[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 38 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.38 - สู่ทะเล


เพราะพวกเราเดินทางกันแบบไม่รีบร้อน ผมจึงพาพวกเด็กๆไปออกกำลังกายในป่ากาย่ากัน

ครั้งนี้จูลกับฟีทไม่ได้จัดการมอนสเตอร์ด้วยร่างกายอย่างเล็บหรือเขี้ยว แต่ใช้เวทจัดการ

จูลแช่แข็งร่างของมอนสเตอร์ด้วยเวทน้ำแข็ง 《Freeze》

ส่วนฟีทใช้เวทลม 《Float》ทำให้แท่งน้ำแข็งลอยมาทางผมเพื่อส่งวัตถุดิบ

ทั้งสองตัวฉลาดและเก่งมากๆเลยล่ะ

แต่เมื่อพวกเขาต้องสู้ในระยะประชิด ก็เป็นหน้าที่ผมต้องทำความสะอาดให้ด้วย《Washing》

แต่ก็ไม่มีปัญหาหรอก เพราะเวทนี้แทบจะไม่กินพลังเวทเลย

....แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองตัวจะไม่ค่อยพอใจถ้าไม่ได้รับคำชมกับเลียหน้าเด็กๆหลังการต่อสู้

ก็นะ ถ้ามันทำให้อเลนกับเอเลน่าสนุกไปด้วยก็คงไม่เป็นไรหรอก

 

พวกเราเดินล่ากันแบบเรื่อยเปื่อยในป่ากาย่า

หลังจากผมรู้ตัว พวกเด็กๆกับเหล่าอสูรรับใช้ก็จัดการมอนสเตอร์เรียบร้อย

เมื่อค้นเจอ ทั้งหมดก็จะพุ่งไปทันที เมื่อจัดการเสร็จก็นำซากกลับมาหาผม ผมก็ลูบหัวชม

นี่ก็วนไปอย่างนี้แหละ

แต่บางครั้ง โบลท์ใช้ใช้เวทสายฟ้า 《Thunderbolt》จัดการมอนสเตอร์จากบนท้องฟ้า

เมื่อเกิดเหตุแบบนั้น เด็กๆกับเหล่าสัตว์ก็จะอารมณ์ไม่ค่อยจะดี

 

“อุหวา!!”

 

เมื่อพวกเด็กๆรู้สึกไม่ค่อยดีเมื่อไม่ได้รับบคำชม ผมก็จะเข้าไปลูบหัวปลอบ

แต่หลังจากนั้นก็เริ่มคึกกันขึ้นมาอีกซะงั้น

พวกเธอใจเย็นๆลงหน่อยก็ได้นะ....

 

เมื่อรอบๆเริ่มมืด ผมจะตัดสินใจที่จะออกจากป่ากาย่าเพื่อตั้งแคมป์

พวกเราขี่จูลกับฟีทออกมาจากป่าอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่านอกป่านั้นปลอดภัย

เมื่อตัดสินใจจุดตั้งแคมป์ได้แล้ว พสกเราก็เริ่มกินอาหารเย็นกัน

 

“อเลน เอเลน่า เย็นนี้กินอะไรกันดี?”

“”อืม.......ครีม!!””

 

เพราะอเลนกับเอเลน่าชอบกินครีมปังกันมากๆ จึงเป็นตัวเลือกที่โดนเลือกบ่อยที่สุดในเวลาอาหารว่าง

แต่ การกินครีมปังเป็นอาหารเย็นมันก็น้า... ผมคงต้องให้ทั้งสองคนเลือกอย่างอื่นที่มีสารอาหารเยอะๆหน่อยล่ะ

 

“อืม..อเลน เอเลน่า ครีมปังมันไม่ค่อยดีกับการกินเป็นอาหารเย็นนะ... เอาไว้เป็นของว่างวันพรุ่งนี้ดีดว่ามั้ย?”

“”คร้าบ(ค่า)””

“งั้นเอาเป็น... ข้าวหน้าไก่กับไข่(โอยาโกะด้ง)เป็นไง? ที่มีไข่โปะอยู่บนข้าวน่ะ”

“”เอาคร้าบ(ค่า)””

“ตกลงเป็นอันนั้นนะ”

 

ถึงจะดูเหมือนว่าผมบังคับพวกเด็กๆ แต่พวกเขาก็ยินดีที่จะกินอย่างดี

ข้าวหน้าไก่กับไข่จึงเป็นอาหารเย็นของพวกเราในวันนี้

 

“จูล ฟีท กับโบลท์เอาเป็นเนื้อใช่มั้ย? กินแบบดิบกันหรือเปล่า?”

“โฮ่งๆ”

“หืม? ไม่เอางั้นเหรอ งั้นย่างล่ะ?”

“โฮ่งๆๆๆ”

“เข้าใจล่ะเอาแบบย่างสุกนะ แล้วฟีทล่ะ”

“โฮก”

“ได้เลย โบลท์ล่ะ แบบไหนดี”

“ปี้~”

 

เหล่าอสูรรับใช้นั้นจริงๆก็ไม่ได้ต้องการอาหารหรอก เพราะเวลาเหล่าอสูรรับใช้เข้าไปในเงา

ก็จะได้พลังเวทจากเจ้านายเพื่อปื้นฟูพลังอยู่แล้ว

แต่เพราะพวกเขาก็สามารถกินได้ปกติ ผมจึงให้พวกเขาทานอาหารไปพร้อมๆกัน

ผมจึงลองถามว่าจะกินอะไรกันดี แต่ดูเหมือนว่าพวกอสูรรับใช้จะชอบเนื้อที่ปรุงสุกมากว่ากินดิบๆ...

เมื่อผมถามถึงเนื้อดิบ พวกเขาก็ส่ายหัวกันทันที

เพราะเนื้อที่ย่างแล้วจะมีรสชาติดีกว่า พวกเขาจึงชอบกินแบบมนุษย์นี่แหละ

เขาเขานั้นชอบที่จะกิน ”อาหาร” ที่ปรุงแล้วมากกว่าด้วย

งั้นถ้าเป็นเนื้อย่างกับข้าวหน้าไก่กับไข่ล่ะจะกินอันไหนดี? ผมเลยลองถามออกไป

สรุปแล้วกินเหมือนกับพวกเราเลยน่าจะดีกว่า

แต่ถ้าผมจะทำออกมาแค่ที่เดียว ก็น่าจะเป็นเรื่องลำบากถ้าจะมาทำเพิ่มทีหลัง

ผมจึงทำข้าวหน้าไก้กับไข่ออกมาสำหรับ 6คนกินอิ่มไปเลย

แต่ไม่ใช่ว่าหัวหอมเป็นอันตรายกับสัตว์ตระกูลแมวงั้นเหรอ? ดูจากที่กินแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ผมจึงปรุงหัวหอมเข้ากับเนื้อไก่ป่าด้วยซอสถั่วเหลือง เมื่อเริ่มสุก ก็ใส่ไข่ลงไปจนไข่เริ่มสุกก็เสร็จเรียบร้อย

 

“เอาล่ะมากินกันถอะ กินแล้วนะครับ”

“”กินแล้วนะคร้าบ(ค้า)”” “โฮ่ง” “โฮก” “ปี้”

 

อืม อร่อยจริงๆ

บอกได้เลยว่าข้าวหน้าไก่กับไข่ที่เป็นไข่ยางมะตูมเหลวๆเนี่ยอร่อยสุดๆ

อเลนกับเอเลน่าก็เอาช้อนพุ้ยข้าวกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ผมทำให้พวกจูลโดยวางลงบนถาดเพื่อให้กินกันง่าย

โบลท์นั้นจิกกินด้วยความแม่นยำขณะที่จูลกับฟีทก็ก้มลงไปกินกันในร่างสัตว์น้อย

ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรับรสได้ดีขึ้นเมื่ออยู่ในร่างสัตว์น้อยล่ะ

แต่ก็นะ ถ้าอยู่ในร่างปกติ พวกเขาก็คงกินได้แค่ตัวละ 2-3คำก็หมดแล้ว

 

“”จูล~””

“โฮ่ง”

 

เมื่อถึงเวลานอนจูลก็ทำหน้าที่แทนหมอนและผ้าห่มให้กับพวกเรา ขนของจูลนั้นฟูและนุ่มมาก..

วันนี้เป็นคิวของจูล ส่วนพรุ่งนี้จะเป็นคิวของฟีทมาทำหน้าที่หมอน

ผมคิดว่าการเอาพวกเขามาแทนหมอนนี่ก็ดูแย่นิดๆ แต่เมื่อมองไปทางจูลหางก็โบกสะบัดดีใจใหญ่เลย

ดูเหมือนว่าจะไม่ต้องเกรงใจ ผมจึงเอนตัวนอนลงบนจูล แล้ววานฟีทกับโบลท์ทำหน้าที่คุ้มครอง

พอพูดจบ ฟีทกับโบลท์ก็มานอนอยู่ข้างๆพวกเรา เด็กๆของเราทุกคนมีสกิลตรวจจับกลิ่นไอ

ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาที่ตอนนี้จะพักไปด้วย

 

อืม... นั่นพระจันทร์สินะ...

เอเทลเดียนั้นมีพระจันทร์ 3ดวง สีเหลือง สีฟ้า และสีแดง พระจันทร์ 3 สีลอยอยู่บนฟ้า

ทำให้ผมรู้สึกตัวว่านี่เป็นครั้งแรกเลยที่เราออกมาตั้งแคมป์ท่ามกลางท้องฟ้าที่สุกสกาวยามค่ำคืน

ตอนอยู่ในป่ากาย่าก็มองไม่เห็น อีกรอบก็นอนในดันเจี้ยน

อืมท้องฟ้ายามค่ำคืนอันสุกสว่างที่ไม่ได้เห็นมานาน

พอเห็นว่ามีพระจันทร์หลายดวง ก็ทำให้ผมรู้สึกตัวอีกครั้งว่านี่คือต่างโลก

นี่ก็หลายเดือนแล้วสินะที่ถูกพามายังเอเทลเดีย

มีเรื่องหลายอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว..ผมหลับไปขณะคิดอะไรเพลินๆ

 

◇ ◇ ◇

 

วัดถัดมาผมก็ยังเข้าไปในป่ากาย่าเหมือนเดิม

อเลน เอเลน่า จูล และฟีท วันนี้ไม่ค่อยเล่นเฮฮาเหมือนเมื่อวาน

เพราะวันนี้เรามาหาสมุนไพรกัน

 

“ตรงนั้น~”

“เยอะแยะเลย~”

“อืมมีเยอะจริงๆด้วยแฮะ”

 

อ๊า หญ้าจิตมาร

ถึงหญ้าเวทจะหาได้ทั่วไปก็เถอะ แต่หญ้าจิตมารนี่เป็นสมุนไพรที่ดีมากแต่หายาก...

แต่เพราะป่ากาย่าเต็มไปด้วยพลังเวท จึงไม่แปลกที่จะโตได้เยอะขนาดนี้สินะ?

ขณะที่ผมกำลังเก็บเกี่ยวอยู่นั้น...

 

“โฮ่งๆ”

 

คราวนี้ดูเหมือนจูลจะเจออะไรบางอย่าง

นั่นมัน หญ้าวิญญาณ.... หญ้าหายากอีกแล้ว.... ผมเอาไว้ใช้เป็นยาสามัญได้เลย

 

“โฮกก”

 

รอบนี้ฟีทงั้นเหรอ? นั่นมันหญ้าโทกะ

หญ้าโทกะนั้นโปร่งแสงจึงทำให้หายาก แต่เหมือนว่าฟีทจะเจอจากการดมกลิ่น

 

“ปี้~”

 

อ๊ะ โบลท์ก็เจอผลมินสุด้วย

ผลมินสุมีรูปร่างคล้ายผลบ๊วย แต่มีขนาดใหญ่กว่า มีรสชาติเปรี้ยวมาก แต่ให้สารอาหารเยอะ

ส่วนมากจะใช้เป็นอาหารเสริมให้กับคนขาดสารอาหาร

บนต้นมาผลสุกอยู่เยอะเลยแฮะ โบลท์จิกให้หล่นลงมาส่วนผมก็รอรับอยู่ด้านล่าง

ไม่ใช่ว่าเราเจอแต่ของหายากเรอะรอบนี้

 

“”อ๊ะ!!””

 

อเลนกับเอเลน่าเจออะไรบางอย่างแล้ววิ่งไปทางต้นไม้

คราวนี้เจออะไรกันนะ?

 

◇ ◇ ◇

 

หลังจากเดินทางเรื่อยเปื่อยมาเรื่อยๆ เราก็สามารถเห็นทะเลได้หลังจากออกมาจากชิรินประมาณ 1สัปดาห์

ถ้าในมุมมองคนอื่นเราคงมาด้วยความเร็วสูงเลยล่ะ

 

“อเลน เอเลน่า นั่นทะเลยังไงล่ะ”

“”ทะเล~ ใหญ่จังเลย~””

 

อเลนกับเอเลน่าจ้องทะเลด้วยสายตาเป็นประกาย

 

“”น้ำเยอะแยะเลย””

“ใช่แล้ว แต่น้ำทั้งหมดนั่นเป็นน้ำเค็มนะ”

“”อร่อยมั้ย?””

“ไม่อร่อยหรอก ดังนั้นอย่าไปกินนะ”

“”คร้าบ(ค่า)””

 

ผมพูดดักไว้ก่อนเพราะคิดว่าทั้งคู่คงจะวิ่งไปลองกินเมื่อถึงทะเลแน่ๆ

แต่ถ้าพูดไว้ทั้งสองก็จะไม่ไปยุ่ง

 

เราเดินมาเรื่อยๆจนถึงชายหาด

ชายหาดที่ไม่มีคนอยู่เลยนี่ดูเป็นธรรมชาติสุดๆ ผมได้ยินแต่เสียงคลื่นดังกระทบฝั่ง

ขณะที่อเลนกับเอเลน่ากำลังเล่นน้ำที่พัดเข้าฝั่งอยู่ก็มี...

 

“เอ่อ... ไม่ทราบว่าใช่ท่านทาคุมิหรือเปล่าคะ?”

“....คุณคือใครเหรอครับ?”

 

อยู่ดีๆก็มีผู้หญิงถามคำถามมาจากทะเล

อืม... ทำถึงรู้ชื่อผมได้ล่ะเนี่ย?

 

“ดิฉัน มิเรน่าจากเผ่าเงือกค่ะ”

 

หา? เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?




NEKOPOST.NET