[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 32 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.32 - เลื่อนระดับ


“คุณทาคุมิ!!”

 

วันนี้เรามาที่กิลด์นักผจญภัยเพื่อรับรางวัลจากเควสสำรวจกวาดล้างป่ากาย่าที่ผ่านมา

พวกท่านริสเนอร์ได้บอกให้มาที่กิลด์เพื่อรับรางวัลได้แล้ว

เมื่อพวกเราเดินเข้ามาในกิลด์ คุณลูน่าก็กระโดดข้ามเคาเตอร์ออกมาหาพวกผมทันที

 

“คุณลูน่า มีอะไรงั้นเหรอครับ!!”

“ฉันรอคุณมาตั้งนานแล้วค่ะ ตอนนี้เราไปหากิลด์มาสเตอร์กันก่อนเลย มาเร็วๆเข้า ทั้งอเลนคุงและเอเลน่าจังก็ด้วยนะ มาๆ”

“”อ๊ะ พี่ชายย””

 

กิลด์มาสเตอร์?

ขณะที่ผมยังไม่เข้าใจเรื่องราว ผมก็โดนคุณลูน่าลากเข้าไปด้านในกิลด์ แล้วพาไปยังห้องของกิลด์มาสเตอร์

อเลนกับเอเลน่าก็รีบวิ่งตามผมที่โดนคุณลูน่าดึงไปอย่างรวดเร็ว

 

“มาสเตอร์ คุณทาคุมิมาแล้ว ดิฉันจึงพามาหาค่ะ”

“อา เข้ามาได้เลย”

 

คุณลูน่าเคาะประตูแล้วบอกธุระ ก็ได้ยินเสียงตอบกลับมาจากอีกฝั่งทันที

เมื่อผมเปิดประตูเข้าไป ผมก็พบกับผู้ชายผมสีเทานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้อง

ผู้ชายคนนั้นก็ลุกยืนขึ้นจากเก้าอี้แล้วทำท่าเชิญเราเข้าไป

 

“ข้าทำงานเป็นหัวหน้ากิลด์นักผจญภัยประจำเมืองชิรินนี้ โจฮาน นั่นคือชื่อของข้า”

“ผมทาคุมิ คายาโนะครับ สองคนนี้ชื่ออเลนกับเอเลน่า ยินดีที่ได้รู้จัก”

 

คนนี้คือกิลด์มาสเตอร์งั้นเหรอ? ดูท่าเขาจะรู้จักผมดี แต่ผมก็แนะนำตัวไปก่อนละกัน

กิลด์มาสเตอร์ให้พวกเรานั่งที่โซฟาที่อยู่กลางห้อง ผมจึงนั่งลงบนโซฟาตามที่บอก

อเลนกับเอเลน่าก็เข้ามานั่งบนโซฟาข้างๆผมทั้งสองด้าน

 

“...คนนี้งั้นเหรอ? ดูไม่เหมือนว่าจะทำได้เลย...แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงก็มีทั้งท่านรูเวนแอละท่ารูดอร์ฟเป็นพยานด้วย ดังนั้นจึงไม่น่าจะผิด...”

 

ท่านวาร์ทกับคุณรูดอร์ฟงั้นเหรอ?

เมื่อผมกับอเลนและเอเลน่านั่งอยู่บนโซฟาแล้ว กิลด์มาสเตอร์ก็บ่นงึมงำกับตัวเอง

ถึงจะได้ยินไม่ชัดทั้งหมด แต่ผมก็ได้ยินชื่อของทั้งสองคนถูกพูดออกมา

 

“....อืม?”

“อ่า ขอโทษด้วย ข้าถูกบอกมาว่าถ้าปล่อยให้แรงค์ของนายอยู่แค่นี้จะเป็นเรื่องโง่เง่าเลยให้ปรับให้ แต่จากสายตาข้า นายดูไม่ค่อยจะแข็งแกร่งซักเท่าไรเลย...”

 

อ่อ ธุระที่ว่าหมายถึงการเลื่อนระดับแรงค์นักผจญภัยสินะ

ถ้าจำไม่ผิด ตอนอยู่ที่ป่ากาย่าเหมือนว่าท่านวาร์ทกับคุณรูดอร์ฟจะพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน

เรื่องมาถึงเร็วกว่าที่คิดไว้ซะอีก ดังนั้นกิลด์มาสเตอร์จึงจ้องมาที่ผมเพื่อประเมินความสามารถสินะ

 

“อย่ามองข้าผิดไปล่ะ ข้ามาเป็นกิลด์มาสเตอร์ของที่ได้จากงานบนโต๊ะทำงาน ข้าจึงไม่ค่อยรูเกี่ยวกับการต่อสู้เท่าไร แต่หลังจากการได้เห็นนักผจญภัยต่างๆมาเป็นเวลานาน ข้าจึงมั่นใจสายตาที่สามารถประเมินความแข็งแกร่งคร่าวๆได้ แต่....นายไม่เหมือนกับนักผจญภัยที่ข้าเคยเห็นมาเลย....ข้าจึงไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร”

 

สำหรับนักผจญภัยทั่วไปแล้ว การโดนบอกว่า “นายดูไม่ค่อยจะแข็งแกร่งซักเท่าไรเลย” คงจะโกรธแน่นอน

แต่สำหรับผมที่นอกสามัญสำนึกนั้นก็นะ....

 

เพราะอย่างนั้น สายตาของกิลด์มาสเตอร์ที่สามารถประเมินนักผจญภัยทั่วไปได้จึงไม่สามารถใช้ได้กับผม

แล้วก็ต้องมีออร่าแสดงความแข็งแกร่งงั้นเหรอ? ผมไม่ค่อยเข้าในว่ามองยังไงถึงจะรู้ว่าแข็งแกร่ง?

แต่เพราะว่าผมไม่มีช่วงเวลาที่ “แข็งแกร่งขึ้นทีละนิดๆ” เหมือนกับคนอื่น ผมจึงไม่มีออร่านั้นมั้ง

 

“...แต่ควาสามารถของนายก็ถูกยืนยันโดยทั้งสองคนที่กล่าวมา ข้าจึงจะเลื่อนให้นายขึ้นเป็นนักผจญภัยแรงค์ A”

“เอ๋? แรงค์ A เหรอ?”

 

ผมคิดว่าจะได้เลื่อนขึ้นซักแรงค์ C แต่นี่พุ่งไปแรงค์ A เลยงั้นเหรอ?

เรื่องนี้ทำให้ผมตกใจจนเผลออุทานออกมาเลย

 

“แล้วพวกการทดสอบล่ะครับ?”

“ไม่มีปัญหาเมื่อทั้งท่านรูเวนและท่านรูดอร์ฟเป็นคนยืนยันความสามารถของนาย ยังไงนายก็จัดการ Bloody Wolves กับ Evil Viper ไปแล้วไม่ใช่หรือไง?”

 

คุณพึ่งจะบ่นเรื่องที่ผมดูท่าจะไม่แข็งแกร่งพอไปไม่ใช่งั้นเหรอ? จะให้ผมเลื่อนแรงค์ง่ายๆอย่างนี้ไปเลยเหรอ

ถึงจะมีขุนนางอัศวินที่เป็นที่ยอมรับกับทุกคนอย่างท่านวาร์ทกับคุณรูดอร์ฟผู้ที่เป็นนักผจญภัยระดับสูงรับรองให้ก็เถอะ

แต่มันก็ยังเป็นข้อมูลจากบุคคลที่สามไม่ใช่เหรอ

แต่ถ้ากิลด์มาสเตอร์ยอมรับง่ายๆอย่างนี้ เขาคงเชื่อใจสองคนนั้นมากเลยสินะ

 

“แรงค์ A งั้นเหรอครับ?”

“สำหรับกิลด์มาสเตอร์แล้วสามารถเลื่อนระดับได้สูงสุดแค่แรงค์ A นี่แหละ ถ้าจะเลื่อนเป็นแรงค์ S ต้องให้กิลด์มาสเตอร์หลายๆคนยอมรับให้ได้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะเลื่อนให้ขึ้นถึงระดับนั้น”

 

ไม่ใช่อย่างนั้น ผมไม่ได้ไม่พอใจอย่างน้าน แค่หมายถึงแรงค์ผมมันจะเลื่อนขึ้นมากไปไม่ใช่หรือไง

จะมีคนมาบ่นเรื่องที่ผมไม่ได้เลื่อนไปถึงแรงค์ S ด้วยเหรอ

 

“จากเรื่องที่ข้าได้ยิน เด็กสองคนนั้นก็แข็งแกร่งด้วยนี่นา แล้วจะให้ข้าทำยังไงดีล่ะ?”

“...ทำยังไงงั้นเหรอครับ?”

“หมายถึงข้าสามารถเลื่อนแรงค์ของทั้งสองคนให้ด้วยเลยก็ได้ แต่ถ้าเด็กเล็กขนาดนี้มีแรงค์สูงเกินไปอาจจะมีผลกระทบต่อทั้งสองคนก็เป็นได้ แต่ถ้าทั้งสองคนยังอยู่ที่แรงค์ E กลุ่มของพวกนายก็จะไม่สามารถรับเควสระดับสูงได้จากการเฉลี่ยแรงค์เป็นแรงค์ของปาตี้ ทำให้ปาตี้มีแรงค์ต่ำ”

 

อ๊ะ เข้าใจล่ะ

เพราะแรงค์ของปาตี้จะมาจากแรงค์ของสมาชิกทั้งหมดมาหารเฉลี่ยกัน ถ้าผมได้เลื่อนแรงค์คนเดียวปาตี้เราก็จะเป็นแรงค์ D สินะ

ถึงจะไม่มีปัญหาสำหรับผม แต่ถ้ากิด์มีเควสที่อยากให้ผมทำ ผมก็จะรับไม่ได้...

เขาถามถึงความสะดวกของพวกเราก่อนที่จะมองถึงผลประโยชน์ของกิลด์

เมื่อผมมองไปยังอเลนกับเอเลน่า ทั้งสองคนก็ยิ้มให้กับผม ทั้งสองคนไม่ได้กังวลอะไรกันเลย

ดูเหมือนว่ากิลด์มาสเตอร์คนนี้จะเป็นคนดี ดังนั้นมาลองประณีประนอมกันเถอะ

 

“ผมยินดีที่จะเพิ่มแรงค์ให้กับทั้งสองคนด้วย... แต่จะมีปัญหาอะไรต่อกิลด์หรือเปล่าที่ผมอยากจะให้เลื่อนขึ้นเป็นแค่แรงค์ D”

“อืม..ถ้าเป็นอย่างนั้นปาตี้ก็จะอยู่ที่แรงค์ C ก็สมเหตุสมผลดีนะ...”

 

ถ้าอเลนกับเอเลน่าได้เลื่อนเป็นแรงค์ D ปาตี้ของพวกเราก็จะอยู่ที่แรงค์ C แล้วปาตี้เราก็สามารถรับเควสที่สูงกว่าได้หนึ่งระดับ

หรือจะพูดอีกอย่างคือ เควสแรงค์ B และเควสแรงค์ A ไม่ได้มีมาบ่อยๆด้วย

จึงทำให้พวกเรารับเควสได้แทบทั้งหมดที่มีอยู่

 

“อืม ถ้าอย่างนั้นมาเลื่อนระดับกันให้เรียบร้อยกันเถอะ”

 

◇ ◇ ◇

 

จากนั้นพวกเราจึงออกมาจากห้องของกิลด์มาสเตอร์เพื่ออัพเดทการ์ดกิลด์

และเพื่อมารับรางวัลจากเป้าหมายแรกที่เรามาที่กิลด์ด้วย

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย คุณลูน่าก็มองมาที่ผมด้วยสายตาเป็นประกายปิ๊งๆเหมือนตื่นเต้นรออะไรซักอย่าง

 

“งั้นก็คุณทาคุมิคะ!!”

“อืม...มีอะไรเหรอครับ?”

 

คุฯลูน่ากับผมเคยสัญญาอะไรกันไว้งั้นเหรอ?

 

“วัตถุดิบค่ะ วัตถุดิบ!! ขายวัตถุดิบที่ได้มากจากป่ากาย่าให้ฉันเถอะค่ะ ฉันได้ยินมาจากคุณรูดอร์ฟแล้วนะคะว่าคุณทาคุมิได้มาเยอะเลย”

“อ่อ หมายถีงเรื่องนั้นเองเหรอครับ”

“ใช่ค่ะ ฉันรอคุณทาคุมิกลับมาหาฉันจนแทบทนไม่ไหวแล้วนะคะ”

 

ดูเหมือนว่าเธอจะเล็งวัตถุดิบที่ได้มาจากป่ากาย่าไว้ แน่นอนว่าผมจำได้ว่าธอเคยพูดไว้ว่า “หากลับมาเยอะๆนะคะ” ด้วยสิ

ผมมีซากของ Red Wolf กับ Bloody Wolf อยู่มากใช้ได้ คงไม่เป็นไรที่จะขายมัน

แล้วพวกสมุนไพรล่ะ? อเลนกับเอเลน่าก็เก็บมาได้เยอะด้วยสิ ขายไปซักนิดคงไม่เป็นไรมั้ง?

 

“จะให้ผมเอาออกมาตรงนี้เลยเหรอครับ?”

“อ๊ะ ลืมไปเลย ทางนี้เลยค่ะ ฉันเตรียมโกดังเก็บของขนาดใหญ่พอที่จะวางซากของ Evil Viper รอไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ ฉันจะพาไปเองตามมาทางนี้เลยค่ะ”

 

คุณลูน่ารู้แม้กระทั่งผมเก็บซากของ Evil Viper ไว้ด้วย คงได้ยินมากจากคุณรูดอร์ฟล่ะมั้ง....

 

ใช่แล้วล่ะครับ ตอนแรกผมกะจะแบ่งส่วนของ Evil Viper ให้กับทุกๆคน แต่กลุ่มอัศวินกับนักผจญภัยคนอื่นๆไม่กล้ารับสิ่งที่เขาไม่ได้จัดการ

แน่นอนว่านี่เป็นซากของมอนสเตอร์ระดับ A แต่ผมก็ปล่อยๆมันไป

ดังนั้นสิทธิของซาก Evil Viper จึงเป็นของพวกเรา

 

“ทางนี้เลยค่ะ”

 

พวกเราโดนพาไปยังโกดังใหญ่ของกิลด์ แน่นอนว่าถ้าเป็นที่นี่คงเอาออกมาวางได้ถ้าวางตามยาว

แต่คงจะเฉียดฉิวถ้าวางแบบขดตัว

คุณลูน่าได้ติดต่อเจ้าหนี่สำหรับแยกส่วนรอไว้แล้ว พวกเต็มไปด้วยแรงจูงใจจากสิ่งที่รอ

แต่ก่อนอื่นมีบางสิ่งที่ผมต้องยืนยันก่อน...

 

“ผมอยากได้หนังของ Evil Viper มาทำเป็นเครื่องป้องกันสำหรับพวกเรา ดังนั้น...”

 

เพราะรู้สึกว่ามันไม่จำเป็น พวกเราเลยไม่เคยใส่เครื่องป้องกันมาจนถึงตอนนี้

พวกเราใส่แค่เสื้อกับกางเกงและเครื่องประดับที่เป็นอุปกรณ์เวทมนต์เท่านั้น

โดยที่อเลนกับเอเลน่าก็ใส่เหมือนๆกัน

 

แต่หลังจากที่อเลนกับเอเลน่าได้ถูกโจมตี ผมจึงคิดว่ามันไม่ดีที่จะเป็นอยู่อย่างนี้

เกราะหนักก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเกราะอกหนัง กับเกราะแขนหนัง ก็น่าจะโอเค

แล้วมันยังเหมาะกับสไตล์การต่อสู้ของอเลนและเอเลน่าด้วย

ผมจึงคิดว่าจะทำเกราะที่ทำจากหนังของ Evil Viper ก็คงจะดี

 

“งื้อ!! ยังไงก็ไม่ได้ใช่ทั้งหมดใช่มั้ยล่ะคะ? คุณคงแบ่งขายให้ด้วยได้ใช่มั้ยคะ?”

 

เมื่อผมบอกว่าผมไม่ต้องการที่จะขายหนังของ Evil Viper คุณลูน่าก็เริ่มกระวนกระวาย

 

“มีอะไรงั้นเหรอครับ?”

“เอาจริงๆเลยนะคะ...กิลด์การค้าได้ข่าวเรื่องนี้มาเลยมาติดต่อกับทางเรา”

 

อ๊ะ เรื่องมันเป็นอย่างนี้เองงั้นเหรอครับ พวกนั้นคงได้ยินมาจากกลุ่มอัศวินไม่ก็นักผจญภัยที่ไปกับเรา

กิลด์การค้าจึงติดต่อมายังกิลด์นักผจญภัยทันที ดูเหมือนพวกนั้นกระตือรือร้นในเรื่องกำไรที่จะได้

 

“ยังไงมันก็ใหญ่มากพอ แน่นอนครับว่าผมไม่ได้ใช้มันทั้งหมด ผมจะแบ่งขายให้ครับ”

“จริงๆนะคะ ขอบคุณมากเลยค่ะ!!”

 

คุณรูดอร์ฟเคยบอกไว้ว่า เลือดของ Evil Viper มีค่า

ผมเลยนำซากของ Evil Viper ออกมาจาก 《Infinite Storage》

 

“หวา~” “...ใหญ่ชะมัด” “สุดยอดไปเลย”

 

เมื่อได้เห็นขนาดร่างกายของ Evil Viper ที่นำออกมาวาง เจ้าหน้าที่ก็ส่งเสียงออกมา

 

“นี่ทุกคน อย่าอยู่นิ่งๆสิ ได้เวลาทำงานกันแล้วค่ะ!!”

 

เจ้าหน้าที่ก็เริ่มขยับหลังจากได้ยินเสียงของคุณลูน่าแล้วเริ่มแยกส่วน Evil Viper กัน

หนังของ Evil Viper นั้นแข็งมากเมื่อมันยังมีชีวิตอยู่ แต่ดูเหมือนว่าจะตัดผ่านได้ง่ายเมื่อมันตายไป

ถึงจะบอกอย่างนั้น แต่ก็ไม่ได้ตัดได้ง่ายขนาดนั้น ยังไงก็ต้องใช้มีดมิธริลกับแรงพอสมควร

 

“เพราะการแยกส่วนต้องใช้เวลาพอสมควร เรามาคุยเรื่องการหลังจากนี้กันมั้ยคะ? วัตถุดิบที่ถูกแยกส่วนแล้วจะถูกนำไปยังโกดังของกิลด์ เอาเป็นว่ามาพรุ่งนี้ได้มั้ยคะ?”

“เข้าใจแล้วครับ แล้วก็ผมต้องการขายพวกนี้ด้วยนะครับ”

 

ซากของ Red Wolf, Bloody Wolf, Giant Boar, Great Monkey และสมุนไพรต่างๆ

ถึงจะไม่ใช่ทั้งหมดที่ผมมี แต่ผมก็เอาของที่ผมคิดจะขายออกมาจาก《Infinite Storage》

ทั้งหมดไม่ได้มาจากป่ากาย่า แต่ทั้งหมดก็หาได้ในเอเทลเดีย คงจะไม่มีปัญหาอะไรหรอกนะ

 

“ว้าย----------------------!!”

 

คุณลูน่าก็ทำท่าดีใจจนตะโกนออกมาดังลั่น




NEKOPOST.NET