[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 36 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.36 - ความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว


ผมได้ร่วมทางกับท่านเดอริคและท่าริสเนอร์ไปยัง “ร้านข้าวสาลีสีทอง”

ส่วนท่านคาลันนั้นเฝ้าหน่วยเพื่อรวบรวมข้อมูลต่อ ส่วนท่านวาร์ทน่ะเหรอ...

ท่านริสเนอร์บอกว่า “ถ้าให้เขารู้ เขาก็จะโดดงานเพื่อมาด้วยนะสิ” .....ก็จริงอยู่นะ

 

เมื่อเราเข้าสู่ย่านการค้า เลนกับเอเลน่าก็เข้ามาจับมือผมแน่นแล้วเดินอย่างระแวง

ไม่บ่อยนักที่ทั้งสองคนที่มีสกิลตรวจจับกลิ่นไอ จะมองไปรอบๆตัวเพื่อมองหา “อะไรซักอย่าง” ด้วยสายตาตัวเอง

สีหน้าของทั้งสองคนไม่ได้แสดงถึงความกลัวหรือเกลียด

แต่เรื่องเมื่อวานคงทำให้ฝังความกังวลอะไรบางอย่างลงไปในใจของทั้งสองคน

ผมต้องคิดด่วนเลยว่าจะมีอะไรที่จะเบี่ยงเบนความสนใจให้ทั้งสองคนกลับมาเหมือนเดิมได้

 

เมื่อเราเข้ามาใน “ร้านข้าวสาลีสีทอง” ขนมปังที่สั่งทำไว้ก็พึ่งอบเสร็จพอดี

โดยที่คุณโร้ดกำลังนำออกมาจากเตาอบเลย

อืม กลิ่นหอมดีจริงๆ

 

“คุณโร้ดครับ ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะครับ”

“โอ้ทาคุมิ มาแล้ว..งั้น...เหรอ?”

 

คุณโร้ดสังเกตเห็นอัศวินที่เดินตามมากับผมแล้วทำหน้าตกใจจนเกือบทำขนมปังหล่น

หลังจากนั้นเขาก็มาพูดกับผมทีหลังว่า “ถ้าจะพาคนใหญ่คนโตมาด้วยก็บอกกันล่วงหน้าด้วยสิ”

เอ่อ ผมก็ต้องขอโทษด้วย เพราะผมก็พึ่งจะรู้เหมือนกัน อยู่ดีๆก็จะมาที่ร้านกันผมเลยไม่มีทางเลือก

 

“ท่านนี้คือผู้บัญชาการของกลุ่มอัศวินประจำเมืองชิริน ท่านเดอริค ท่านเป็นลูกชายของตระกูลลูเรนคนหนึ่งครับ”

“อะ อะไรนะ? ตระกูลลุเรน?? ลูกชายเจ้าของดินแดนงั้นเหรอ!!?”

 

ก่อนอื่นผมก็แนะนำท่านเดอริคกับท่านริสเนอร์ให้คุณโร้ดรู้จัก

เมื่อรู้ถึงที่มาของท่านเดอริค คุณโร้ดก็กังวลแบบสุดๆที่ได้พบลูกชายของเจ้าของดินแดน

เข้าใจล่ะ นี่คงเป็นปฏิกิริยาสำหรับคนทั่วไปสินะ.....

ผมที่ขาดความรู้เกี่ยวกับสถานะทางสังคมในเอเทลเดีย

เพราะผมมาจากโลกปัจจุบันที่สถานะทางสังคมมีความเท่าเทียมกัน

และยิ่งความรู้เกี่ยวกับเอเทลเดียผมก็ยังได้รับมาจากแค่ที่ซิลฟ์ใส่มาให้ในร่างกายเท่านั้นเอง

สิ้งนั้นมันทำให้ผมมองว่ามนุษย์ทุกคนก็เหมือนๆกันนั่นแหละ

ดังนั้นเมื่อผมได้พูดคุยกับขุนนาง ผมจึงไม่ได้พูดจาเคารพซักเท่าไร

แต่ผมก็คิดว่าไม่น่ามีปัญหาเพราะผมก็พูดสุภาพด้วย แต่ก็นะ...

มันก็ไม่มีปัญหาอะไรมาจนถึงปัจจุบันล่ะ นั่นคือสิ่งที่ผมคิด

 

“คุณโร้ค ครีมปังอบเสร็จหรือยังครับ?”

“อะ โอ้ เสร็จแล้วล่ะ....”

“โฮ่ นี่น่ะเหรอครีมปัง”

“ท่านเดอริค รับซักหน่อยมั้ยครับ”

“อ้า ขอโทษด้วย ขอลองหน่อยก็แล้วกัน.....”

 

ท่านเดอริครับครีมปังที่ทำเสร็จแล้วเข้าปากในทันที

เมื่อผมลองถามท่านริสเนอร์ว่าเอาด้วยมั้ยก็ได้คำตอบว่า “แน่นอนอยู่แล้ว ข้าขอด้วยล่ะกัน”

 

“โอ้ อร่อยสุดๆ”

 

ดูเหมือนว่านเดอริคจะชอบครีมปังมากจนกินหมดอย่างรวดเร็ว

 

“จะว่าไป ขนมปังพวกนี้คืออะไรกัน? ข้าไม่เคยเห็นวางขายในร้านเลยนี่”

“พวกนั้นเป็นขนมปังแบบใหม่ที่คุณทาคุมิวานให้ผมทำน่ะครับ....”

“อะไรนะ? แบบใหม่งั้นเหรอ!!”

 

ท่าเดอริคมองหาขนมปังแบบใหม่และจ้องมันอย่างสนอกสนใจ

คนที่ทำมันอย่างคุณโร้ดน่าจะยังไม่ได้ลองชิมเลยเพราะพึ่งทำเสร็จ

จริงๆเขาก็ดูตื่นเต้นที่ทำเสร็จแต่พยายามทำตัวเรียบร้อยต่อหน้าท่านเดอรคิกับท่านริสเนอร์

ส่วนท่านริสเนอร์ไม่ได้จ้องอย่างท่านเดอริค แต่ก็ดูเหมือนว่าจะสนใจน่าดู

 

ก่อนหน้านี้ผมได้เจอถั่วแดงที่มีลักษณะคล้ายกับถั่วอะซูกิ(ถั่วแดงญี่ปุ่น)

หลังจากแช่ถั่วแดงไว้น้ำหนึ่งคืน ผมก็นำไปต้มกับน้ำต้นไม้ เรียกไงดี...

ผมเอาน้ำเลี้ยงของต้นไม้มาผสมกับน้ำตาลแล้วต้มมัน จนทำออกมาสำเร็จเป็นเป็นถั่วแดงกวน

น้ำเลี้ยงของต้นไม้นั้นหาง่ายกว่าน้ำตาลซะอีก ผมคิดว่าคุณโร้ดคงจะหาได้เลยเขียนสูตรบอกไป

ผมให้ถั่วแดงกวนกับคุณโร้ดเพื่อนำไปเป็นใส้เหมือนตอนทำครีมปังแล้วนำไปอบ

มันออกมาอร่อยมาก ให้ผมพูดก็คงบอกว่าความหวานนี่กำลังดีเลย

แล้วเรายังทำขนมปังจากผลCyan และถั่วสีเหลืองคล้ายวอลนัทที่เรียกว่าถั่วคุรุโดยทำเหมือนขนมปังข้าวฟ่าง

 

“อันนี้เรียกว่าอันปัง(ขนมปังถั่วแดง)ครับ ส่วนอันนี้เป็นขนมปังข้าวฟ่างผสมผลCyanกับถั่วคุรุ”

 

พวกเขาพึ่งโซ้ยครัมปังกันไป แต่ท่านเดอริคกับท่านริสเนอร์ก็อยากลองกินขนมปังแบบใหม่อีก

อืมดูจากตอนกินแล้วคงเป็นที่ชื่นชอบได้แน่ๆ

แน่นอนว่าผมส่งให้อเลนกับเอเลน่าด้วย ท้ะงสองคนกินอย่างเอร็ดอร่อยเลยทีเดียว

คนรู้จักของผมหลายคนไม่ชอบกินถั่วแดงกวน แต่ดูเหมือนกลุ่มนี้จะไม่มีปัญหาอะไร

ส่วนผมนั้นชอบถั่วแดงแบบทั้งบดหยาบและบดละเอียดเลย

รอบนี้ผมยังไม่ได้ทำพวกมันขึ้นมา แต่ผมลองทำดูให้ได้เลย

 

“อิย้า~! อร่อยสุดๆไปเลย”

 

ท่านเดอริคที่ดูท่าทางพึงพอใจถามคำถามคุณโร้ดไป 2-3 คำถาม

เมื่อได้รับคำตอบแล้ว ท่านเดอริคก็ไม่มีปัญหากับบุคลิกของคุณโร้ด

พวกเราจึงคุยเรื่องที่เขาจะเป็นผู้สนับสนุน “ร้านข้าวสาลรสรทอง” นี้เอง

คุณโร้ดโค้งเคารพแล้วตอบมา “ยินดีอย่างยิ่งครับ” แต่ดันมองมาทางผมด้วยสายตาไม่พอใจ

เอ๋? อะไรกันนะ? คุณไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนงั้นเหรอ?

แหม ก็ขนาดผมยังพึ่งได้ยินมาเมื่อไม่นานนี้เองนี่นา ของขนมปังพวกนี้มันโดนใจท่านขึนนางซะเหลือเกิน

ไม่ใช่ความผิดของผมซักหน่อยน้า

 

“เอาล่ะ พวกข้าจะกลับก่อนเพื่อเตรียมการบดขยี้ไอ้คนอวดดีพวกนั้นเอง”

 

เขามาแค่เพื่อกินครีมปังจริงๆด้วยแฮะ...

ท่านเดอริคเดินกลับไปอย่างพึงพอใจ แล้วบอกว่าจะส่งเรื่องไปที่ตระกูลลูเรนเพื่อทำให้เป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้

ผมจึงฝากขนมปังไปให้กับท่านคาลันที่เผ้าหน่วยไปกับท่านริสเนอร์

แน่นอนมีส่วนของท่านวาร์ทที่พยายามทำงานอย่างขยันขันแข็งอีกด้วย

 

“โอ้ย ทาคุมิ”

“มันเป็นเพราะเหตุการณ์พาไปน่ะครับ ผมก็ไม่ได้นึกว่ามันจะเป็นอย่างนี้”

 

คุณโร้ดบ่นกับผมทันทีหลังจากท่านเดอริคและท่านริสเนอร์ออกจากร้านไป

เฮ้อ ผมบอกคุณโร้ดไม่ได้เลยนะเนี่ยว่าสาเหตุที่ท่านเดอริคจะช่วยสนับสนุนมากจากครีมปัง

หรือว่าเขากังวลเกี่ยวกับหลักประกันที่จะช่วยสนับสนุนร้านกันนะ

ผมอธิบายให้ฟังไว้ก่อนละกัน

 

◇ ◇ ◇

 

ผมสามารถเอาใจใส่อเลนกับเอเลน่าได้อย่างเต็มที่ซักทีหลังจากได้เคลียเรื่องยากๆจบไป

ผมกอดทั้งสองคนและลูบให้เอ็นดูอย่างเต็มที่ ผมจะแสดงความรักต่อพวกเขาเพื่อให้พวกเขาสบายใจไปเลย

เพราะอย่างนั้น อเลนกับเอเลน่าก็ค่อยๆดีขึ้นจนกลับมาเหมือนก่อนที่จะได้เจอกับพ่อค้าทาสคนนั้น

 

“”อร่อยจัง””

“อย่างงั้นเหรอ? โล่งอกไปที~”

 

สิ่งที่ทั้งสองคนกำลังกินอยู่คือเยลลี่ผลไม้ แน่นอนว่าผมทำเอง

ส่วนผสมที่ใช้ทำนั่นคือ

 

=====
【สไลม์เจลลี่】【Slime Jelly】
สิ่งที่หลงเหลือจากการปราบสไลม์
ไม่มีอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ แต่ก็ไม่มีประโยชน์ใดๆเหมือนกัน
จุดเดือดต่ำ ละลายเมื่อได้รับความร้อน
=====

 

ใช่แล้วนี่คือของที่หล่นมากจากการจัดการสไลม์ที่ดันเจี้ยนแห่งดิน

พวกเราได้มันมาเป็นจำนวนมาก ผมเลยลองคิดดูว่าจะเอามาทำอะไรได้บ้าง

มันมีชื่อว่าเจลลี่ และไม่มีผลเสียต่อร่างกายมนุษย์ ดังนั้นผมจึงลองเอามาทำเยลลี่ดู

ผลลองทำจากความคิดง่ายๆแบบนี้แหละ

 

ผมอุ่นน้ำผลไม้ในหม้อแล้วลองละลายสไลม์เจลลี่ลงไป

หลังจากนั้นผมก็นำมาเทใส่แก้วเพื่อรอให้กลับมาเย็น สไลม์เจลลี่ทำหน้าที่แทนเจลาตินได้อย่างยอดเยี่ยม

สัดส่วนที่ใช้คือน้ำ 2 ลิตรต่อสไลม์เจลลี่ 1 อัน จะทำให้มีสัมผัสดีที่สุด

เนื้อสัมผัสที่ได้จะยืดหยุ่นกว่าเยลลี่ทั่วไป แต่มันก็ออกมาได้ดี

 

ตอนอรกผมก็ลองทำแค่เยลลี่ผลไม้ แต่หลังๆผมลองผสมหลายๆอย่างลงไป....

ตอนแรกก็เริ่มจาก น้ำรันกะ น้ำรีโก้ นม ชาดำ .... ผสมลองผสมลงในทุกอย่างเท่าที่จะนึกออก

เพราะมันทำออกมาได้ดี กว่าผมจะรู้ตัวเราก็มีเยลลี่ไว้กินกองเป็นภูเขาแล้ว

อ๊า.. แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่หรอกนะ อย่างน้อยมันก็จะกลายเป็นของว่างให้กับเอเลนแลเอเลน่าต่อจากนี้ไปได้ด้วย ใช่มะ?

 

ผ่านไปหลายวันหลังจากเราทำนู่นทำนี่ ปัญหาทั้งหลายที่มีก็ได้รับการจัดการ

อิย๊า จัดการได้เร็วกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก

การสืบสวนบริษัทกิสภายใต้การทำงานของท่านคาลันได้เริ่มต้นขึ้น

แต่ก็นะ พ่อค้าทาสที่ไม่ดูแลทาสของตัวเอง แถมธุรกิจยังน่าสงสัยทำให้สืบสวนได้ง่ายมาก

และตรพกูลของขุนนางคนนั้นก็มีกลุ่มอัศวินเข้าไปสืบสวนด้วย

 

มันออกมาเป็นขบวนเลย อัศวินค้นพบเรื่องผิดกฎหมายที่ตระกูลนั้นทำออกมาเป็นขบวนยาวเหยียด

 

และยังพบบัญชีค่าใช้จ่ายของบารอนกิลเบิร์ตด้วย

บารอนกิลเบิร์ตใช้บริษัทกิสยังหน้าในการทำธุรกิจค้ามนุษย์

กลุ่มอัศวินค้นเจอคนมากมายที่ถูกขังอยู่ในชั้นใต้ดินโดยที่ไม่ได้เป็นทาสแต่อย่างใด

เพราะสาเหตุนี้ เมื่อค้นพบเรื่องที่บารอนกิลเบิร์ตทำ ก็สืบสวนต่อไปที่ตระกูลของบารอนกิลเบิร์ตทันที

ดูเหมือนว่าบารอนคนนี้จะมีอีกหลายอย่างนอกจากการค้ามนาย์ เช่นการปลอมของแบรนเนมออกมาขาย

โดยเอกสารเกี่ยวกับสินค้าและสัญญาต่างๆได้ถูกเก็บไว้อย่างเป็นความลับในชั้นใต้ดินของบ้านบารอน

 

บารอนกิลเบิร์ตได้ปฏิเสธเกี่ยวกับเรื่องที่ได้พบเจอ แต่เพราะเขาเป็นผู้สนับสนุนบริษัทกิสโดยตรงจึงไม่อาจหนีได้

หลังจากเหตุการณ์ของบริษัทกิสจบลง และลากความผิดของบารอนออกมาได้

ผมก็ถูกเชิญมายังห้องของผู้บัญชาการเพื่อรับคำขอบคุณสำหรับข้อมูล

 

พนักงานของบริษัทกิสนั้นถูกทำเป็นทาสไปใช้แรงงานที่เหมือง

ส่วนบารอนกิลเบิร์ตถูกส่งตัวไปที่เหมืองหลวงพร้อมกลักฐานการทำความผิด

สิ่งที่เกินกว่าที่ผมคิดไว้ ดูเหมือนว่าบารอนกิลเบิร์ตจะถูกถอดยศออกทั้งหมด

และต้องรับบทลงโทษจากการตัดสินความผิดในเมืองหลวงอีกด้วย

แน่นอนว่าสมาชิกตระกูลที่สนับสนุนเขา ก็จะโดนทำให้กลายเป็นทาสอาชญากรรมไปด้วย

เชาก็ต้องชดใช้กรรมในสิ่งที่เขาเคยทำ

 

ผมจึงโล่งอกที่ชีวิตอันสงบสุขของผมจะกลับมาเหมือนเดิมซักที




NEKOPOST.NET