NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.106 - เข้าเฝ้า


แล้วก็ถึงวันต่อมา

 

“เอาล่ะ คุณทาคุมิพร้อมจะไปกันหรือยังครับ?”

 

คุณไอแซคที่ต้องเข้าเฝ้าพร้อมกันได้มาหาพวกเราโดยไม่ได้ใส่ชุดอัศวินตามปกติ แต่เป็นชุดขุนนาง

และพวกเราก็ไม่ได้ใส่ชุดนักผจญภัยตามปกติ คราวนี้พวกเราใส่ชุดที่ดูหรูหรากว่าปกติ

ผมไม่ได้คิดถึงชุดที่ต้องใส่ตอนเข้าเฝ้าหรอกนะ แต่คุณเซดริกได้ติดต่อคุณมาธีอัสไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เตรียมชุดนี้ไว้ให้

ดังนั้นเมื่อเรามาถึงบ้านตระกูลรูเวนชุดพวกนี้ก็ได้ถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว โดยชุดนั้นได้เตรียมไว้หลากหลายรูปแบบ

พวกเราจึงได้ลองชุดจนกระทั่งถึงนาทีสุดท้ายจนได้ชุดที่ดูดีที่สุด

อีกทั้งพวกเรายังถูกจับแต่งอย่างรวดเร็ว ผมได้ใส่กางเกงสแลคสีดำและเสื้อเชิ้ตสีขาวแล้วสวมชุดแจ็คเกตยาวสีเทาดำทับอีกที

อเลนได้ใส่เสื้อสีขาวโดยมีกางเกงที่มีสายเอี๊ยมดึงกางเกงสีน้ำเงิน เอเลน่าใส่ชุดสีชมพูที่ถูกเย็บปักลายไว้อย่างสวยงาม

 

เมื่อพวกเราได้สวมชุดที่เหมาะสมแล้ว พวกเราก็ขึ้นไปยังรถม้า

 

““สุดยอด~””

“ใช่มั้ยล่ะ? เมื่อได้ลองมองใกล้ๆแบบนี้ ยิ่งสุดยอดเข้าไปใหญ่เลย”

 

พวกเรามองปราสาทด้านหน้าผ่านหน้าต่างของรถม้าที่กำลังวิ่งอยู่

ผมเคยเห็นปราสาทแบบญี่ปุ่นอยู่หลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นปราสาทแบบตะวันตก

โดยมันมีบรรยากาศเคร่งขรึมตั้งแต่ไกลๆ และเป็นผลงานชั้นยอดเมื่อเราได้เข้ามาดูใกล้ๆ

โดยวิธีการเข้าปราสาทนั้นต้องมีพิธีการเยอะแยะ แต่เราให้คุณไอแซคเป็นผู้จัดการแทนทั้งหมดเลย

พวกเราจึงสามารถมุ่งหน้าไปยังปราสาทได้อย่างราบลื่น

 

“หลังจากนี้ต้องขอให้เดินตามผมมานะครับ”

“เข้าใจแล้วครับ อเลน เอเลน่า ตอนเข้าข้างในเงียบๆกันหน่อยนะ โอเค?”

““คร้าบ(ค่า)~””

 

โดยห้องที่เราได้เดินเข้าไปเป็นห้องโถงใหญ่ที่สร้างจากหินโดยมีพรมแดงปูยาวอยู่บนพื้น

ปลายทางของพรมนั้นเป็นเก้าอี้ที่ดูหรูหรายกสูงกว่าปกติ โดยมีอันที่หรูหราสุดอยู่ตรงกลาง และมีเก้าอี้ที่เล็กลงมาอยู่ด้านข้าง 2ตัว

เก้าอี้ตรงกลางน่าจะเป็นของพระราชา ส่วนด้านข้างคงเป็นของราชินีและ/หรือเจ้าชาย

ดูเหมือนว่าที่นี้จะเป็นห้องสำหรับเข้าเฝ้าล่ะนะ

ภายในห้องมีผู้คนที่ผมคิดว่านะจะเป็นขุนนางกับอัศวินรักษาพระองค์อยู่ด้วย แต่สายตาของพวกเขากำลังจ้องสังเกตพวกเราอย่างจริงจัง ช่างเป็นบรรยากาศที่ไม่น่าปลื้มจริงๆ

เพราะบรรยากาศดังกล่าว ทำให้อเลนกับเอเลน่าจับผมไว้แน่นเลย ผมเลยลูบหัวปลอบทั้งสองคน

ทำให้ทั้งสองคนใจเย็นลงได้ โดยการกระทำดังกล่าวก็ช่วยทำให้ผมสงบได้เหมือนกัน

 

“พระราชาเสด็จแล้ว”

 

ไม่นานนัก อัศวินคนหนึ่งก็ตะโกนออกมา ทำให้คุณไอแซคและคนอื่นๆคุกเข่าคำนับตามคุณไอแซคทันที

ผมเลยคุกเข่าแล้วก้มหัวตาม อเลนกับเอเลน่าก็ทำท่าเลียนแบบผมด้วยถึงจะดูเงอะงะนิดหน่อยก็เถอะ

แต่ทั้งสองคนก็ยังเกาะผมแน่นเหมือนเดิม

สำหรับเอเลน่า--- สำหรับผู้หญิงนั้นต้องทำยังไงกันนะ โค้งคำนับแบบผุ้หญิง? หรือถอนสายบัวดี?

ถอนหลังมาก้าวหนึ่งแล้วดึงกระโปรงโค้งนิดหน่อย? ผมคิดว่าก็น่าจะพอแล้วนะ

แต่....ต่อให้ทำยังไงก็คงไม่มีคนมาโทษผมได้หรอกนะ เพราะผมไม่รู้นี่นา?

 

“ยอดเยี่ยม ยกหัวขึ้นได้ทำตัวตามสบาย”

 

ผมได้ยินเสียงเดินของคนหลายคนมาหยุดด้านหน้าพวกเราแล้วมีเสียงพูดดังจนได้ยินทั้งห้อง

เมื่อผมยกหัวขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียง ผมก็ได้เห็นผู้ชายอายุประมาณ 40 มีผมสีน้ำตาลสว่างใส่ชุดหรูหราอยู่

ราชวงศ์ = สง่างาม นั้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงจากหน้าตาวัยกลางคนที่หล่อเหลาด้านหน้าผม

ผมคิดว่าเขาต้องเป็นที่นิยมกับสาวๆตอนเขายังหนุ่มๆแน่นอน

เก้าอี้สองตัวด้านข้างนั้นยังไม่มีใครมานั่งด้วย แต่มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆพระราชา

โดยเป็นผู้ชายวัยกลางคนที่มีบรรยากาศเข้มงวด มีผมสีบรอนซ์เทาเสยไปด้านหลัง แต่งตัวด้วยชุดสีดำสวมแว่น

ถ้าเป็นตามตำรา ก็น่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรืออะไรประมาณนั้น

 

“หืม งั้นนายก็คือนักผจญภัยที่คนพบดันเจี้ยนที่เมืองไบเล่งั้นสินะ ต้องขอโทษด้วยที่เชิญมาอย่างกะทันหัน ข้าคือราชาแห่งกาเดียแห่งนี้ ทริสตัน”

“ส่วนข้าเป็นนายกรัฐมนตรีชื่อว่าฟอร์ด”

 

พระราชาได้ทักผมเป็นเป็นกันเองมากๆ เข้าดูแล้วน่าจะเป็นคนใจดี แต่นี่คือราชาของประเทศนี้ เขาคงไม่ธรรมดาหรอกน่า~

เมื่อพระราชาพูดจบ ผู้ชายที่ยืนข้างๆก็แนะนำตัวเองต่อ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีตามคาดจริงๆด้วย

 

“เป็นเกียรติที่ได้พบครับ ผมชื่อว่าทาคุมิ เป็นนักผจญภัย ส่วนเด็กสองคนนี้ชื่ออเลนกับเอเลน่าครับ”

““......อุนิ้ว~””

“อ่า.....ต้องขอโทษด้วยนะครับ”

 

เมี่อผมแนะนำตัวเด็กๆหลังจากแนะนำตัวผมเสร็จ อเลนกับเอเลน่าก็หลบมาหลังผมทันที

อืม น่าจะเพราะสายตามากมายที่จ้องมาทางพวกเรา พวกเด็กๆจึงไม่สามารถทักทายได้แบบตอนของคุณรีเบกก้า

เฮ่อ ตอนนี้ผมก็คงไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้แล้วล่ะ

 

“คุๆๆ ไม่เป็นไร ข้าไม่ถือสากับเด็กๆอยู่แล้ว”

“ขอบคุณที่กรุณานะครับ”

 

พระราชายิ้มอบอุ่นมาทางพวกผมโดยไม่ได้ใส่ใจการกระทำของเด็กๆ เมื่อเขาทำอย่างนั้น ผมจึงคิดว่าน่าจะคุยได้ง่ายหน่อย

การที่เขาไม่ถือสาเด็กๆนั้นเป็นเรื่องที่ช่วยได้เยอะมาก แต่ก็นะ.....แต่สำหรับผมเองก็ไม่รู้จะพูดสุภาพมากกว่านี้ยังไงด้วยสิ

เต็มที่ก็แค่ลงท้ายว่า “ครับ” ไม่ก็ “ขอรับ” ก็เต็มที่แล้ว ผมไม่รู้ว่าพูดกับพระราชาแบบนี้ได้หรือเปล่าด้วยสิ

แต่ในเมื่อเขารู้ว่าผมเป็นนักผจญภัย ผมจึงอยากให้เขาไม่ถือสาเรื่องที่ผมพูดแบบนี้ด้วย

 

“ข้าอยากมอบรางวัลให้ทันที แต่ข้าขอพูดกับริสเนอร์ก่อนแล้วกัน”

“ได้ครับ”

 

เมื่อผมตอบรับ พระราชาก็หันไปทางคุณไอแซคที่อยู่ด้านข้างผม

 

“ทำได้ดีมาก นายเป็นหนึ่งในกลุ่มอัศวินสินะถ้าข้าจำไม่ผิด?”

“น่าจะเป็นอัศวินหลวงนะครับ?”

 

เอ๋? คุณไอแซคเป็นอัศวินหลวงงั้นเหรอ? ไม่เคยรู้มาก่อนเลย....

ผมตกใจคำพูดของนายกรัฐมนตรีที่พูดออกมา ผมเลยมองไปทางคุณไอแซคทันทีโดยไม่ได้คิดอะไร

นั่นทำให้ผมนึกออกว่า ผมยังไม่ได้ฟังเหตุผลที่คุณไอแซคต้องย้ายจากเมืองชิรินมายังเมืองหลวงเลยแฮะ

เห เขาได้เป็นอัศวินหลวงหรือเนี่ย อัศวินหลวงนี่ก็น่าเป็นอัศวินกลุ่มหัวกะทิสินะ? สุดยอดไปเลย

หืม? ท่านวาร์ทก็อยู่ในห้องโถงเหมือนกันด้วยแฮะ แต่สีชุดเครื่องแบบของเขาเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเข้มเป็นสีขาวแทน

และเพราะอัศวินที่ผมได้เห็นขณะเข้าประตูมาก็ใส่เครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มตามปกติจึงไม่น่าใช่เรื่องปกติที่ต้องใส่ชุดสีขาวตอนมาทำงานขณะเข้าเฝ้า.....

และกลุ่มอัศวินหลวงนั้นได้ใส่ชุดสีขาว นั่นแปลว่า....? เอ๋? ท่านวาร์ทก็เป็นอัศวินหลวงเหมือนกันงั้นเหรอ?

หรือว่าจะได้เลื่อนขั้นกันนะ? ไว้ลองไปถามคุณมาธีอัสกับคุณรีเบคก้าดูทีหลังดีกว่า

 

“ครับ ผมได้ถูกแต่งตั้งเป็นหนึ่งในอัศวินหลวงเมื่อวันที่แล้ว ผมชื่อว่าไอแซค ริสเนอร์ ตามปกติแล้วต้องเป็นพี่ชายของผมที่เป็นหัวหน้าตระกูลมาเข้าเฝ้า แต่ผมได้รับหน้าที่มาเป็นตัวแทน ก่อนอื่นต้องขอประทานโทษที่เจ้าเมืองไม่ได้มาด้วยตัวเขาเองครับ”

“ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอก มันเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องจัดการดันเจี้ยนที่พึ่งค้นพบให้เร็วที่สุด มันคงเป็นเรื่องโง่ถ้าหัวหน้าตระกูลทิ้งงานมาในเวลาสำคัญแบบนี้ ดังนั้นอย่าใส่ใจเลย”

 

ขณะที่ผมกำลังคิดนู่นคิดนี่ไปเรื่อย พระราชากับคุณริสเนอร์ก็ได้สนทนาไปอย่างต่อเนื่อง

คุณไอแซคได้รับอนุญาตให้ทำหน้าที่แทนคุณเซดริกได้อย่างเป็นทางการ แต่ยังไงก็ต้องขออนุญาตอีกครั้งขณะเข้าเฝ้าต่อหน้าขุนนางอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อการสนทนาจบลง คุณไอแซคก็รายงานเรื่องดันเจี้ยนละลอกคลื่น รวมถึงข้อมูลโดยละเอียด โดยให้ข้อมูลแก่ขุนนางที่มาเข้าเฝ้าไปพร้อมๆกัน

 

“จงทำงานต่อไปให้ดีต่อไป เพื่ออนาคตของประเทศนี้”

“ครับ รับทราบครับ”

“เอาล่ะ ท่านทาคุมิขอโทษที่ทำให้รอ มาพูดเรื่องรางวัลกันต่อดีกว่ามั้ย?”

 

เมื่อรายงานได้ถูกรายงานอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

พวกเราก็กลับมายังเรื่องรางวัลของพวกเราอีกครั้ง




NEKOPOST.NET