[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 30 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.30 - จัดการให้เรียบร้อย


“นายใช้เวทได้แรงขนาดไหนกันล่ะเนี่ย”

“ฮะๆๆๆ”

 

คุณรูดอร์ฟเข้ามาทักด้วยสีหน้าเหนื่อยใจกับสิ่งที่เห็น

 

“ทาคุมิ เลือดของ Evil Viper เป็นวัตถุดิบที่มีค่ารีบเก็บลงไปใน 《Infinite Storage》ของนายก่อนที่มันจะไหลหายไปหมดเร็วเข้า”

 

ผมรีบทำตามคำแนะนำของคุณรูดอร์ฟทันที แล้วเข้าไปจัดการซากของ Evil Viper ให้เรียบร้อย

หลังจากนั้นอเลนกับเอเลน่าก็วิ่งมาหาผม

 

“”พี่ชาย ยอดไปเลย!!””

“ฮะๆๆๆ ขอบใจนะ อเลน เอเลน่า อาการบาดเจ็บเป็นยังไงกันบ้าง”

“”ไม่เป็นราย~”

 

อเลนกับเอเลน่าตื่นเต้นมากหลังจากได้เห็นผมใช้เวทระดับสูง

หลังจากผมรับทั้งสองเข้ามากอด ผมก็ยืนยันอาการบาดเจ็บของทั้งสองก่อนเลย

แล้วคุณไอริสที่ดูแลทั้งสองคนก็เดินเข้ามาใกล้ๆ

 

“คุณไอริส ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยดูแลทั้งสองคน”

 

ผมขอบคุณคุณไอริสที่เข้าไปดูแลอเลนกับเอเลน่า

 

“...ไม่เป็นไรหรอก อย่ากังวลไปเลย ฉันไม่ได้ทำอะไรมากหรอก.. ทั้งสองคนไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากมาย แค่รักษารอยขีดข่วนแค่นั้นเอง แต่อาจจะมีอาการบาดเจ็บหลงเหลืออยู่ไว้ดูอาการหลังจากนี้ด้วยละกันนะ”

 

เธอเองก็เป็นนักเวทคนหนึ่ง เธอจึงยิ้มแหะๆหลังจากเห็นเวทลมที่รุนแรงจนทำเกินไปหน่อยจากเวทที่ผมร่ายออกไป

แต่เธอก็พยายามทำตัวปกติกับผม ทั้งคุณรูดอร์ฟกับคุณไอริสพูดกับผมโดยไม่ได้ทิ้งระยะห่างออกไปหลังจากเกิดเรื่อง

...ทั้งสองคนนั้นเป็นคนดีมากเลย

 

ดูเหมือนว่าอเลนกับเอเลน่าจะเป็นแค่แผลถลอกจากการโจมตี ร่างกายของทั้งสองคนทนทานกว่าคนทั่วไปตามคาด

อยู่ดีๆผมก็รู้สึกขนลุกขึ้นมา เพราะถ้าเป็นคนธรรมดารับการโจมตีระดับนั้นเข้าไปไม่ตายก็บาดเจ็บหนัก

ผมต้องระมัดระวังมากกว่านี้ไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก ใช่แล้วผมจะไม่พลาดอีก

 

“ทาคุมิ เก็บต้นไม้ที่โดนตัดไปให้หมดด้วยนะ”

“เอ๋? เอาทั้งหมดเลยเหรอครับ”

“แน่อยู่แล้ว นายคิดจะทิ้งไม้คุณภาพเยี่ยมขนาดนี้ไว้เป็นปุ๋ยหรือไง? สำหรับนายไม่น่ามีปัญหานะถ้ามีพลังเวทขนาดนั้น”

 

ความจุของ 《Infinite Storage》ขึ้นอยู่กับพลังเวทของผู้ใช้ นักเวททั่วไปที่สามารถใช้ได้ก็สามารถเก็บได้เยอะอยู่

แต่ตอนนี้ผมก็เก็บเป็นหมื่นๆอย่างแล้ว ถ้าให้พูดจริงๆก็ตามชื่อเลย “ไร้จำกัด”

ผมสามารถเก็บได้อย่างไร้จำกัด แต่ที่คุณรูดอร์ฟพูดก็น่าจะเอะใจว่าผมสามารถเก็บได้เยอะมาก

 

ผมจึงเก็บต้นไม้ที่ล้มลงทั้งหมด หลังจากนั้นเมื่อผู้บาดเจ็บได้รับการรักษาหมดแล้ว

เราก็ย้ายไปยังจุดนัดพบของวันนี้ต่อ

 

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พวกท่านวาร์ทรู้สึกถึงสาเหตุของความแปลกไปของป่ารอบนี้

 

“ป่าเป็นแบบนี้เพราะมี Evil Viper ออกมานั่นแหละนะ”

“อา มอนสเตอร์ตัวอื่นๆก็คงหนี Evil Viper กันนั่นแหละถึงหาไม่ค่อยเจอ ไม่ก็เจอเป็นฝูงรวมกัน”

 

ดูเหมือนว่าพวกสัตว์ป่าและมอนสเตอร์จะอพยพหนี Evil Viper ที่ออกล่าอาหารในป่า

เหตุครั้งนี้เกิดจาก Evil Viper ออกมาจากบริเวณใจกลางป่าเพื่อหาอาหาร แต่สัตว์ป่าใกล้เคียงรู้ตัวเลยหนีกันออกมา

ทำให้ Evil Viper ตามล่าอาหารออกมาด้วย

แต่ก็นะถ้าเจอผู้ล่าที่มีพลังมากกว่าจนต่อกรไม่ได้ ก็มีแต่ต้องหนีเท่านั้นแหละ

จึงไม่แปลกที่จะเจอมอนสเตอร์ออกมายังชายป่า

 

“คิดว่าอีกไม่นานป่าก็คงกลับเป็นปกตินั่นแหละนะ”

“นั่นสินะครับ”

 

หลังจาก Evil Viper ได้ถูกจัดการไปแล้ว อีกไม่นานมอนสเตอร์ที่หนีกันออกมาก็คงกลับไปยังถิ่นฐานของตัวเอง

แล้วป่ากาย่าก็คงกลับสู่สภาพปกติ

หลังจากปรึกษาเรื่องป่าต่อจากนี้จบแล้ว ผมก็คิดว่าได้เวลาจัดการปัญหาอีกอย่างได้แล้วล่ะ

 

“ทาคุมิ นายช่วยพวกข้าไว้มากเลย แต่เวทของนายนี่มันช่างเหลือเชื่อ....เห้ย!! โอ่ย!!”

 

ผมไม่สนใจท่านวาร์ทแล้วเตะไปที่อัศวินคนหนึ่งโดยใช้เวทลมช่วยทำให้ล้มลง

 

“หวา! อ็อก...”

 

ผมเอาเท้ากดลงไปที่คอของอัศวินคนนั้นแล้วเอาดาบคาตานาน้ำไปวางพาดไว้บนแก้มของมัน

 

“ทาคุมิ!?”

“เกิดอะไรกัน!!?”

 

เสียงตกใจดังมาจากรอบๆตัวผม

 

“อย่าขยับ!!”

 

ผมพูดกับคนที่โดนเท้าผมเหยียบเอาไว้ ถึงจะไม่ได้ใช้เสียงดัง

แต่มันก็เพียงพอที่จะไม่ทำให้อัศวินคนนั้นพยายามหนี

 

“ทาคุมิ คิดจะทำอะไรน่ะ?”

 

ท่านวาร์ทตะโกนออกมาหลังจากเห็นการกระทำของผมโดยยังไม่ได้ขยับตัว

 

“ผมคิดจะทำอะไรน่ะเหรอ?....ลองถามคนนี้ดูดีมั้ยว่าเค้าทำอะไรลงไป”

“หา? ซาเจซ?  サジェス ซาเจซนายทำอะไรลงไปกัน?”

“ผมไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น”

“...........ทาคุมิ?”

“อย่างงั้นเหรอ... การที่จ้องมาด้วยจิตสังหารซะขนาดนั้นเมื่อซักครู่ ไม่ได้ทำอะไรเลยงั้นสินะ?”

“อะไรกัน? เป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ?”

 

คนทั้งหมดมองมาด้วยสายตาตกใจ

 

“มันเป็นเรื่องจริง คนนั้นจ้องทาคุมิมาตั้งแต่เข้าร่วมการเดินทางแล้ว แต่ข้ามองผ่านไปเพราะคิดว่ามันไม่สามารถทำอะไรกับทาคุมิได้ แต่ดันไม่เป็นอย่างนั้น การที่จ้องด้วยจิตสังหารมาจากทางด้านหลังในสถานการณ์เป็นตาย ทำให้ข้าไม่สามารถปล่อยไปได้จริงๆ”

“หา!!!”

 

ดูเหมือนว่าคุณรูดอร์ฟก็รู้สึกตัวเหมือนกัน สมเป็นเขาจริงๆ

ส่วนคนที่ไม่รู้สึกตัวก็ตกใจกันมาก

 

“ถึงข้าจะไม่เกี่ยวข้องก็เถอะ ถ้าเป็นตอนปกติทาคุมิก็คงปล่อยไป แต่สำหรับทาคุมิตอนนี้คงทนไม่ได้ เพราะเขาปล่อยไว้อย่างนั้น เพราะคนรับเคราะห์คือเจ้าหนูตัวเล็กทั้งสองคน”

 

ใช่อเลนกับเอเลน่าบาดเจ็บเพราะคนๆนี้

 

“....ไม่มีทาง หรือว่าสาเหตุที่อยู่ดีๆเจ้าหนูทั้งสองคนก็หันมาทางทาคุมิก็เป็นเพราะ...”

“เพราะจิตสังหารของเจ้าหมอนี่นั่นแหละ”

 

คุณรูดอร์ฟอธิบายแทนผมจนหมด

ใช่แล้ว เพราะก่อนหน้านี้ ตอนนั้นหมอนี่ปล่อยจิตสังหารออกมา ทำให้อเลนกับเอเลน่ามองหาต้นตอไปรอบๆ

ทั้งสองคนสามารถจับความรู้สึกมุ่งร้ายที่มีต่อผมได้ดีมาก เพราะสาเหตุนั้นทำให้ทั้งสองหันหลับมามองทางผม

 

“ซาเจซ...นี่นาย...”

“พวกมันโกหก อย่าไปเชื่อเด็ดขาด!!”

 

ซาเจซยังไงก็ไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

“ปกติคนอื่นๆก็คงเชื่อนายถ้าผมเป็นคนพูด แต่นี่คุณรูดอร์ฟที่เป็นนักผจญภัยแรงค์ A เป็นคนอธิบายเรื่องทั้งหมด แล้วยังมาบอกไม่ให้เชื่ออีก.. อย่ามาล้อเล่นนะโว้ย!!”

 

ถ้าเฉพาะคำพูดของผมคนมีคนเชื่อเรื่องนี้ไม่มากนัก เพราะไม่มีคนสังเกตเห็นถึงจิตสังหารที่เค้าปล่อยออกมาเลย

นั่นหมายความว่ากลุ่มอัศวินนั้นยังขาดความสามารถ หรือไม่ก็ไม่อยากสงสัยพวกพ้องของตัวเอง

ผมคิดว่าที่คุณรูดอร์ฟเป็นคนอธิบายใก้เพราะเข้าใจเรื่องนี้

 

“อึ๊ก!!”

 

“สารภาพออกมาซะ” ด้วยคำพูดนี้ ซาเจซก็เริ่มสั่น

 

“เพราะแก!! เพราะแกนั่นแหละ เพราะสามัญชนอย่างแกดันมายุ่งกับหัวหน้ารูเวน!!”

 

หือ? หัวหน้ารูเวน?

เหตุผลของซาเจซนั่นอยู่เหนือความคาดหมายของผมมาก

 

“....ท่านวาร์ท?”

“.........”

 

เมื่อผมมองไปทางท่านวาร์ท เขาก็หลบสายตาออกไป ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถให้คำตอบผมได้

ผมจึงมองไปยังท่านริสเนอร์เพื่อขอคำอธิบาย ท่านริสเนอร์จึงเริ่มอธิบายให้ผมฟัง...

 

“เขาชื่อว่าซาเจซ กรันท์ เขาเป็นอัศวินคนหนึ่งของหน่วยที่สาม... เขาเคยสารภาพรักกับหัวหน้ารูเวนมาก่อน”

“รัก? ไม่ใช่เคารพหรือนับถือเหรอครับ?”

“ใช่ รักเลยล่ะ...”

 

เอ๋!!! เขารักท่านรูเวนอย่างงั้นเหรอ....เอาจริงดิ

อัศวินคนนี้มีรูปร่างเพรียวแต่มีกล้ามเนื้อ...เค้าคงมีจิตใจเป็นผู้หญิงสินะ

ฮ่า...นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นคนเป็นแบบนี้ทั้งที่เป็นอัศวิน แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่ารู้สึกตัวเพราะอยู่ท่ามกลางผู้ชายในกลุ่มอัศวิน

ผมจึงใช้เวทลมแล้วทิ้งระยะห่างออกมาจากซาเจซทันที

 

หมายความว่านายซาเจซคนนี้เห็นผมเป็นคู่แข่งทางความรักงั้นเรอะ??

ทำไมเข้าใจผิดไปได้ถึงขนาดนั้นฟะ

มันเป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถเข้าใจได้ และผมรู้สึกช็อกนิดหน่อย เลยเรียกอเลนกับเอเลน่าเข้ามากอดเยียวยาจิตใจ

 

“หมายความว่า เค้าคิดว่าผมจะเป็นคนแย่งท่านวาร์ทไปจากเค้างั้นเหรอ?”

“ไม่ใช่นะ!!”

 

ท่านวาร์ทตะโกนออกมาเสียงดัง

 

“ข้าไม่รู้สึกสนใจผู้ชายด้วยกันในเรื่องความรักหรอก”

 

โฮ่ เขาปฏิเสธเสียงแข็งเชียว

 

“ท่านวาร์ทชอบคนที่ฝึกฝนอย่างขยันขันแข็ง และเขายังไม่มีข่าวเกี่ยวกับผู้หญิงอีกด้วย..นั่นหมายความว่า...”

“ทาคุมิ? นายพูดอะไรของนาย!!”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่ละคนก็มีความชอบไม่เหมือนกัน อย่าสนใจพวกเราเลย”

“นะ..นายมัน เลิกล้อเล่นได้แล้วโว้ย ข้าบอกไม่ได้เป็นอย่างนั้นไง!!”

 

เพราะออกอาการอย่างนี้ไง ผมถึงอยากจะแกล้งท่านวาร์ทคืนซะบ้าง

 

“คุณทาคุมิ หยุดแกล้งหัวหน้าได้แล้วล่ะครับ”

“อ่า ได้ครับ”

 

เมื่อท่านริสเนอร์หยุด ผมจึงเลิกแกล้งท่านวาร์ทต่อ

 

“แกล้งงั้นเหรอ..ทาคุมินายนี่มัน!!”

 

ในที่สุดท่านวาร์ทก็รู้สึกตัวซักทีว่าผมแกล้งเขาอยู่

 

“พวกเราต้องขอโทษจริงๆที่ลากคุณเข้ามาเกี่ยวข้องกับปัญหาของกลุ่มอัศวิน การควบคุมดูแลของเรานั้นยังไม่ดีพอ แต่จะเป็นอะไรมั้ยที่พวกเราจะทำการลงโทษกันเองในกลุ่มอัศวิน?”

“ไม่เป็นไรครับ”

 

ท่านริสเนอร์ได้ทำการขอโทษออกมาและขอให้การลงโทษเป็นหน้าที่ของกลุ่มอัศวินกันเอง

แน่นอนว่าผมไม่ปฏิเสธ

ท่านริสเนอร์ช่วยผมมาหลายเรื่องแล้วด้วย

 

“....ไม่เป็นไรงั้นเหรอ? ทั้งที่มันเป็นเหตุที่ทำให้เด็กๆได้รับบาดเจ็บเนี่ยนะ?”

“ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่สุดท้าย อเลนกับเอเลน่าก็ได้รับเพียงแผลถลอก ดังนั้นผมจะปล่อยให้เรื่องอัศวินที่ปล่อยจิตอาฆาตมาที่ผมนั้นผ่านๆไป แต่ถ้ามีคราวหน้า ผมไม่ปล่อยไปแน่”

 

แน่นอนว่าบาดแผลที่อเลนกับเอเลน่าได้รับนั้นไม่ร้ายแรง ถึงเค้าจะเป็นสาเหตุ ที่ผมก็ไม่อยากจบที่การฆ่าเขาไป

ผมไม่อยากทำแบบนั้น...เพราะผมไม่ใช่คนที่ชอบตัดปัญหาด้วยการฆ่า

ดังนั้นผมจึงไม่มีปัญหาที่จะปล่อยไป ผมจึงให้อัศวินเป็นคนลงโทษซาเจซเอง

 

“ข้าต้องขอโทษด้วย ทั้งที่เป็นเพราะผู้ใต้บังคับบัญชาของข้าแท้ๆ”

“ข้าก็ขอขอบคุณในความใจกว้างของเจ้าด้วย”

 

ท่านฟาเรียสและท่านกันฟอร์กก็มาก้มหัวขอโทษให้กับผม

เมื่อเรื่องทั้งหมดได้จบลง อัศวินคนอื่นๆก็เฝ้าจับตาดูซาเจซ การลงโทษของเขาจะมีหลังจากจบภารกิจ

ถึงผมบอกว่ามีการลงโทษก็เถอะ แต่เค้าก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากส่งจิตสังหาร

ผมจึงนึกได้ว่าบทลงโทษคงไม่ได้รุนแรงอะไร

อาจจะโดนตัดเงินเดือนก็เป็นได้? เพราะการลดชั้นหรือไล่ออกจากกลุ่มอัศวินคงไม่เกิดจากสาเหตุแบบนี้

แต่ผมก็ไม่ได้สนใจ ถ้าเขาจะไม่มาก่อเรื่องกับผมอีก

 

“เอาล่ะจบแล้วสินะ? ทาคุมิ ตอนนี้ข้าหิวแล้ว...ได้โปรดทำอาหารให้ทีสิ”

“...เอ๋?”

 

หลังจัดการเรื่องราวเรียบร้อย คุณรูดอร์ฟก็บ่นหิวออกมา

ผมไม่เข้าใจเหตุการณ์ไปครู่นึงเลยทีเดียว

ไม่ล่ะๆ ปกติแล้วคุณต้องไปพูดกับคุณไฮนซ์ไม่ก็คุณไคล์นไม่ใช่เรอะ? ทำไมถึงมาพูดกับผมกันล่ะ?

 

“แน่นอนว่าข้าเป็นคนหนึ่งที่รับบทหนักในการต่อสู้ครั้งนี้ ตอนนี้ข้าเลยหิวมาก ข้าเลยไม่อยากกินเนื้อแห้งหรือขนมปังแข็งเลยซักนิด ข้าอยากกินของอร่อยๆ”

“อเลนก็หิวแล้ว”

“เอเลน่าก็เหมือนกัน”

 

อ่า..อืม ผมต้องทำอาหารให้อเลนและเอเลน่ากิน นี่ก็ใกล้พระอาทิตย์ตกแล้ว

ทั้งสองคนเคลื่อนไหวมาตลอดทั้งบ่าย แน่นอนว่าต้องหิวเป็นธรรมดา

แน่นอนว่าผมก็เข้าใจคุณรูดอร์ฟและคนอื่นๆในกลุ่มด้วย จึงไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่า...

เมื่อผมมองไปทางกลุ่มอัศวิน... อัศวินกลุ่มอื่นๆที่ไม่ได้เดินทางกับพวกเราไม่เข้าใจว่าเกิดอะไร แต่อัศวินที่เดินทางมากับพวกเราตอนนี้ทำสายตาเศร้าน่าดู คิ้วก็เป็นรูป “ハ” เลย

พวกเขาก็อยากให้ผมทำอาหาร แต่เพราะเรื่องของซาเจซเลยไม่รู้จะพูดยังไง

แน่นอนว่าผมไม่ได้โกรธอัศวินคนอื่นๆอยู่แล้ว ผมจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย...?

 

“ทำเยอะๆเลย”

“มีคนช่วย~”

 

ขณะที่ผมกำลังกังวล อเลนกับเอเลน่าก็พูดแล้วจูงมือผมไปยังที่คุณไคล์นกับคุณไฮนซ์อยู่

 

“...เอ่อ? เรื่องนั้นมัน...”

 

คุณไคล์นกับคุณไฮนซ์ยังอ้ำๆอึ้งๆไม่กล้าตอบ ทั้งสองคนมามายังเด็กๆ ผม แล้วก็มองไปทางท่านวาร์ทกับท่านริสเนอร์

....แล้วสายตาก็หลอกแหลกไปมา

 

“”ไม่ได้เหรอ?””

“....ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก”

 

อเลนกับเอเลน่าช่วยสนับสนุนผมขณะที่กังวลอยู่

โม่~ ทั้งสองคนเป็นเด็กดีเกินไปแล้ว

ผมทนเอ็นดูไม่ไหวแล้วจึงลูบหัวทั้งสองคนทันที

 

“ตอนนี้อเลนกับเอลน่าหิวแล้ว ทั้งสองคนจะช่วยผมหน่อยได้มั้ยครับ?”

“ดะ ได้สิ เราจะเริ่มกันจากอะไรดี?”

 

เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็เริ่มงานกันเถอะ

ผมรวบรวมเห็ด ผักป่า แล้วนำเนื้อออคที่แยกส่วนไว้ออกมา

 

“คุณรูดอร์ฟช่วยเอาเนื้อออคที่ชำแหละแล้วมาหน่อยครับ”

“ช่วยไม่ได้นะ เอาเนื้อออคมาหน่อยเร็ว”

 

คุณรูดอร์ฟตอบมาแบบเซ็งๆ แต่สีหน้าของแกยิ้มแย้มทีเดียว ผมไม่อยากใช้ของจาก 《Infinite Storage》

จึงขอแบ่งเนื้อออคส่วนที่กลุ่มคุณรูดอร์ฟเก็บเอาไว้มาทำอาหาร

ด้วยการช่วยเหลือของคุณไคนลัคุณไฮซ์น พวกเราจึงเตรียมอาหารของคนจำนวนมากได้โดยเวลาไม่นาน

มื้ออาหารเล็กๆนี้ทำไม่ยากนัก แต่รสชาติก็ออกมาแบบที่ผมพอใจ

 

เมื่อพวกเราได้ทานอาหารกันเสร็จแล้วก็ได้แยกย้ายกันไปพักผ่อน ผมเลนลองตรวจสเตตัสหลังสู้ดู

 

=====

Status

【ชื่อ】ทาคุมิ คายาโนะ

【เผ่า】มนุษย์?[ผู้ติดตามของเทพแห่งลม (ชั่วคราว)]

【อาชีพ】นักเวท

【อายุ】20

【เลเวล】25

【สกิล】

เวทแสง 66 | เวทมืด 62

เวทลม 169 | เวทน้ำ 50

เวทมิติ 115 | เวทชีวิตประจำวัน 128

นักดาบ 54 | ขว้างปา 49

ประเมิน 209 | แยกส่วน 119

ควบคุมมอนสเตอร์ 22  | ฝึกให้เชื่อง 12

ทำอาหาร 113 | เย็บปัก 23

ชะล้าง 12 | ทำความสะอาด 31

งานฝีมือ 37

คณิตศาสตร์ 108 | การอ่าน 125

ซ่อนตัว 37  | ตรวจจับ 35

หยั่งรู้ 12

ป้องกันสถานะผิดปกติ 300 | ป้องกันสถานะผิดปกติทางจิตใจ 300

ป้องกันโจมตีทางกายภาพ 300 | ป้องกันโจมตีทางเวทมนต์ 300

【ฉายา】

ผู้ถูกย้ายมาจากต่างโลก

พรจากเทพผู้สร้าง มาเรียโนร่า

เพื่อนของเทพแห่งลม ซิลฟารีล

ผู้ช่วยชีวิต

ผู้พิชิตดันเจี้ยนระดับต่ำ

ผู้ทำสัญญากับมอนสเตอร์

【อสูรรับใช้】

เฟนริล (จูล)

เหยี่ยวสายฟ้า (โบลท์)

เสือสวรรค์ (ฟีท)

=====

 

ต้องขอบคุณการจัดการ Evil Viper ทำให้ผมเลเวลอัพมาพอสมควร สกิลต่างๆก็เพิ่มขึ้นมาเยอะใช้ได้

แล้วยังมี 【เวทน้ำ】 ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรกันล่ะเนี่ย ถ้าคิดดูก็น่าจะได้มาจากผู้ติดตามของเทพแห่งน้ำ

แต่ไม่ใช่ว่าซิลฟ์จะไม่ชอบใจงั้นเหรอที่มาโดนก้าวก่ายขอบเขตของตัวเอง

แต่ก็ช่างมันเถอะมีไว้ก็ดีกว่าไม่มีล่ะนะ

 

วันถัดมา หลังจากนับจำนวนผู้บาดเจ็บได้จำนวนมากแล้วเราจึงตัดสินใจที่จะกลับเมืองเนื่องจากการสำรวจต่อไปจะเป็นอันตราย

เมื่อไปต่อไม่ไหว พวกเราจึงจบภารกิจในวันที่สามนี่เอง




NEKOPOST.NET