[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 26 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.26 - แนะนำเรื่องการทำอาหาร


เมื่อพระอาทิตย์ตกเราก็มาถึงยังจุดนัดพบกับกลุ่มอื่นๆ

 

ผมต้องการที่จะเตรียมอาหาร แต่ดูเหมือนกลุ่มอัศวินจะมีคนที่มีหน้าที่ทำอาหารอยู่แล้ว

โดยคนที่มีหน้าที่นี้คือคุณไคล์น และ คุณไฮนซ์ ハインツ

เมนูวันนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นเนื้อออคเสียบไม้ย่าง ซุบอะไรซักอย่าง แล้วก็ขนมปังแข็งๆ

คุณไคล์นเอาน้ำเทลงไปยังหม้อที่ตั้งอยู่แล้วใส่ผักตากแห้งลงไป

หือ แค่นั้นเหรอซุบน่ะ

คุณไฮนซ์เตรียมเนื้อย่าง โดยการหั่นเนื้อ High Orc ที่ได้มาแล้วเสียบไม้เลย...

ขนาดเนื้อที่หั่นใหญ่เท่ากำปั้นเลยนะนั่น?

 

….หืม?

 

“โปรดรอซักครู่นะครับ”

“คุณทาคุมิ มีอะไรงั้นเหรอครับ?”

 

ผมลังเลที่จะเข้าไปรบกวน...แต่ผมทนดูไม่ได้จริงๆ

ผมต้องรู้สึกผิดแน่ๆถ้าปล่อยมันไป

 

“ผมขอยืนยันก่อนนะครับ... หลังจากซุบเดือดแล้วคุณคิดจะใส่อะไรลงไปเพิ่มในซุบเหรอครับ?”

“ไม่แล้วนะ ผมจะใส่เกลือเพิ่มรสชาติแค่นั้น”

“.......”

 

เอาจริงดิ?

 

“แล้วคุณจะย่างเนื้อทั้งอย่างนั้นเลยเหรอครับ?”

“ใช่แล้ว”

“......”

 

.....................

นี่มัน...เรื่องปกติหรือไงฟระ? ผมรู้สึกอย่างนั้นขึ้นมาทันที...

ไม่สิ ขนาดเนื้อย่างของ “กระโจมนกน้อย” ยังปรุงรสด้วยเกลือ และยังอร่อยมากด้วย

นี่มันแปลกเกินไปแล้ว

 

“งั้นก่อนอื่นก็ซุบ คุณไม่ได้ลืมใส่วัตถุดิบสำหรับทำน้ำสต็อกงั้นเหรอครับ? ไม่งั้นมันก็จะมีแต่รสเค็มของเกลือนะครับ.. แล้วยังเนื้อย่างนั่นอีก หั่นให้ชิ้นมันเล็กลงกว่านี้สิครับ มันจะได้ย่างสุกอย่างทั่วถึง ถ้าชิ้นใหญ่เกินมันจะสุกๆดิบๆนะครับ”

 

ทุกคนบอกว่าครีมปังนั้นอร่อย แปลว่าลิ้นพวกเขาไม่ได้เพี้ยนไปแน่นอน

แล้วทำไมถึงทำอาหารแบบนี้ได้ละเนี่ย

 

เมื่อเป็นอย่างนั้นผมเลยไปลองถามท่านวาร์ทกับอัศวินคนอื่นๆดู

 

“ก็อย่างที่เห็นพวกเราส่วนมากทำอาหารกันไม่เป็นน่ะ”

“ขณะที่เดินทางออกมาตั้งแคมป์ ขอแค่มัน”กินได้” ไม่ว่าจะเนื้อแห้งหรือขนมปังแข็งๆ ก็ดีกว่าที่จะกินน้ำซุบรสเกลือเปล่าๆแล้ว”

“แล้วก็ในกลุ่มนี้ไคล์นกับไฮนซ์ก็เป็นคนที่สามารถทำอาหารออกมาได้ดีที่สุดด้วยล่ะ”

 

คนส่วนใหญ่ในกลุ่มอัศวินจะเป็นขุนนาง จึงเป็นสาเหตุที่ส่วนใหญ่จะทำอาหารไม่เป็น

ถึงขุนนางจะมีประสาทรับรสที่ดี...แต่พวกเขาก็ไม่สนใจรสชาติขนาดนั้น

พวกเขาแน่วแน่ที่จะอดทนในช่วงออกมาตั้งแคมป์อยู่ด้านนอกเมือง

 

หลังจากนั้น เมื่อลองถามกลุ่มปาตี้ของ “ลมหายใจมังกร” ก็....

 

“ปกติเราก็กินเนื้อแห้งกับขนมปังแข็งนี่แหละ”

“ไอริสงั้นเหรอ? ไม่มีทางๆ เป็นไปไม่ได้ เธอทำอาหารไม่เป็นหรอก”

“ใช่แล้ว เมื่อก่อนเธอทำออกมาทีไรมันไม่เคยเป็นอาหารซักที นั่นมันยาพิษชัดๆ”

“........ฉันสามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องทำอาหารเองหรอกนะ!”

 

ผมก็ได้ยินคำตอบแบบนี้มา

พวกเขาไม่มีผู้ที่เหมาะสมกับการทำอาหารเลย

 

ถึงอย่างนั้น ผมก็บอกได้เลยว่าไม่อยากกินอาหารที่คุณไคล์นกับคุณไฮนซ์ทำหรอก

เพราะช่วงนี้ผมให้อเลนกับเอเลน่ากินอาหารที่ผมทำอย่างถูกหลักอนามัยมาตลอด

ทำให้ทั้งสองคนดูรูปร่างสมบูรณ์เหมือนเด็กทั่วๆไปได้ซักที

เนื้อแห้งกับขนมปังแข็งนั้นผมไม่ยอมรับเด็ดขาด แล้วผมไม่มีทางให้ทั้งสองคนกินน้ำซุบที่มีแต่เกลือกับเนื้อสุกๆดิบๆนั่นด้วย

 

“คูณไคล์น หั่นเนื้อซัก 3-4ชิ้นลงไปในหม้อน้ำซุบด้วย คุณไฮนซ์ หั่นเนื้อที่จะเสียบไม้นั่นให้เล็กลงเหลือ ¼ จากเดิมด้วย ผมไม่มีทางปล่อยไปแบบนี้เด็ดขาด ดังนั้นทำตามที่ผมบอกเดี๋ยวนี้”

 

ผมแนะนำ(สั่ง) ให้คุณไคล์นกับคุณไฮนซ์ทำตามในทันที ส่วนผมเดินเข้าไปในป่าเพื่อหาสิ่งจำเป็นเพิ่มเติม

แน่นอนว่าอเลนกับเอเลน่าตามผมมาด้วย

 

ก่อนอื่นก็หาวัตถุดิบเพิ่ม

ผมสามารถใช้วัตถุดิบจาก 《Infinite Storage》ได้อยู่หรอก แต่ผมไม่อยากให้กลุ่มอื่นๆรู้ถึงความสามารถนี้

และแน่นอนว่าป่าก็เหมือนภูเขาวมบัติของแหล่งวัตถุดิบ ผมสามารถเก็บเกี่ยวได้โดยใช้เวลาไม่นาน

 

“กลับมาแล้วครับ”

 

หลังจากกลับมาพร้อมกับพืชและเห็ดที่สามารถกินได้เต็มมือ ผมก็เริ่มทำอาหารทันที

 

“นั่นคือ?”

“ต้นเอน่า エナ草กับผักฟ้า アオ菜 ทั้งสองอย่างสามารถกินได้ แล้วนี่คือเห็ดรุก ルーク茸กับเห็ดกลีบดอกไม้ ハナビラ茸ทั้งสองอย่างสามารถกินได้ครับ”

“ผมเคยเห็นพวกนั้นขายอยู่ในตลาด”

“นั่นสิ ก็เป็นวัตถุดิบทั่วไปนี่นา”

 

ผมตั้งชื่อและอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับพืชที่เก็บมาให้คุณเคนและคนอื่นๆที่สนใจฟัง

พืชและเห็ดพวกนี้สามารถหาได้ทั่วไปในตลาด ผมคิดว่าพวกเขาสามารถยอมรับได้แน่ๆถ้าเป็นของที่เห็นทั่วไป

ดังนั้นผมจึงเลือกของพวกนี้มาทำอาหาร

ผมเจอเห็ดที่ไม่มีขายในตลาดหลายขนิด แต่ผมไม่อยากให้พวกเขาระแวงสิ่งที่พวกเขาต้องกิน

ต่อให้ผมบอกว่า “มันกินได้” ก็เถอะ

แน่นอนว่าผมเจอแล้วก็เก็บไว้ใน 《Infinite Storage》แน่นอน ไม่ทิ้งไว้หรอก

 

“พืชและเห็ดพวกนี้โตได้ทุกๆที่ มันจะเป็นประโยชน์ถ้าจำเอาไว้นะครับ”

 

หลังจากใส่ชิ้นเนื้อลงไป ผมก็หั่นผัก พืชที่เก็บมาและเห็ดลงไปในหม้อซุบ

หลังจากนั้นก็เอาหม้อไปตั้งไฟ แล้วนำเนื้อหั่นชิ้นพอดีคำมาเสียบไม้ โรยด้วยเกลือเล็กน้อยแล้วนำไปย่างไฟ

แน่นอนว่าผมใช้งานคุณไคล์นกับคุณไฮนซ์ไปด้วย

ทั้งสองทำโดยไม่มีบ่น แต่ถ้าดูจากจุดยืนแล้วเหมือนว่าผมเข้ามายุ่ง ดังนั้นผมต้องขอโทษจริงๆ

ตอนนี้น้ำซุบเริ่มมีรสชาติของเนื้อและผักที่ใส่ลงไปแล้ว แต่เพราะมีเนื้อแห้งที่เค็มอยู่แล้วสำหรับกินคู่กัน ผมจึงใส่เกลือเพียงเล็กน้อย

เห็ดกับเนื้อที่ใส่ลงไปก็ดูท่าจะสุกดีแล้ว ผมจึงมาใส่ใจกับเนื้อเสียบไม้ไม่ให้มันไหม้เกินไป

เอาล่ะ เสร็จเรียบร้อย

 

“!!!!!”

 

ทุกคนหยุดการเคลื่อนไหวหลักจากตักอาหารคำแรกเข้าไปในปาก

รสชาติไม่ถูกปากหรือยังไงนะ? ขณะที่ผมคิดอย่างนั้น ทุกคนก็เริ่มกินอาหารกันเหมือนไม่รู้อดอยากมาจากไหน

 

“โอ้!!”

“อร่อยมาก!!”

“หงับๆ”

 

ดูเหมือนว่าผมจะกังวลไปเอง ทุกคนเริ่มกินต่อไปเรื่อยๆจนซุบกับเนื้อย่างหมดเกลี้ยง

 

“อิย๊า~ อิ่มชะมัด อาหารพวกนี้อร่อยจริงๆ”

“ผมดีใจที่ถูกปากนะครับ”

 

เพราะมันเป็นอาหารง่ายๆที่ไม่ได้ใช้เวลาอะไรมากมาย ผมจึงไม่ได้คิดว่าจะพอใจกันอะไรขนาดนั้น

แต่ถ้าขนาดนี้ก็พอใจแล้วล่ะก็ ผมค่อยรู้สึกคุ้มค่าที่ทำลงไปหน่อย (แย่งอัศวินทำอาหาร)

 

“ทาคุมินี่มีความสามารถดีแฮะ ไม่คิดเลยว่าจะทำได้ตั้งแต่อายุยังน้อยขนาดนี้”

“................หา?”

 

ท่านวาร์ทพูดอะไรแปลกๆออกมา

เขาบอกว่าอะไรนะ? อายุยังน้อย?

ถ้าในญี่ปุ่นก็หมายความว่ายังเด็กอยู่ แต่ในเอเทลเดีย จะถูกนับมาเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่อายุ 15 นะครับ

หมายความว่า... ผมดูอ่อนกว่าปกติ 5 ปีได้งั้นเหรอ?

 

“......ผมไม่รู้ว่าท่านคิดว่าผมอายุเท่าไร แต่ตอนนี้ผมอายุ 20ปี แล้วนะครับ”

“เอ๋!!”

 

เอ๋? ทุกคนเลยเหรอ? ทำไมทุกคนถึงตกใจล่ะ

 

“เอาจริงดิ!? ข้านึกว่าอยากมากก็ 16-17 นะเนี่ย”

“........”

 

ผมดูเหมือนคนที่พึ่งผ่านช่วงเด็กมางั้นเหรอ? ก็จริงอยู่ที่หน้าคนญี่ปุ่นจะดูเด็ก...ผมพึ่งจะรู้ตัวแฮะ

 

หลักจากนี้เราก็คุยเรื่อยเปื่อยกันไปนิดหน่อย

ผมตบมุกไปหลายครั้งที่มีการยิงมุกแป็กๆออกมา ดูท่าจะไปได้ดี

 

เมื่อฟ้าเริ่มมืดก็มีการแบ่งเวรกันเฝ้ายาม โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วง

แต่สำหรับผมนั้นโดนบอกให้ไม่ต้องเฝ้าวันนี้ เมื่อผมได้ยินอย่างนั้นจึงตัดสินใจที่จะนอน

 

“อเลน เอเลน่า มานี่มะ”

 

ผมห่มผ้าห่มให้ทั้งสองคน โดยที่นอนกอดอยู่ข้างๆผมเหมือนเดิม

 

“พวกนายปกตินอนกับแบบนั้นเหรอ?”

“เมื่อเราต้องนอนข้างนอกน่ะครับ พวกเขาไม่ค่อยชอบนอนบนพื้นหนาวๆด้วย”

“หืมมม~”

 

ผมเคยลองปูผ้าปูบนพื้นให้ทั้งสองคนนอนด้วยกัน แต่ทั้งสองคนส่ายหัวปฏิเสธตลอด

ดูเหมือนว่ามันจะทำให้นึกถึงเหตุการณ์ก่อนที่จะมาเจอกับผม...เหตุการณ์ตอนที่ยังเป็นทาส

ถึงจะจำไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ยังจำได้

แล้วอีกอย่าง ดูเหมือนทั้งสองจะชอบนอนอย่างนี้ ตั้งแต่เราได้นอนด้วยกันครั้งแรกในป่า

 

“ดังนั้นแล้ว ผมขอขอบคุณที่ไม่ต้องให้ผมเข้าเวรนะครับ”

“โอ้ ฝันดีล่ะ”

 

ฟู่~ ฟู่~ ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะหลับแล้ว ผมจึงลูบหัวทั้งสองคนเบาๆแล้วปิดตาลง

 

เช้าวันต่อมาเมื่อผมตื่น ทุกคนจ้องคาดหวังให้ผมเป็นคนทำอาหารเช้า

แน่นอนว่าผมก็ทำ...

ผมหมายถึง ถ้าผมทำเองมันอร่อยกว่านี่นา




NEKOPOST.NET