[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 12 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.12 - ไปดันเจี้ยน


หลายวันต่อมาหลังจาก อเลนกับเอเลน่าซัดไอ้โล้นนั่น

ปัจจุบัน ผมรับเควสมาทำ 2วันแล้วพัก 1วัน ที่รับอย่างนี้ก็เพื่อไม่ให้เด็กๆเหนื่อยเกินไป

เราใช้ชีวิตแบบนั้นผ่านมาได้เกือบๆ 1 เดือนแล้ว

ชีวิตที่ไม่มีพลังงานไฟฟ้าแต่มีเวทมนตร์มาทดแทนก็สะดวกไปอีกแบบ

การใช้ชีวิตก็ไม่ได้แย่อ่ะไรเท่าไร ไม่ต้องดิ้นรนมากมายก็อยู่ไปวันๆได้

ตอนมาถึงเมืองแรกๆ อเลนกับเอเลน่าถ้ามีคนเข้ามาใกล้ก็จะสะดุ้กเฮือกขึ้นมาทันที

ตอนนี้ตราบใดที่ยังไม่ไปอยู่กลางฝูงคนก็ไม่มีอาการอะไรทั้งนั้น

วันนี้เป็นวันหยุด ผมเลยพาทั้งสองคนเดินเล่นไปตามถนนในเมือง

ขณะที่กำลังจะหิวตอนเที่ยง ผมก็พบร้านขนมปังชื่อ “ร้านแป้งสาลีสีทอง” พอดีเลย

 

“ขอโทษคร้าบ”

“ค่า”

 

มีเสียงตอบกลับมาจากหลังร้าน ซักครู่ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังร้าน

ดูเหมือนว่าจะเป็นร้านที่ไม่ได้รับความนิยมซักเท่าไร

 

“ขอโทษด้วยค่ะ วันนี้ร้านปิดแล้วน่ะค่ะ”

 

คุณผู้หญิงได้ขอโทษแล้วพูดออกมา

 

“ไม่หรอกครับ คือวันนี้ที่จริงแล้วจะมีเรื่องมาขอร้องน่ะครับ ไม่ทราบว่าทำขนมปังตามสั่งได้หรือเปล่าครับ?”

 

มาตอนเย็นทีไรร้านก็ปิดไปแล้วตลอดเลยไม่ได้แวะเข้ามาซักที

ผมเลยไม่ทราบเวลาปิดที่แน่นอน ที่นี่ก็เป็นเป้าหมายหนึ่งของผมด้วย

 

“ตามสั่งเหรอคะ ต้องสั่งซักจำนวนหนึ่งด้วยน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าสะดวกไหมคะ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นน่ะครับ พอดีว่ามีขนมปังที่อยากให้ทำหน่อยน่ะครับ”

 

ขนมปังที่กินกันในเอเทลเดียมีแต่ขนมปังแบบแถวธรรมดา ที่ร้านก็ทำต่างกันแค่ขนาดเล็ก-ใหญ่แค่นั้น

แต่ขนมปังที่เป็นก้อนทรงกลมดันไม่มีเลย เพราะส่วนมากจะนำไปฉีกเป็นชิ้นเล็กๆกินคู่กับอาหารเท่านั้น

มีแต่การนำไปกินเป็นเครื่องเคียงบ้าง ไม่มีการกินเป็นอาหารหลักหรือของว่างกันเลย

แต่ผมก็อยากจะกินให้ได้ด้วยสิ

- ขนมปังที่ทำจากแป้งสาลี ยีสและไข่ผสมรวมกัน รสสัมผัสแน่น “ขนมปังข้าวสาลีสีทอง”

- ขนมปังที่ทำจากแป้งสาลีที่นำไปโม่ให้ขาว ยีสและไข่แดงอย่างเดียว สัมผัสนุ่มนวล “ขนมปังขาว”

- ขนมปังที่ทำจากข้าวสาลีดำ หรือแป้งข้าวไรท์ “ขนมปังดำ”

ขนมปังขาวที่ผ่านการหมักด้วยยีสให้สัมผัสนุ่ม ผมว่ามันอร่อยมาก น่าเสียดายที่เอเทลเดียไม่ทำกัน

ขนมปังที่ผมกินประจำตอนอยู่ญี่ปุ่นพอไม่ได้กินแล้วก็อยากกินขึ้นมาเลย

ยิ่งไปกว่านั้นผมอยากให้อเลนกับเอเลน่าได้กินด้วย

ดังนั้นผมจึงคิดได้ว่าถ้าอยากกินขนมปังเป็นขนมหรือเป็นอาหารหลัก ก็ทำให้มันมีขึ้นมาสิ

ดังนั้นแล้วผมจึงลองมาที่ “ร้านแป้งสาลีสีทอง” ดู

 

“อยากให้ทำเหรอคะ? ไม่ใช่ขนมปังที่มีขายอยู่แล้วงั้นเหรอคะ?”

“ใช่เลยครับ”

“คนทำขนมปังคือคุณพ่อน่ะค่ะ จะลองเรียกให้มาคุยดูนะคะ”

“ครับ รบกวนด้วยครับ”

 

ผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นลูกสาวของเจ้าของร้านที่เป็นคนทำขนมปังล่ะมั้ง

หลังจากเข้าไปเรียกได้ไม่นานก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาแทน

 

“นายน่ะเหรอ คนที่อยากให้ทำขนมปังน่ะ?”

เจ้าของร้านที่ท่าทางบึกบึนเสยผมไปข้างหลังท่าจะทางจะเป็น “คุณพ่อ” เดินออกมาคุยกับผม

 

“แล้วจะทำขนมปังแบบไหนล่ะ?”

“เอ่อ.. ก็แบบว่าประมาณ......”

 

ผมตั้งแต่เช้าก็ลองทำคัสตาร์ดครีมกับแยมที่ทำจากผลรันกะดู

คัสตาร์ดครีมผมเคยทำมาก่อนเลยไม่มีปัญหา พอดีว่านึกสูตรขึ้นมาได้เลยลองทำดู

ส่วนแยมก็แค่เคี่ยวผลไม้เท่านั้น เลยเป็นเรื่องง่ายๆ

 

“หืม แยมเหรอ? ส่วนของทางนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย...”

“เป็นของที่เรียกว่าคัสตาร์ดครีมน่ะครับ ผมอยากเอาใส่เข้าไปในขนมปังก่อนอบน่ะครับ”

“ใส่ข้างใน?.....งั้นเหรอ?”

“ใช่ครับ ทำไม่ได้เหรอครับ?”

“ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้หรอก แต่ว่าไม่เคยทำมาก่อนน่ะสิ”

“ถ้าอย่างนั้นล่ะก็...”

 

ตั้งแต่ช่วงบ่าย ผมก็มีเวลาว่างอยู่ทั้งวัน ผมเลยอยู่ที่ “ร้านแป้งสาลีสีทอง”

เพื่อลองทำขนมปังต้นแบบกับคุณโร้ด

ก่อนอื่นก็ให้คุณโร้ดทำโดขนมปังขาวรอไว้ก่อน แล้วผมจะจะนำมาห่อไส้ที่ผมเตรียมมาไว้

 

“อย่างนี่นี่เอง... ทำอย่างนี้ใช่มั้ย.... แบบนี้เป็นไง?”

“ครับ แบบนั้นเลย”

 

ตอนแรกผมก็นำโดขนมปังมาแผ่แล้วนำแยมหรือคัสตาร์ดครีมมาใส่แล้วห่อแป้งขึ้นมา

คุณโร้ดก็มองแล้วทำตามผมไปด้วยพร้อมกับถามความถูกต้อง

แต่ก็สอนได้แค่วิธีห่อไส้นี่แหละ ผมไม่เคยรู้วิธีทำขนมปังที่ขายในร้านขอญี่ปุ่นด้วยสิ

ถึงจะทำขนมปังธรรมดาได้ก็เถอะ ส่วนรูปร่างหน้าตาอย่าไปพูดถึงมันเลย

แต่ว่าคุณโร้ดก็สมเป็นมืออาชีพตัวจริงเลย สอนไปแค่นิดเดียวก็ทำได้อย่างชำนาญซะแล้ว

แล้วในที่สุดเราก็ห่อไส้ลงในโดขนมปังทั้งหมดเสร็จ

แต่เพราะคำนวณปริมาณไม่ถูกเลยทำโดขนมปังเยอะไปหน่อย

ที่เหลือเลยจะให้ผมเป็นคนรับผิดชอบ โดยจะอบเป็นขนมปังแล้วให้ผมซื้อไป

แต่ทำอย่างนั้นก็ไม่น่าสนใจน่ะสิ ผมจะลองให้ทำเป็นขนมปังแบบอื่นๆดูดีดว่า

 

“คุณโร้ด โดขนมปังที่เหลือนี่ผมจะให้เอาไปทำเป็นขนมปังแบบอื่นได้หรือเปล่าครับ”

“โอ้ว ได้อยู่แล้ว”

 

ผมอยากลองทำแยมกับครีมรสชาติอื่นดู

ส่วนครีมปังกับขนมปังแยมที่ทำเสร็จพอคุณโร้ดก็นำไปพักไว้รออบซะก่อน

ผมลองเอา “ผลคุคุรุ” ออกมากจาก 《Infinite Storage》โดยทำท่าเหมือนหยิบออกมาจากกระเป๋าใบเล็กที่เตรียมมา

โดยเอาผลคุคุรุใส่ผสมลงไปในโดขนมปังโดยเลียนแบบขนมปังลูกเกดเนื่องจากคล้ายกัน

ผลคุคุรุจะมีรสชาติที่เหมาะสำหรับนำไปทำเหล้า แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่จะนำมาลองทำดู

แต่แค่เอาไปผสมลงในโดเฉยๆเนี่ย คงเอาไปขายในร้านไม่ได้หรอกมั้ง

หลังจากเอาแป้งโดมาผสมหมดแล้ว ผมก็นำไปให้คุณโร้ดอบให้สุก

 

หลังจากขนมปังทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงเวลากินแล้วล่ะนะ

 

“อร่อยมากเลยนะเนี่ย!!”

 

คุณโร้ดตะโกนออกมาหลังได้ลองชิม

 

““อร่อยจัง””

 

ขณะที่ผมกำลังทำ ทั้งอเลนและเอเลน่าก็ต้องยืนมองผมทำไป

เมื่อผมแบ่งขนมปังทั้ง 3 แบบที่ทำเสร็จลองให้ทั้งสองชิม ดูเหมือนจะถูกใจน่าดู

อ่า แบบนี้ก็คงกินข้าวเย็นไม่ลงแล้วล่ะนะ

 

แล้ว ขนมปังที่ผมทำ(ก็แค่ออกไอเดีย) ก็ถูกขอนำมาวางขายที่ “ร้านแป้งสาลีสีทอง” ด้วย

แน่นอนว่าผมให้ทำได้ ถ้ามีขายล่ะก็ คราวหน้าผมจะได้มาซื้อกินบ้าง

แต่เพราะคัสตาร์ดครีมนั้นเสียได้ง่าย ผมจึงต้องสอนวิธีทำ ให้ทำใหม่ได้ทุกวัน

หลังจากนั้นคุณโร้ดก็ลองผิดลองถูกจนทำได้ แล้วก็นำขนมปังแบบใหม่ออกมาขายได้ซักที

 

หลังจากการทำเควสไปเรื่อยๆ ในที่สุดพวกเราก็เลื่อนมาเป็นแรงค์ E ซักที

รู้สึกว่าจะเป็นเรื่องสุดยอดมากที่พวกผมเลื่อนระดับได้เร็วขนาดนี้

ปกตินักผจญภัยหลังจากสมัครใหม่ จะใช้เวลาเลื่อนจากแรงค์ F ไปเป็นแรงค์ E ประมาณครึ่งปีโดยทำภารกิจทุกๆวัน

แต่พวกผมหลังจากสมัครใช้เวลายังไม่ถึง 1 เดือนดีเลย

ถึงวันทำงานของพวกผมจะไม่ได้ทำทุกวัน แต่ในวันที่รับภารกิจ ผมจะนำวัตถุดิบมาส่งในปริมาณมาก

ก็จริงอยู่ที่บางครั้งผมเจอสมุนไพรที่ไม่ได้มีคำร้อง แต่ผมก็นำมาเก็บไว้ใน 《Infinite Storage》

แล้วพอมีภารกิจที่เกี่ยวข้องผมก็แค่นำออกมาส่ง

เราจัดการมอนสเตอร์ที่เจอระหว่างการทำเควสเก็บเกี่ยว เลเวลของผมได้ขึ้นมาจนถึงเลเวล 13

ส่วนสกิลต่างก็ก็เพิ่มขึ้นมาอย่างละนิดอย่างละหน่อย

 

=====

Status
【ชื่อ】ทาคุมิ คายาโนะ

【เผ่า】มนุษย์?[ผู้ติดตามของเทพแห่งลม (ชั่วคราว)]
【อาชีพ】นักเวท
【อายุ】20
【เลเวล】13
【สกิล】
เวทแสง 52 | เวทมืด 51
เวทลม 157 | เวทมิติ 109
เวทชีวิตประจำวัน 124
นักดาบ 50 | ขว้างปา 34
ประเมิน 202 | แยกส่วน 117
ทำอาหาร 92 | เย็บปัก 23
ชะล้าง 12 | ทำความสะอาด 31
งานฝีมือ 37 | เก็บเกี่ยว 13

ซ่อนตัว 22 | ตรวจจับ 12

คณิตศาสตร์ 107 | การอ่าน 125

หยั่งรู้ 8

ป้องกันสถานะผิดปกติ 300 | ป้องกันสถานะผิดปกติทางจิตใจ 300
ป้องกันโจมตีทางกายภาพ 300 | ป้องกันโจมตีทางเวทมนต์ 300
【ฉายา】
ผู้ถูกย้ายมาจากต่างโลก

พรจากเทพผู้สร้าง มาเรียโนร่า

เพื่อนของเทพแห่งลม ซิลฟารีล

ผู้ช่วยชีวิต
=====

 

อืม ใช้ได้เลย

แถมผมยังได้ฉายา 【ผู้ช่วยชีวิต】มาอีกด้วย

ผมได้รับมาเพราะช่วยอเลนกับเอเลน่าอย่างนั้นเหรอ?

ถึงผมจะไม่รู้ว่าได้มายังไง แต่ได้ฉายาใหม่ๆก็ไม่น่าตกใจเท่ากับการได้พบเทพหรอก

ดังนั้นผมจึงปล่อยมันไป อย่าไปคิดมากเลย

 

“อ๊ะ คุณทาคุมิคะ ฉันลงชื่อในกองกำลังกวาดล้างให้แล้วนะคะ”

 

ดูเหมือนว่าใบคำร้องอย่างเป็นทางการของกองอัศวินที่ส่งมาถึงผมจะมาแล้วสินะ

คุณลูน่าก็ได้แจ้งวันเวลา และสถานที่นับพบของกองกำลังให้กับผมทันที

รู้สึกว่าท่านวาร์ทจะเอาจริงสินะ

เห็นว่าไม่มีอะไรส่งมาเลยนึกว่าพูดเล่นกันไปตอนนั้น ผมคงคิดง่ายไป

 

“ขอโทษด้วยนะครับคุณลูน่า เรื่องครั้งนี้ผมของปฏิเสธ...”

“ถ้าจะปฏิเสธโปรดไปบอกที่กองกำลังอัศวินโดยตรงนะคะ”

 

ก่อนที่จะพูดจบคุณลูน่าก็พูดขัดขึ้นมาซะอย่างนั้น

โดยตรงงั้นเหรอ....ไม่ไหวล่ะครับ

อุตส่าช่วยรับเรื่องยืนยันที่ผมจะดูแลอเลนและเอเลน่าด้วยตัวเอง

ขอโทษด้วยนะทั้งสองคน ผมไม่มีความกล้าพอที่จะไปพูด NO กับคนที่ช่วยเหลือหรอก

 

“เข้าใจแล้วครับ จะรับภารกิจนี้ไว้”

 

เมื่อปฏิเสธไม่ได้ก็จำใจที่ต้องยอมรับมันล่ะนะ

ว่าแต่คุณลูน่า ทำไมถึงยิ้มแล้วมองมาทางนี้แบบนั้นล่ะครับ?

 

“หุหุ ว่าแล้วคุณทาคุมิต้องพูดแบบนั้น โปรดนำวัตถุดิบจากมอนสเตอร์กลับมาเยอะๆนะคะ”

 

คูณลูน่า............. เล็งเรื่องนี้ไว้เหรอครับ.......

 

“จะว่าไปคุณทาคุมิไปไม่ดันเจี้ยนบ้างหรือคะ?”

 

ขณะที่มองผม คุณลูน่าก็ถามขึ้นมา

 

“ดันเจี้ยน.....อ๊า!!”

 

ดันเจี้ยนนั้นปรากฏอยู่ทั่วโลกเอเทลเดีย ผมไม่รู้ว่าคนในโลกนี้รู้ที่ตั้งหรือจำนวนของดันเจี้ยนหรือเปล่า

แต่จากความรู้ที่ซิลฟ์ใส่เข้ามาให้ มีรวมแล้วมีทั้งหมด 108 แห่ง

ความยากของดันเจี้ยนถูกตัดสินด้วยจำนวนและประเภทของมอนสเตอร์ที่อยู่ในดันเจี้ยนและจำนวนชั้นของดันเจี้ยน

ดันเจี้ยนถูกแบ่งระดับได้ 3ระดับคือ ระดับต่ำ ระดับกลาง และระดับสูง

แต่ผู้คนก็ยังไม่ได้รู้วิธีไปได้ทุกแห่ง และยังมีดันเจี้ยนอีกมากที่ยังไม่ถูกค้นพบ

ถ้าจะให้ตัดสินระดับของดันเจี้ยนอย่างง่ายๆ ให้ตัดสินจากเครื่องมือเคลื่อนย้ายที่อยู่ในดันเจี้ยน

 

ระดับต่ำ – ไม่มีเครื่องเคลื่อนย้าย

ระดับกลาง – มีเครื่องเคลื่อนย้ายติดตั้งทุก 10 ชั้น

ระดับสูง – มีเครื่องเคลื่อนย้ายทุกชั้น

 

ง่ายใช่มั้ยที่จะตัดสินระดับของดันเจี้ยน

ที่เป็นอย่างนั้นเพราะการพิชิต 1ชั้น ของดันเจี้ยนระดับสูง อาจใช้เวลาหลายวัน

การพิชิตดันเจี้ยนมันคงก็ยากเกินไปถ้าไม่มีเครื่องเคลื่อนย้ายช่วยเหลือเลย

 

แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าดันเจี้ยนนั้นทำงานอย่างไร และมอนสเตอร์ที่อยู่ในดันเจี้ยนจะไม่ทิ้งศพไว้เมื่อตาย

แต่เมื่อจัดการได้ จะหล่นวัตตุดิบของมอนสเตอร์ หรือมีไอเทมตกให้อยู่เสมอ แต่ก็ไม่มีทางรู้ว่าไอเทมที่จะตกให้คืออะไร

เช่นเมื่อจัดการ Red Wolf ได้ ของที่ตกอาจจะเป็นขน, เขี้ยว, เล็บ หรือเนื้อ ก็เป็นได้

ดังนั้นถ้าอยากได้ของที่ต้องการก็ต้องล่าต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้

ยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งอาจจะไอเทมหายากหล่นออกมาก็ได้ เช่นยาที่มีประสิทธิภาพสูง

แต่ก็นะ ของหายากก็คือของหายากนั่นแหละ

 

โดยดันเจี้ยนที่อยู่ใกล้ๆเมืองชิรินเป็นดันเจี้ยนระดับต่ำที่มีทั้งหมด 15ชั้น

 

“ผมก็ลืมนึกถึงไปเลย ก็ว่าอยู่ถึงไม่ค่อยเจอกับนักผจญภัยคนอื่นที่นอกเมือง”

“อย่างนั้นหรือคะ? ฉันนึกว่าที่คุณไม่เข้าไปเพราะว่ามีเด็กๆอยู่ด้วยซะอีก คุณช่วยเหลือพวกเราได้มากเลยจากการรับใบคำร้องค้นหาวัตถุดิบที่อยู่นอกดันเจี้ยนน่ะค่ะ”

“หมายความว่านักผจญภัยส่วนมากเข้าไปในดันเจี้ยนงั้นหรือครับ?”

“ใช่ค่ะ นักผจญภัยส่วนมากจนถึงแรงค์ D จะอยู่บริเวณดันเจี้ยน ส่วนนักผจญภัยที่สูงกว่าแรงค์ D จะรับคำร้องคุ้มกันมากกว่า มีแต่นักผจญภัยที่พึ่งสมัครใหม่นี่แหละค่ะ ที่อยู่บริเวณรอบนอกเมือง”

 

มอนสเตอร์ที่อยู่รอบๆตัวเมืองนั้นรับมือไม่ยาก ต้องใช้เวลาหลายวันเดินทางจากเมืองถึงจะพบมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่ง

 

“ดันเจี้ยนอยู่ห่างจากเมืองไปประมาณครึ่งวันถ้าเดินไปน่ะค่ะ”

 

ครึ่งวันงั้นเหรอ? ใกล้มากเลยนะเนี่ย

แน่นอนว่าการไปดันเจี้ยนหาเงินได้มากกว่าอยู่รอบๆเมือง

สำหรับนักผจญภัยระดับต่ำก็ไปป่ากาย่าไม่ไหวด้วยสิ

 

“งั้นผมคงจะลองไปดูล่ะนะ”

“เอ๋ จะไปงั้นเหรอคะ?”

 

คุณลูน่าตกใจกับคำพูดของผม

 

“ไปไม่ได้เหรอครับ?”

“เปล่าค่ะ ไม่ใช่อย่างนั้น คือกำหนดการของเควสกวาดล้างป่ากาย่าจะเริ่มในสัปดาห์หน้าแล้ว ฉันว่าดูจากเวลาแล้วมันคงจะกระชั้นชิดเกินไปหน่อย....”

“อ่อ ผมแค่จะลองไปลงให้ไกลที่สุดเท่าที่เวลาจะอำนวยน่ะครับ ยังไงก็ยังมีเวลาก่อนจะถึงกำหนดวันออกเดินทางใช่มั้ยล่ะครับ ผมน่าจะลองลงไปซัก 3วัน ได้แค่ไหนก็แค่นั้น”

 

การเดินทางอาจจะไปได้ไกลแค่ไหนก็ไม่รู้ เพราะผมมีอเลนกับเอเลน่าไปด้วย แต่ก็ลองลุยดูซัก 3วันก็ดี

น่าจะมากพอสำหรับการเที่ยวครั้งนี้ ใช่มะ?

 

“อย่างนี้นี่เอง ตามความเข้าใจของฉันถ้าเป็นคุณทาคุมิกับพวกเด็กๆอาจจะ “พิชิต” ได้เลยก็เป็นได้นะคะ”

“คุณหวังสูงไปหน่อยกับนักผจญภัยที่พึ่งขึ้นมาแรงค์ E นะครับ”

“อาร้า ไม่ใช่แค่ฉัน แต่เป็นการประเมินจากคนทั้งกิลด์นะคะ รู้หรือเปล่า?”

 

ผมคิดว่าน่าจะเกิดจากเรื่องที่ผมมาส่งเควสครั้งแรกนั่นแหละ

ผมก็เป็นแค่มนุษย์โลกที่ถูกโยนมาอยู่ที่เอเทลเดีย ไม่คิดว่าจะมาจบที่การเป็นผู้ติดตามของเทพไปซะได้

ผมคิดอย่างนั้น แล้วจึงเดินออกจากกิลด์ไปหาซื้อของจำเป็นสำหรับการลงดันเจี้ยน(หลักๆก็อาหาร)

ผมจึงไปบอกแก่ผู้ดูแลของ “กระโจมนกน้อย” ว่าจะไม่อยู่หลายวัน และมุ่งตรงไปยังดันเจี้ยน

 

ยังมีเวลาอีกนิดหน่อยก่อนที่จะพระอาทิตย์จะตก เราก็มาถึงยังดันเจี้ยนแล้ว

ตามแผนแล้วเราจะมาถึงในช่วงเย็น พักซักคืนแล้วค่อยเข้าไปดันเจี้ยนในวันรุ่งขึ้น

แต่เป็นเพราะว่าอเลนกับเอเลน่าเดินทางได้ดีกว่าที่คิดไว้ ถึงก้าวจะเล็ก แต่เดินทางได้ไวมาก

เพราะเราไม่ได้รีบมาก ผมจึงบอกทั้งทั้งสองลดความเร็วหน่อยก็ได้ แต่ทั้งสองส่ายหน้าแล้วเดินต่อ

อีกอย่างพลังกายของทั้งสองคนก็มากกว่าผู้ใหญ่บางคนอีกเราเลยมาถึงเร็วกว่าปกติ

แล้วที่นี้ จะเอายังไงดีนะ?

ที่นี่ถูกเรียกว่า ดันเจี้ยนลำดับที่ 4 “ดันเจี้ยนแห่งดิน”

เป็นดันเจี้ยนธาตุดินที่มีทั้งหมด 15ชั้นลงไปใต้ดิน  มอนสเตอร์ก็เป็นธาตุดิน เป็นดันเจี้ยนที่ถูกพิชิตไปแล้วหลายครั้ง

ทางเข้าดันเจี้ยนเป็นหินก้อนใหญ่ 2ก้อนชนติดกัน  แล้วมีถนนลาดลงไปกว้างประมาณผู้ใหญ่ 3 คนผ่านได้

ส่วนที่อยู่ลึกลงไปนั้นมืดจนผมมองไม่เห็น

อืม... เอายังไงดีน้า..... ตามกำหนดก็กะว่าจะพักก่อนซักคืน.....หรือจะลองลุยไปเลยดี....

 

“เข้าไป”

“กันเลย”

 

เมื่อกำลังคิดว่าจะเอายังไง อเลนกับเอเลน่า ก็พูดขึ้นมา

 

“จะไปจริงๆเหรอ? ไม่เหนื่อยงั้นเหรอ?”

“”ไปกันเถอะ””

 

ถ้าทั้งสองคนบอกไม่เป็นไร ผมก็ตัดสินใจที่จะเข้าไป แต่ผมก็ต้องมองพวกเธอดีๆไม่ให้เหนื่อยจนล้มไปล่ะนะ

ผมใช้เวทให้แสงสว่างด้วยเวทชีวิตประจำวัน 《Light》จนส่องสว่างขึ้นมา

ผมสามารถรักษาเวท 《Light》ไว้ได้ประมาณ 1 ชม. ก่อนที่ต้องร่ายใหม่อีกครั้ง

แสงสว่างจากเวทสามารถมองเห็นได้ไกลประมาณ 1 เมตรจากตัวผม

ผมจับมือของอเลนและเอเลน่าแล้วเริ่มเดินเข้าไป

 

“ดูเหมือนอุโมงทั่วไปเลยแฮะ”

 

มีอุโมงค์ลาดยาวลงไป เหมือนอุโมงค์ทางเดินของเหมืองใหญ่ๆ

พื้นและกำแพงสร้างจากดิน แต่ดูเหมือนว่าจะแข็งมากจนไม่สามารถขุดได้ แต่ก็กว้างพอที่จะเหวี่ยงดาบในนี้

ทางที่มุ่งไปดูเหมือนเขาวงกตอะไรอย่างนั้น

 

ทางเดินแรกมาถึงทางตันอย่างรวดเร็วแล้วแยกเป็น 2ทาง

อเลนกับเอเลน่ามองไปทั้งสองทางอย่างลุกลี้ลุกลน

พูดถึงเขาวงกตแล้ว เคยมีคนบอกว่าถ้าเอามือจับไว้ที่กำแพงด้านนึงแล้วเดินไปเรื่อยๆก็จะออกไปได้

(สำหรับเขาวงกตที่มีทางเข้าและออกเพียงทางเดียว) แล้วจะเอายังไงดีหว่า

ที่กิลด์ก็มีแผนที่ขายอยู่หรอก แต่แม่นยำแค่ 5 ชั้นแรกผมเลยไม่ได้ซื้อไว้

อ่ะ แต่ทำให้นึกออกเลยว่าผมก็มีแผนที่อยู่ในคำสั่งเมนูนี่นา ผมเลยลองเปิดหน้าต่างเมนูขึ้นมาดู

อืม ไม่มีแผนที่ดันเจี้ยนขึ้นให้แฮะ แต่ก็มีการบันทึกแผนที่อัตโนมัติให้เมื่อเดินผ่านไปถึง

ตอนนี้หน้าจอแผนที่มีแค่ทางที่ผมพึ่งเดินผ่านเข้ามาแค่นั้น

ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ให้เด็กๆเป็นคนเลือกทางละกัน

 

“อเลน เอเลน่า เราจะไปทางไหนกันดี?”

“”อืม.... ทางนี้””

 

ทั้งสองคนชี้ไปทางเดียวกัน ถ้าอย่างนั้นก็ไปทางที่ชี้ละกัน

 




NEKOPOST.NET