[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 35 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.35 - อำนาจต่ออำนาจ


“อรุณสวัสดิ์อเลน เอเลน่า”

“”.............””

 

ตั้งแต่เมื่อวานแล้วที่อเลนกับเอเลน่าเกาะไม่ยอมห่างจากผมเลย

เมื่อผมทักทายอรุณสวัสดิ์กับพวกเขา ทั้งสองก็มองมาที่ผมด้วยสายตาหดหู่โดยไม่มีคำพูด

ดูเหมือนว่าจะกลับไปเหมือนตอนที่พวกเราพึ่งได้เจอกันซะแล้ว

 

เป็นเพราะไอ้พ่อค้าทาสคนนั้นแท้ๆ ผมไม่มีทางปล่อยมันไปแน่

ผมจะเตรียมตั๋วส่งตรงสู่นรกไว้ให้เลยล่ะ หึหึหึ

 

 

ก่อนอื่นผมก็ไปที่กิลด์นักผจญภัยเพื่อทำธุระต่อจากเมื่อวานให้เสร็จ

ผมได้รับหนังของ Evil Viper มาประมาณ 10 เมตร และเนื้อ 100 กก.

ส่วนที่เหลือผมขายให้กับกิลด์ เมื่อรวมกับวัตถุดิบจาก Bloody Wolf ผมก็ได้รับเงินมาพอควร

โดยรวมๆผมได้มาเป็นเหรียญทองคำขาวเลยล่ะ ผมจึงนำเงินครึ่งหนึ่งจากที่ได้ฝากไว้กับกิลด์

 

ต่อไปก็ไปที่หน่วยอัศวิน

เมื่อวานมีจดหมายมาจากหน่วยอัศวินให้ผมเข้าไปหาวันนี้ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องของซาเจซ

ดูเหมือนว่าจะสะดวกสำหรับผม ผมเลยมาตามนัด

 

“--------แล้วนี่แหละครับ คือเรื่องที่เกิดขึ้น”

 

ก่อนอื่น ท่านริสเนอร์ก็อธิบายรายละเอียดให้ผมฟัง

ซาเจซได้ถูกลงโทษโดยการกักบริเวณเป็นเวลา 2 อาทิตย์และโดนลดขั้นเป็นเด็กฝึกงานเป็นเวลา 3 เดือน

ดูเหมือนว่าบทลงโทษจะโหดกว่าที่ผมคิดไว้ โดนลดขั้นเป็นเด็กฝีกงานถึง 3เดือนคงจะเป็นงานหนักน่าดู

 

“นี่คือบทสรุปทั้งหมดครับ แล้วคุณทาคุมิมีอะไรงั้นเหรอครับ?”

 

เพราะผมตอบรับจดหมายเรียกเมื่อวานและบอกว่าผมต้องการพบท่านวาร์ทเพื่อคุยอะไรบางอย่าง

เขาจึงถามผมทันทีเมื่อรายงานเสร็จ

 

“จริงๆแล้ว.....”

 

ก่อนอื่นผมก็เล่าเรื่องเกี่ยวกับพ่อค้าทาสที่ได้เจอ

ทั้งเรื่องที่อเลนกับเอเลน่าเป็นเด็กกำพร้า โดยที่ท่านวาร์ทได้รับรองว่าผมเป็นผู้ปกครองของพวกเด็กๆ

ดังนั้นผมจึงควรมาเล่าเรื่องให้ฟังก่อนที่จะเกิดเรื่องใหญ่โตใช่มั้ยล่ะ?

ผมหมายความว่า พ่อค้าทาสโดนพาไปที่สถานีเมื่อวาน แต่ยังไงก็ต้องโดนปล่อยเพราะหลักฐานไม่พอ

ผมไม่คิดว่าเขาจะวางมือจากพวกเด็กๆง่ายๆแน่ เขาต้องปรากฏตัวออกมาอีกแน่นอน

 

หลังจากนั้น ผมก็อธิบายเรื่องของ “ร้านข้าวสาลีสีทอง” กับเรื่องของบารอนกิลเบิร์ต

ผมถามพวกเขาว่าต้องทำยังไงเมื่ออีกฝ่ายเป็นขุนนาง

ในเมืองนี้ผมไม่ได้รู้จักแค่ท่านวาร์ท แต่ก็รวมถึงท่านริสเนอร์ด้วย

 

ผมจะขอความช่วยเหลืออะไรได้มั้งนะ? ถึงผมมีแผนที่จะจัดการด้วยตัวเอง

แต่ก็นะ ผมว่าปล่อยให้คนอื่นจัดการให้ก็ดีไปอีกอย่าง

ผมหมายความว่า ในสถานการณ์แบบนี้ถ้าผมสามารถจัดการโดยที่ผมไม่ต้องลงมือโดยตรงได้จะดีกว่า

ใช่มั้ยล่ะ? ถ้าผมลงมือด้วยตนเอง อเลนกับเอเลน่าก็ต้องเจอกับพวกนั้น

ผมไม่อยากให้ทั้งสองคนโดนรบกวนจากพวกนั้นอีก เอาจริงๆ ผมก็ไม่มีความตั้งใจที่จะปล่อยทั้งสองคนไว้ด้วย

ผมคิดแล้วว่าพวกนั้นไม่มีค่าพอให้ผมทิ้งพวกเด็กๆไว้แล้วออกไปจัดการพวกมัน

 

ดังนั้น------ฝากจัดการพวกนั้นด้วยนะครับ!!

 

พวกนั้นมันต้องก่ออาชญากรรมอยู่แน่ๆ ดังนั้นเรามาจัดการให้เหี้ยนกันเลยดีกว่า

 

“เข้าใจล่ะ...ถ้าเป็นเรื่องนี้ ข้ามีคนที่เหมาะสมกว่าพวกข้าอยากแนะนำให้รู้จัก ส่งเรื่องไปให้ทางนั้นจัดการละกัน”

 

เมื่อท่านริสเนอร์ฟังเรื่องราวจบ ก็ส่งสัญญาณให้พวกเราย้ายที่แล้วนำออกไป

 

“ขอโทษครับ”

“โอ้ ไอแซคงั้นเหรอ? มีอะไรล่ะ? แล้วคนนั้นคือ....?”

“เขาคือทาคุมิ คายาโนะครับ”

“โอ้ นายเองงั้นเหรอ อืมๆ ยินที่ได้นายมานะ นั่งได้เลย”

 

เราออกจากห้องของท่านวาร์ท และพาผมมาที่ห้องของคนๆหนึ่งที่ดูแล้วเป็นมิตรอายุประมาณ 30กว่าๆ

และมีผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ในห้องโดยที่ยังไม่ได้พูดอะไรออกมาซักคำ

 

“คุณทาคุมิ ท่านนี้คือท่านผู้บัญชาการและที่ปรึกษาผู้บัญชาการครับ”

“....ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมทาคุมิ คายาโนะครับ”

“ท่านผู้บัญชาการเป็นลูกชายของตระกูลลูเรนที่เป็นเจ้าของที่ของดินแดนนี้”

“เดอริค ลูเรน แต่ในเมืองนี้มีคนของตระกูลลูเรนเยอะ ดังนั้นเรียกข้าว่า เดอริคก็พอ”

 

เป้าหมายที่เรามาคือห้องของผู้บัญชาการหน่วยอัศวินประจำเมืองชิริน

คนที่ดูเป็นมิตรนี่คือท่านเดอริค ลูเรน เขาเป็นคนที่สำคัญที่สุดของหน่วยอัศวินประจำเมืองชิรินนี้

และยังเป็นลูกชายคนที่สองของตระกูลลูเรน

เพราะพี่ชายของเขาเป็นผู้รับช่วงต่อการดูแลดินแดน ท่านเดอริคจึงตัดสินใจมาเป็นอัศวินแทน

ส่วนอีกท่านก็คือ ท่านฟิลิบ คาลัน ปรึกษาของท่านผู้บัญชาการ

โดยที่เขาไม่ใช่รองผู้บัญชาการ เพราะเขาดูแลเรื่องการบริหารจัดการด้วย

ท่านริสเนอร์พาผมมาที่เหลือเชื่อมาก เฮ่อน่าจะบอกผมก่อนหน้าซักหน่อยนะ

 

หลังจากแนะนำตัวกันเล็กน้อย ผมก็อธิบายธุระให้ทั้งสองคนฟัง

 

“อืม เข้าใจล่ะ งั้นทางเราจะเริ่มสืบสวนเลยละกัน”

“เอ๋?”

 

ท่านเดอริคตอบกลับอย่างรวดเร็ว

มันเป็นคำตอบที่ไม่ได้คาดฝันไว้จึงทำให้ผมเผลออุทานออกมา

 

“ถึงผมมาขอความช่วยเหลือก็เถอะครับ แต่จะไม่เป็นไรเหรอครับที่จะรับปากง่ายๆอย่างนี้?”

“เพราะนายก็ช่วยดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาของข้าไว้ด้วยแหละ แล้วอีกอย่าง.....”

 

เมื่อท่านเดอริคมองไปยังท่านคาลัน ท่านคาลันก็เริ่มอธิบายออกมาให้ฟัง

 

“ข้อมูลของบารอนกิลเบิร์ตก็ได้ถูกอัศวินในเมืองรายงานมาก่อนหน้านี้แล้ว เขานั้นทำอะไรตามใจตัวเองอย่างมาก โดยมีรายงานจากที่นู่นที่นี่ทั่วเมือง จึงเป็นปัญหามากสำหรับพวกเรา”

“แล้วยังมีข่าวลือเกี่ยวกับการกระทำของตระกูลนั้นออกมาอีกด้วย”

“ครับ ทางตระกูลของบารอนกิลเบิร์ตไม่ได้มีสินค้าอะไรพิเศษนอกจากการเก็บภาษี แต่เขานั้นซื้อของฟุ่มเฟือยอย่างสุรุ่ยสุร่ายได้ เมื่อได้ฟังเรื่องของคุณทาคุมิ ความสัมพันธ์ของเขากับร้านค้าทาสดูน่าสงสัยมาก”

“ฝุ่นจากฝูกก็ลอยออกมามากมายเมื่อลองตีมันสินะ(TN-เรื่องที่แอบทำไว้เริ่มปรากฏออกมาเมื่อมีการสืบสวน)”

“ครับ แล้วยังมีจำนวนมากซะด้วย....”

 

ชัดเจนแล้วว่า มีเรื่องที่บารอนกิลเบิร์ตทำผิดไว้อีกหลายอย่างที่ผมยังไม่รู้

แล้วยิ่งกว่านั้น ทั้งท่านริสเนอร์และท่านคาลัน...ทั้งสองคนนั้นยิ้มสยองขึ้นมาพร้อมๆกัน น่ากลัววุ้ย

 

“นั่นคือสาเหตุที่ตอนนี้เรากำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน เราส่งคนไปยังดินแดนของบารอนกิลเบิร์ตด้วย และนี่เป็นโอกาศดีปล่อยเป็นหน้าที่ของพวกเราจัดการเรื่องนี้เอง เพราะถ้าเราปล่อยให้เขามาทำตามใจชอบในดินแดนของเรา มันก็จะกระทบชื่อเสียงของพวกเราด้วย”

 

“อ่า อืม ดูเหมือนว่าท่านเดอริคจะโกรธพอควร

ดังนั้นผมจึงวางใจที่ปล่อยให้พวกเขาจัดการ

 

“แล้วอีกอย่าง เรื่องของ “ร้านข้าวสาลีสีทอง” คือร้านที่ขายขนมปังแบบใหม่ใช่มั้ย? ขนมปังนั้นอร่อยมาก มันเหมาะที่จะกินตอนหิวๆเลยล่ะ”

“ใช่แล้วครับ “ขนมปังมายา” นั่นยิ่งอร่อยสุดๆไปเลยล่ะครับ”

“อะไรกัน? ไอแซคนายเคยกิน “ขนมปังมายา” แล้วเรอะ?”

“ครับ”

“คู้~ ได้ไงกัน นายหามาได้ยังไงกัน มันขายหมดทันทีในเวลาไม่กี่นาทีโดยที่ไม่รู้วันขายอีก มันเป็นไปไม่ได้เลยที่อัศวินอย่างพวกเราจะไปซื้อทันเมื่อทำงานกันเป็นระบบอย่างนี้”

 

คนๆนี้หลงใหลในขนมปังที่กินเป็นของว่างมาก แล้วท่านริสเนอร์ก็ทำหน้าภูมิใจมากที่เคยได้กินครีมปัง.....

แต่ดูเหมือนมีคนทำท่าสนใจ โดยท่านคาลันมองจ้องผมกับท่านริสเนอร์สลับกัน

ดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มเอะใจวิธีการได้ครีมปังของท่านริสเนอร์ซะแล้ว...

 

“สาเหตุที่ท่านทาคุมิใส่ใจในเรื่องของ “ร้านข้าวสาลีสีทอง” นั่นเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยสินะ”

“ใช่แล้ว นั่นต้องถูกให้มาโดยทาคุมิแน่ๆ”

“ครับ คุณทาคุมิเป็นผู้คิดค้นครีมปังขึ้นมาเองครับ”

“อะไรนะ? เรื่องนั้นจริงเรอะ?”

“โฮ่~”

“ชะ ใช่ครับ”

 

น่ากลัววุ้ย!!

ท่านเดอริคกับท่าคาลันมองมาหาผมด้วยสายตาเหมือนจ้องเหยื่อเลย....

 

“เมื่อพิจารณาแล้ว มีความเป็นไปได้ที่ “ขนมปังมายา” จะโดนบังคับกดดันจากเรื่องแบบนี้อีก ดังนั้นคุณทาคุมิจึงกังวลสินะครับ”

“เอาล่ะ ตระกูลลูเรนจะสนับสนุนเรื่องนี้เอง!!”

 

สนับสนุน? ตระกูลลูเรนน่ะเหรอ?

ถึงเรื่องที่ท่านริสเนอร์บอกอาจจะเกิดขึ้นได้ก็เถอะ

ต่อให้เราจัดการเรื่องนี้ได้แล้วเปิดทำการใหม่ จะอาจจะมีเหตุการณ์แบบเดียวกันเกิดขึ้นอีกก็เป็นได้

แต่ถ้าเรามีการสนับสนุนจากขุนนาง นั่นก็จะไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนั้นอีกเลย

แต่ผมไม่ค่อยสบายใจเลยที่มันดูราบรื่นแบบนี้....

 

“ถ้าเราสนับสนุนพวกนาย “ขนมปังมายา”...เอ่อเรียกว่าครีมปังหรือเปล่านะ? นายก็จะทำส่วนของพวกข้าให้เป็นพิเศษด้วยใช่มั้ย?”

 

เอ๋!! นี่เล็งครีมปังไว้งั้นเหรอ??

เขาจะสนับสนุนง่ายๆเพราะเรื่องนี้เนี่ยนะ?

 

“พูดอะไรของนายกัน? ถ้าเราสามารถหาของหายากมาได้ง่ายๆ เราก็ควรทำรู้มั้ย?”

“ใช่แล้วครับ คุณต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สิ่งหายากมาเป็นทำให้เป็นสิ่งที่หาได้ทั่วไปนะครับ”

“....อย่างงั้นเหรอครับ? ถ้าคุณไม่สั่งให้ทำตอนไม่มีวัตถุดิบก็ไม่น่ามีปัญหานะครับ”

 

ก่อนอื่นเลย คุณก็ต้อง “จ่ายเงินตามราคา” ของที่สั่งด้วยนะครับ

ตอนนี้ก็คงจะอบของที่ผมสั่งเมื่อวานอยู่สินะ...

 

“งั้นก็ไปกันเถอะ”

“ไป? ที่ “ร้านข้าวสาลีสีทอง” เหรอครับ?”

“แน่นอนอยู่แล้ว เมื่อข้าตัดสินใจที่จะสนับสนุนก็ต้องไปพบเจ้าของร้านสิ”

“นั่นเป็นเรื่องที่ท่านอ้าง แต่จริงๆอยากกินครีมปังใช่มั้ยล่ะครับ....”

 

เมื่อท่านคาลันตอบกลับ ไหล่ของท่าเดอริคก็กระตุกเฮือก ดูเหมือนว่าจะเดาถูกแฮะ

 

“ผู้บัญชาการครับ ท่านไม่สามารถกินครีมปังได้ไปซํกพักหรอกนะครับ”

“อะไรกัน!!?”

“ตอนนี้ทางร้านเกิดเรื่องอยู่ น่าจะต้องใช้เวลาซักพักในการทำ”

 

ท่านคาลันบอกด้วยสาเหตุที่สมเหตุสมผล

 

“เอ่อ.... คุณอาจจะได้กิน.....ก็เป็นได้นะครับ”

“โอ้!!”

 

ผมสั่งให้คุณโร้ดทำขนมปังไว้เมื่อวาน แน่นอนว่าผมสั่งครีมปังไปด้วย

ผมคิดว่าตอนนี้น่าจะเสร็จแล้วล่ะ

มั้งนะ...




NEKOPOST.NET