[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 40 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.40 - สำรวจใต้น้ำ และคำขอร้อง


“อเลน เอเลน่า สนุกมั้ย~?”

“”สนุกคร้าบ(ค่า””

“อย่าไปกันไกลล่ะ เข้าใจมั้ย?”

“”คร้าบ(ค่า)””

 

พูดถึงการว่ายน้ำ อเลนกับเอเลน่าว่ายกันได้โดยไม่มีปัญหา

แถมยังว่ายกันด้วยความเร็วที่ผมตามไม่ทันอีกด้วย

ถ้าเทียบแล้วก็น่าจะประมาณสถิติโลกในโลกเก่าเลย

มีอะไรแตกต่างระหว่างผมกับพวกเด็กๆกันนะ ผมต้องรีบทดลองดูหลายๆอย่างแล้วล่ะ...

 

“คุณมิเรน่าครับ แถวนี้มีมอนสเตอร์แบบไหนบ้างเหรอครับ?”

“มอนสเตอร์แถมนี้หลักๆก็ Sand Crabs กับ Bomb Shelter ค่ะ ทั้งสองชนิดไม่ค่อยแข็งแกร่งเท่าไร แต่ถ้าเราลงไปลึกกว่านี้ก็จะเริ่มมีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งโผล่มาบ้าง แต่ที่สร้างปัญหามากที่สุดก็ Giant Killer Shark น่ะค่ะ”

 

Giant Killer Shark งั้นเหรอ มอนสเตอร์แรงค์ C เองนี่

แต่ถึงจะเป็นมอนสเตอร์แรงค์ C ก็คงจะไม่เป็นไรถ้าเราต้องต่อสู้ใต้น้ำ

 

“อ่ะ นั่นมัน Hammerfish นี่นา”

 

ขณะที่เราพูดถึงเรื่องมอนสเตอร์ก็มีมอนสเตอร์โผล่ออกมา Hammerfish ที่เป็นมอนสเตอร์แรงค์ E

เป็นมอนสเตอร์ที่มีครีบสีเงินรูปร่างคล้ายปลาทูน่าแต่ส่วนหัวนั้นเป็นรูปค้อน

เป็นมอนสเตอร์ที่ไม่ค่อยอันตรายเท่าไรถ้าระวังส่วนที่เป็นค้อนให้ดีๆ

 

“”ย่า!!””

 

อเลนกับเอเลน่าว่ายเข้าไปหาแล้วเตะใส่มัน

อ้าว ตายเลยซะงั้น ดูเหมือนว่าการอยู่ใต้น้ำไม่ได้ขัดขวางความสามารถของเด็กๆเลยซักนิด

ผมรู้สึกว่าบางทีอาจจะมากกว่าตอนอยู่บนบกอีก

เพราะทั้งสองคนเกี่ยวข้องกับเทพแห่งน้ำ การอยู่ในน้ำอาจเป็นความถนัดของทั้งสองคนก็เป็นได้

 

“พี่ชาย~”

“ปลาล่ะ~”

“ขอบคุณจ้า”

 

อเลนกับเอเลน่าลาก Hammerfish กลับมาหาผมโดยดึงส่วนค้อนมา

 

“”อ๊ะ””

 

หลังจากส่ง Hammerfish ให้ผมแล้ว ทั้งสองคนก็รับรู้ถึงมอนสเตอร์อีก

อืม...ดูเหมือนว่ารอบนี้คือ Sand Crab มันมีขนาด 60-70ซม ถ้ารวมกระดองแล้ว มันตงจะสูงกว่านี้ถ้ายืดขาออกมาอีก

 

“รูปร่างแปลกจัง~!”

“มันมาแล้ว~!”

 

ก่อนหน้านี้ มอนสเตอร์ที่เจอมีแต่ประเภทสัตว์ป่ากับแมลง

การที่ได้เห็นมอนสเตอร์ประเภทสัตว์ทะเลครั้งแรกทำให้อเลนกับเอเลน่าดูคึกคักมาก

 

“ระวังส่วนก้ามมันด้วยนะ อย่าบาดเจ็บกันล่ะ”

“”คร้าบ(ค่า)””

 

ผมเตือนให้ทั้งสองคนระวังก่อนที่จะว่ายกันออกไป

มันคงจะอันตรายถ้าถูกหนีบด้วยก้ามปู... ถึงผมจะคิดแบบนั้นแต่ก็คงไม่ต้องกังวลอะไร

ทั้งสองคนจัดการได้อย่างรวดเร็วแล้วนำกลับมาหาผมเหมือนเดิม

 

“”ตัวนี้ คืออะไรเหรอ~?””

“Sand Crab น่ะ เป็นปูชนิดหนึ่ง”

“”ปู~?””

“มันอร่อยมากถ้าเราเอาไปต้ม ครั้งหน้าอยากลองกินกันมั้ย?”

“”กิน~””

 

เนื้อปูดิบนั้นอาจจะไม่ค่อยอร่อยเท่าไร แต่ถ้าโดนความร้อนแล้วจะอร่อยมาก

เราตงกินมันได้นั่นแหละ ก็ปูนี่นา เอาไว้ทำหม้อไฟปูดีกว่า ถึงจะนอกฤดู แต่ก็คงไม่เป็นอะไรหรอก

ไว้ทำกินกันตอนเรากลับขึ้นไปบนบกละกัน!!

 

หลังจากนั้นอเลนกับเอเลน่าก็จัดการมอนสเตอร์ที่โผล่มาทุกตัว

คุณมิเรน่าที่เห็นอเลนกับเอเลน่าจัดการได้อย่างง่ายๆก็มองด้วยสายตาแปลกใจ

 

“....ทั้งสองคน แข็งแรงกันจังเลยนะคะ?....”

“ฮะๆๆๆ....”

 

ผมก็ได้แต่หัวเราะตอบนี่แหละ

 

◇ ◇ ◇

 

2 ชม หลังจากเราเริ่มดำน้ำกันมา

 

“หวา!?”

“ยินดีต้อนรับและขอบคุณที่มานะคะ นี่คือหมู่บ้านของพวกเรา”

 

ด้านหน้าของผมนั้นคือคริสตัลสีฟ้าขนาดใหญ่พอๆกับภูเขาลูกเล็กๆ

อยู่ดีๆวิวทิวทัศน์ใต้ทะเลก็ต่างจากที่เราว่ายผ่านกันมาเลย

......คิดดูแล้วเมื่อซักครู่พอเราว่ายมา ผมก็รู้สึกเหมือนผ่านผิวเยื่อบางๆเข้ามา

คงพรางตัวอยู่สินะ? เป็นบาเรียภาพมายาอะไรซักอย่างหรือเปล่าหว่า?

 

“ที่เราผ่านเข้ามาเมื่อกี้คืออะไรเหรอครับ?”

“รู้สึกด้วยหรือคะ? สมแล้ว นั้นคือเวทมายาที่ทำให้ดูเหมือนไม่มีอะไรที่นี่กับเวทบาเรียที่คอยป้องกันไม่ให้มอนสเตอร์เข้ามาได้น่ะค่ะ มาบาเรียทั้งหมดสองชั้นกางไว้อยู่”

“การที่พวกผมเข้ามาได้แปลว่ามนุษย์ก็ผ่านเข้ามาได้เหรอครับ?”

“ต่อให้เป็นมนุษย์ก็ไม่สามารถเข้ามาได้หรอกค่ะ ที่เข้ามาได้ต้องมาพร้อมกับพวกเราเท่านั้นค่ะ”

 

เข้าใจล่ะ ถ้าคุณมิเรน่าไม่ได้อยู่กับพวกเรา ก็จะเข้ามาไม่ได้สินะ

ว่าแต่ คริสตัลนี้มันคืออะไรกันนะ...?

 

=====
【คริสตัลทะเล】【Sea Crystal】
คริสตัลที่ตกผลึกโดยตัวทะเลเอง
มีพลังการซ่อนเร้นเมื่ออยู่ภายใต้ทะเล

=====

 

“.....คริสตัลทะเล?”

“ค่ะ ใช่แล้ว เพราะที่นี่คือทะเลฟ้า พวกเราเลยเรียกที่นี่ว่าวิหารทะเลฟ้าค่ะ”

 

เพราะผมสังเกตเห็นคนที่นี่เข้า-ออกจากคริสตัลทะเล แสดงว่าคริสตัลทะเลก็คือที่อยู่สินะ

คงเป็นอะไรที่มันคล้ายๆประสาทนางเงือกล่ะมั้ง

โดยมีคริสตัลกึ่งโปร่งใสมีรูปร่างเป็นปราสาทตั้งอยู่ แต่ถ้าให้ผมพูดมันดูเหมือนภูเขามากกว่าปราสาทล่ะ

แต่มันช่างวิเศษอะไรอย่างนี้ ออร่าที่ดูโดดเด่นนั่นก็อีก

วิหารทะเลสีฟ้าสินะ...ผมพูดได้คำเดียวเลยว่า “สุโก้ยยยย”

 

“วิบวับเลย~”

“สวยจัง~”

“อืม มันสวยมากเลย”

“ฮุๆๆ ขอบคุณมากค่ะ ฉันจะนำทางเข้าไปด้านในนะคะ แต่ก่อนอื่นโปรดตามฉันไปด้านหลังของวิหารก่อนนะคะ”

“อ่า ครับ”

 

หลังจากจ้องมองความสวยงามของวิหารได้ครู่นึง คุณมิเรน่าก็นำทางพวกเราไปด้านหลังของวิหาร

เมื่อมาถึงก็เห็นเรือที่จมอยู่ โดยอยู่ระหว่างหินกับตัววิหารทะเลฟ้า

 

“นี่เป็นทางเข้าสู้สถานที่ที่พวกเราเพาะเลี้ยงปะการังค่ะ แต่ก็อย่างที่คุณเห็นมันถูกปิดไว้ด้วยเรือที่จมลงมา พวกเราลองทำอะไรหลายๆอย่างดูแล้ว แต่พวกเราไม่สามารถขยับมันได้ซักนิดเลย... ขณะที่พวกเรากำลังสิ้นหวังว่าไม่รู้จะทำยังไงกันดี ท่านเจ้าหญิงมิโกะที่เป็นเจ้าของวิหารทะเลสีฟ้าก็ได้รับคำพยากรณ์ลงมา”

 

เรือที่จมลงมานั้นปิดทางเข้าไว้พอดี โดยไม่มีช่องว่างระกว่างวิหารทะเลฟ้ากับหินที่เป็นทางเข้าเลย

เรื่อที่จมนั้นมีขนาดใหญ่ ถ้าเป็นเรือขนาดเล็กก็คงมีช่องว่างให้เข้าไปได้บ้าง เพราะอย่างนั้นชาวเงือกจึงไม่สามารถขยับมันได้

อิย๊า~ มันลงมาพอดีเป๊ะเลยนะนี่

แน่นอนว่าผมก็ขยับมันไม่ได้หรอก แต่ผมสามารถเอาใส่ลงใน《Infinite Storage》ได้

 

“ผมสามารถเอาออกเลยได้ทันทีเลยนะครับ”

 

ผมยืนมือออกไปจับเรือที่จมอยู่แล้วใส่ลงไปใน《Infinite Storage》

เมื่อผมลองตรวจสอบรายการใน《Infinite Storage》ก็พบรายการของเรือรูปแบบ Dietlinde ขึ้นมา

รูปแบบ Dietlinde เป็นเรือขนส่งที่มีทั้งถังและกล่องสินค้าบรรจุอยู่เต็มเรือ

เมื่อผมลองตรวจสอบก็ไม่สามารถรู้ได้ว่ามีอะไรอยู่ในกล่องสินค้า

เอายังไงกับของพวกนี้ดีเนี่ย เพราะเรือมันจมลงมาทำให้กล่องพวกนี้เปียกหมดแล้ว

ถ้าเป็นของใช้ก็คงเสียหายไปหมดแล้วล่ะ แล้วจะเอายังไงดีถ้าเป็นพวกอาหารอีก

ถึงไม่อยากจะคืด แต่ก็คงอยู่ในสภาพที่น่าสยองแล้วล่ะ ผมจึงไม่อยากจะตรวจสอบดูเลย...

เอาเป็นว่าปล่อยมันไปก่อนแล้วกัน

แต่สุดท้ายยังไงก็ไม่มีศพติดอยู่กับเรือ แปลว่าลูกเรือคงหนีกันออกไปทันก่อนที่เรือจะจมสินะ

แน่ล่ะ ผมไม่อยากเก็บศพไว้ใน《Infinite Storage》หรอกนะครับ

 

“อย่างนี้ได้มั้ยครับ?”

 

หวา!!

เมื่อผมหันกลับไปก็พบเงือกคนอื่นๆนอกจากคุณมิเร่าอยู่เต็มไปหมด

 

“ขอบคุณมากค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่คุณไม่ไปตรวจสอบปะการังหน่อยเหรอครับ?”

“นั่นสิ ขอตัวนะคะ”

 

ผมมองเห็นปากถ้ำอยู่ตรงหินที่โดนเรือปิดไว้

คุณมิเรน่าให้คำแนะนำกับเงือกคนอื่นๆโดยเร็ว แล้วแบ่งกันเข้าไปในภ้ำ

 

“ปะการังนี้เป็นปะการังสำคัญเหรอครับ?”

“ใช่แล้วค่ะ ส่วนใหญ่จะใช้เป็นวัตถุดิบการทำยา สำหรับเงือกอย่างพวกเรานั้นต้องใช้ยาเฉพาะเท่านั้นค่ะ ดังนั้นพวกเราจึงไม่สามารถเสียปะการังพวกนี้ไปได้”

 

งั้นก็สำคัญมากเลยสิ แต่ไม่ใช่ว่าปะการังจะขึ้นแต่ที่น้ำใสสะอาดไม่ใช่เหรอ?

ผมไม่รู้ว่าเรือมันจมมาเมื่อไร แต่หวังว่ามันคงจะไม่เป็นไรจากการกระแทกลงมา...

 

“โชคดีที่เวลาผ่านมาไม่นานหลังจากเรือจมลงมา ความเสียหายคงมีไม่มากหรอกค่ะ คุณช่วยพวกเราไว้จริงๆ”

“งั้นเหรอครับ? ผมยินดีที่ได้ช่วยนะครับ”

 

ผิดคาดที่เรือพึ่งจะจมลงมาไม่กี่วันนี้เอง

แต่ผมก็คงจะไม่โดนตำหนิอะไร ผมคงจะรับผิดชอบไม่ไหวถ้าปะการังนั้นโดนทำลายไปหมด

 

“ตอนนี้ท่านเจ้าหญิงมิโกะคงรอพวกเราอยู่แล้ว ขออนุญาตนำทางไปนะคะ”

 

ต่อไปก็พบเจ้าหญิงงั้นเหรอ เฮ่อ เป็นเจ้าของวิหารทะเลฟ้านี่สินะ?

จะเป็นคนยังไงกันน้า~!




NEKOPOST.NET