[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 37 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.37 - ออกเดินทาง


“ทีนี้ผมก็คงออกเดินทางได้โดยหมดห่วงซักที”

“อะไรนะ?” “หา??” “หืม?” “โอ้?”

 

อยู่ดีๆทั้งท่านเดอริค ท่านวาร์ท ท่านคาลัน กับ ท่านริสเนอร์ ก็ตกใจกับสิ่งที่ผมบอก

อาเร? ผมไม่ได้บอกพวกเขาไว้ก่อนหรือเนี่ย?

 

“ทาคุมิ นายจะออกจากเมทองชิรินงั้นเหรอ?”

“ครับ จริงๆผมกะไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังกังวลเรื่องบารอนกิลเบิร์ตเลยไม่ได้ไปซักที”

 

ท้ายที่สุด ผมอยากให้จบเรื่องของ “ร้านข้าวสาลีสีทอง” ก่อนที่จะออกเดินทาง

ตอนแรกผมคิดว่าถ้าปัญหามีแค่เรื่องของพ่อค้าทาส ผมก็ออกจากเมืองไปได้เลย

ถึงจะดูเหมือนหนีปัญหา แต่การจัดการโดยตรงกับคนพวกนั้นก็น่ารำคาญด้วย

แต่สุดท้ายปัญหาทั้งหมดก็ถูกแก้รวดเดียวด้วยกลุ่มอัศวิน

 

“แล้วคิดจะไปที่ไหนกันต่อล่ะ?”

“ผมคิดว่าจะไปทางทิศใต้ไปทางทะเลน่ะครับ”

“งั้นเหรอ...อย่างน้อยก็ยังอยู่ในประเทศนี้สินะ...”

 

เมื่อผมบอก “จะไปทางทิศใต้” ทั้ง 4คนก็ดูโล่งอกขึ้นมาทันที

นั่นสินะ พวกเขาคงอยากเก็บทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญไว้กับประเทศตัวเองแน่ๆล่ะ

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นก็ผกผันกับกำลังต่อสู้ของที่นั้นๆด้วย

นั่นคงเป็นสิ่งที่กลุ่มอัศวินต้องคอยควบคุมอยู่ตลอดเวลา

 

“ทางใต้งั้นเหรอ.. หรือว่าจะไป เมืองไบเล่?”

“ใช่ครับ”

 

เป้าหมายที่ผมคิดจะไปคือเมืองท่าไบเล่ ที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกาเดีย

ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงฤดูร้อนด้วย พูดถึงหน้าร้อนก็ต้องทะเลใช่มั้ยล่ะ?

ผมอยกให้อเลนกับเอเลน่าได้เห็นทะเลกัน

ปกติคนทั่วไปเดินทางระหว่างเมืองสู่เมืองคงใช้เวลากันเป็นเดือนถ้ามีรถขนสัมภาระไปด้วย

ถ้าเป็นอย่างนั้น ฤดูร้อนนี้ก็คงจบกันพอดี ผมจึงคิดจะขี่จูลกับฟีทไป คงจะถึงได้ในไม่กี่วัน

เพราะอย่างนี้ ผมจึงไม่ลังเลที่จะออกเดินทางเลย

 

“คุณทาคุมิ นี่ครับ”

“จดหมาย? นี่คืออะไรเหรอครับท่านริสเนอร์?”

 

ท่านริสเนอร์ส่งจดหมายที่มีตราผนึกมาให้ผม

เมื่อได้ยินจุดหมายที่ผมจะไป ท่านริสเนอร์ก็ยืมอุปกรณจากท่านคาลันเพื่อเขียนมันขึ้นมา

 

“เป็นจดหมายแนะนำตัวกับเจ้าของดินแดนของเมืองไบเล่น่ะครับ”

“เอ๋!?”

 

สำหรับเจ้าของดินแดนเมืองไบเล่งั้นเหรอ?

พอได้ยินอย่างนั้นพอก็ยื่นมือที่ถือจดหมายกลับไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

“เจ้าของดินแดนของเมืองไบเล่เป็นคนรู้จักของข้าเอง ข้าจะติดต่อเขาไว้ล่วงหน้า ดังนั้นเมื่อไปถึงเมืองไบเล่อย่าลืมเข้าไปหาล่ะ ข้าไม่สนใจหรอกนะที่คุณจะไปบังคับร้านเบเกอรี่ทำตามออเดอร์ส่วนตัวหรืออย่างอื่นที่เมืองนั้นอีก”

“เอ๋!?”

 

ไม่ใช่ “เชื่อใจ” แต่เป็น “ไม่สนใจหรอกนะที่คุณจะไปบังคับ” งั้นเหรอ

...พูดอะไรกันล่ะนั่น ผมไม่มีทางทำอย่างนั้นหรอกน่า

ท่านริสเนอร์อธิบายเกี่ยวกับจดหมายที่ให้ผมต่ออีก อ๊าอย่ายิ้มสยองแบบนั้นสิครับ...ผมไม่ชอบรอยยิ้มแบบนั้นเลย

ผมลองมองรอบๆเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนไม่มีใครช่วยได้ซํกคน ผมจึงต้องรับจดหมายนี้ไป

ผมตัดสินใจที่จะรับมันด้วยความยินดีละกัน

แล้วผมก็ไม่คิดที่จะสร้างความลำบากใจให้พวกเขาเพิ่มด้วย เอาเป็นว่าไปเจอพวกเขาเฉพาะตอนเจอเหตุการณ์ยากๆละกัน

ผมอาจจะขอให้สนับสนุนเรื่องร้านเบเกอรี่ที่รู้จักซักนิดหน่อยก็พอ...

 

หลังจากเสร็จธุระที่หน่วยอัศวิน ผมก็ไปที่กิลด์นักผจญภัย คุณโร้ด และที่โรงแรมเพื่อกล่าวลา

ผมผมบอกที่จะออกเดินทาง ทุกคนดูจะตกใจมาก ผมเกือบจะถูกขังอยู่ที่กิลด์นักผจญภัยด้วยซ้ำ

คุณลูน่าพอได้ฟังแล้วทำหน้าเศร้าแบบสุดๆออกมา แล้วก็เริ่มมาเกาะผมไว้ไม่ยอมให้ผมไป

สงสัยจะเป็นเพราะผมที่เป็นคนป้อนวัตถุดิบจากป่ากาย่าจะหายไป

ผมรู้สึกเสียใจนิดหน่อยที่ไม่มีความรู้สึกเกี่ยวกับความรักซํกนิดเลย T-T

 

เช้าวันถัดมาเป็นวันดีที่ผมจะเริ่มออกเดินทาง

เมื่อพวกเราออกมากเมืองชิรินเข้าสู่ถนนหลัก หลักจากตรวจสอบดูแล้วว่าไม่มีคนอยู่ใกล้ๆ

ผมก็อัญเชิญอสูรรับใช้ออกมา

 

“โฮ่ง””โฮก””ปี้”

 

ทั้งสามตัวพอออกมาก็เข้ามาคลอเคลียผมทันที

 

“โอ้~ โย่ชๆๆๆๆ”

 

ก่อนหน้านี้ผมแทยไม่ได้เรียกพวกเขาออกมาเลย จริงๆผมน่าจะโดนเคืองเลยด้วยซ้ำ

ดังนั้นก่อนอื่นผมจึงต้องลูบหัวมอบความรักอย่างเต็มที่ซะก่อน

หลังจากทั้งสามตัวพอใจ ผมก็เริ่มจัดขบวนสำหรับเดินทางกัน

 

“จูลกับฟีทจะเป็นพาหนะสำหรับเดินทางครั้งนี้นะ”

“โฮ่ง “โฮก”

“ส่วนโบลท์จะบินสำรวจอยู่บนฟ้าคอยสอดส่องดูรอบๆ”

“ปี้”

 

ทั้งสามตัวตอบรับอย่างขยันขันแข็ง ผมอุ้มอเลนกับเอเลน่าขึ้นไปบนหลังของจูลส่วนผมก็ปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังของฟีท

หลังจากพร้อมผมก็บอกให้ทั้งสองตัววิ่งเรียบชายป่ากาย่าไปทางใต้ ขณะเดียวกันโบลท์ก็จะบินอยู่เหนือหัวพวกเรา

จากรูปแบบนี้พวกเราก็แทบจะไม่เจอคนอื่นๆแน่นอน ช่วยไม่ได้เพราะผมคิดว่าการเจอคนอื่นๆระหว่างเดินทางจะเป็นเรื่องยุ่งยากด้วย

ผมลองคิดดูว่าถ้ามีคนเห็นผมขี่มอนสเตอร์แรงค์ S เดินทางคงจะตกใจกันน่าดู ผมจึงไปเงียบๆดีกว่า

 

บางทีก็มีมอนสเตอร์หลุดออกมาจากชายป่ากาย่า เมื่อเจออย่างนั้นจูลกับฟีทก็จะให้พวกเราลงแล้วเข้าไปจัดการ

อิย๊า~ เด็กๆของพวกเราแข็งแกร่งกันสุดๆ พวกเขาจัดการได้ด้วยการโจมตีครั้งเดียวเลย

สมกับเป็นมอนสเนอร์แรงค์ S แค่นี้ผมก็วางใจได้เลย

แล้วยิ่งกว่านั้น พวกเขายังคาบซากของมอนสเตอร์ที่จัดการได้กลับมาด้วย น่ารักจริงๆ

 

“”เด็กดีๆ””

 

อเลนกับเอเลน่าลูบหัวชมจูลกับฟีทที่กลับมาจากการล่าเหยื่อ

อเลนกับเอเลน่าเอื้อมไม่ถึงหัวของจูลกับฟีทหรอกต่อให้เขย่งแล้วก็ตาม

แต่จูลกับฟีทก็ก้มหัวลงมาให้ลูบเอง มันดูงุ่มง่ามกันนิดหน่อย แต่ก็เป็นฉากอบอุ่นใจมากเลย

 

“โฮ่ง” “โฮก”

“หา รอก่อนๆ”

 

หลังจากได้รับการลูบหัวจากเด็กๆ จูลกับฟีทก็เลียหน้าของอเลนกับเอเลน่าอย่างชอบใจผมจึงต้องรีบเข้าไปหยุด

 

“จูล ฟีท หยุดเลียก่อนน พวกเธอพึ่งไปจัดการ Bloody Bear มา ตอนนี้ปากมีแต่เลือดนะ”

“โฮ่ง!?” “โฮก!?”

 

จูลกับฟีทหยุดทันทีแล้วมองมาทางผมอย่างสั่นๆ

อะไรน่ะ..ทำไมมองผมอย่างนั้น

พวกเธอเข้าใจง่ายดีจริงๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้ผมไม่ได้คิดว่าพวกเขาเป็นแค่สัตว์เลี้ยงซักหน่อย...

 

“ดูสิ ผมจะทำความสะอาดให้ก่อนดังนั้นอย่างขยับนะ 《Washing》”

“โฮ่ง!” “โฮก!”

“”อุกิ้ว””

 

หลังจากจูลกับฟีทได้รับเวททำความสะอาดแล้วก็เริ่มเลียอเลนกับเอเลน่าต่อ

อ๊า ทั้งสองตัวผลักเด็กๆลงไปนั่งซะแล้ว

โอ่ย ระวังๆกันหน่อย อย่าดันเข้าไปอย่างนั้นสิ

ขณะเกิดเหตุการณ โบลท์ก็บินลงมาเกาะที่ไหล่ของผมแล้วร้อง “ปี้” ดูเหมือนว่าเขาก็พอใจเหมือนกัน

เพราะว่าอเลนกับเอเลน่าและพวกสัตว์ดูสนุกสนานผมจึงไม่ได้ห้ามพวกเขา

ผมแค่คอยเข้าไปห้ามตอนที่จูลกับฟีทจะใช้แรงมากเกินไปแค่นั้น

 

“”อุนิ้วว””

“โฮ่ง~” “โฮก~”

“โอ้!!”

 

ขณะเล่นๆกันอยู่ อยู่ดีๆเด็กๆกับพวกสัตว์ก็เปลี่ยนเป้าพุ่งเข้ามาหาผม

สำหรับอเลนกับเอเลน่าก็คงไม่เป็นไร แต่สำหรับสัตว์ตัวโตๆอย่างทั้งสองตัวผมคงรับไว้ไม่ไหวหรอก

เพราะอย่างนั้นผมจึงโดนผลักจนล้มลง อ๊า โบลท์บินหนีทันด้วยแฮะ

เด็กๆกับพวกสัตว์ดูเหมือนจะดีใจที่ทำสำเร็จ

 

“พวกเธอนี่น้า~”

 

ก่อนอื่นผมเลยจักจี้อเลนกับเอลน่าที่กำลังกอดผมอยู่

แล้วผมก็ดุงแก้มของจูลกับฟีทเพื่อลงโทษ

 

“”อุเนี้ย~ ฮะๆๆๆ””

“โฮ่ง~” “โฮก~”

 

อ้าว ชอบใจกันซะงั้น

ผมคิดจะลงโทษพวกเขาแต่ดูเหมือนว่าจะไม่สำเร็จ

แต่ก็นะ ช่างมันละกัน

สุดท้ายพวกเราก็เล่นกันจนพอใจเลยล่ะ




NEKOPOST.NET