[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 13 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.13 - ลุยดันเจี้ยนแห่งดิน 1


ลองไปทางที่อเลนกับเอเลน่าชี้บอก พวกเราก็พบทางลงไปชั้นต่อไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งชั้นสอง ชั้นสาม ก็รวดเร็วเหมือนเดิมเลย

เมื่อลองเช็คจากแผนที่รู้สึกจะเป็นทางที่เร็วที่สุดอีกด้วย หรือก็คือทั้งสองคนเลือกไม่ผิดเลยซักครั้ง

บอกได้ว่าพลังของฝาแฝดนั้นสุดยอดมากๆ

แน่นอนว่าบางครั้งเราก็เจอกับมอนสเตอร์ตามทาง แต่ว่า.... อ๊ะ อเลนกับเอเลน่าพุ่งออกไปซะแล้ว

เปรี้ยง... โครม

อเลนกับเอเลน่าระเบิดลูกเตะออกไป

ซวบ...แผละ

กระเด็นไปติดกำแพงแล้วหล่นลงมากองที่พื้น

แน่นอนว่าไร้ลมหายใจไปแล้ว

 

กี่ครั้งแล้วนะที่เห็นภาพเดิมๆอย่างนี้... อืม ไม่มีศัตรูสินะ ฮ่าๆๆๆ

อาจเพราะมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนระดับต่ำไม่ได้เก่งเท่าไร ผมจึงปล่อยให้อเลนกับเอเลน่าทำตามใจตัวเอง

ที่เจอก็มี สไลม์ ตุ่นดิน แมงมุมดิน อาจเพราะว่าที่นี่คือดันเจี้ยนแห่งดิน เลยมีแต่มอนธาตุดินเป็นส่วนใหญ่

ตอนนี้ผมปล่อยให้เด็กๆเล่นสนุกไปตามใจชอบก่อนเลย แล้วในอนาคตค่อยมาฝึกกันจะดีมั้ยน้อ?

ยังไงการที่แข็งแกร่งไว้ก่อนก็เป็นเรื่องดี โดยเฉพาะโลกนี้ที่มนุษย์มีอายุขัยเฉลี่ยน้อยกว่าโลกเดิมของผมด้วย

ถึงทั้งสองยังเด็กอยู่ แต่ก็คงไม่เป็นไรมั้ง?

ถ้าทั้งสองคนอยู่ในญี่ปุ่นคงเป็นแค่เด็กอนุบาล เด็กๆก็ต้องได้เล่นอย่างเต็มที่ด้วยสิ ใช่มะ?

เมื่อทั้งสองโตขึ้นมาอีกหน่อย ผมค่อยสอนพวกเขาในเรื่องต่างๆ แค่นี้ก็น่าจะโอเคแล้วล่ะนะ?

 

พวกเรามาถึงชั้น 5 โดยสวัสดิภาพ ในชั้นนี้มีห้องเล็กๆอยู่ ผมจึงตัดสินใจที่จะพักตั้งแคมป์ที่นี่

ก่อนอื่นก็ทำความสะอาดให้ทั้งสองคนด้วย 《Washing》ถึงจะไม่ได้ดูเลอะเท่าไร แต่รักษาสุขอนามัยไว้ก่อนก็ดีกว่า

ต่อไปก็เตรียมอาหารเย็น ผมควักเอาเตาเวทมนตร์ออกมา ก็นะมันก็ทำงานเหมือนเตาไฟฟ้านั่นแหละ

เพียงแต่ไม่ได้ทำงานด้วยไฟฟ้า แต่ทำงานด้วยหินเวทไฟแทน ผมเจอมันตอนที่เดินเล่นรอบๆเมืองในวันหยุด

มีแค่บางอย่างที่ดูแล้วราคาสมเหตุสมผล แต่ต่อให้แพงยังไง ผมก็ซื้ออยู่ดีนั่นแหละ ก็เพราะมันสะดวกล่ะนะ

ผมเอาหม้อที่มีซุปออกมาวางบนเตาแล้วเริ่มอุ่นมัน

ซุปนั้นผมขอให้คุณผู้ดูแลของ “กระโจมนกน้อย” ทำอาหารอะไรให้ผมหน่อย

ผมก็ได้นี่มา เป็นซุปผลซูรี่ที่เหมือนกับมะเขือเทศ ต้มกับเนื้อและผักหลายๆอย่าง

มีรสชาติหวานนำและมีรสเปรี้ยวตัดทำให้รู้สึกสดชื่น

ต่อจากนั้น ก็นำแซนวิชที่ทำด้วยขนมปังสดใหม่จากร้านของคุณโร้ดประกบไส้เป็นสลัดมันฝรั่ง

แล้วก็ขนมปังกลมยาวมาผ่าครึ่ง แล้ววางผักกับไส้กรอกลงไปเหมือนกับฮอทดอกอันเล็กๆ

อืมแค่นี้ก็น่าจะพอแล้วล่ะนะ เอาล่ะตอนนี้ก็ ทานแล้วนะครับ

 

หลังจากทานอาหารเย็นเรียบร้อย เราก็มาเตรียมตัวนอนกัน

ท่านอนก็เหมือนเดิม ผมเอาหลังชนกำแพงแล้วเอนตัวลง เด็กๆก็กอดผมทั้งสองข้าง

หลังจากนั้นผมก็ห่มผ้าห่มครอบตัวพวกเราอีกที เหมือนตอนอยู่ในป่ากาย่านั่นแหละ

เป็นเรื่องปกติที่เราต้องวาง Barrier Stone เพื่อป้องกันอันตรายจากทั้งมอนสเตอร์และมนุษย์เช่นพวกโจร

ถึงบางครั้งจะเป็นนักผจญภัยเหมือนกันก็เถอะ ยังมีการปล้นสัมภาระพวกที่ไม่ระมัดระวังตัวเหมือนกัน

แต่ในกลุ่มพวกเรา มีแค่ผมที่จะเฝ้ายามได้ ผมรู้สึกว่าร่างกายของผมก็ไม่เป็นไรต่อให้ไม่ได้พักซัก 2-3วัน

แต่ผมก็ไม่คิดจะทำแบบนั้น แน่นอนว่าผมก็จะรู้สึกตัวเมื่อมีใครเข้ามาใกล้อยู่แล้วล่ะ

ดังนั้นแล้วตอนนี้ก็ ราตรีสวัสดิ์ครับ

 

วันถัดมาเป็นวันที่สองในดันเจี้ยนของพวกเรา

เมื่อผมตื่นอเลนกับเอเลน่าก็ตื่นแล้วนอนกอดมองผม เพื่อรอผมตื่นเหมือนปกติทุกเช้า….ล่ะมั้ง

เวลาน่าจะผ่านไปประมาณ 5-8 ชม.เองจะว่ายังไงดี พวกเด็กๆนอนกันไปเยอะเลยแฮะ

ผมจัดเสื้อผ้าให้ดี แล้วเริ่มเตรียมอาหารเช้าของวันนี้

เมนูง่ายๆก็คือไส้หรอกกับสแครมเบิ้ลเอ้ก และขนมปังปิ้ง

ไส้กรอกนั้นมีการขายทั่วไปในโลกนี้ ส่วนขนมปังปิ้งนำมากินกับแยม

ซึ่งแยมเป็นผลผลิตที่ผมลองเอาผลไม้ในโลดนี้มาลองทำดู วันนี้เป็นแยมจาก “ผลรีโก้” ที่มีรสชาติเหมือนแอปเปิ้ล

 

เราพักกันนิดหน่อยหลังทานอาหารเช้าเสร็จ แล้วเริ่มลุยดันเจี้ยนกันต่อ

เราก็ยังเดินทางสบายๆเหมือนกันที่ผ่านๆมา ของที่หล่นมาก็ไม่ได้แพงอะไร แต่ปริมาณของดรอปก็มากพอดู

คงไม่มีปัญหาถ้าพกกระเป๋าเวทมนตร์มาด้วย แต่นักผจญภัยที่ยังแรงค์ต่ำ ก็ไม่ได้มีกันทุกคน

ถ้าเป็นอย่างนั้นผมคิดว่าก็น่าจะมีการคัดของที่หล่น แล้วทิ้งของไม่ต้องการไป

คงไม่มีปัญหาที่จะทิ้งเพราะราคาต่ำด้วยแหละนะ เช่นไอ้ “สไลม์เยลลี่” ที่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร

มันเอาไว้ทำอะไรกันนะ? มันดูนุ่มนิ่มเด้งดึ๋ง รู้สึกเย็นๆเมื่อจับดู ลองเอาไปทำที่นอนหรือหมอนได้มั้ยนะ?

คิดแล้วน่าจะนอนสบายดีด้วยสิ ไว้ลองทำดูเมื่อมีเวลาแล้วกัน

ก่อนอื่นก็เก็บไว้ใน《Infinite Storage》อาจทำให้มาผสมกันเป็นก้อนเดียว

แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงก็เลยใส่ๆไป

จะว่าไป 《Infinite Storage》นี่สะดวกจริงๆนั่นแหละ

 

พูดถึงกระเป๋าแล้ว อเลนกับเอเลน่าก็มากันตัวเปล่าเลยผมอยากให้ทั้งสองคนพกของจำเป็นเอาไว้

เผื่อในกรณีฉุกเฉินที่ต้องแยกจากกัน แต่ก็นะผมไม่คิดจะให้เกิดหรอก

ถ้าเกิดก็ไม่มีปัญหาเพราะผมคงจะเริ่มหาทั้งคู่ในทันที

แต่ของอย่างเงิน น้ำ และอาหารก็จำเป็น เพิ่มมีดไปด้วยละกัน

แต่การพกของขนาดนั้นติดตัวก็จะไปรบกวนเวลาต่อสู้ระยะประชิดอีก แถมยังหนักด้วย

หรือผมจะหากระเป๋าเวทมนตร์ใบเล็กๆสำหรับเด็กให้ทั้งสองคนดีนะ?

แต่มันก็อันตรายเกินไปที่จะให้เด็กๆถืออุปการณ์เวทแพงๆไว้ด้วยสิ

ไว้ลองคิดดูดีๆทีหลังแล้วกัน...

 

เปรี้ยง…. โครม…

ซวบ... แผละ…

 

อ่า หมาป่ากระเด็นไปอีกตัวละ มอนสเตอร์ที่เจอก็มีไม่เยอะ เราจึงมุ่งหน้ากันต่อ

ตอนนี้เราลุยมาถึงชั้น 8 แล้วเรียบร้อย มาได้ครึ่งทางแล้วสิ

คุณภาพของมอนสเตอร์ก็ดูมากขึ้นนิดหน่อย แล้วยังมีมอนสเตอร์ประเภทแมลง

ที่อเลนกับเอเลน่าไม่สามารถจัดการได้ในทีเดียวโผล่ขึ้นมาด้วย

พวกเด็กๆแพ้ทางมอนสเตอร์ประเภทแมลง ไม่เหมือนกับพวกรูปแบบสัตว์ แต่ก็ไม่ได้สู้ไม่ได้หรอกนะ

แต่พวกเธอก็บาดเจ็บจากการโจมตีผิวที่หนาของแมลงทำให้เกิดการบาดเจ็บสะสม ผมจึงจัดการด้วยตัวเอง

แล้วอีกอย่างมอนสเตอร์ไม่ได้โผล่มาทีละตัวแล้ว แต่ออกมาเป็นกลุ่ม

ตั้งแต่กลุ่มเล็กๆ 2–3 ตัวจนถึงกลุ่มใหญ่ประมาณ 10ตัว

สำหรับพวกเราก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่คงเป็นอุปสรรคแรกสำหรับพวกนักผจญภัยใหม่ๆ

เมื่อเราเดินทางกันต่อ

 

“หวา----------!!”

 

ก็มีเสียงร้องตะโกนมาจากด้านหน้าของพวกเรา

 

“หนีไปเร็วเข้า---------!!”

 

เป็นเสียงตะโดนจากกลุ่มนักผจญภัย ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มที่รวมตัวกันจากพวกเด็กหนุ่มสาว

มีกลุ่มของมอนสเตอร์วิ่งไล่หลังพวกเขามา Wolves, Horn Rabbits และ Slicer Bats อย่างละประมาณ 10 ตัว

 

“ดะ..เดี๋ยวสิ มัวทำอะไรอยู่ครับ หนีเร็วเข้า------!?”

 

เด็กหนุ่มนักผจญภัยหยุดหลังจากวิ่งผ่านพวกผมไปแล้วตะโกนออกมาอย่างตื่นตระหนก

“อยากหนีจะตายอยู่แล้ว” และ “ถ้าเป็นแบบนี้พวกเราซวยแน่ๆ”

สีหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกดังกล่าวอยู่บนหน้าของเด็กคนนั้น

 

“《Wind Cutter》”

 

เมื่อคนทั้งกลุ่มผ่านผมไป แล้วข้างหน้าผมมีแต่มอนสเตอร์ ผมก็ร่ายเวทลมออกมาโดยใส่พลังไปพอควร

คมมีดสายลมตัดมอนสเตอร์ที่กำลังวิ่งเข้าพวกเรา ส่วนใหญ่จะถูกจัดการไปเรียบร้อย

แต่มอนสเตอร์บางตัวที่ยังรอดก็โดนบังไปด้วยกลุ่มควัน แต่ครู่เดียว อเลนกับเอเลน่าก็พุ่งไปหามอนสเตอร์พวกนั้น

แล้วประเคนลูกเตะให้ถึงที่

 

“เอ๋!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

พวกเด็กนักผจญภัยตะโกนขึ้นมาหลังจากเห็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา




NEKOPOST.NET