[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 21 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.21 - แสดงความสนใจ


อเลนกับเอเลน่าเอาสร้อยคอที่ได้รับไปอวดพวกจูลอย่างสนุกสนาน

ดูเหมือนว่าจะชอบกันสินะ ค่อยยังชั่ว

ในขณะเดียวกันผมก็ตรวจสอบรายละเอียดสิ่งของใน 《Infinite Storage》ดู

เอาจริงๆผมนับไม่ถูกเลยล่ะว่ามีเยอะเท่าไร เพราะตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้มีของที่ส่งเข้ามาเพิ่มให้เยอะมาก

ดังนั้นผมจึงคิดที่จะจัดระเบียบหมวดหมู่ก่อนที่จะสายเกินไป

มายืนยันของใหม่ที่ถูกส่งเข้ามาก่อนละกัน

ผมเลือกไปที่สิ่งของที่ผู้ติดตามของเทพแห่งน้ำส่งมาให้ก่อน

มีชื่อของต่างๆเรียงลงมา ผมก็ตรวจสอบไปทีละอันๆ

เสื้อผ้าหลากหลายแบบ แล้วยังผ้าคลุมกันน้ำอีกมากมาย มีแม้กระทั่งเต็นท์

โอ้ มีปลา สาหร่าย กับพวกของจากทะเลส่งมาให้ด้วย

หวา มีแม้กระทั่งกระบอกน้ำที่สามารถเติมน้ำได้โดยการเติมพลังเวทลงไปแทน โครตสะดวกเลย

แล้วอีกยังของใช้อีกหลายอย่างมากมาย

อาหาร, เสื้อผ้า, อาวุธ, ชุดเกราะ, ยา, อุปกรณ์เวทมนตร์, วัตถุดิบจากมอนสเตอร์...

ผมใส่แต่ละอย่างลงไปในหัวข้อที่ผมจัดแยกเป็นหมวดหมู่เอาไว้

ผมจะเอาสิ่งจำเป็นไปใส่ไว้ในกระเป๋าเวทมนตร์ของอเลนกับเอเลน่าด้วย

เด็กๆอาจจะรำคาญมันนิดหน่อย แต่ก็ไม่มีปัญหาเพราะเป็นแค่กระเป๋าใบเล็กๆที่ติดบริเวณเข็มขัด

ผมจะใส่อะไรบ้างน่ะเหรอ?

แน่นอน เงินยังไงล่ะ และผมให้ทั้งสองคนเก็บบัตรกิลด์ของตัวเองเอาไว้ด้วย

นอกจากนั้นก็น้ำดื่ม... อาหารฉุกเฉินเอาอะไรดีหว่า? เอาเป็นเนื้อแห้ง..กับผลไม้แห้งแล้วก็ลูกอมละกัน

ชุดสำรอง เสื้อคลุม ผ้าเช็ดตัว อ๊ะ ห้ามลืมมีดอีกอย่าง มีดพับอันเล็กๆก็น่าจะดี

เอาที่ทำจากอะไรดีน้า... มิทริล mithril? อืม ก็ดีนะยังไงก็มีอยู่เยอะแยะ อย่าไปกังวลเลย

 

สุดท้ายผมก็ยัดไอเทมไปมากจนเกินพอสำหรับเด็ก 5ขวบ แต่ก็ช่างมันเถอะ เหลือดีกว่าขาด

แล้วผมยังกังวลด้วยถ้าทั้งสองคนใช้กลางสถานที่สาธารณะขึ้นมาแล้วจะตกเป็นเป้าหมายของโจร

 

“อเลน เอเลน่า”

 

ผมเรียกทั้งสองคนมาหา แล้วเอากระเป๋าไปผูกกับเข็มขัดของทั้งสองคน

 

“อันนี้ของอเลน อันนี้ของเอเลน่า อย่าไปทำหายตอนออกไปข้างนอกนะ เข้าใจมั้ย?”

“”คร้าบ(ค่า)””

 

เอาล่ะคราวนี้ก็วางใจไปได้หน่อยนึงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

 

 

เมื่อเราไม่มีธุระนอกเมืองแล้วเราจึงเดินกลับเมืองกัน

ขณะเราเดินเล่นในเมือง อเลนกับเอเลน่าก็หยิบบัตรกิลด์ออกมาดูเล่นจากกระเป๋ากันอย่างมีความสุข

ผมดีใจที่ทั้งสองคนยิ้มแย้มอย่างมีความสุขได้แล้ว เมื่อลองสังเกตทั้งสองคน ดูเหมือนว่าจะชอบกระเป๋าที่ให้ไป

นั่นสินะยังไงการได้ “ของที่เป็นของเรา” ก็ทำให้ดีใจอยู่แล้วสิ

ขณะที่เราเดินผ่านย่านการค้าขณะเดินกลับที่พัก จู่ๆเอเลน่าก็หยุดเดินแล้วจ้องไปยังสถานที่หนึ่ง

 

“......”

“เอเลน่า มองอะไรอยู่เหรอ? หืม....ร้านขายของทั่วไป”

 

เมื่อผมมองดูว่าเธอมองอะไร ก็พบร้านขายของตกแต่งแนวเอเชีย โดยมีสาวๆกำลังเลือกเครื่องประดับอยู่ในร้าน

ตามคาดล่ะนะ ผู้หญิงก็ต้องชอบของพวกนี้แหละ

 

“เอเลน่า เราเข้าไปดูกันมั้ย?”

 

เมื่อผมลองถามดู เอเลน่าก็มองสลับระหว่างผมกับร้าน ซักครู่หนึ่งเธอก็พยักหน้า

 

“เข้าไปดูกันเถอะ”

 

ดูจากท่าทางแล้วน่าจะสนใจน่าดู

เสื้อผ้าหลายแบบและผ้าหลากสีถูกประดับอยู่ในร้าน ดูแล้วไม่น่าใช่ร้านขายของทั่วไป

น่าจะเป็นร้านเกี่ยวกับงานหัตถกรรมมากกว่า

ขณะนั้นเอเลน่าก็ส่งสายตาเป็นประกายเดินมองไปรอบๆร้าน

เมื่อเห็นดังนั้นผมจึงเดินดูของรอบๆไปด้วยและได้เจอริบบิ้นอันใหญ่วางอยู่ในจุดแสดงสินค้า

 

“พี่สาว ริบบิ้นอันนี้เอาไปใช้ประดับผมทั้งอย่างนี้เลยได้ใช่มั้ยครับ”

“แน่นอนจ๊ะ ของแถวนั้นอันละ 50G นะจ๊ะ”

 

ตอนแรกผมนึกว่าเป็นงานฝีมือที่ต้องไปเย็บเพิ่มก่อนขาย แต่พี่สาวเจ้าของบอกว่าเอาไปใช้ได้ทันที

แน่นอนว่าผมไม่รู้ เพราะผมไม่เคยซื้อของแบบนี้เลย ผมจะซื้อดีมั้ยนะ?

ราคาก็...อืม เอาจริงๆผมก็ไม่รู้ว่าถูกหรือแพง นี่เป็นราคาที่กินข้าวได้มื้อนึงในเอเทลเดีย

ราคาคงสมเหตุสมผลแล้วมั้ง? น่ายังไงเราก็มีเงินเยอะแยะ ซื้อไปก็ไม่มีปัญหา

 

“เอเลน่า มาหาพี่หน่อย”

 

ผมนั่งย่อลงข้างๆเอเลน่าแล้วเอามือรวบผมข้างๆหูขึ้นไปรวบไว้แล้วเอาริบบิ้นไปติด

โอ้ ดูดีใช้ได้เลย ริบบิ้นสีขาวอันนี้ทำให้ผมสีฟ้าของเอเลน่าดูสลวยขึ้นไปอีก ยอดเยี่ยมไปเลย

 

“น่ารักจัง เหมาะกับน้องคนนี้มากเลย พี่ชายเอาอีกซักอันไปติดอีกข้างมั้ย?”

“ครับ ผมขอเพิ่มอีกอันละกัน”

 

แน่นอนว่าถ้าผูกสองข้างเป็นทวินเทลแล้วคงดูน่ารักขึ้นไปอีก

ขณะที่ผมกำลังคิดพี่สาวพนักงานก็รู้งานดีดดยการนำริบบิ้นที่เหมือนกันไปผูกผมอีกฝั่ง

 

“ยอดไปเลย เหมาะมากๆ คุณหนูมาดูกระจกตรงนี้สิจ๊ะ”

 

พี่สาวพนักงานเอากระจกถือออกมาให้เอเลน่าได้ดูตัวเอง

เอเลน่าจ้อง จี่... ดูผมตัวเอง แล้วยิ้มอย่างดอกไม้กำลังผลิบาน

 

“ชอบมั้ย?”

 

เมื่อผมถาม เอเลน่ากะยักหน้าเบาๆ

ดูแล้วน่าจะชอบน่าดู งั้นลองเลือกสีอื่นๆเพิ่มดีกว่า

 

“งั้นเรามาซื้อสีอื่นเพิ่มกันดีกว่า เอเลน่ามีสีไหนที่ชอบมั้ย?”

 

 ผมมองไปยังเอเลน่าที่กำลังเลือกสีริบบิ้นที่วางอยู่

ผมคิดว่าเธอจะเลือกสีแดงไม่ก็ชมพู แต่ผิดคาด

 

“ชอบสีนี้เหรอ?

“อื้ม”

“ เอ่อ เอเลน่า พี่คิดว่าสีนี้มันไม่ค่อยเหมาะกับสีผมของหนูหรอกนะ”

“อันนี้ สีของพี่ชาย”

 

สีของผม? สีที่เลือกมานั้นเป็นสีดำกับสีเขียวใกล้เคียงกับสีผมและสีดวงตาของผม....

 

“เธอคงชอบพี่ชายมากสินะคะอืม... ริบบิ้นพวกนี้ไม่จำเป็นต้องผูกกับผมก็ได้นะคะ”

“... ก็ถูกนะครับ เอเลน่าเอาสีละอันนึงนะ”

“อื้ม”

 

ก็จริงอยู่ว่าริบบิ้นพวกนี้ไม่จำเป็นต้องผูกผมเสมอไป ผมจึงซื้อให้เพราะเอเลน่าได้เลือกด้วยตัวเอง

ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังเลือกสีที่ตรงกับสีผมและสีตาของผมอีก น่าเอ็นดูอะไรอย่างนี้

 

“งั้นก็ เอาสีชมพู สีครีม แล้วก็สีฟ้าสว่างนี้ด้วย อย่างละสองอันครับ แล้วมีกระจกสำหรับขายด้วยหรือเปล่าครับ?”

 

ผมเลือกอีก 3 สีที่ดูแล้วน่าจะเหมาะกับเอเลน่า

ผมคิดว่าน่าจะมีกระจกขายด้วย ว่าแต่ร้านงานฝีมือจะมีกระจกวางขายอยู่หรือเปล่านะ?

 

“ต้องขอโทษด้วยค่ะ ร้านที่ขายกระจกอยู่ถัดไปอีก 3 ร้านค่ะ”

 

ว่าแล้วเชียว... งั้นไว้ไปซื้อทีหลังก็แล้วกัน

 

“นอกจากนั้น คือว่าพี่ชาย.. ฉันมีเรื่องจะขอร้องน่ะค่ะ”

“ขอร้องหรือครับ?

“ค่ะ ขอให้น้องสาวคนนี้แต่งชุดในร้านของฉันดูได้หรือเปล่าคะ?”

 

พี่สาวพนักงานถือเสื้อคลุมที่มีฮุ้ดสีขาวขึ้นมาให้พวกเราดู

 

“ผมคิดว่าคงจะไม่เป็นไร แต่ว่า”

“จริงๆนะคะ”

 

เมื่อผมตอบตกลง พี่สาวก็จะใส่เสื้อคลุมมีฮุ้ดลงไปที่อเลนกับเอเลน่าในทันที

แน่นอนว่าทั้งสองคนเมื่อเจออย่างนั้นก็รีบวิ่งหนีมาหลบอยู่ข้างหลังผม

ทั้งสองคนสามารถพูดได้ตามปกติ แต่ทั้งสองคนยังไม่ยอมพูดกับคนอื่นตรงๆนอกจากผม

เพราะอย่างนั้น... การที่จะให้คนอื่นแต่งตัวให้คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

 

“อ๊า...”

“ครับ เป็นอย่างที่เห็น เด็กๆไม่ค่อยคุ้นกับคนแปลกหน้าเท่าไร คงต้องให้ผมใส่ให้น่ะครับ”

 

ผมรับเสื้อฮู้ดมาจากพี่สาวพนักงานที่กำลังดูสิ้นหวังมาลองใส่ให้กับอเลนและเอเลน่า

คราวนี้แทนที่ทั้งอเลนกับเอเลน่าจะหยิบไปใส่เอง กลับรอให้ผมเป็นคนเอาไปใส่ให้

เฮ่อ จะภูมิใจไปกับการเหนือกว่าพี่สาวดีมั้ยเนี่ย …

ไม่ได้สิ ผมต้องทำให้ทั้งสองคุ้นเคยกับการพูดคุยกับคนอื่นๆให้มากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม เสื้อคลุมมีฮู้ดนี้ผิวสัมผัสดีแฮะ น่าจะทำจากผ้าชั้นดีเลย

ถึงเนื้อผ้าจะดูหนา แต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกล้าเวลาเจออากาศร้อน

 

“ลองดึงฮุ้ดของทั้งสองคนขึ้นมาสวมหน่อยได้มั้ยคะ?”

“?”

 

เมื่อผมใส่เสร็จผมจึงลองดึงฮุ้ดขึ้นมาตามที่พี่สาวพนักงานขอ

 

“นี่มัน...!!”

 

ฮู้ดอันนี้ทำให้ผมตกใจได้จริงๆ น่าร้ากกกกก

 

มีหูสัตว์อันเล็กๆติดอยู่บนฮู้ด ของเลนเป็นหูรูปทรงครึ่งวงกลม ส่วนเอเลน่าเป็นรูปสามเหลี่ยม

อเลนกับเอเลน่าเอียงหัวงงขณะที่ผมกำลังฟินอยู่ แต่ท่าทางที่แสดงออกมาให้เห็นนั้น

ผมคิดว่าไม่มีใครต้านทานได้หรอก ท่าทางแบบนั้นมันทำให้ผมฟินยิ่งไปกว่าเดิมเสียอีก โอ้วว

 

“ยอดเยี่ยมไปเลยค่ะ ฉันว่าแล้วว่าต้องเหมาะกับทั้งสองคนแน่ๆเลย”

“คุณเป็นคนทำชุดนี้เหรอครับ?”

“ใช่ค่ะ ยังไงก็ดิฉันเป็นช่างตัดเสื้อ เสื้อผ้าพวกนี้ฉันลองทำดูเมื่อนานมาแล้ว ก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ เมื่อฉันเห็นเด็กสองคนนี้ฉันก็อยากจะลองเอามาใส่ให้ทันที”

 

พี่สาวคนนี้เป็นช่างตัดเสื้อด้วย ไม่แปลกใจเลยที่ในร้านจะมีเสื้อผ้าหลายแบบอย่างนี้

 

“เสื้อพวกนี้ขายหรือเปล่าครับ?”

 

เพราะมันทำให้ทั้งสองคนน่ารักมากๆ ผมจึงคิดจะซื้อถ้าพี่สาวขายให้ผม

ถึงช่วงนี้ฤดูกาลจะเริ่มเปลี่ยนแล้ว แต่มันยังใหญ่พอที่ทั้งสองคนจะเก็บไว้ใช้ได้อีกหลายครั้ง

 

“แน่นอนค่ะ แต่จะไม่เป็นไรเหรอคะ? ชุดนั้นฉันทำจากผ้าอย่างดีทำให้มันมีราคาค่อนข้างสูง ถึงมันจะยังขายไม่ได้แต่การลดราคานั้นคงจะ...”

“ไม่เป็นไรครับ ยังไงมันก็เหมาะกับทั้งสองคนมากเลย ผมซื้อ”

“จริงเหรอคะ ขอบคุณมากค่ะ”

 

หลังจากนั้นผมก็ซื้อเสื้อคลุมหูสัตว์มาให้กับทั้งสองคน

อ๊ะ ก่อนที่จะลืม แวะไปร้านข้างๆเพื่อซื้อกระจกก่อนดีกว่า

 

เพราะครั้งนี้ผมซื้อของให้กับเอเลน่าไปเยอะ คราวหน้าผมคงต้องหาซื้ออะไรให้อเลนบ้างล่ะ

ถึงจะคิดอย่างนั้นแต่....ผมจะซื้ออะไรให้เด็กผู้ชายดีล่ะ? อืมมม อะไรดีน้า

สำหรับเด็กผู้หญิงแล้วเข้าใจง่ายมาก อย่างครั้งนี้ก็ริบบิ้นกับกระจก ครั้งหน้าก็เครื่องประดับไม่ก็ตุ๊กตา

แต่พอคิดถึงเด็กผู้ชายแล้วคิดไม่ออกเลยแฮะ สำหรับผมตอนเด็กๆสิ่งที่ได้รับก็...

เกมกับการ์ตูน โลกนี้ก็คงจะไม่มี.....

ลูกฟุตบอลไม่ก็ถุงมือเบสบอล ก็ไม่มีอีกสินะ....

พลาสติกโมเดลล่ะ ไม่มี....

ตัวต่อของเล่น มันคงจะดีถ้าโลกนี้มีขาย จะว่าไปทั้งสองคนจะเล่นตัวต่อหรือเปล่าหว่า...

อืมม ดูท่าจะไม่เวิร์ค คิดอะไรดีๆไม่ออกแล้วด้วยสิ

หลังจากคิดได้ซักพักแต่ก็คิดอะไรไม่ออก ผมก็ตัดสินใจที่จะพาอเลนไปซื้อของแล้วให้เลือกด้วยตัวเอง

ขอโทษนะอเลน...พี่ชายคนนี้คิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรดีแล้ว...




NEKOPOST.NET