มีปัญหาเพราะผมมาจากโลกอื่น แต่ดูหมือนจะไม่ใช่เพราะสาเหตุนั้น

ดูเหมือนว่าผู้ที่อยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จะมีข้อบังคับต่างจากผู้ที่อยู่บนพื้นโลก

แต่ถ้าลิเวียธานไม่เหมาะกับเรื่องนี้ เขาก็น่าจะขอร้องคนอื่นให้มาดูแล อเลนกับเอเลน่านี่นา แต่ทำไมไม่ทำกันหว่า

แต่เมื่อคิดดู ผมได้ยินมาว่าพวกเขาอยู่แต่ในถิ่นของเขา หรือว่าผู้ติดตามคนอื่นๆก็เป็นเหมือนลิเวียธานงั้นเหรอ?

อ๊า.. ถ้าอย่างนั้นก็เป็นไปไม่ได้ล่ะนะ

 

《แล้วตัดสินใจเรื่องชื่อของข้าได้หรือยังล่ะ? นั่นจะเป็นการทำสัญญาชั่วคราวระหว่างพวกเรา》

“เอ๋? ชื่อเหรอ? แล้วสัญญาอีก?”

 

ชื่อเหรอ...เอาจริงดิ?

 

《อืม ไม่ใช่สัญญาของเจ้านายกับทาส แต่เชื่อมต่อด้วยสัญญาแห่งโชคชะตา มันจะเกิดขึ้นเมื่อนายตั้งชื่อให้กับข้า หลังจากนั้นมันจะทำให้นายอัญเชิญข้าออกมาได้ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับข้าด้วยล่ะนะว่าจะตอบรับหรือเปล่า》

 

ไม่เหมือนกับจูล ฟีท หรือโวลท์ที่ผมสามารถอัญเชิญออกมาเมื่อไรก็ได้ แต่ต้องได้รับการยอมรับจากอีกฝั่งด้วย

แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ลิเวียธานก็จะกลายมาเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งมาก สามารถต่อกรได้ระดับประเทศเลย

แต่ผมก็ไม่ได้คิดจะไปสู้อะไรหรอก คงจะไม่มีปัญหาหรอกนะถ้าผมจะตกลง?

มันจะทำให้ผมรู้สึกสบายใจ ถ้าจะได้เป็นพันธมิตรกับรุ่นพี่ผู้รอบรู้อีกด้วย

ชื่องั้นเหรอ... เอาเป็น...

 

“ผมขอยืนยันอีกหน่อย คุณเป็นผู้ชายใช่มั้ยครับ?”

《หืม ข้าไม่มีเพศหรอก แต่ถ้าให้เลือกก็คงเป็นผู้ชายนั่นแหละ》

“ถ้าอย่างนั้น เอาเป็น ไคเซอร์ ว่ายังไงครับ?”

《อืม ยอดมาก ชื่อของข้าคือไคเซอร์》

 

ดูเหมือนว่าเขาจะชอบชื่อนี้ แล้วก็เกิดวงเวทขึ้นมาบนพื้นน้ำรอบตัวไคเซอร์

 

《ดูเหมือนว่าสัญญาจะสำเร็จด้วยดี ตั้งแต่นี้ไปข้าคือไคเซอร์ ให้เรียกข้าว่าอย่างนั้น》

 

แล้วผมก็ได้ทำสัญญาชั่วคราวกํบลิเวียธาน.....ไคเซอร์




NEKOPOST.NET